ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 688 ส ำรวจต ำหนักเทพเพลิง
“เหลยเจ๋อก็อยู่ด้วย”
หลี่เหย่หัวเราะหึหึ “เนี่ยเทียน เจ้าเด็กนั่นคือคู่หมั้นของอวี๋เวย เกรง ว่าเจ้าคงจินตนาการไม่ออกเลยล่ะว่าก่อนหน้านี้เหลยเจ๋อโอหังถึงเพียง ไหน”
“เหลยเจ๋อและคนของภูเขาสายฟูาน่าจะกำลังตามหาทางเข้าโลกลับ ที่เชื่อมโยงกับตำหนักเทพเพลิงอยู่” เจินฮุ่ยหลันมองเหตุการณ์ออกอย่าง ทะลุปรุโปร่ง “หากไม่ผิดไปจากที่คาดเดาล่ะก็ สิ่งของที่ตำหนักเทพเพลิง เหลือทิ้งไว้ก็น่าจะถูกภูเขาสายฟูาขนย้ายไปเกลี้ยงแล้ว”
เนี่ยเทียนยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศสูง เขาก้มหน้าลงต่ำก็เห็นว่า ตำหนักเทพเพลิงตั้งอยู่ตรงยอดเขาของภูเขาไฟลูกนั้น
การจัดวางและโครงสร้างของตำหนักเทพเพลิงไม่ต่างจากสำนักอาวุธ เท่าใดนัก
ตรงกลางภูเขาไฟก็มีปากถ้ำอยู่มากมายที่ไว้ให้ผู้ฝึกลมปราณของ ตำหนักเทพเพลิงใช้ฝึกตน
เพียงแต่เขาใช้ทิพย์จักษุมองสำรวจรอบด้านอย่างละเอียดกลับเห็นว่า บนยอดเขามีหลุมอยู่ไม่น้อย
หลุมเหล่านั้นเดิมทีน่าจะมีของอะไรตั้งอยู่ ทว่าตอนนี้ของเหล่านั้น หายไปหมดแล้ว
“ค่ายกลใหญ่ของตำหนักเทพเพลิงที่ชื่อว่าปีกแห่งเทพเพลิงคงถูก ภูเขาสายฟูาย้ายไปแล้ว” เจินฮุ่ยหลันยิ้มบางๆ “หลังจากที่เปิดใช้ค่ายกล ใหญ่ของตำหนักเทพเพลิงจะมีปีกแสงเปลวเพลิงปกคลุมสำนักเอาไว้ ลำแสงเปลวเพลิงที่ก่อตัวขึ้นเป็นปีกแห่งเทพเพลิงนั้นทำมาจากหินเพลิง ฟูาที่หาได้ยากอย่างถึงที่สุด”
“หินเพลิงฟูาก็คือหินประหลาดธาตุเพลิงที่เกิดขึ้นรอบตัวของสัตว์ เพลิงฟูาเวลาที่มันสูดและพ่นเพลิงฟูามาจากจุดลึกของทางช้างเผือก”
“หินประหลาดประเภทนี้ เดิมทีไม่ควรปรากฏอยู่ในดินแดนดาวตก แต่ก็ไม่รู้ว่าเซี่ยอี้ใช้วิธีการใดถึงหามาได้ไม่น้อย”
“หินเพลิงฟูาระดับไม่ต่ำ เสาหินเหล่านั้นสลักค่ายกลเปลวเพลิงเอาไว้ เป็นจำนวนมาก แต่ละเสาล้วนมีมูลค่าไม่ธรรมดา ภูเขาสายฟูาย้ายเอาหิน เพลิงฟูาไป หากมีผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับเปลวเพลิงเอามาจัดสร้างใหม่อีก ครั้ง บางทีก็อาจจะสร้างค่ายกลปีกแห่งเทพเพลิงขึ้นมาได้ใหม่”
มองออกว่าเจินฮุ่ยหลันเองก็สนใจหินเพลิงฟูาและปีกแห่งเทพเพลิง มากเหมือนกัน
นางเชี่ยวชาญพลังเปลวเพลิง อีกทั้งยังฝึกเวทห้วงมิติเพิ่มเติม และก็ ด้วยเหตุนี้ เส้นทางการฝึกบำเพ็ญตนของนางจึงใช้เวลายาวนานยิ่งกว่า ฉีป๋ายลู่และจ้าวซานหลิง
ซวี่อิงหลงอาจารย์ของนางคือยอดฝีมือแห่งดินแดนดาวตกในยุคก่อน แล้วก็เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติกับเวทลับเปลวเพลิงเช่นเดียวกับนาง
ซวี่อิงหลงถ่ายทอดเวทลับเปลวเพลิงให้กับฉีป๋ายลู่ สอนให้เขาหลอม อาวุธ ทว่าฉีป๋ายลู่กลับไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทลับห้วงมิติ จึงมุ่งมั่นอยู่กับ การหลอมอาวุธเพียงอย่างเดียว ทุกวันนี้เขาคือผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ ช่วงกลาง
จ้าวซานหลิงเรียนรู้เวทลับห้วงมิติมาจากมือของซวี่อิงหลง แม้ว่าจ้าว ซานหลิงเองก็จะหลอมอาวุธเป็น ทว่าการหลอมอาวุธของเขาล้วนใช้หิน วิเศษธาตุเปลวเพลิงและเพลิงพิภพใต้ดินเป็นหลัก ตัวเขาเองไม่มีธาตุไฟ ให้ใช้
นี่จึงเป็นเหตุให้จ้าวซานหลิงละทิ้งการฝึกธาตุเปลวเพลิง มุ่งมั่นอยู่กับ การฝึกเวทลับห้วงมิติอย่างเดียว
เมื่อมาถึงช่วงท้ายของการฝึกตน จ้าวซานหลิงก็ละทิ้งความถนัดด้าน การหลอมอาวุธไปหมด
จ้าวซานหลิงตั้งใจฝึกตน วันนี้จึงกลายมาเป็นผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ ช่วงท้าย ในมือครอบครองเจดีย์ซวีหลิง วันหน้าต้องกลายมาเป็นบุคคลที่ คู่ควรแก่การจับตามองที่สุดในดินแดนดาวตก
มีเพียงเจินฮุ่ยหลันเท่านั้นที่สืบทอดวิชาทุกแขนงมาจากซวี่อิงหลง ไม่ ว่าจะเป็นหลอมอาวุธ ธาตุเปลวเพลิง หรือเวทลับห้วงมิติ
ทว่าเนื่องจากวิชาที่ฝึกฝนปะปนกันมากเกินไปจึงทำให้เจินฮุ่ยหลันถูก พันธนาการอยู่ในเขตลี้ลับมานานมาก ก่อนหน้านี้ไม่นานนางเพิ่งจะเลื่อน สู่เขตวิญญาณอย่างยากลำบาก
แท้จริงแล้วนางเองก็ตระหนักได้ว่าอายุขัยของมนุษย์มีจำกัด หาก สมาธิวอกแวกเกินไป วันหน้าก็จะยิ่งลำบากกับตัวเอง
และก็ด้วยเหตุนี้ นางจึงรับลูกศิษย์ไว้สองคนคือหลี่เหย่และเผยฉีฉี คน หนึ่งได้รับการถ่ายทอดการหลอมอาวุธและธาตุเปลวเพลิง อีกคนหนึ่งนั้น นางสอนเวทลับห้วงมิติ
“เนี่ยเทียน การเลื่อนขั้นของเจ้าถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องช้ากว่าคน อื่น ทางที่ดีเจ้าควรเตรียมใจไว้บ้าง” เจินฮุ่ยหลันมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ “เจ้าเห็นมั้ย เจ้าเจอโชคดีมากมายขนาดนั้น ทั้งยังมุมานะมากกว่าคนอื่น แล้วก็ไม่เคยขาดแคลนวัตถุดิบวิเศษและหินวิเศษ ทว่าจนถึงตอนนี้เจ้าก็ยัง มีเขตแค่ต้นสวรรค์ช่วงท้ายเท่านั้น ขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็เลื่อนสู่เขตสามัญ แล้ว”
“เจ้าเห็นหลี่เหย่ ฉีฉีไหม พวกเขาต่างก็เลื่อนสู่เขตสามัญเร็วกว่าเจ้า”
“ต่งลี่ ฉินแยนและพวกต่งปุายเจี๋ยที่พอชนต่างเผ่าล่าถอยกลับไป พวกเขาก็พากันฝุาทะลุขั้นและกลายมาเป็นเขตสามัญได้สำเร็จ”
“ข้ารู้ว่าเจ้าฝึกตนลำบากกว่าคนอื่น ประสบพบเจออะไรมามากมาย ทั้งยังโชคดีเทียมฟูา แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้เจ้าก็ยังช้ากว่าพวกเขาก้าวหนึ่ง”
“หลังจากนี้ไป ความเร็วในการฝุาทะลุขั้นของเจ้าก็จะยังคงเป็น เช่นนี้”
“ข้ากังวลว่าหากเจ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งจะได้รับขีดจำกัดด้าน อายุขัย ที่พวกผู้เฒ่าตระกูลต่งและจงเจิงร้อนใจอยากให้เจ้าเลื่อนสู่เขต สามัญได้เร็วๆ ก็เพราะกังวลเรื่องนี้”
เจินฮุ่ยหลันปรารถนาดีกับเนี่ยเทียนอย่างแท้จริง นางสรุปรวมความ พิเศษของร่างกายตัวเองแล้วไขข้อข้องใจให้กับเนี่ยเทียน เพื่อให้เนี่ยเทียน เตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
“ผู้อาวุโสเจิน สภาพการณ์ของตัวข้า ข้ารู้ชัดเจนดี” เนี่ยเทียนหัวเราะ เบาๆ “วางใจเภอะ ข้าไม่มีทางเจอปัญหาเรื่องอายุขัยแน่นอน”
กล่าวจบเขาก็แอบมองเผยฉีฉีแวบหนึ่ง
เผยฉีฉีรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น ในร่างของเขามีสายเลือดที่ พิเศษไหลวน การดำรงอยู่ของสายเลือดทำให้อายุของเขาอยู่เหนือการ พันธนาการที่ฟูาดินมีต่อเผ่ามนุษย์ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลกับเรื่องที่ อายุขัยไม่มากพอ
เผยฉีฉีเข้าใจในจุดนี้ ทว่าเจินฮุ่ยหลันยังคงเป็นกังวลแทนเขา นี่ หมายความว่าเผยฉีฉีไม่เคยบอกข้อมูลนี้ให้กับอาจารย์ของนางรู้
“เจ้าไม่มีทางถูกพันธนาการด้านอายุขัยงั้นหรือ?” เจินฮุ่ยหลันตะลึง ลาน นางนิ่งคิดไปครู่ก็พลันกระจ่างแจ้ง “ข้าเข้าใจแล้ว! ปีนั้นตอนที่อยู่ อาณาจักรต้าฮวาง เจ้าคงได้ผลไม้แห่งชีวิตมาเกินสองลูกสินะ?”
นางเข้าใจความหมายในคำพูดของเนี่ยเทียนผิดไป หลงคิดไปว่าที่เนี่ย เทียนบอกว่าตัวเองไม่เป็นกังวลด้านอายุขัยก็เพราะคุณความชอบจาก ผลไม้แห่งชีวิต
และเนี่ยเทียนเองก็เคยเอาผลไม้แห่งชีวิตหนึ่งผลมาจากพื้นที่พิเศษที่มี ต้นไม้แห่งชีวิตงอกงามมาผสานรวมเข้ากับในร่างกายของตัวเอง และทำ ให้พรสวรรค์อย่างใหม่ของสายเลือดถูกปลุกขึ้นมาอย่างแท้จริง
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เจินฮุ่ยหลันวางใจลงได้ นางพยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า “มิน่าเล่าเจ้าถึงกล้าฝึกพลังต่างธาตุสามชนิดโดยที่ไม่ร้อนใจ แม้แต่น้อย หากไม่มีการพันธนาการด้านอายุขัย ต่อให้ความเร็วในการ เลื่อนขั้นช้าไปหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ยิ่งเจ้ามีพลังมากเท่าไหร่ พลังในการต่อสู้ของเจ้าก็ย่อมแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น”
“นี่หมายความว่าผู้ฝึกลมปราณในระดับเดียวกันย่อมไม่มีทางเป็นคู่ ต่อสู้ของเจ้า”
“เจ้าสามารถโจมตีให้คนที่ขอบเขตสูงกว่าเจ้าพ่ายแพ้ได้ครั้งแล้วครั้ง เล่า สิ่งที่เจ้าอาศัยก็คือความพิเศษของตัวเจ้าเอง”
เนี่ยเทียนยิ้ม ไม่อธิบายอะไร เพียงพูดว่า “ข้าจะลงมือแล้ว”
เกราะมังกรเพลิงพลันบินออกมาจากในแหวนเก็บของ
เสื้อเกราะที่เป็นสีแดงฉานดั่งเพลิงลอยนิ่งอยู่กลางอากาศเหนือ ตำหนักเทพเพลิง พื้นผิวภายนอกของเกราะมีลวดลายเปลวเพลิงจำนวน นับไม่ถ้วนคล้ายงูไฟหลายตัวที่เลื้อยขยุกขยิก ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็น ค่ายกลเปลวเพลิงลึกลับ
เขาที่มีความเชื่อมโยงอันลึกลับกับเกราะมังกรเพลิงหรี่ตาลงรับสัมผัส เล็กน้อยก็สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นและลิงโลดของเกราะมังกรเพลิง
เขาเองก็รู้ว่าเวลานี้วิญญาณวัตถุในแกนเลือดของเกราะมังกรเพลิง กำลังใช้วิธีการที่พิเศษตามหาต้นกำเนิดพลังเปลวเพลิงที่มีประโยชน์ต่อตัว มันเอง
“แปลก แปลกจริงๆ…”
เจินฮุ่ยหลันมองลวดลายเปลวเพลิงมากมายที่อยู่บนเสื้อเกราะตาไม่ กะพริบ จุดลึกในดวงตาค่อยๆ มีประกายเปลวเพลิงเปล่งวาบ
นางรวบรวมพลังจิตวิญญาณจับตามองลวดลายเปลวเพลิงเหล่านั้น อย่างละเอียด ยิ่งมองก็ยิ่งตกตะลึง “ข้าเพิ่งเคยเห็นอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยง วิญญาณที่มีชื่อเสียงระบือไปทั่วดินแดนดาวตกชิ้นนี้เป็นครั้งแรก วัตถุชิ้น นี้ลึกลับยิ่งกว่าที่ข้าคาดคิดไว้มากมายนัก”
“ค่ายกลเปลวเพลิงที่แปรเปลี่ยนมาจากลวดลายบนพื้นผิวของเสื้อ เกราะ ข้ากลับไม่รู้จักเลยสักอย่างเดียว”
“ข้าเองก็เป็นอาจารย์หลอมอาวุธเหมือนกัน อีกทั้งยังเชี่ยวชาญพลัง เปลวเพลิง แต่ขนาดข้ายังไม่รู้ว่าลวดลายเปลวเพลิงพวกนั้นนาบประทับ ลงไปด้วยวิธีการใด แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกมันเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีการ โคจรเช่นไร”
“ที่ทำให้ข้าตะลึงที่สุดก็คือตรงหน้าอกของเสื้อเกราะมังกรเพลิงที่ฝัง แกนเลือดนั้นเอาไว้ยังมีคลื่นห้วงมิติที่ลึกลับซุกซ่อนอยู่ด้วย! เกราะมังกร เพลิงชิ้นนี้เป็นอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณธาตุเปลวเพลิงไม่ใช่หรือ เหตุใดตรง แกนเลือดถึงมีคลื่นห้วงมิติเกิดขึ้นมาได้?”
เนี่ยเทียนตัวสั่นน้อยๆ
หลังจากที่แกนเลือดของเกราะมังกรเพลิงสะสมพลังงานความร้อน มากพอก็สามารถแหวกรอยแยกห้วงมิติพาเขาเข้าไปยังฟูาดินแห่งนั้น
ความลับนี้มีคนรู้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น
เจินฮุ่ยหลันเพียงแค่มองไม่กี่ทีก็วิเคราะห์ได้ว่าตรงแกนเลือดของ เกราะมังกรเพลิงมีคลื่นห้วงมิติกระเพื่อมไหว เกรงว่านางคงมองออกแล้ว ว่าเกราะมังกรเพลิงไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตุ เพลิง
“ฟิ้ว!”
ไม่รอให้นางตรวจสอบความลี้ลับอย่างละเอียด เกราะมังกรเพลิงก็ พลันกลายร่างเป็นลำแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งที่พุ่งเข้าไปยังช่องทางซึ่ง เชื่อมโยงไปยังจุดลึกใต้ดิน
เนี่ยเทียนอาศัยความเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับเกราะมังกรเพลิงคอย รับสัมผัสตลอดเวลาที่เกราะมังกรเพลิงบินลงไปข้างล่าง
สิบกว่าวินาทีหลังจากนั้น เกราะมังกรเพลิงที่กลายร่างเป็นลำแสง เปลวเพลิงก็ลอดทะลุชั้นหินไปอยู่ในพื้นที่ร้อนระอุแห่งหนึ่ง
“ผู้อาวุโสเจิน จุดลึกใต้ดินของตำหนักเทพเพลิงไม่ได้เชื่อมโยงไปยัง เปลวเพลิงใต้พิภพ แต่เชื่อมโยงไปยังสายแร่วิเศษสายหนึ่ง” เนี่ยเทียนรับ สัมผัสพลางพูดไปด้วย “ในสายแร่เส้นนั้น หินวิเศษเปลวเพลิงจับตัวกัน เป็นผลึก ในผลึกมีห้องลับแห่งหนึ่ง น่าจะเป็นที่ที่เซี่ยอี้ใช้ฝึกตน”
“เอ๊ะ! ไม่ถูกสิ ผิดปกติ!”
——