ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 702 ค ำเชิญจำกส ำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
สาวงามเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด กลิ่นหอมโชยมาปะทะจมูก
ขณะที่เนี่ยเทียนยังงุนงงไม่หาย ปลายลิ้นเปียกลื่นของต่งลี่ก็สอดลึก เข้ามาในปากของเขาราวลิ้นงู
คนทั้งสองจุมพิตกันอย่างร้อนแรง ขณะที่ต่างฝุายต่างหอบหายใจฮักๆ ต่งลี่ก็เป็นฝุายใช้มือทั้งสองข้างดันหน้าอกเนี่ยเทียนออกห่าง
“คนชั่ว!”
ต่งลี่ทุบลงไปที่หน้าอกของเขาหนักๆ ก่อนจะค้อนตาใส่เขาอย่างมีจริต จะก้านอีกหนึ่งที
มือทั้งสองข้างของเนี่ยเทียนยังคงลูบขึ้นๆ ลงๆ ตรงสะโพกโค้งมนของ นางอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ เขามองนางด้วยสายตาหยอกเย้า ก่อนจะกล่าว กลั้วหัวเราะ “ทำไมจู่ๆ ภึงอารมณ์ร้อนแรงขนาดนี้?”
ห้องหินในพระราชวังแห่งนี้มีการกักเสียงได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อปิดประตู ห้องลงจึงไม่ได้ยินเสียงจากข้างนอกเล็ดรอดเข้ามา
ทว่าเวลานี้ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของแต่ละสำนัก และยังมีเด็กรุ่น เล็กอย่างพวกต่งปุายเจี๋ย ฉินแยน เสวียนเข่อต่างก็ยังคงสำรวจความลี้ลับ กันอยู่ข้างนอก
การที่จู่ๆ ต่งลี่ก็กระชากเขาเข้ามาในห้อง กระโจนเข้าสู่อ้อมกอดเอา ตัวมาส่งให้เขา ทำให้เขาเกิดความคึกคักได้อย่างน่าแปลกใจ
และเขาเองก็ภูกจุมพิตร้อนแรงหวานล้ำของต่งลี่กระตุ้นเร้าให้เกิด อารมณ์พลุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมสติตัวเองไม่อยู่
กลับเป็นต่งลี่เสียอีกที่คืนสติอย่างรวดเร็ว ห้ามปรามไม่ให้เขากระทำ การขั้นตอนไป ทั้งยังชี้นิ้วไปข้างนอกและพูดขึ้นเบาๆ ว่า “คนอื่นยังอยู่ ข้างนอกนะ”
“กลัวอะไร? พวกเขาไม่ได้ยิน แล้วก็ไม่เห็นด้วย” เนี่ยเทียนแสยะปาก ยิ้มชั่วร้าย
“รอพวกเราออกไป พวกเขาก็เห็นสิ่งผิดปกติน่ะสิ” ต่งลี่ถลึงตามอง เขา “บรรพบุรุษตระกูลข้า พี่ชายข้าต่างก็อยู่ข้างนอก ข้าไม่อยากให้พวก เขาจับได้แล้วเอามาล้อข้าหรอกนะ”
“พวกเขาปรารถนาให้ข้ากินเจ้าเข้าไปด้วยซ้ำ” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียง ดังขึ้นอีกครั้ง
“เนี่ยเทียน ข้าต่งลี่และตระกูลต่งของข้าต่างก็ดีกับเจ้าไม่น้อยใช่ ไหม?” ต่งลี่ถามสีหน้าจริงจัง
“ดีไม่น้อย” เนี่ยเทียนตอบรับ มือทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่เฉย ยังคงลูบไล้ไปทั่ว สะโพกอวบอิ่มของนาง “ว่ามาสิ ลากข้าเข้ามาที่นี่ เจ้าอยากจะคุยอะไร กันแน่?”
“แน่นอนว่าต้องคุยเรื่องผลประโยชน์ของตระกูลต่งข้า” ต่งลี่กล่าวอ ย่างมีเหตุมีผล “วังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋และตำหนักเทพเพลิงต่างก็สิ้นชื่อแล้ว อาณาจักรเฮยเจ๋อและอาณาจักรอั้นหมิงที่สามสำนักใหญ่ตั้งอยู่ล้วนอยู่ใน สภาวะว่างเปล่า อาณาจักรเฮยเจ๋อและอาณาจักรอั้นหมิงต่างก็เป็นพื้นที่
วิเศษในการฝึกตน ทรัพยากรมากมหาศาล อาณาเขตกว้างขวาง คน หลายคนต่างก็จ้องสองอาณาจักรนั้นตาเป็นมัน”
พอนางพูดภึงเรื่องเป็นงานเป็นการ เนี่ยเทียนเองก็พลันตระหนักได้จึง ถามอย่างแปลกใจ “ตระกูลต่งของพวกเจ้าก็อยากได้เหมือนกันรึ?”
“ใครบ้างจะไม่อยากได้?” ต่งลี่ถามกลับ
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง “ตระกูลต่งต้องการอะไร?”
“เจ้าเองก็รู้ว่าในอาณาจักรปุายจั้น พวกเรามีกลุ่มอิทธิพลทั้งหมดห้า กลุ่ม ตระกูลต่ง ตระกูลกู่ ตระกูลเฉา หอโอสถและองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ แม้ว่าอาณาจักรปุายจั้นจะไม่เล็ก แต่สัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งก็มีมาก เหมือนกัน พื้นที่ที่พวกเราห้าอิทธิพลยึดครองเป็นเพียงแค่พื้นที่ส่วนน้อย ในอาณาจักรปุายจั้นเท่านั้น”
“และพื้นที่น้อยนิดนี้ยังต้องเอามาแบ่งกันภึงห้าฝุาย หลายปีมานี้ ตระกูลต่งเองก็อยากจะลงมือ แต่น่าเสียดายที่…”
เนี่ยเทียนพลันรู้สึกปวดหัว
ตระกูลต่ง พรรคคิชฌกูฏ หอหันปิง สำนักหยิน สำนักหยาง และแต่ ละสำนักในอาณาจักรหลีเทียนต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเขา
ในช่วงเวลาที่เขาเติบโตขึ้นมา คนมากมาย สำนักมากมายต่างก็ให้ ความช่วยเหลือเขามาโดยตลอด
หากคนเหล่านี้คิดจะยื่นมือมาขอที่ดินในอาณาจักรเหล่านั้น เขาเองก็ ยังไม่รู้ว่าควรจะรับมือเช่นไร
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเจอกับปัญหาประเภทนี้มาก่อน จึงไม่มี ประสบการณ์
การมาภึงของเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ คำสั่งที่เขามีต่อ ตระกูลเหลยทำให้ทุกสำนักในดินแดนดาวตกมองความจริงข้อหนึ่งออก อย่างชัดเจน—เนี่ยเทียนต่างหากที่เป็นเจ้าของดินแดนดาวตกอย่าง แท้จริง
ชั่วขณะที่เขามีตำแหน่งฐานะสูงส่งในดินแดนดาวตก ปัญหาก็ตามมา เป็นพรวนเช่นกัน
“ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับข้า ข้าย่อมไม่มีทางลืมบุญคุณของ ตระกูลต่ง” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็พูดขึ้นช้าๆ ว่า “หากไม่มีเจ้า ข้าก็คงไม่ รับปากว่าจะมอบปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาท่อนหนึ่งให้กับตระกูลต่ง เพียงแต่ว่าสำนักอื่นๆ เองก็คงต้องการด้วย ข้า…”
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภานั่น พรรคคิชฌกูฏและสำนักอาวุธ รวมภึง ตระกูลต่งของข้าร่วมกันศึกษามาเกินครึ่งปี แต่ก็ยังไม่สามารถซ่อมได้ สำเร็จ” ต่งลี่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง “ความลำบากใจของเจ้า ข้าเข้าใจดี เอา อย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าเองก็ไม่อยากทำให้เจ้าอึดอัดใจ เจ้าแค่จดจำความดี ของข้าเอาไว้ก็พอแล้ว”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “เรื่องนี้เจ้าวางใจได้”
คนทั้งสองพูดคุยกันอีกพักหนึ่ง เนี่ยเทียนยังอยากที่จะนัวเนียอยู่ กับต่งลี่อีกสักหน่อย แต่ต่งลี่กลับผลักเขาออกด้วยใบหน้าแดงก่ำ “พวก
เราจะอยู่ในนี้นานนักไม่ได้ เดี๋ยวพวกเขาจะหัวเราะเอา หลังจากนี้พวกเรา ยังมีเวลาอีกมาก ไม่ต้องรีบร้อน”
พูดจบนางก็เป็นฝุายเปิดประตูออกไปก่อน
“พูดแล้วก็แปลก ประตูบานที่เข้ามาที่นี่ ข้าผลักยังไงก็ผลักไม่ออก แต่ ประตูบานนี้กลับไม่มีอุปสรรคแม้แต่น้อย” นางกล่าว
“เข้ามาได้แล้วก็เท่ากับได้รับอนุญาต ด้านในย่อมไม่มีอุปสรรคอะไร อีก” เนี่ยเทียนก้าวเดินออกมา
ในตำหนักหินกว้างใหญ่ เงาผู้คนเดินเตร่กันให้ทั่ว
หัวมู่ เจินฮุ่ยหลันยืนอยู่ข้างค่ายกลนำส่งขนาดใหญ่ ปากก็เอ่ยชื่นชม ไม่หยุด คล้ายกำลังสำรวจความลี้ลับของค่ายกลนำส่งนั้น
พวกจงเจิง ต่งหวังหลิงเดินไปดูตามห้องหินต่างๆ หมายจะหาว่า พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งความลับอะไรไว้อีกหรือไม่ แต่น่าเสียดาย ที่ไม่ได้รับผลพวงใดๆ กลับมา
เด็กหนุ่มสาวอย่างฉินแยน เฉาชิวสุ่ยกำลังเงยหน้ามองเหม่อไปบน เพดานที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
รอจนพวกเขาเห็นว่าเนี่ยเทียนและต่งลี่แวบออกมาจากห้องหิน สายตาที่คนเหล่านั้นมองมายังพวกเขาก็เต็มไปด้วยเลิศนัยคลุมเครือ
เผชิญหน้ากับสายตาของพวกเขา เนี่ยเทียนยังคงเป็นตัวของตัวเอง ส่วนต่งลี่มีสีหน้าสบายๆ อารมณ์ดี
“นายน้อยเนี่ย! คนของตระกูลเหลยมาขอเข้าพบ!”
และเวลานี้เอง ข้างนอกก็มีเสียงตะโกนของหลี่หลางเฟิงดังลอยมา
พระราชวังแห่งนี้ปิดแน่นหนาแม้แต่ลมก็ยังพัดผ่านไม่ได้ คนที่อยู่ข้าง นอกมองไม่เห็นสภาพภายใน แล้วก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากในตำหนัก ขนาดกระแสจิตวิญญาณก็ยังแทรกซึมเข้ามาไม่ได้
ทว่าคนที่อยู่ข้างใน อย่าว่าแต่ผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณเลย แม้แต่ เนี่ยเทียนก็ยังสัมผัสได้ภึงคลื่นเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ จากข้างนอก
เสียงตะโกนของหลี่หลางเฟิงจึงดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที
“คนจากตระกูลเหลย…” หัวมู่ขมวดคิ้ว “นึกไม่ภึงว่าตระกูลเหลยจะ ได้ข่าวเร็วขนาดนี้ ทางฝุายของวิมานสวรรค์ และยังมีสำนักใหญ่ๆ ใน อาณาจักรหลีเทียนต่างก็ยังไม่มีใครได้รับข่าว แต่นี่พวกเขากลับมาภึงก่อน แล้ว”
“เนี่ยเทียน เจ้าออกไปพบคนตระกูลเหลยเถอะ ดูสิว่าพวกเขา ต้องการอะไร”
“ตกลง”
เนี่ยเทียนตอบรับหนึ่งคำก็เดินไปยังประตูหินที่ปิดสนิท เอื้อมมือผลัก เปิดแล้วเดินออกมา
พอเขาเดินออกมาจากข้างในก็มองเห็นเหลยเทียนฉี่ประมุขของ ตระกูลเหลยที่ยืนอยู่ข้างกายหลี่หลางเฟิงทันที
เหลยเทียนฉี่กำลังใช้สายตาตื่นตะลึงมองสำรวจพระราชวังตรงหน้า อย่างละเอียด หนังตาของเขากระตุกยิกๆ ในใจเกิดคลื่นลูกยักษ์ถาโถม
พอเห็นว่าเนี่ยเทียนเดินออกมา เหลยเทียนฉี่ก็ปรี่ขึ้นหน้าไปหนึ่งก้าว แล้วกล่าวอย่างตื่นเต้น “พระราชวังนี้…พระราชวังนี้มาจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวงั้นรึ?”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม “ภูกต้อง!”
“เป็นพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจริงๆ ด้วย!” เหลยเทียนฉี่สูดลม หายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะข่มกลั้นความตื่นเต้นลงไปแล้วเอ่ยเสียง หนัก “นายน้อยเนี่ย ด้านในพระราชวัง…มีอะไรอยู่หรือ?”
เนี่ยเทียนเพียงยิ้มไม่เอ่ยตอบ
เหลยเทียนฉี่คืนสติทันที จึงยิ้มแห้งๆ ส่งกลับไป “ขออภัย ข้ามุทะลุ เกินไป ข้าเพียงแต่สงสัยเท่านั้น”
“เจ้ามาหาด้วยเรื่องอะไร?” เนี่ยเทียนถาม
“คืออย่างนี้ ผู้อาวุโสใหญ่ส่งข่าวมาบอกว่าพื้นที่ที่พวกเขาอยู่มีการ ค้นพบเล็กน้อย การค้นพบของพวกเขาเกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว ผู้อาวุโสใหญ่จึงให้ข้ามาถามความเห็นของท่าน ถามว่าท่าน สนใจอยากไปดูที่นั่นหรือไม่?” เหลยเทียนฉี่กล่าว
ดวงตาเนี่ยเทียนพลันเป็นประกาย “เกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวงั้นรึ? รายละเอียดล่ะ?”
“คือว่า ข้าไม่รู้หรอก ผู้อาวุโสใหญ่ไม่ได้พูดให้ข้าฟังอย่างละเอียด” เหลยเทียนฉี่สีหน้ากระอักกระอ่วน “ท่านเองก็รู้ว่าตระกูลเหลยของพวก
เราเป็นแค่ผู้พึ่งพิงของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น มีหลายเรื่องที่สำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้บอกให้พวกเรารู้”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ข้าสามารถไปที่นั่นได้ตลอดเวลาหรือไม่?”
“ท่านสามารถใช้ค่ายกลนำส่งของตระกูลเหลยได้ตลอดเวลา เมื่อ เปลี่ยนสถานีแล้วก็จะไปภึงที่นั่น” เหลยเทียนฉี่ตอบกลับ “แต่ท่านผู้ อาวุโสใหญ่เอ่ยเร่งมาหลายครั้ง ดูท่าน่าจะร้อนใจไม่น้อย พวกเราเองก็ ตามหาท่านไปทั่ว ทว่าการฝุาทะลุขอบเขตของท่านใช้เวลานานเกินไป พวกเราจึงไม่ได้ข่าวคราวของท่าน”
ด้วยเขตแดนว่างเปล่าของเหลยเทียนฉี่ย่อมมองออกในปราดเดียวว่า ช่วงเวลาที่หายตัวไปนี้ เนี่ยเทียนได้เลื่อนสู่เขตสามัญสำเร็จแล้ว
เขาเองก็ตระหนักได้ว่าช่วงที่ผ่านมา เกรงว่าเนี่ยเทียนคงปิดด่านตั้งใจ ฝึกตนเพื่อฝุาสู่เขตสามัญ
“งั้นก็ได้ ข้าจะไปที่สำนักภูเขาสายฟูาในอาณาจักรคุนหลัวเพื่อไปพบ ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์โดยเร็วที่สุด” เนี่ยเทียนแสดงท่าที
“เป็นแบบนี้ได้ก็ยิ่งดี” เหลยเทียนฉี่แอบผ่อนลมหายใจ
เมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมา เยว่เหยียนสี่ส่งข่าวมาให้เขาติดต่อกันสามครั้ง ทุกครั้งต่างก็บอกว่าอยากให้เนี่ยเทียนไปภึงที่นั่นโดยเร็วที่สุด เขาเองก็ภูก เยว่เหยียนสี่เร่งรัดจนร้อนใจตามไปด้วย กำลังคิดอยู่ทีเดียวว่าจะตอบกลับ อีกฝุายไปเช่นไร
การปรากฏตัวของเนี่ยเทียนทำให้เขามีคำตอบที่ทำให้เยว่เหยียนสี่ พอใจ นี่จึงทำให้เขาวางใจลงได้
“ประมุขเหลย เจ้ากลับไปที่เทือกเขาสายฟูาสวรรค์ก่อนเถอะ อีก เดี๋ยวข้าจะตามไป” เนี่ยเทียนกล่าว
เหลยเทียนฉี่มองพระราชวังที่ไม่มีบันทึกไว้ในข้อมูลประวัติศาสตร์ ด้วยสายตาลึกล้ำ ใจอยากจะอยู่ต่อเพื่อสำรวจหาความมหัศจรรย์ แต่พอ ได้ยินเนี่ยเทียนกล่าวเช่นนี้เขาก็ได้แต่จากไปอย่างไม่เต็มใจ
ในใจเขารู้ดีว่าเนี่ยเทียนยังคงมีอคติต่อตระกูลเหลยของพวกเขา
——