ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 703 กำรตกต่ ำของอำณำจักร
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอาณาจักรเลี่ยคงทำให้มันกลายมาเป็น จุดรวมความสนใจของดินแดนดาวตก
หลังจากที่เหลยเทียนฉี่จากไปได้ไม่นาน ฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธ จ้าว ลั่วเฟิงจากวิมานสวรรค์ และสำนักต่างๆ ในอาณาจักรหลีเทียนก็ทยอย กันได้รับข่าวและพากันมาเยือนอาณาจักรเลี่ยคง
คนเหล่านี้ต่างก็มารวมตัวกันอยู่หน้าพระราชวังโอ่อ่า เงยหน้ามองหา ความมหัศจรรย์
เดิมทีเนี่ยเทียนอยากจะไปพบอูจี้อาจารย์ของเขาและยังมีพวกเนี่ยตง ไห่ เนี่ยเฉี่ยนที่อาณาจักรหลีเทียน แต่กลับพบว่าไม่ทันรอให้เขาขยับตัว คนคุ้นเคยของเขาทั้งหมดก็มาปรากฏตัวอยู่ในสายตาแล้ว
สำหรับพวกอูจี้และเนี่ยตงไห่ เนี่ยเทียนย่อมปฏิบัติกับพวกเขาเป็น อย่างดีโดยการเชิญตัวพวกเขาเข้ามาในพระราชวัง ให้พวกเขาได้เห็นว่า พระราชวังที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้นี้มีความไม่ธรรมดามาก แค่ไหน
พวกจ้าวลั่วเฟิง หลิงตงจากวิมานสวรรค์ย่อมไม่อยู่ในรายการของคน ที่ถูกเชิญตัว พวกเขาถูกปฏิเสธให้รออยู่ข้างนอก
เมื่อผ่านการตรวจสอบจากพวกหัวมู่ ฉีป๋ายลู่ จงเจิง พระราชวังที่ตั้ง ตระหง่านนี้ก็สามารถมองเป็นเรือรบทางช้างเผือกที่พิเศษลำหนึ่งได้
ตามคำพูดของพวกเขา รอจนพระราชวังนี้ดูดซับพลังดวงดาวได้มาก พอแล้วมันก็จะสามารถบินไปในทางช้างเผือก
ทุกคนต่างก็แสดงความสนใจที่ลึกซึ้งต่อพิกัดห้วงมิติที่สี่ในค่ายกล นำส่งของพระราชวัง
ในสายตาของพวกเขา พิกัดห้วงมิติที่สี่นั้นก็คือจุดที่เชื่อมโยงดินแดน ดาวตกกับโลกภายนอก คือกุญแจสำคัญที่จะพาพวกเขาเดินออกไปจาก ดินแดนดาวตก
ที่น่าเสียดายก็คือ ไม่รู้ว่าพิกัดห้วงมิติที่สี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นภึงทำให้การ นำส่งไม่สำเร็จ
พระราชวังที่จมลึกอยู่ใต้ดินมานานหลายปีก็มีเพียงแค่เนี่ยเทียนคน เดียวที่เปิดออกได้
หากไม่มีเนี่ยเทียน คนนอกก็เข้าไม่ได้ ส่วนคนข้างในก็ออกมาไม่ได้ เช่นกัน
เนี่ยเทียนนำพาพวกอูจี้ เนี่ยตงไห่เดินดูบริเวณรอบๆ ที่มีพระราชวัง แห่งนั้นเป็นจุดศูนย์กลาง พาพวกเขาไปสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของ อาณาจักรเลี่ยคง
“เสี่ยวเทียน นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้ท่านตา ท่านปูาใหญ่ และเด็กๆ ในตระกูลเนี่ยของพวกเจ้ามาใช้ชีวิตและฝึกบำเพ็ญตนอยู่ในอาณาจักรเลี่ย คงนี่เถอะ” อูจี้ยืนอยู่บนหินอุกกาบาตก้อนหนึ่ง ทอดสายตามองไปยัง เทือกเขาฮว้านคงที่ห่างไปไกลแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “อีกไม่นาน
เท่าไหร่ อาณาจักรเลี่ยคงจะต้องกลายมาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เหมาะสมใน การฝึกตนมากที่สุดของดินแดนดาวตก”
“นั่นสิ ให้พวกท่านตามาสร้างปุาไผ่เขียวอยู่ข้างๆ พระราชวังนี่ก็ดี นะ” ต่งลี่เอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม
ตอนแรกที่มา ใจนางคิดแต่จะช่วงชิงผลประโยชน์ให้กับตระกูลต่ง เลยไม่ได้คิดอะไรมากนัก
ทว่าตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของพวกต่งหวังหลิง หัวมู่ นางก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่าอาณาจักรเลี่ยคงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมภึงขนาดไหน และ นางก็พลันเข้าใจว่าในอนาคตอีกไม่นาน อาณาจักรเลี่ยคงจะต้องกลายมา เป็นจุดศูนย์กลางของดินแดนดาวตก กลายมาเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในการ ฝึกตนที่แต่ละสำนักตาร้อนอยากได้ไว้ในครอบครอง
“สร้างปุาไผ่เขียว จะทำได้หรือ?” เนี่ยเทียนงุนงง “พื้นที่แห่งนี้เคย เป็นพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตนะ”
“ไม่เหมือนเดิมแล้ว นับตั้งแต่ที่พระราชวังหลังนี้ผุดขึ้นมา ตลอดทั้ง อาณาจักรเลี่ยคงก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ” อูจี้รับสัมผัส ได้อย่างชัดเจนนานแล้วจึงพูดว่า “บริเวณรอบๆ พระราชวังมีปราณ วิญญาณฟูาดินเข้มข้นมากที่สุด ขอแค่มีปราณวิญญาณฟูาดินที่เข้มข้นนี้ ดำรงอยู่ พืชพรรณต่างๆ ก็จะเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งแค่ตั้งใจรดน้ำพรวน ดิน ก็ยังสามารถปลูกพืชสมุนไพรขึ้นเป็นสวนสมุนไพรได้เลย”
“คิดจะปลูกต้นไผ่เพื่อสร้างปุาไผ่เขียวขึ้นมาใหม่อีกแห่งหนึ่ง ข้าว่า เป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก”
“สิ่งที่พิเศษที่สุดของอาณาจักรเลี่ยคงก็คือพลังงานนอกอาณาจักรที่ รั่วออกมาจากเทือกเขาฮว้านคง พลังงานพวกนั้นรั่วไหลออกมาอย่างไม่มี วันหยุด ซึ่งอาณาจักรเลี่ยคงจะไม่มีวันตกต่ำ และไม่มีทางกลายมาเป็น อาณาจักรดวงดาวที่มอดดับ”
“ตอนนี้ทั้งดินแดนดาวตกก็มีเพียงอาณาจักรเลี่ยคงเท่านั้นที่มีความ พิเศษเช่นนี้”
อูจี้อธิบาย
“อาณาจักรดวงดาวที่มอดดับ?” เนี่ยเทียนมีสีหน้าตะลึง “อาณาจักร ดวงดาวมอดดับได้ด้วยหรือ?”
“ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ฝึก ลมปราณอย่างพวกเราเป็นเช่นนี้ อาณาจักรดวงดาวก็เป็นเช่นเดียวกัน” อู จี้ชี้ไปที่ท้องฟูา “ดวงดาวเต็มฟูาอาจเป็นตัวแทนของแต่ละอาณาจักร ทว่าส่วนใหญ่ล้วนถูกเรียกว่าดาวดับหรือไม่ก็อาณาจักรปิดตาย”
“ดวงดาวที่มอดดับไปแล้ว อาณาจักรที่ตายไปแล้วก็คือดาวดับและ อาณาจักรปิดตาย”
“เมื่อหลายล้านปีก่อน บางทีพวกมันอาจเป็นเหมือนอาณาจักรหลี เทียน อาณาจักรเลี่ยคงที่เคยมีสิ่งมีชีวิตเจริญเติบโต มีปราณวิญญาณ เข้มข้นล้อมวน ทว่า…”
กล่าวมาภึงตรงนี้อูจี้ก็ส่ายหัว ภอนหายใจหนึ่งครั้งแล้วพูดต่อว่า “ไม่ ว่าจะเป็นพลังงานฟูาดินประเภทไหน ขอแค่มีอยู่ในอาณาจักรหนึ่งๆ อาณาจักรนั้นก็จะมีพลังชีวิต บางอาณาจักรที่ถูกปกคลุมไปด้วยปราณ
ปีศาจก็จะสามารถฝักตัวให้สัตว์ปีศาจแพร่พันธ์ บ่มเพาะพืชพรรณปีศาจ แต่ละชนิดให้เติบโตจนกลายมาเป็นหินวิเศษและวัตถุดิบที่เหมาะสมให้ ภูตผีปีศาจฝึกตน”
“บางอาณาจักรที่มีปราณอสูรล้อมวนก็จะกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ของเผ่าอสูรกาย เป็นพื้นที่ที่พวกเขาได้ขยับขยายแพร่พันธ์”
“และก็มีบางอาณาจักรที่มีปราณวิญญาณกระจัดกระจาย บน อาณาจักรแบบนั้นจะมีสายแร่หินวิเศษดำรงอยู่ มีพืชพรรณ มีดอกไม้ใบ หญ้า มีวัตถุดิบวิเศษหลากหลายชนิดที่เผ่ามนุษย์มองเป็นดินแดน บริสุทธิ์”
“ทว่าอาณาจักรเช่นนี้ พลังงานฟูาดินต่างๆ มักจะไม่ได้ไร้ที่สิ้นสุด เมื่อ เผ่าพันธ์ใหญ่ๆ เยื้องกรายมาภึง พวกเขาจะขุดแร่ จะขุดเอาพืชพรรณที่ เหมาะสมกับการฝึกบำเพ็ญตนของพวกเขาออกมา จะดูดซับพลังงานฟูา ดินพวกนั้นมาชุบหลอมเรือนกาย ผสานรวมเข้าไปในมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียน”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังงานและวัตถุดิบวิเศษที่ซุกซ่อนอยู่ในอาณาจักร พวกนั้นมานานนับล้านปีก็จะหายไป”
“เมื่อภึงเวลานั้น อาณาจักรที่มีชีวิตชีวา สุดท้ายก็กลายมาเป็น อาณาจักรที่ปิดตาย”
“ช่วงแรกเริ่มที่ดินแดนดาวตกของพวกเราถูกค้นพบ มันไม่ได้มีแค่เก้า อาณาจักรเท่านั้น ตอนนั้นเหมือนว่าจะมีสิบกว่าอาณาจักร ทว่าเมื่อเวลา ล่วงเลยไป ไม่นานดินแดนดาวตกก็เหลืออยู่เพียงแค่เก้าอาณาจักร”
“อ้อ ไม่ถูกสิ ถ้าบวกอาณาจักรเลี่ยคงที่เคยถูกตัดชื่อไป มาตอนนี้ก็ เหลือสิบอาณาจักรแล้ว”
“…”
อูจี้อธิบายความลับเกี่ยวกับอาณาจักรดวงดาวให้เนี่ยเทียนฟังอย่าง ละเอียด บอกกับเขาว่าอาณาจักรดวงดาวสามารถมองเป็นเหมืองแร่อย่าง หนึ่ง
เมื่อคนขุดเอาแร่ทั้งหมดที่อยู่ในเหมืองแร่ไป เหมืองแร่แห่งนั้นก็จะ กลายมาเป็นพื้นที่ที่ไร้ค่า
อาณาจักรดวงดาวแห่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนจากความมีชีวิตชีวามาเป็น ความเงียบสงัดปิดตาย จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมาก
สิ่งที่ตัดสินระยะเวลาสั้นยาวนี้มีปัจจัยอยู่ที่ความแข็งแกร่งและจำนวน ของสิ่งมีชีวิตที่เยื้องกรายไปภึง
หากอาณาจักรดวงดาวแห่งหนึ่งถูกเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตค้นพบ พวกเขาก็ จะมาตั้งรกรากอยู่ที่นั่น หรือไม่ก็ก่อตั้งสาขาไว้ส่วนหนึ่ง เริ่มทำการขุดค้น ทรัพยากร ส่วนผู้แข็งแกร่งก็จะดูดซับเอาปราณวิญญาณฟูาดินไปใช้
หากชนเผ่าสิ่งมีชีวิตที่เยื้องกรายมาภึงแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ มีแดน ว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ หรือแดนเทพเจ้าอยู่เยอะ การดูดซับปราณ วิญญาณฟูาดินของพวกเขาก็จะทำให้อาณาจักรดวงดาวมอดดับได้เร็ว ยิ่งขึ้น
ต่อให้ไม่มีสุดยอดผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ แต่หากชนเผ่าที่มาเยือนมีจำนวน มาก ทุกคนต่างขุดเอาวัตถุดิบของฟูาดินมาใช้อย่างบ้าคลั่ง ก็จะสร้าง ผลลัพธ์ในแบบเดียวกัน
—อาณาจักรดวงดาวจะเดินไปสู่ความตาย
เก้าอาณาจักรในตอนนี้อย่างอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียน เทียน ฯลฯ ต่างก็มีสำนักตั้งตระหง่าน ในขณะที่พวกเขาแพร่ขยาย เผ่าพันธุ์ รับสมัครศิษย์เข้าสู่สำนัก สร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองโดยการ ฝุาทะลุขอบเขตอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็กำลังเผาผลาญต้นทุนของ อาณาจักร ทำให้อาณาจักรค่อยๆ เดินไปสู่ความเสื่อมถอยตกต่ำ
ซึ่งก็หมายความว่าไม่ช้าก็เร็ว เก้าอาณาจักรใหญ่นี้จะต้องกลายมาเป็น อาณาจักรที่ตายไปในสักวัน
มีเพียงอาณาจักรเลี่ยคงเท่านั้นที่พิเศษกว่าที่ใด ไม่มีใครรู้ว่าพลังงาน นอกอาณาจักรที่รั่วไหลออกมาจากเทือกเขาฮว้านคงมาจากที่ใด ทว่า ตอนนี้พลังงานนอกโลกเหล่านั้นกำลังถูกชำระล้างให้สะอาดอย่างเงียบ เชียบ ก่อนจะก่อตัวกลายมาเป็นปราณวิญญาณฟูาดินที่บริสุทธิ์ นี่จึงทำ ให้อาณาจักรเลี่ยคงจะมีชีวิตอยู่ต่ออย่างไม่มีวันล่มสลาย
อาณาจักรเลี่ยคงไม่เพียงแต่ไม่มีทางเดินไปสู่ความตาย อีกทั้งยัง เปลี่ยนมาเป็นดีเยี่ยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
อย่าว่าแต่ดินแดนดาวตกเลย ต่อให้เป็นดินแดนปราการดวงดาวก็ เกรงว่าคงไม่มีอาณาจักรดวงดาวที่พิเศษเช่นอาณาจักรเลี่ยคงนี่อีกแล้ว
อูจี้คิดจะให้พวกเนี่ยตงไห่มาสร้างปุาไผ่เขียวอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ให้พวกเนี่ยตงไห่ย้ายมาอยู่ที่นี่ก่อนก็เพราะเล็งเห็นอนาคตที่สวยงามของ อาณาจักรเลี่ยคง
เมื่อได้ฟังคำอธิบายที่ละเอียดของเขา เนี่ยเทียนจึงมีความรู้ใหม่ต่อ อาณาจักรดวงดาว
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าแม้แต่อาณาจักร ดวงดาว หรือแม้แต่ อาณาจักรดวงดาวต่างก็ใช่ว่าจะอยู่คงเดิมไปได้ตลอดกาล
อีกล้านปี สิบล้านปีให้หลัง อาณาจักร ดวงดาว และอาณาจักร ดวงดาวที่เกิดจากการรวมตัวกันของอาณาจักรและดวงดาวก็อาจจะกลาย มาเป็นพื้นที่ปิดตาย ไม่เหมาะให้สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัย ต้องถูกละทิ้ง ไม่มีใคร ให้ความสนใจอีกต่อไป
หากสำนักที่ยิ่งใหญ่สำนักหนึ่งต้องการมีชีวิตอยู่ยาวนานโดยไม่ล้มลง ไปนับร้อยล้านปี ก็จำเป็นต้องทำการสำรวจตามหาอาณาจักรที่ปราณ วิญญาณฟูาดินเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง และย้ายสำนักไปอยู่ยังที่แห่งนั้น
หรือไม่ก็ตามหาสถานที่ที่เป็นอย่างอาณาจักรเลี่ยคงซึ่งปราณวิญญาณ ฟูาดินไม่มีวันแห้งขอด
และก็เพราะการดำรงอยู่เทือกเขาฮว้านคง อาณาจักรเลี่ยคงจึงไม่ เพียงแต่ชักนำพลังงานนอกโลกมาชำระล้างให้สะอาด เพิ่มความเข้มข้น ของปราณวิญญาณฟูาดินอย่างต่อเนื่อง รอยแยกห้วงมิติมากมายที่ยังไม่ เคยถูกใครเข้าไปสำรวจของเทือกเขาฮว้านคงก็ยังเป็นหน้าต่างที่ไม่มั่นคง ซึ่งเปิดไปสู่การสำรวจภายนอกอย่างหนึ่งด้วย
นอกจากนี้แล้ว พิกัดห้วงมิติที่สี่ซึ่งอยู่ในค่ายกลนำส่งของพระราชวัง หลังนั้นก็คือกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่เชื่อมโยงไปยังโลกภายนอก
นี่จึงทำให้อาณาจักรเลี่ยคงมีตำแหน่งที่พิเศษอยู่ในดินแดนดาวตก
สิ่งที่อูจี้มองออก พวกผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณของแต่ละสำนักก็ มองออกเช่นกัน
หลังจากนั้นพวกหัวมู่ จงเจิง ต่งหวังหลิงก็ทยอยกันแสดงท่าทีต่อเนี่ย เทียน บอกให้เนี่ยเทียนรู้ว่าพวกเขาเองก็หวังจะย้ายสำนักมาอยู่ที่ อาณาจักรเลี่ยคงเช่นกัน
สถานที่ตั้งของสำนักพวกเขาตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง ทว่า อาณาจักรที่พวกเขาอยู่ไม่ใช่อาณาจักรเลี่ยคง ซึ่งสักวันหนึ่งมันก็เดินไปสู่ ความเสื่อมถอย
พวกเขาต่างก็อยากย้ายสำนักมาอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง คิดจะอาศัย อาณาจักรเลี่ยคงมาตรวจสอบโลกภายนอก เพราะผู้เฒ่าประหลาดเขต วิญญาณอย่างพวกเขายังคิดอยากจะไปหาวัตถุหายากเพื่อใช้สร้างดินแดน ของตัวเอง
เนี่ยเทียนเริ่มรู้สึกปวดหัวไปกับคำขอร้องของพวกเขา จึงจำต้องยก เรื่องการเดินทางไปยังเทือกเขาสายฟูาสวรรค์ในอาณาจักรคุนหลัวขึ้นมา พูด
วันที่สามหลังเหลยเทียนฉี่จากไป เนี่ยเทียนก็มาภึงภูเขาสายฟูา ก่อน จะถูกเหลยเทียนฉี่ส่งตัวไปนอกอาณาจักร
——