ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 689 ห้องหลอมอำวุธของชนต่ำงเผ่ำ
เจินฮุ่ยหลันถามขึ้นด้วยความแปลกใจ “มีอะไรหรือ?”
เนี่ยเทียนหลับตาสื่อสารกับวิญญาณวัตถุ ขณะที่เขารวบรวมสมาธิ สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ค่อยๆ ส่องแสงเจิด จ้าบาดตา
พลังจิตวิญญาณที่มาจากสะเก็ดดาวเก้าดวงแทรกซึมเข้าหาวิญญาณ วัตถุในแกนเลือด เมื่อมีวิญญาณวัตถุ เขาก็เหมือนได้อยู่ในห้องลับใต้ดิน นั้นด้วยตัวเอง
ห้องลับนั้นสร้างขึ้นมาจากสายแร่ ใช้ผลึกเปลวเพลิงมาก่อขึ้นเป็นห้อง และด้านในวางวัตถุบางอย่างเอาไว้
“พวกเราลงไปดูกัน”
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงลืมตาขึ้น ก่อนจะบินไปยังยอดภูเขาไฟแล้ว ทะยานเข้าไปในตำหนักหินสีแดง
ชั้นสุดท้ายของตำหนักหินมีช่องทางหินเส้นหนึ่งที่ภูกเกราะมังกรเพลิง ขุดเจาะเอาไว้ เนี่ยเทียนพาพวกเจินฮุ่ยหลันสามคนบินทะยานไปตาม ช่องทางนั้น
ไม่นานนักเขาก็มาโผล่ตรงพื้นดินเบื้องใต้ของภูเขาไฟ มายังห้องลับที่ เกราะมังกรเพลิงอยู่
ห้องลับภูกสร้างขึ้นมาจากผลึกเปลวเพลิง เกราะมังกรเพลิงลอยตัวอยู่ ในห้องหิน ลวดลายเปลวเพลิงบนพื้นผิวของเสื้อเกราะขยับไหวไม่อยู่นิ่ง
แสงสีแดงเป็นกลุ่มๆ ภูกเกราะมังกรเพลิงดึงออกมาจากในผลึกเปลว เพลิง ครั้นจึงภูกแกนเลือดเขมือบกลืนไปทีละนิด
เนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียดก็เห็นว่าในผลึกเปลวเพลิงของห้องหินมี พลังงานความร้อนเหมือนลาวาไหลบ่าอยู่ซึ่งลาวาที่เดือดปะทุนั้นแฝงเร้น ไว้ด้วยพลังงานความร้อนที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด
ห้องหินที่กว้างขวางวางชั้นหินที่ใช้ในการหลอมอาวุธจำนวนไม่น้อย และยังมีเตาหลอมสีส้มแดงอยู่อีกใบหนึ่ง
เตาหลอมเหมือนผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้องหิน พลังงานความ ร้อนที่อยู่ในผลึกเปลวเพลิงเองก็ใช้วิธีการเฉพาะบางอย่างมาผสานรวมเข้า ไปในเตาหลอม
กลางเตาหลอมมีลาวาเดือดปุดๆ เปลวเพลิงระริกไหวทำให้ในห้องมี อุณหภูมิร้อนสูง
บนพื้นผิวของเตาหลอมที่มหัศจรรย์นั้นสลักรูปผีร้าย วิญญาณและ อักขระของอสูรกายเอาไว้มากมาย เห็นได้ชัดว่าเป็นเตาหลอมที่อสูรกาย ใช้หลอมอาวุธ
“สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่อาจารย์หลอมอาวุธคนหนึ่งของเผ่า อสูรกายใช้หลอมอาวุธ” เจินฮุ่ยหลันอุทานเบาๆ ก่อนจะหันมาอธิบายให้ เนี่ยเทียนฟัง “หากในร่างของเผ่าอสูรกายไม่มีพลังงานเปลวเพลิง และถ้า คิดจะหลอมอาวุธก็ทำได้เพียงอาศัยต้นกำเนิดเปลวเพลิงที่พิเศษเท่านั้น”
“เบื้องใต้ห้องหลอมหินแห่งนี้น่าจะสลักค่ายกลที่พิเศษเอาไว้ ทำให้ มันสามารถดูดซับพลังงานความร้อนจากในผลึกเปลวเพลิงและดึงเอามา ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง”
“พลังต้นกำเนิดเปลวเพลิงของเตาหลอมสามารถนำมาใช้หลอมอาวุธ และสามารถนำมาใช้ฝึกตน”
“ที่เซี่ยอี้สามารถเลื่อนขั้นได้เร็วขนาดนี้ มีความเป็นไปได้แปดถึงเก้า ส่วนว่าอาศัยต้นกำเนิดของพลังความร้อนจากในเตาหลอม”
“ฟูุวๆ!”
เปลวเพลิงหลายเส้นภูกเกราะมังกรเพลิงดึงออกมาจากในผลึกเปลว เพลิงแล้วผสานรวมเข้ากับแกนเลือด
ทว่าต้นกำเนิดเปลวเพลิงที่ภูกชุบหลอมอยู่ในเตาหลอมกลับไม่ได้รับ การชักนำจากเกราะมังกรเพลิง
เนี่ยเทียนตะลึงงัน เดินเข้าไปใกล้เตาหลอม พยายามจะใช้พลังจิตรับ สัมผัสกับความมหัศจรรย์นั้น
พลังจิตกลุ่มหนึ่งของเขายังไม่ทันแตะโดนเตาหลอม สมองของเขาก็ พลันปวดร้าวเสียก่อน
ผีร้ายและวิญญาณมากมายที่ภูกสลักไว้บนพื้นผิวของเตาหลอม เหมือนจะเปลี่ยนมาเป็นมีชีวิตชีวา
“อย่าวู่วาม!” เจินฮุ่ยหลันรีบเอ่ยห้าม “เตาหลอมใบนี้ที่อสูรกายใช้ หลอมอาวุธยังมีวิญญาณร้ายให้การปกปูอง ขอบเขตของเจ้าต่ำเกินไป ยัง ไม่เลื่อนสู่เขตสามัญ อย่าได้ทดลอง”
“มีวิญญาณปกปูอง…” เนี่ยเทียนหัวเราะหยัน
“อสูรกายมีความรู้ด้านวิญญาณสูงเกินกว่าเผ่าพันธุ์ใด” เจินฮุ่ยหลัน ขมวดคิ้วน้อยๆ “ช่วงแรกเริ่มสุด อาณาจักรอั้นหมิงก็คือถิ่นของอสูรกาย ผู้ก่อตั้งของวังวิญญาณเองก็ค้นพบซากโบราณสถานของอสูรกายใน อาณาจักรอั้นหมิง มีความรู้ที่พิเศษต่อด้านจิตวิญญาณ ถึงได้ก่อตั้งวัง วิญญาณขึ้นมา”
“นึกไม่ถึงว่าเซี่ยอี้เองก็จะค้นพบห้องหลอมอาวุธของเผ่าอสูรกายใน อาณาจักรอั้นหมิงเหมือนกัน แถมยังปิดบังไม่บอกใคร อาศัยเตาหลอมมา รวบรวมต้นกำเนิดเปลวเพลิงแล้วแอบฝึกตนอยู่เงียบๆ”
“อาวุธอสูรที่อสูรกายหลอมออกมาจำเป็นต้องใช้เปลวเพลิงถึงจะ สร้างสำเร็จ เมื่อสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เผ่าอสูรกายก็จะมอบค่ายกล จิตวิญญาณที่พิเศษให้กับอาวุธอสูร วิญญาณ ผีร้ายที่อยู่ในเตาหลอม น่าจะเป็นค่ายกลจิตวิญญาณที่อาจารย์หลอมอาวุธของเผ่าอสูรกายสลักไว้ เพื่อช่วยในการหลอมอาวุธของตัวเอง”
ระหว่างที่พูดนางก็พลันชี้นิ้วไปแตะที่เตาหลอม
“ฟุูบ!”
ปลายนิ้วของนางมีแสงเปลวเพลิงสาดส่อง ผีร้ายมากมายบนพื้นผิว ของเตาหลอมที่ภูกปลายนิ้วของนางแตะไปโดนพลันร้องคำรามไร้เสียง
หน้าของนางเปลี่ยนสีไปน้อยๆ ดวงตามีประกายของความตกตะลึง วาบผ่าน รีบหดมือกลับ ร้องอุทานเบาๆ “ร้ายกาจ! ผีร้ายที่สลักอยู่บน พื้นผิวของเตาหลอมน่ากลัวอย่างยิ่ง ขนาดข้าก็ยังต้านรับไม่ไหว”
“ข้าเดาเอาว่าแม้แต่เซี่ยอี้เองก็ยังมองความมหัศจรรย์ของเตาหลอมนี่ ไม่ออก เขาคงแค่ใช้เตาหลอมมารวบรวมพลังเปลวเพลิงเพื่อเพิ่มขอบเขต ของตัวเองให้สูงขึ้นเท่านั้น”
หลี่เหย่พูดขึ้นกะทันหันว่า “อาจารย์ ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภานั่นจะภูก หลอมขึ้นมาจากเตาหลอมประเภทนี้ด้วยหรือไม่?”
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา!” เผยฉีฉีที่เงียบไปนานก็พลันแสดงความ สนใจ
“มีความเป็นไปได้มาก!” เจินฮุ่ยหลันร้องอุทาน “ปืนใหญ่ผลึกแหวก นภามาจากเรือรบทางช้างเผือก และเรือรบทางช้างเผือกลำนั้นก็บินขึ้นมา จากอาณาจักรอั้นหมิง ในเมื่อสถานที่แห่งนี้คือสถานที่ที่เผ่าอสูรกายใช้ หลอมอาวุธ ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้มากที่เตาหลอมชิ้นนี้จะหล่อ หลอมปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาขึ้นมา!”
หลี่เหย่กล่าวอย่างตื่นเต้น “ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาหักออกเป็นสาม ท่อน ด้วยวิธีการหลอมอาวุธของเผ่ามนุษย์เราบางทีคงยากจะซ่อมแซมได้ หากสามารถยืมใช้เตาหลอมนี้มาซ่อมแซมปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาให้ กลับมาดีดังเดิมอีกครั้ง แบบนั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลย”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ ก่อนพูดว่า “ในเรือรบทางช้างเผือกลำนั้นไม่ได้มีแค่ ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาเท่านั้น ยังมีวัตถุอีกอย่างหนึ่งด้วย”
กล่าวจบเขาก็หยิบเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาจากในแหวนเก็บของ ของตัวเอง
เมื่อไข่มุกวิญญาณมืดปรากฏ เตาหลอมที่อสูรกายใช้หลอมอาวุธก็มี แสงไฟระเบิดออกมาดัง “ปัง”
ไม่เพียงเท่านี้ ผีร้ายที่สลักไว้บนพื้นผิวของเตาหลอมก็เหมือนจะได้รับ การชักนำจากไข่มุกวิญญาณมืด
ผีและวิญญาณร้ายที่ไม่รู้ว่าภูกผนึกไว้ในเตาหลอมมากมายเท่าไหร่ แผดเสียงร้องดิ้นรนทำท่าจะพุ่งออกมา
ไข่มุกวิญญาณมืดที่ภูกเนี่ยเทียนควบคุมไว้ในมือก็พลันบินเข้าไปหา เตาหลอม อีกทั้งยังจมลงไปในต้นกำเนิดเปลวเพลิงนั่นด้วย
พอไข่มุกวิญญาณมืดเข้าไปอยู่ข้างในนั้น ผีร้ายที่ร้องคำรามพยายาม ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งก็พลันนิ่งสงบ
หลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็เห็นว่าภาพผีร้ายที่สลักไว้บนพื้นผิวของเตา หลอมได้ค่อยๆ ดับแสงและจางหายไปในที่สุด
“ไข่มุกเม็ดนั้นดูดเอาวิญญาณที่ภูกปิดผนึกไว้ไปหมดแล้ว!” เจินฮุ่ยห ลันร้องอุทานด้วยความตกใจ
“เนี่ยเทียน! รีบเก็บเอาวัตถุชิ้นนี้กลับไปเร็วเข้า!” หลี่เหย่ตกใจจน สะดุ้งโหยง กลัวว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติเกิดขึ้นจึงรีบเอ่ยเร่ง เร้า
เผยฉีฉีเองก็มีสีหน้าตกใจ
“ไม่เป็นไร” เนี่ยเทียนไม่ได้รีบร้อน เขามองเห็นว่าเกราะมังกรเพลิง ยังคงดูดซับพลังเปลวเพลิงจึงวางใจลงได้
ปีนั้นไข่มุกวิญญาณมืดไล่ล่าเขาไม่ปล่อย เดือดร้อนให้เขาต้องอาศัย เกราะมังกรเพลิงพาหนีเข้าไปอยู่ในฟูาดินลึกลับ ซึ่งไข่มุกวิญญาณมืดก็ยัง ตามเขาเข้าไปในนั้น
ทว่าเมื่ออยู่ในฟูาดินแห่งนั้น เกราะมังกรเพลิงได้ใช้พลังงานความร้อน และค่ายกลใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวกันของโครงกระดูกมังกรมาชุบ หลอมไข่มุกวิญญาณมืด เผาผลาญวิญญาณร้ายทั้งหมดที่อยู่ในไข่มุก วิญญาณมืดให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนจะรวบรวมขึ้นเป็นพลังจิตวิญญาณ อันบริสุทธิ์ ทั้งยังทำให้มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขามีสะเก็ดดาวเพิ่ม ขึ้นมาอีกสองดวง
ในเมื่อเกราะมังกรเพลิงยังคงดูดซับเอาพลังงานความร้อนไม่หยุด เขา ก็เชื่อว่าไข่มุกวิญญาณมืดไม่มีทางเล่นลูกไม้อะไรได้ ดังนั้นจึงไม่เป็นกังวล
ไม่เพียงเท่านี้ พอลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาก็หยิบเอาหัวกะโหลกหัวหนึ่ง ออกมาจากในแหวนเก็บของ รวมไปถึงผลึกปริซึมชิ้นหนึ่งก็ภูกเขาหยิบ ออกมาด้วย
“ผู้อาวุโสเจิน หัวกะโหลกนี้ภูกค้นพบที่วังวิญญาณ ด้านในยังมีซาก วิญญาณของอสูรกายภูกผนึกเอาไว้”
“ตอนที่ข้าลงไปยังผืนแผ่นดินเบื้องล่างอันเป็นมาตุภูมิของเผ่าอสูร กาย ผลึกปริซึมชิ้นนี้ได้ภูกข้าดึงเอามาจากหว่างคิ้วของอสูรกายคนหนึ่ง ศพของอสูรกายตนนั้นภูกกาลเวลาหลายหมื่นปีกัดก่อน ร่างกายไม่เหลือ
ปราณเลือดแม้แต่เสี้ยวเดียว พอแตะร่างก็แหลกสลาย มีเพียงผลึกกลาง หว่างคิ้วชิ้นนี้ที่เหลืออยู่”
เขาเล่าเรื่องความเป็นมาของหัวกะโหลกและผลึกปริซึมให้เจินฮุ่ยหลัน ฟังอย่างละเอียด ก่อนจะส่งสิ่งของทั้งสองอย่างไปให้กับเจินฮุ่ยหลัน หมายจะให้เจินฮุ่ยหลันช่วยดูความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ภายใน
ไข่มุกวิญญาณมืด หัวกะโหลก ผลึกปริซึมต่างก็มาจากเผ่าอสูรกาย
วัตถุทั้งสามชิ้นนี้ภูกเขาเก็บเอาไว้มานานหลายปี และก็เคยสำรวจมัน มาก่อน
นอกจากรู้ว่าไข่มุกวิญญาณมืดสามารถรวบรวมพลังจิตวิญญาณ และ ด้านในมีแผนที่ของดินแดนปราการดวงดาวแล้ว ของอีกสองอย่างที่เหลือ เขาล้วนดูไม่ออก
เจินฮุ่ยหลันคือหนึ่งในอาจารย์หลอมอาวุธที่มีชื่อเสียงที่สุดในดินแดน ดาวตก เขาจึงอยากรู้ว่าเจินฮุ่ยหลันจะไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ได้หรือไม่
“ผู้อาวุโสเจิน โปรดระวังหน่อย วิญญาณที่อยู่ด้านในหัวกะโหลกนั้น ปรารถนาอยากครอบครองผลึกปริซึมขนาดเท่าเล็บมือนั่นมาก ดูเหมือน ผลึกใสชิ้นเล็กๆ นั่นจะมีพลังดึงดูดไร้ที่สิ้นสุด ท่านอย่าให้มันสมหวัง เด็ดขาด” เนี่ยเทียนรีบเอ่ยกำชับ
เจินฮุ่ยหลันมือหนึ่งถือหัวกะโหลก อีกมือหนึ่งถือผลึกใส นางรับสัมผัส อยู่ชั่วครู่ก็มองออกว่าวิญญาณในหัวกะโหลกเป็นอย่างที่เนี่ยเทียนบอกไว้ จริง มันพยายามจะฝุาออกจากเขตอาคมทางจิตวิญญาณที่เนี่ยเทียนสร้าง ไว้ หมายจะบินออกมาช่วงชิงผลึกใสนั่น
“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ” เจินฮุ่ยหลันเอ่ยชมไม่ขาดปาก
——