ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 687 ไปยังอาณาจักรอั้นหมิงอีกครั้ง
ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณจำนวนมากที่สนิทสนมกับเนี่ยเทียนต่างก็ ซักถามเรื่องที่เนี่ยเทียนพูดคุยกับเยว่เหยียนสี่อย่างละเอียดอยู่ในห้องลับ แห่งหนึ่ง
เมื่อพวกเขารู้จากปากเนี่ยเทียนว่าที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เก็บค่ายกล นำส่งเจ็ดหลังซึ่งเชื่อมโยงไปยังทางช้างเผือกนอกอาณาจักรเอาไว้เพราะ หวังรักษาความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์กับดินแดน ดาวตก ผู้แข็งแกร่งหลายคนต่างก็เกิดความสนใจ
—พวกเขาอยากจะแลกเปลี่ยนวัตถุดิบวิเศษกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
ดินแดนดาวตกเป็นเพียงแค่พื้นที่เล็กๆ อันห่างไกล วัตถุดิบวิเศษ หลากหลายชนิดมีจำกัด ทว่าการฝึกตนเพื่อเลื่อนขั้นของผู้ฝึกลมปราณ การหล่อหลอมอาวุธวิเศษ การกลั่นยาต่างก็จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบมากมาย
พวกเขาอยากจะเอาของวิเศษที่มีอยู่ในมือไปแลกกับวัตถุดิบหายากใน ดินแดนดาวตกมาจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
การเลื่อนขั้นจากเขตวิญญาณไปยังแดนว่างเปล่าจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบ ล้ำค่าจำนวนมาก ลำพังเพียงแค่ดินแดนดาวตกแห่งเดียว คิดจะรวบรวม ของทั้งหมดมาให้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
ขนาดผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นของวิมานสวรรค์ ว่ากันว่าการฝุาสู่แดน ว่างเปล่าของเขาในครั้งนี้ก็ยังต้องพึ่งชนต่างเผ่า
เนี่ยเทียนรู้ดียิ่งกว่าใครว่าตอนที่รอยแยกห้วงมิติทั้งสามปริแตกเป็น ครั้งแรก วิมานสวรรค์เคยทำการแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับภูตผีปีศาจ และก็เพราะการแลกเปลี่ยนครั้งนั้นถึงทำให้ผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นของ วิมานสวรรค์สามารถรวบรวมวัตถุหายากซึ่งจำเป็นต่อการฝุาสู่แดนว่าง เปล่าได้สำเร็จ
ตอนนี้พวกหัวมู่ จงเจิง ต่งหวังหลิงต่างก็อยู่ในเขตวิญญาณช่วงกลาง รอจนพวกเขาเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายเมื่อไหร่ก็จำเป็นต้องคิดหาวิธี มารวบรวมวัตถุดิบสำหรับเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า
ก้าวนี้สำคัญยิ่งต่อพวกเขา!
หลายพันปีที่ผ่านมา คนของดินแดนดาวตกที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วง ท้ายได้สำเร็จก็มีไม่น้อย
แต่เนื่องจากความขาดแคลนด้านทรัพยากรของดินแดนดาวตก ผู้ แข็งแกร่งเขตวิญญาณช่วงท้ายหลายคนจึงต้องเสียเวลาไปหลายร้อยปี แต่ ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถรวบรวมวัตถุหายากมากพอให้พวกเขาเลื่อนขั้น ขณะเดียวกันก็ต้องสิ้นเปลืองอายุขัยไปอย่างเปล่าประโยชน์
ครั้งนั้นที่อยู่อาณาจักรปุายจั้นแล้วเนี่ยเทียนแสดงท่าทีว่าเขาสามารถ พาคนออกไปจากดินแดนดาวตกได้ พวกจงเจิงก็มอบซากศพของชนต่าง เผ่าระดับเจ็ดให้กับเขาอย่างไม่มีลังเล
สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือไปจากดินแดนดาวตก เพื่อมีโอกาสได้ไป ค้นหาวัตถุดิบวิเศษจากอาณาจักรดวงดาวในระดับสูงมากกว่าเดิม
เมื่อตระกูลเหลยมาเยือน แล้วบอกกับทุกฝุายว่าพวกเขามาจาก ดินแดนปราการดวงดาว พึ่งพาสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ อวดอ้างบารมี สยบ ขวัญไปแปดทิศ ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของแต่ละสำนักก็หวาดหวั่นไม่ เป็นสุข ทว่าแท้จริงแล้วในใจของพวกเขากลับเกิดความคาดหวัง
พวกเขาจะยอมทำตามคำสั่งของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์แต่โดยดี ขณะเดียวกันก็มีความคิดที่ว่า—บางทีตนอาจจะได้ฝุาทะลุไปยังขั้น ดินแดนก็เป็นได้
“การฝุาสู่แดนว่างเปล่าจำเป็นต้องสร้าง” ดินแดน “ที่พิเศษของ ตัวเองขึ้นมาก่อน” ดินแดน “นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่ จำเป็นต้องอาศัยวัตถุดิบหายากหลายอย่างที่ต้องสอดคล้องกับธาตุการฝึก ตนของตัวเอง…”
เมื่อฟังคำอธิบายจากพวกหัวมู่ จงเจิงจบ เนี่ยเทียนที่คิดตามก็ค่อยๆ เข้าใจความกลัดกลุ้มของพวกเขา
นิ่งคิดไปนาน เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “ผู้อาวุโสทุกท่าน ตอนนี้ระหว่าง ดินแดนดาวตกกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้บ่อยนัก ทางฝุายของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์บอกข้าว่า หากดินแดนดาวตกเปิดเผยสู่ สายตาคนนอกจะนำปัญหามากมายมาสู่ตัวของพวกเรา ขนาดตระกูล เหลย ทางสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เรียกกลับไปด้วยก็เพราะกังวลว่าจะมี คนของตระกูลเหลยปิดปากไม่สนิท เอาเรื่องการดำรงอยู่ของดินแดนดาว ตกปุาวประกาศออกไป”
“ผู้อาวุโสใหญ่บอกกับข้าว่าในระยะเวลาสั้นๆ นี้มีเพียงข้าเท่านั้นที่ไป ยังสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ได้”
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน รอจนทุกท่านฝุาสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้แล้ว และคิดจะใช้ของอะไรที่สะสมไว้ไปแลกกับวัตถุดิบที่เหมาะสมกับการ สร้างดินแดนของพวกท่าน ข้าจะเป็นคนไปแลกเปลี่ยนให้กับสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์เอง ดีไหม?”
หัวมู่พยักหน้าเบาๆ “เรื่องที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์กังวลก็มีเหตุผล พวก เราใจร้อนเกินไปจริงๆ”
“อืม พวกเรายังมีเวลาอีกมาก การเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้าย ฝุาสู่ แดนว่างเปล่า ยังเหลือระยะทางอีกยาวไกล” จงเจิงเองก็สงบสติอารมณ์ ได้ “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง พวกเรายังไม่ต้องรีบร้อนอยากไปที่ดินแดน ปราการดวงดาว”
ทุกคนปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง กันฉงแห่งหอหันปิงที่อยู่ข้างนอกก็พูดขึ้น เบาๆ “เนี่ยเทียน จ้าวลั่วเฟิงจากวิมานสวรรค์มาขอพบเจ้า”
“จ้าวลั่วเฟิง?” เนี่ยเทียนงงงัน “เขามาหาข้าทำไม?”
ต่งหวังหลิงแสยะปากเอ่ยเสียดสี “เกรงว่าจ้าวลั่วเฟิงคงมองออกว่า สถานการณ์ของดินแดนดาวตกเปลี่ยนไปแล้ว ยุคสมัยแตกต่างกัน คงคิด จะผูกมิตรกับเจ้า”
“บอกไปว่าข้ายุ่งมาก ยังไม่พบ” เนี่ยเทียนกล่าว
“ตกลง” กันฉงตอบรับ
รอจนกันฉงปฏิเสธจ้าวลั่วเฟิงไปแล้ว เนี่ยเทียนก็อยู่ปรึกษากับทุกคน อีกนานมาก เหล่าผู้แข็งแกร่งหลายคนที่ยืนอยู่ฝั่งเขาต่างก็แนะนำให้เขา รีบเลื่อนสู่เขตสามัญโดยเร็วที่สุด
หลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็อยู่กับอูจี้อาจารย์ของเขา ท่านตา และพวกต่ง ลี่ในนครฮวางอีกหลายวัน
ระหว่างนั้นเขาอาศัยให้เหลยเจิ้นอวี่ไปบอกกับเหลยเทียนฉี่ประมุข ตระกูลเหลยว่าต้องการให้ตระกูลเหลยมอบอาณาจักรต้าฮวางคืนให้กับ สำนักอาวุธ
ทางฝุายตระกูลเหลยตกปากรับคำแล้วรีบย้ายออกทันที
ที่ตระกูลเหลยยึดครองอาณาจักรต้าฮวางไม่ยอมปล่อยนั้นไม่ใช่เพื่อ ตัวตระกูลเหลยเอง แต่ต้องการให้สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มาสร้างสำนักสาขาที่ อาณาจักรต้าฮวางแห่งนี้
รอจนเหลยเทียนฉี่รู้จากปากของเยว่เหยียนสี่ว่าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ คิดจะข้องเกี่ยวกับดินแดนดาวตก เขาก็เข้าใจได้ทันที
คนของตระกูลเหลยส่วนใหญ่เกิดมาก็ใกล้ชิดกับพลังสายฟูาอยู่แล้ว อันที่จริงเทือกเขาในอาณาจักรคุนหลัวที่ภูเขาสายฟูาตั้งสำนักอยู่ต่างหาก ถึงจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับตระกูลเหลยมากที่สุด
บวกกับคำสั่งจากเยว่เหยียนสี่ เหลยเทียนฉี่จึงรีบรับปากอย่างรวดเร็ว แล้วจัดการทันที
หลายวันหลังจากนั้น
ค่ายกลนำส่งห้วงมิติหลังนั้นที่ได้แต่เข้า ไม่สามารถออกได้ก็ถูกเปิดใช้ งานอีกครั้ง
ก่อนหน้าที่ค่ายกลนำส่งจะถูกเปิดใช้ เนี่ยเทียนก็ได้ข่าวมาจากทาง ตระกูลเหลยว่าสามฝุายอย่างตระกูลเหลย ภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเห ยียนได้ไปกวาดล้างวังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋และตำหนักเทพเพลิงมาแล้ว ทั้ง จับตัว ทั้งสังหารผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ของวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ นับจาก นี้จึงถือว่าวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋แทบจะสิ้นชื่อแล้วอย่างแท้จริง
มีเพียงตำหนักเทพเพลิงเท่านั้นที่ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ได้แอบไปซ่อนตัว อยู่ในโลกลับ ตามหาร่องรอยไม่เจอ
ที่เป็นเช่นนี้เพราะปีนั้นที่เซี่ยอี้ชิงเอาดวงตาสัตว์เพลิงฟูาไป เขากลัวว่า สำนักอื่นๆ จะมาแก้แค้นจึงส่งตัวลูกศิษย์ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่นั้น
ภายหลังไม่มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างที่คิด ทว่าลูกศิษย์ส่วนหนึ่งของ ตำหนักเทพเพลิงที่กลับมาก็เจอกับคนของตระกูลเหลยที่มาเยือนพอดี เซี่ยอี้ไม่แน่ใจในท่าทีของตระกูลเหลยจึงยังคงความระมัดระวังโดยส่งตัว คนในสำนักไปอยู่ในโลกลับอีกครั้ง
ความระวังตัวของเซี่ยอี้ทำให้ตำหนักเทพเพลิงหลบพ้นการกวาดล้าง ของตระกูลเหลยมาได้ ซึ่งตอนนี้ตระกูลเหลยยังคงตามหาสถานที่ซ่อนตัว ของลูกศิษย์ตำหนักเทพเพลิง
“ตำหนักเทพเพลิง…”
หลังจากได้ข่าวมา เนี่ยเทียนก็พลันเกิดความคิดหนึ่ง
เกราะมังกรเพลิงของเขาปรารถนาในแก่นเพลิงพิภพอย่างยิ่ง เกราะ มังกรเพลิงต้องการแก่นเพลิงพิภพที่มีพลังเปลวเพลิงร้อนแรง เพราะจะ ทำให้มันสะสมพลังงานความร้อนในปริมาณมหาศาลได้
การสะสมพลังงานความร้อนของเกราะมังกรเพลิง นอกจากจะช่วยให้ เกราะมังกรเพลิงสำแดงอานุภาพที่น่าหวาดกลัวได้แล้ว ยังมีประโยชน์ที่ สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง
—พลังงานความร้อนอันมากมหาศาลนั้นสามารถพาเนี่ยเทียนไปส่งยัง โลกลึกลับที่มีเทพยักษ์ค้ำฟูาซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน
เวทลับหลายอย่างที่เขาได้มาจากที่นั่นไม่เพียงแต่มีอานุภาพล้นเหลือ ยังมีความมหัศจรรย์อีกหลายอย่าง
หมัดพิโรธ สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง รวมไปถึงวิธีการรวบรวมลูกปราณ วิญญาณต่างก็ได้มาจากที่นั่น
หลายปีที่ผ่านมานี้ เวลาอยู่ว่างๆ มีหลายครั้งที่เขานึกอยากไปที่นั่น คิดจะทำความเข้าใจเวทลับที่นาบประทับไว้ในแขนของเทพยักษ์ค้ำฟูาต่อ ทว่าพลังงานความร้อนกลับมีไม่มากพอให้ใช้
ทุกครั้งที่เขาใช้เกราะมังกรเพลิงก็จะต้องเผาผลาญพลังงานความร้อน ไปมากมาย
หินวิเศษธาตุเปลวเพลิงทั่วไปนั้นยังไม่มากพอให้ชดเชยพลังงานความ ร้อน มีเพียงอาศัยแก่นเพลิงพิภพที่มีพลังงานลาวาร้อนลวกเท่านั้นถึงจะ ได้
เดิมทีอาณาจักรต้าฮวางก็คือสถานที่ที่เหมาะสมให้เกราะมังกรเพลิง รวบรวมพลังงานมากที่สุด
ทว่าคราวก่อนที่เซี่ยอี้มาเยือน เขาได้ร่วมมือกับจ้าวซานหลิงขุดหาเอา แก่นเพลิงพิภพใต้ดินไปจนเกลี้ยง และเซี่ยอี้ก็ได้เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วง ท้ายเพราะเหตุนี้
ตอนนี้อาณาจักรต้าฮวางจึงมีเพียงภูเขาไฟอันเป็นที่ตั้งของสำนักอาวุธ เท่านั้นที่ใต้ดินยังเหลือแก่นเพลิงพิภพให้ใช้
ทว่าแก่นเพลิงพิภพพวกนั้นก็คือรากฐานของสำนักอาวุธ หากขุดเอา มาจนเกลี้ยงเมื่อไหร่จะเป็นเหตุให้ผู้ฝึกลมปราณสำนักอาวุธไม่สามารถใช้ ไฟใต้ดินมาหล่อหลอมอาวุธวิเศษได้
นอกจากอาณาจักรต้าฮวางแล้ว ดินแดนดาวตกก็เหลือแค่ตำหนักเทพ เพลิงเท่านั้นที่ยังพอจะมีพลังงานความร้อนจำนวนมากให้เกราะมังกร เพลิงใช้
หากเปลี่ยนมาเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่กล้าไปที่ตำหนักเทพเพลิง
หากเขากล้าถือเกราะมังกรเพลิงไปที่ตำหนักเทพเพลิง และไปเก็บ แก่นเพลิงพิภพ เซี่ยอี้ต้องสังหารเขาด้วยความสำราญใจและยึดเอาเกราะ มังกรเพลิงไปเป็นของตน
ทว่าวันนี้แตกต่างกับในอดีต เทพเพลิงตายไปแล้ว ฐานะของเขาก็คือ ผู้พิชิตฟูาดินแห่งนี้ นี่จึงทำให้เขามีความกล้าที่มากพอ
เมื่อเขาบอกกับตระกูลเหลยว่าจะไปตำหนักเทพเพลิงเพื่อไปเก็บแก่น เพลิงพิภพ ตระกูลเหลยย่อมไม่มีทางคัดค้าน ทั้งยังจะส่งตัวเหลยเทียนหง มาร่วมเดินทางกับเขาด้วย
เนี่ยเทียนกังวลว่าเหลยเทียนหงจะมองออกถึงความมหัศจรรย์ของ เกราะมังกรเพลิงจึงปฏิเสธความหวังดีของตระกูลเหลยไป แต่ไหว้วานให้ เจินฮุ่ยหลันที่ฝึกธาตุเปลวเพลิงเหมือนกันไปเป็นเพื่อนแทน
เจินฮุ่ยหลันตอบรับอย่างยินดี ทั้งยังพาเผยฉีฉีและหลี่เหย่เดินทางผ่าน ค่ายกลของนครฮวางตรงดิ่งไปยังอาณาจักรอั้นหมิง
เมื่อเนี่ยเทียนโดยสายเรือสายฟูามาปรากฏตัวอยู่เหนือตำหนักเทพ เพลิงก็สังเกตเห็นว่าผู้ฝึกลมปราณของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียน กำลังถอนกำลังออกจากตำหนักเทพเพลิง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งได้รับข่าวเมื่อไม่นานมานี้
ในบรรดาคนที่ถอนกำลังออกมามีเหลยเจ๋อหลานชายของเหลยเจิ้นอวี่ ซึ่งก็คือคู่หมั้นของอวี๋เวยรวมอยู่ด้วย
เหลยเจ๋อไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเนี่ยเทียน เขาขดตัวอยู่ในอาวุธ วิเศษประเภทบินลำหนึ่งที่ล้อมวนไปด้วยสายฟูา ทั้งยังเอ่ยเร่งรัดให้ผู้ฝึก ลมปราณของภูเขาสายฟูารีบกลับออกไปจากที่นี่
เนี่ยเทียนปรายตามองไกลๆ ไปที่เขา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยรั้งตัวเขาเอาไว้
——