ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 699 เรือดำรำล ำหนึ่ง
เนี่ยเทียนเดินดิ่งเข้าหาค่ายกลนำส่งหลังนั้น
ค่ายกลนี้มีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยม บนพื้นปูเต็มไปด้วยหินวิเศษ อย่างพวกหยกคงหลิงที่เอาไว้ใช้สำหรับค่ายกลนำส่ง และยังมีเข็มทิศ ดวงดาวติดตั้งไว้ทางซ้ายของค่ายกล
บนเข็มทิศดวงดาวชิ้นนั้นระบุพิกัดไว้สี่แห่งซึ่งเด่นชัดอย่างถึงที่สุด ขอ แค่ปรับให้แม่นยำก็สามารถทำการนำส่งได้
พิกัดห้วงมิติสามจุดในนั้น เขาแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าสถานที่ที่มัน นำส่งไปก็คืออาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเชียนแจว๋และอาณาจักร เสวียนเทียน
ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยเขาก็แน่ใจว่าพิกัดห้วงมิติสามจุดนั้นต้องส่งตรงไป ยังสามอาณาจักรใหญ่นั่นแน่นอน
สามอาณาจักรใหญ่นั้นมีค่ายกลที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวใช้ กำราบรอยแยกห้วงมิติ ค่ายกลใหญ่มียอดเขาเก้าแห่งเป็นดวงตาของค่าย กล
หากเป็นดั่งที่คาดเอาไว้ ขอแค่ปรับพิกัดเข็มทิศดวงดาวของค่ายกล นำส่งหลังนั้น เขาก็สามารถเดินทางไปถึงด้านในยอดเขาทั้งสามของ อาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเชียนแจว๋และอาณาจักรเสวียนเทียน
เห็นได้ชัดว่าพระราชวังโบราณหลังนี้มีความเชื่อมโยงที่แนบแน่นกับ อาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเชียนแจว๋และอาณาจักรเสวียนเทียน
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วน้อยๆ มองไปยังพิกัดห้วงมิติที่สี่แล้วก็พลันนิ่วหน้า
ตำแหน่งพิกัดห้วงมิติที่สี่ที่ระบุไว้บนเข็มทิศดวงดาวกลับไม่ได้อยู่ที่ดิน แดนดาวตก
ที่ทำให้เนี่ยเทียนแปลกใจก็คือเขาเกิดความรู้สึกคุ้นเคยกับตำแหน่ง พิกัดห้วงมิติที่สี่นั้น
เขาจึงหยิบเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาทันที ใช้กระแสจิตวิญญาณ มองไปยังแผนที่ดวงดาวที่อยู่ในไข่มุกวิญญาณมืด หลังจากที่ดูดซับซาก วิญญาณไปมากพอ แผนที่ดวงดาวในไข่มุกวิญญาณมืดจึงชัดเจนอย่างถึง ที่สุด
เขาลองเทียบตำแหน่งกันอยู่พักใหญ่…
“ตำแหน่งพิกัดห้วงมิติที่สี่กลับเป็นจุดที่มีวิญญาณไปรวมตัวกัน ที่นั่นก็ คือพื้นที่ที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์กำลังสำรวจ!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
พิกัดห้วงมิติที่สี่ก็คือพื้นที่พิเศษระหว่างดินแดนดาวตกและดินแดน ปราการดวงดาวที่เยว่เหยียนสี่พูดถึง
พื้นที่แห่งนั้นถูกปิดผนึกมานับหมื่นปี ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยอันตราย จนเรือรบทางช้างเผือกไม่สามารถเดินทางผ่านมาได้
ทว่าช่วงที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ จึงไม่ได้อันตรายเช่นเดิมอีกต่อไป
เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงของที่แห่งนั้น เรือรบทางช้างเผือกของเผ่า อสูรกายถึงลอดผ่านมาได้อย่างปลอดภัยจนตามหาดินแดนดาวตกเจอ
และก่อนหน้านี้เมื่อนานมากแล้ว เพราะว่าพื้นที่แห่งนั้นถูกปิดผนึกมา ตลอดเวลา ไม่เคยมีเรือรบทางช้างเผือกลำใดผ่านมาได้ ทำให้ความ เชื่อมโยงระหว่างดินแดนดาวตกและดินแดนปราการดวงดาวถูกตัดขาด ไปกลางคัน ไม่มีกลุ่มอิทธิพลของดินแดนปราการดวงดาวสามารถลอด ผ่านที่แห่งนั้นมาถึงดินแดนดาวตก
เยว่เหยียนสี่แห่งสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ยังเคยเชิญให้เนี่ยเทียนไป ตรวจสอบพื้นที่แห่งนั้น บอกว่าที่นั่นมีความลับซ่อนเอาไว้มากมาย
เขานึกไม่ถึงเลยว่าพระราชวังโบราณที่ลอยออกมาจากจุดลึกใต้ดิน แห่งนี้จะมีพิกัดห้วงมิติแห่งหนึ่งเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่แห่งนั้นด้วย
เอามือลูบคลำปลายคาง นิ่งคิดไปนาน เนี่ยเทียนก็ขยับเข็มทิศ ดวงดาวให้ไปอยู่ตรงตำแหน่งพิกัดห้วงมิติของอาณาจักรเชียนแจว๋
หินวิเศษประเภทห้วงมิติสำหรับนำส่งจำนวนมากที่กองไว้ตรงก้นของ ค่ายกลนำส่งถูกดึงพลังออกมาจากข้างในทันที
ตรงกลางของค่ายกลนำส่งถูกม่านแสงขมุกขมัวปกคลุม ก่อนที่คลื่น ห้วงมิติจะค่อยๆ บังเกิดขึ้น
เนี่ยเทียนรีบเดินเข้าไปข้างในทันใด
“ฟิ้ว!”
เพียงครู่เดียว เนี่ยเทียนก็มาปรากฏตัวอยู่ในตำหนักหินอีกแห่งหนึ่ง
พอเข้ามาเนี่ยเทียนก็นิ่วหน้า พลันเกิดความรู้สึกคุ้นเคย
ในตำหนักแห่งนี้มีเจดีย์ดวงดาวอยู่หลังหนึ่ง ข้างเจดีย์ดวงดาวมีเรือลำ เล็กๆ สีเงินยวงลอยนิ่งอยู่ เรือสีเงินยวงยาวเจ็ดเมตร เห็นได้ชัดว่าเป็น อาวุธวิเศษประเภทบินชิ้นหนึ่ง
จุดที่เขาเดินออกมาก็คือพื้นที่ตรงกลางระหว่างเจดีย์ดวงดาวกับเรือ เล็กสีเงินยวง พื้นหินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็คือค่ายกลนำส่งขนาดเล็ก
ค่ายกลนำส่งหลังนั้นลอยขึ้นมาจากพื้นดิน ซึ่งก่อนหน้านี้น่าจะอยู่ใต้ ดิน
ที่นี่คือสถานที่ที่เขาเคยโชคดีได้เห็นตอนที่ปีนั้นช่วยสำนักหยิน สำนักหยางในอาณาจักรเชียนแจว๋ปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติซึ่งเชื่อมโยงไป ยังอาณาจักรปีศาจ
ตอนนั้นเขาก็มองเห็นเรือเล็กสีเงินยวงและได้เห็นเจดีย์ดวงดาวนี่ เหมือนกัน
เพียงแต่ว่าเนื่องจากค่ายกลนำส่งหลังเล็กนี้จมอยู่ใต้ดิน เขาจึงไม่เคย เห็นมันมาก่อน
พอเข้ามาแล้วเห็นค่ายกลนำส่งหลังเล็ก เห็นเรือสีเงินยวงที่คุ้นเคย รวมไปถึงเจดีย์ดวงดาวหลังนี้ เขาก็รู้แล้วว่าตัวเองมาถึงที่ไหน
“อาณาจักรเชียนแจว๋”
กุญแจสำคัญที่เจดีย์ดวงดาวกำราบรอยแยกห้วงมิติเอาไว้ เขาไม่รู้ ความลี้ลับที่อยู่ภายใน จึงไม่กล้าสำรวจมั่วซั่ว
เขาเดินไปยังเรือลำเล็กสีเงินยวงขนาดเจ็ดเมตรลำนั้น
ตรงหัวและหางของเรือเล็กสีเงินยวงเป็นทรงกรวย มีแสงสีโลหะเย็น เยียบเปล่งประกาย บนเรือก็สลักลวดลายดวงดาวงดงามเอาไว้ ตรงพื้น เรือปูหินดวงดาวเอาไว้จนเต็ม
หินดวงดาวเหมือนเป็นต้นกำเนิดพลังงานที่กระตุ้นเรือเล็กลำนี้
เนี่ยเทียนปรับดึงพลังดวงดาวให้ล้อมวนอยู่รอบกายตัวเอง แล้ว กระโดดขึ้นไปบนเรือเล็กๆ ลำนั้น
ตรงหัวเรือมีอักขระโบราณสลักไว้ว่า “เรือดารา”
“เรือดารา…”
มองเห็นอักษรโบราณสองตัวนั้น เขาก็พึมพำเบาๆ ทันใดนั้นตรา ประทับสะเก็ดดาวสามดวงบนหน้าอกของเขาก็คล้ายจะร้อนลวกขึ้นมา กะทันหัน
ตัวอักษรตัวแล้วตัวเล่าเปล่งวาบออกมาจากตราประทับสะเก็ดดาว ดวงที่สองซึ่งยังชุบหลอมไม่เสร็จ ทั้งยังนาบประทับเข้าไปในจุดลึกของจิต วิญญาณของเขาทันที
พริบตาเดียวเขาก็เข้าใจวิธีการใช้เรือดารา
เรือดาราคืออาวุธวิเศษประเภทบินชิ้นหนึ่ง ไม่เพียงแต่ความเร็วเร็ว มากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังปราดเปรียวผิดปกติ
หัวและปลายของเรือดาราต่างก็ดึงเอาพลังดวงดาวจากในหินดวงดาว และพลังดวงดาวจากในร่างของเขามาตลอดเวลาทำให้เกิดเป็นแสง ดวงดาวระยิบระยับที่ใช้โจมตีศัตรู
นอกจากแสงดาวแล้ว เรือดาราที่เป็นทรงกรวยยังนำมาเป็นอาวุธ อย่างหนึ่งที่ใช้โจมตีอาวุธวิเศษประเภทบินอื่นๆ ได้ด้วย
เขาทำความเข้าใจกับวิธีการใช้เรือดารา ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้ยกมือขึ้น คว้าจับ เรือดาราก็กลายมาเป็นลำแสงดวงดาวเส้นหนึ่งที่เข้ามาอยู่ใน แหวนเก็บของของเขา
อาวุธวิเศษประเภทบินนี้ปีนั้นที่เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกก็รู้ว่าวัตถุ ชิ้นนี้ต้องเป็นของเขา
น่าเสียดายที่ปีนั้นขอบเขตต่ำเกินไป แม้ว่าเขาจะปรารถนาต่อเรือ ดาราอย่างถึงที่สุด แต่กลับหาวิธีเอามันมาครองไม่ได้
“นอกจากเรือดารายังมีของอีกสองอย่างที่ข้ารับปากหลี่มู่หยางและสิ่ง หวนเยว่ว่าจะเอามาให้พวกเขา”
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าควรจะเข้าไปยังตำหนักหินในยอดเขาอีกสอง แห่งแล้วเอาของสองอย่างนั้นมามอบให้หลี่มู่หยางกับสิ่งหวนเยว่อย่างไร
และเวลานี้เอง ค่ายกลนำส่งขนาดเล็กที่เขามาถึงก่อนหน้านี้ก็พลัน เปล่งประกายแสง
ตรงกลางค่ายกลนำส่งมีผลึกใสสองก้อนลอยออกมา
ผลึกใสสองก้อนนั้น หนึ่งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว อีกหนึ่งเป็นรูปทรง กลม ใสแวววาวไปทั้งชิ้น ด้านในมีคัมภีร์บางๆ อยู่เล่มหนึ่ง
—นี่ก็คือวัตถุที่เขากำลังตามหา!
“นี่…”
เนี่ยเทียนเอื้อมมือคว้า ผลึกใสราวน้ำแข็งทั้งสองก้อนก็บินเข้ามาอยู่ กลางฝ่ามือของเขา
เขาพลันตระหนักรู้ได้ทันทีว่าสำนักหยินและสำนักหยางในอาณาจักร เชียนแจว๋มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แน่นอน
สำนักหยินดึงพลังพระจันทร์มาใช้ในการฝึกตน ส่วนสำนักหยางก็ดึง เอาแสงดวงอาทิตย์
นับแต่โบราณมา อาทิตย์ จันทร์และดาราก็รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน กระจายอยู่ทั่วทุกมุมของจักรวาล
ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั้นมีปริมาณน้อย ทว่าดวงดาวกลับมีมาก จนนับไม่หมด สำนักหยิน สำนักหยางใช้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มาฝึก ตน ส่วนพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวนั้นใช้พลังดวงดาว…
ความคิดเป็นทอดๆ วาบผ่านในสมองของเขาไป เขาจึงมั่นใจเต็มร้อย ว่าสำนักหยินและสำนักหยางต้องเกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวแน่นอน
เขาสำรวจในตำหนักหินอยู่พักใหญ่ เมื่อไม่พบสิ่งของนอกเหนือจาก นั้นก็ใช้ค่ายกลนำส่งห้วงมิติขนาดเล็กเดินทางไปยังพระราชวังที่ลอยขึ้นมา จากใต้ดินในอาณาจักรเลี่ยคง
เดินออกมาจากค่ายกลนำส่ง เขาดึงเข็มทิศดวงดาวแล้วก็เดินทางไป ยังตำหนักหินในอาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋
ในตำหนักหินของอาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋มีเพียง เจดีย์ดวงดาวอยู่เท่านั้น เขาไม่ค้นพบอะไรอย่างอื่น
หลังจากที่เขากลับมาก็ดึงเข็มทิศดวงดาวให้ไปยังพิกัดห้วงมิติที่สี่
หลังจากที่เลื่อนเข็มทิศไปยังจุดนั้น ค่ายกลนำส่งห้วงมิติก็มีคลื่น เคลื่อนไหวที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมไหลบ่าออกมา หินหยกห้วงมิติแต่ละก้อนที่ อยู่ด้านข้างถูกดึงพลังออกไปอย่างรุนแรง
ทว่าค่ายกลนำส่งที่คิดว่าควรจะถูกเปิดใช้กลับไม่ทำงาน คลื่นที่อยู่ใน ค่ายกลนำส่งก็สงบลงอย่างรวดเร็วไปด้วย
“จุดที่พิกัดห้วงมิติที่สี่ชี้ไปต้องมีค่ายกลนำส่งขนาดใหญ่ประเภท เดียวกันอยู่แน่นอน อาจเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสถานี หรือไม่ก็อาจเป็น จุดหมายปลายทาง ทว่ากลับไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้สำเร็จจึงนำส่ง ไม่ได้ นี่หมายความว่าค่ายกลนำส่งหลังนั้นที่ตั้งอยู่นอกอาณาจักรต้องมี สถานการณ์อะไรเกิดขึ้นแน่นอน”
ในใจเขาพลันกระจ่างแจ้ง รู้ว่าในเมื่อค่ายกลนำส่งที่เขาอยู่สามารถพา ส่งไปยังอาณาจักรเชียนแจว๋ อาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรเสวียน เทียนได้ ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน
ทางด้านนี้ไม่มีปัญหา ถ้าเช่นนั้นปัญหาก็ต้องมาจากทางพื้นที่พิเศษนั้น ค่ายกลนำส่งห้วงมิติของที่นั่นอาจเกิดเหตุอะไรบางอย่างถึงทำให้ค่ายกล นำส่งไม่สามารถเปิดใช้งานได้อย่างราบรื่น
“ดูท่าคงต้องไปที่นั่นดูสักรอบ แล้วหาค่ายกลที่เชื่อมโยงกับค่ายกล นำส่งหลังนี้”
พอคิดอย่างนี้เขาก็เดินดูไปตามห้องหินที่เรียงกันอยู่ในพระราชวัง
ด้านในอาจมีคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเคยอยู่อาศัย แต่ ตอนนี้กลับไม่มีอะไรอยู่สักอย่างเดียว
เขาเปิดห้องหินไปทีละห้อง แต่กลับไม่ค้นพบสิ่งใด จึงได้แต่ล้มเลิก ด้วยความจนใจแล้วเดินไปทางประตูหินของพระราชวังโบราณ
——