ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 691 สี่ยุคสมัย!
“เผ่าวิญญาณโบราณ!”
คำพูดของวิญญาณวัตถุทำให้เนี่ยเทียนตะลึงลานอย่างหนัก เขาไม่เคย รู้ว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ มังกรยักษ์ และเทพยักษ์ค้ำฟูาต่างก็ภูกเรียกรวมกัน เป็นชนเผ่าหนึ่ง
“เผ่าวิญญาณโบราณที่ว่านั้นอยู่ในยุคสมัยไหน?” เนี่ยเทียนถามอีก ครั้ง
“นายท่าน อันที่จริงข้าเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก หากข้ายังเป็นมังกร เพลิงตัวหนึ่ง ความทรงจำไม่ได้ภูกลบเลือน ไม่ได้เป็นแค่วิญญาณวัตถุ ข้า จะบอกท่านได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ข้าเป็นเพียงแค่วิญญาณวัตถุดวงหนึ่ง เท่านั้น ตอนที่ข้าภูกชุบหลอมให้ผสานรวมเข้ามาอยู่ในเสื้อเกราะตัวนี้ ความทรงจำที่นาบอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณข้าแทบจะหายไปหมด ตามการชุบหลอมนั่น”
“วิญญาณวัตถุมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัววัตถุ ไม่จำเป็นต้องอาศัยความทรง จำมากเท่าไหร่นัก”
ขณะที่วิญญาณวัตถุกำลังสื่อสารอยู่กับเนี่ยเทียน เนี่ยเทียนก็คิดตาม อย่างละเอียด แล้วเขาก็มองเห็นได้รำไรว่าในแกนเลือดเหมือนจะมีมังกร เพลิงตัวหนึ่งที่ย่อขนาดเล็กลงนับพันนับหมื่นเท่า เป็นเหมือนแสงเพลิง เส้นหนึ่งที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่ง
เขาจึงเข้าใจได้ทันทีว่าแสงไฟที่เป็นรูปมังกรนั้นก็คือวิญญาณวัตถุ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ลองบอกเรื่องที่เจ้ารู้แก่ข้าเถอะ”
“ข้ารู้แค่ว่า ก่อนยุคสมัยนี้ยังมียุคสมัยที่ยาวนานยิ่งกว่าอีกสามสมัย ยุคสมัยแรก ข้าจำไม่ได้แล้ว และบางทีมันอาจจะไม่เคยปรากฏในความ ทรงจำของข้ามาก่อน”
“ยุคสมัยของเผ่าวิญญาณโบราณของเราเรียกว่ายุคบรรพกาล นั่นคือ ยุคที่สอง”
“ยุคบรรพกาล เผ่าวิญญาณโบราณของเราของเราคือนายแห่งท้องฟูา มากหมู่ดาวที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ สัตว์ดึกดำบรรพ์ร่างมหึมา มังกร ยักษ์ และเทพยักษ์ค้ำฟูาต่างก็เกิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่ง สามารถ ข้ามผ่านทางช้างเผือกได้ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็กเล็ก”
“ยุคที่สามมีชื่อเรียกว่ายุคโบราณกาล ยุคสมัยนั้นเผ่าใหญ่ๆ อย่าง พวกภูตผีปีศาจ อสูรกาย เผ่าโครงกระดูก ฯลฯ เริ่มที่จะผงาดขึ้นมา พวก เขาต่างก็มีพลังทัดเทียมกับเผ่าวิญญาณโบราณของพวกเรา ครอบครอง ท้องฟูามากหมู่ดาวไร้ที่สิ้นสุดแห่งนี้”
“ยุคสมัยที่สี่ก็คือตอนนี้ ภูกเรียกว่ายุคสมัยใหม่ เผ่ามนุษย์ของพวก ท่านรุ่งโรจน์ และก็เพิ่งเริ่มจากยุคสมัยนี้ที่พวกท่านมีพลังให้ต่อต้านกับชน เผ่าต่างๆ อย่างแท้จริง”
“แต่ต่อให้เผ่ามนุษย์จะแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ทว่าเผ่าวิญญาณ โบราณและชนต่างอื่นๆ ก็ไม่ได้เสื่อมถอย”
“ตอนนี้มีเผ่าพันธุ์มากมายปะปนกัน ต่างฝุายต่างครอบครองดินแดน ดวงดาวที่ต่างกัน เป็นยุคสมัยที่ร้อยบุปผาผลิบานพร้อมกัน”
เนี่ยเทียนหรี่ตามองเหม่อไปยังเกราะมังกรเพลิงที่ลอยตัวอยู่กลาง อากาศ “สี่ยุคสมัย นอกจากยุคสมัยที่หนึ่งซึ่งห่างไกลจนไม่มีอยู่ในความ ทรงจำของเจ้าแล้ว นึกไม่ภึงว่าจะยังมีอีกสามยุคสมัย”
“อืม ในความทรงจำของข้าเหลือเพียงแค่สามยุคสมัยนี้ อีกอย่างข้า เองก็จำได้แค่ชื่อของสามยุคสมัยนั้น ทว่าเหตุการณ์ใหญ่ๆ อะไรที่เกิดขึ้น ในสามยุคสมัยนี้ ข้ากลับไม่รู้แน่ชัด บางทีข้าอาจเคยรู้ แต่ตอนนี้ เมื่อข้า กลายมาเป็นวิญญาณวัตถุ ความทรงจำเหล่านั้นของข้าก็ได้จากข้าไป ตลอดกาล” วิญญาณวัตถุทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง
“ถ้าอย่างนั้น ใครทำให้เจ้ากลายมาเป็นวิญญาณวัตถุล่ะ? ก่อนหน้าข้า เจ้าเคยมีเจ้านายมาแล้วกี่คน?” เนี่ยเทียนถามต่อ
“ก่อนหน้าท่าน ข้าเคยมีเจ้านายมาแล้วสองคน คนที่เปลี่ยนข้าให้ กลายมาเป็นวิญญาณวัตถุ ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ข้าเคยบอกแล้วว่าวันที่ ข้ากลายเป็นวิญญาณวัตถุ ความทรงจำส่วนใหญ่ของข้าก่อนหน้านี้ล้วน หายไปหมด” วิญญาณวัตถุเอ่ยอธิบายเนิบช้า “คนที่เปลี่ยนให้ข้ากลายมา เป็นวิญญาณวัตถุได้มอบข้าให้แก่เจ้านายคนแรก ซึ่งเจ้านายคนแรกดู เหมือนนางจะชื่อว่า…เทพธิดาแห่งเปลวเพลิง”
“ดูเหมือน?” เนี่ยเทียนงงงัน
“ใช่แล้ว ความทรงจำของข้าพร่าเลือนเกินไป ที่ข้าพูดว่าดูเหมือน เป็นเพราะข้าไม่แน่ใจ เพียงแต่ในความทรงจำของข้ามีชื่อนี้อยู่” วิญญาณ วัตถุตอบตามความจริง
“ทำไมแม้แต่ความทรงจำของเจ้านายคนแรก เจ้าก็ไม่มีเหลืออยู่?” เนี่ยเทียนเริ่มสงสัย สงสัยว่าวิญญาณวัตถุกำลังโกหกเขาหรือไม่
“เพราะหลังจากที่เจ้านายคนที่สองของข้าได้ข้ามาก็ชุบหลอมข้าใหม่ อีกครั้ง ตอนที่เขาชุบหลอมข้าก็ได้ลบเลือนความทรงจำที่เกี่ยวกับเจ้านาย คนแรกของข้าไป ให้ข้ากลายมาเป็นเพียงวิญญาณที่บริสุทธิ์ซึ่งรับคำสั่ง จากเขาเพียงผู้เดียว” วิญญาณวัตถุเงียบไปนานภึงพูดขึ้นอีกว่า “ข้ายังภึง ขั้นรู้สึกด้วยว่าเจ้านายคนแรกของข้าภูกเจ้านายคนที่สองสังหาร เขากังวล ว่าข้าจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าแล้วย้อนกลับมาเล่นงานเขา กลัวจะ ทิ้งภัยร้ายไว้เบื้องหลัง จึงลบความทรงจำของทั้งหมดที่เกี่ยวกับเจ้านาย คนแรกของข้าไป”
“แล้วเจ้านายคนที่สองของเจ้าล่ะคือใคร?” เนี่ยเทียนฉุกคิดขึ้นมาได้ “ใช่นายน้อยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า?”
“ไม่ใช่เขา ตอนที่นายน้อยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ได้ข้ามา ข้าแข็งแกร่ง มากพอ ตบะของตัวเขาเองไม่มากพอจะกำราบข้าได้ เดิมทีเขาคิดว่ารอ กลับไปภึงสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์แล้วจะขอร้องให้ผู้แข็งแกร่งของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ชุบหลอมข้า แต่เขากลับภูกคนล้อมสังหารเสียก่อน”
“นายน้อยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยได้ครอบครองข้าอย่างแท้จริง ไม่เคยได้รับการยอมรับจากข้า เขาไม่ใช่เจ้านายคนที่สองของข้า”
“หากเขาได้ข้าไปครองแล้วชุบหลอมข้าอีกครั้ง ข้าก็อาจจะจำไม่ได้ แล้วว่าเจ้านายคนที่สองของข้าคือใคร”
เนี่ยเทียนยิ่งสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ “เอาเภอะ แล้วสรุปว่าเจ้านายคนที่ สองของเจ้าคือใครกันแน่?”
“เขาชื่อว่าผังชื่อเฉิง ความทรงจำที่ข้ามีต่อเขามีแค่สิบปี สิบปีมานี้เขา พาข้าตระเวนไปต่อสู้ทั่วทุกหนแห่ง แต่แทบไม่เคยสื่อสารกับข้าเลย เขา เพียงแค่มองข้าเป็นอาวุธชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้เขาสังหารศัตรูก็เท่านั้น ข้าเองก็ ไม่ค่อยเข้าใจเขาเท่าไหร่ ข้าติดตามเขามาสิบปี จนกระทั่งเขาภูกล้อม โจมตีและตายไปในสนามรบที่ชื่อว่าสุ้ยเมี่ย”
“อ้อ ไม่สิ บางทีเขาอาจจะยังไม่ตาย จิตวิญญาณของเขาโอบอุ้ม ดินแดนของตัวเขาเองพาหนีไปได้สำเร็จ ก่อนจะหนีออกไป เขาใช้พลัง ของตัวเองมากระตุ้นพลังเปลวเพลิงที่ข้าสะสมไว้หลายปีให้ระเบิดออกมา รวดเดียว เขาฉวยโอกาสหนีไป ส่วนข้าก็ตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส”
“ตอนที่ความทรงจำกระจัดกระจายของข้าฟื้นคืนมาอีกครั้ง ข้าก็ตก มาอยู่ในมือของนายน้อยสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์แล้ว ระหว่างนั้นเกิดเรื่องอะไร ขึ้น ข้าไม่รู้สักอย่าง นายน้อยสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ข้าฟื้นพลังคืนมาอีก ไม่น้อย จนข้าค่อยๆ ฟื้นตื่น ตอนที่เขาได้ข้ามาก็เหมือนว่าจะภูกคน จำนวนมากไล่ฆ่า เรือรบทางช้างเผือกที่เขาโดยสารก็ภูกโจมตีจนย่อยยับ”
“เดิมทีข้านึกว่าเขาจะกลายมาเป็นเจ้านายคนที่สามของข้า แต่น่า เสียดายที่เขาตายเสียก่อนโดยที่ยังไม่ทันได้พาข้ากลับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์”
“ความทรงจำของข้าก็มีแค่ช่วงสิบปีที่อยู่กันผังชื่อเฉิง เวลาส่วนใหญ่ ของสิบปีนั้นล้วนเป็นช่วงเวลาที่ผังชื่อเฉิงเรียกข้าออกมาต่อสู้ ส่วนความ ทรงจำกับนายน้อยสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งสั้นเข้าไปอีก เพียงแค่ครึ่งปีเขาก็
ตายแล้ว และข้าก็ใช้พลังที่เหลืออยู่ล่องลอยอยู่ในทางช้างเผือก ระหว่าง นั้นข้าไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และสุดท้ายก็มาตกอยู่ในมือของท่าน”
วิญญาณวัตถุเล่าประสบการณ์ชีวิตที่น่าเศร้าของมันให้เนี่ยเทียนฟัง อย่างละเอียด ทว่าข้อมูลที่เนี่ยเทียนได้รับมากลับมีจำกัดอย่างยิ่ง
ในสายตาของเนี่ยเทียน เกรงว่าเกราะมังกรเพลิงชิ้นนี้…คงเป็นวัตถุที่ ไม่เป็นมงคลเท่าใดนัก
เจ้านายคนแรก เทพธิดาแห่งเปลวเพลิง ภูกผังชื่อเฉิงสังหาร
หลังจากที่ผังชื่อเฉิงชุบหลอมเขาก็ได้ลบเลือนความทรงจำทั้งหมดของ เทพธิดาแห่งเปลวเพลิงทิ้งไป กลายมาเป็นเจ้านายคนที่สองของเขา ทว่า ผังชื่อเฉิงครอบครองเขาแค่สิบปีก็ภูกคนอื่นล้อมสังหารตายไป
ตอนนี้เขาเนี่ยเทียนได้กลายมาเป็นเจ้านายคนที่สามของเกราะมังกร เพลิง…
คิดมาภึงตรงนี้ เนี่ยเทียนก็อดส่ายหัวยิ้มเจื่อนไม่ได้
“อ้อ ใช่แล้ว สถานที่ที่มีเทพยักษ์ค้ำฟูาที่ฝังร่างอยู่ใต้ดิน และมีบรรพ บุรุษมังกรของเจ้าอยู่ มันคือเรื่องอะไรกันหรือ?” เขาคิดอยู่ครู่ก็รีบซักถาม
ในสายตาของเขา พื้นที่ลึกลับแห่งนั้นภึงจะเป็นสถานที่ที่เกราะมังกร เพลิงมีคุณค่าอย่างแท้จริง
เกราะมังกรเพลิงก็คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่พื้นที่ประหลาดแห่งนั้น หากไม่มีเกราะมังกรเพลิง เขาก็เข้าไปที่นั่นไม่ได้
“ที่นั่นน่าจะเป็นสุสานของเผ่าวิญญาณโบราณเรา คนที่ค้นพบที่นั่นก็ น่าจะเป็นคนที่จับข้ามาทำวิญญาณวัตถุ ข้าคือกุญแจสำคัญในการเข้า ออกที่แห่งนั้น เขามอบข้าให้กับเจ้านายคนแรก ข้าเดาเอาว่าคงเป็นเพราะ เขาหวังให้เจ้านายคนแรกของข้าบรรลุความมหัศจรรย์ของที่แห่งนั้น”
“หลังจากที่ผังชื่อเฉิงได้ข้ามาก็คิดอยากแต่จะเข้าไปที่นั่น แต่น่า เสียดายที่ทำไม่สำเร็จ”
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า “ผังชื่อเฉิงผู้นั้นมีตบะอะไร?”
“แดนว่างเปล่าช่วงท้าย”
“แดนว่างเปล่าช่วงท้าย ทำไมภึงเข้าไปไม่ได้?”
“เข้าไปที่นั่นนอกจากจำเป็นต้องใช้พลังเปลวเพลิงที่มากพอแล้ว ยังมี เงื่อนไขอีกอย่างหนึ่ง”
“เงื่อนไขอะไร?”
“ดูเหมือนว่า เจ้านายข้าจำเป็นต้องมีเลือดลมที่เข้มข้น อีกทั้งความ เข้มข้นของเลือดลมนี้ยังต้องมาจากตัวของเจ้านายเกราะมังกรเพลิงเอง ด้วย หากใช้เลือดลมที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งประเภทอื่นจะไม่ สามารถผสานรวมเข้าไปในแกนเลือดได้ ผังชื่อเฉิงเหมือนจะรู้ความลับข้อ นี้ แต่กลับไม่มีคุณสมบัติข้อนี้”
“แม้ผังชื่อเฉิงจะแข็งแกร่ง แต่เขาเป็นเพียงแค่เผ่ามนุษย์คนหนึ่ง ไม่มี เลือดลมที่มากมหาศาล ไม่สามารถใช้เลือดลมของตัวเองมาบำรุงแกน เลือด ด้านในของแกนเลือดไม่มีพลังเลือดลมจากเขาที่มากพอให้เข้าออก
ที่นั่น ดูเหมือนว่าที่เขาไปสนามรบสุ้ยเมี่ยก็เพราะต้องการจะไปตามหา วิธีการที่ได้ครอบครองปราณเลือดอันเข้มข้น เพียงแต่ไม่สำเร็จก็เท่านั้น”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ภึงเริ่มคืนสติ ตระหนักได้ว่าผังชื่อเฉิงเป็นเพียงแค่ คนธรรมดาเท่านั้น
เมื่อมาลองคิดดูอีกครั้ง เขาก็พลันตระหนักได้ว่าหากเจ้านายคนแรก ของเกราะมังกรเพลิงไม่ใช่ชนต่างเผ่าก็ต้องเป็นเหมือนเขาที่ในร่างมี สายเลือดพิเศษ
“เหตุใด เจ้าภึงได้ยอมรับข้าเป็นนายคนที่สามง่ายดายขนาดนั้น? หาก เป็นตามที่เจ้าบอก ผังชื่อเฉิงชุบหลอมเจ้าใหม่อีกครั้งเพื่อลบเลือนความ ทรงจำเกี่ยวกับเทพธิดาแห่งเปลวเพลิงของเจ้า เขาภึงได้กลายมาเป็น เจ้านายคนที่สองของเจ้า ส่วนนายน้อยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ ครอบครองเจ้าครึ่งปี แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้รับการโปรดปรานจากเจ้า”
“ข้าไม่เคยชุบหลอมเจ้ามาก่อน แล้วข้ามีความสามารถอันใดที่ได้รับ การยอมรับจากเจ้า?”
วิญญาณวัตถุไม่ได้ตอบรับทันที มันเงียบงันไปนานภึงได้เอ่ยอธิบาย “ตอนที่ท่านได้ข้ามา ตอนนั้นท่านพกข้าติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา อันที่จริง ข้ายังไม่ได้ตื่นอย่างแท้จริง เพียงแค่จิตสำนึกพร่าเลือน แต่กระนั้นข้าก็ แอบขโมยเลือดลมของท่านมาอย่างเงียบๆ แม้ข้าจะไม่รู้ที่มาจิงชี่เลือดเนื้อ ของท่าน แต่กลับรู้สึกว่ามันหายากอย่างภึงที่สุด”
“ตอนที่ข้ายังไม่ตื่นก็มีความรู้สึกเช่นนี้แล้ว ความรู้สึกนั้นคือหลังจากที่ จิงชี่เลือดเนื้อของท่านผสานรวมเข้าไปในแกนเลือดจะทำให้แกนเลือดมี ปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงมาก”
“ตอนนั้นข้าก็รู้สึกแล้วว่าการดำรงอยู่ของท่านอาจจะทำให้ความทรง จำที่หายไปของข้าค่อยๆ หวนคืนกลับมา”
“และก็เพราะเหตุนี้ ตอนที่ข้ายังไม่ตื่นเต็มที่จึงรับท่านเป็นนายโดย อาศัยสัญชาตญาณของตัวเอง”
เนี่ยเทียนตะลึง แอบพูดกับตัวเอง “สายเลือดแห่งชีวิตอีกแล้ว!”
หัวใจเหี่ยวเฉาของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ได้รับหยดเลือดของเขา เข้าไป โซ่ผลึกสายเลือดก็เติบโตขึ้นมาอีกครั้ง และก็ปลุกพรสวรรค์ สายเลือดของโครงกระดูกปีศาจเลือดให้ฟื้นคืนมา
ปีนั้นแกนเลือดที่มีวิญญาณวัตถุอยู่ด้านในเป็นเพียงแค่กระดูกสัตว์ชิ้น หนึ่งซึ่งภูกเขาเก็บติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา
เรื่องที่แกนเลือดแอบขโมยจิงชี่เลือดเนื้อของเขานั้น เขารู้ชัดเจนดี แต่ ที่นึกไม่ภึงก็คือตอนนั้นวิญญาณวัตถุก็สัมผัสได้ภึงความพิเศษของเลือดลม ของเขาแล้ว ในขณะที่เขาไม่รู้ตัว เขากลับได้รับการยอมรับจากวิญญาณ วัตถุ กลายมาเป็นเจ้านายคนที่สามของเกราะมังกรเพลิง
เขาสอบถามอยู่อีกพักใหญ่ เกราะมังกรเพลิงเองก็ให้ข้อมูลมากมาย ทว่าข้อมูลเหล่านั้นยังคงพร่าเลือนไม่แน่ชัด เขาเองก็ยังไม่สามารถไข ความลับสุดท้ายของเกราะมังกรเพลิงและสุสานเผ่าวิญญาณโบราณนั่นได้
ใช้เวลาขบคิดอยู่เนิ่นนาน เขาภึงเดินออกมาจากใต้ดินตำหนักเทพ เพลิง และจากไปพร้อมกับเจินฮุ่ยหลันสามคน
เขาเลือกจะไปยังพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตของอาณาจักรเลี่ยคง คิดจะ ไปที่นั่นแล้วให้เกราะมังกรเพลิงเปิดช่องทางพาเขาเข้าไปในฟูาดินที่มีเทพ ยักษ์ค้ำฟูาฝังร่างอยู่เบื้องใต้ เพื่อทำความเข้าใจกับความลับของที่นั่น
การฝุาทะลุเขตสามัญขาดเพียงแค่โอกาสเหมาะๆ ครั้งสุดท้าย และ เขาก็แน่ใจแล้วว่าโอกาสที่ว่านั้นจะปรากฎในสุสานของเผ่าวิญญาณ โบราณ
หลายวันหลังจากนั้น เขาก็เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีอุกกาบาตตกลงมา เป็นประจำเพียงลำพัง หลังจากเลือกหลุมใหญ่เหมาะๆ เจอ เขาก็ให้ เกราะมังกรเพลิงเปิดช่องทางห้วงมิติให้เขาเข้าไป
——