ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 708 ส ำนักหินทอง
“ไม่มีคลื่นพลังจิตวิญญาณ แล้วก็ไม่มีทิศทางการเคลื่อนไหวทางพลัง ชีวิตใดๆ น่าจะไม่มีคนซ่อนตัวอยู่”
เนี่ยเทียนหรี่ตา ปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณและใช้สายเลือดแห่งชีวิต รับสัมผัสรอบด้าน ก่อนจะให้คำตอบกับอีกฝ่าย
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” เฉียวอวิ๋นซีพยักหน้า วางใจลงได้ แล้วจึงขับเคลื่อน “วิหคเพลิง” ให้เข้าไปใกล้เรือรบทางช้างเผือกสีทองอร่ามลำนั้น
ลำตัวของเรือรบทางช้างเผือกที่สร้างขึ้นจากทองทั้งลำมีความเสียหาย อย่างหนัก ทั้งยังถูกอุดขวางด้วยหินอุกกาบาตหลายก้อน ยากที่จะ เคลื่อนไหวได้อีก
รอจน “วิหคเพลิง” ขยับเข้าไปใกล้ เนี่ยเทียนมองอย่างละเอียดก็เห็น ว่ามีรอยเล็บขีดข่วนอยู่เต็มลำเรือไปหมด
รอยเล็บเหล่านั้นคล้ายตะขอเหล็กที่แหลมคม บางรอยเห็นเด่นชัด และยังมีบางรอยทีเหมือนจะฉีกกระฉากลำเรือออกจากกัน ทำให้คนมอง รู้สึกหวั่นวิตก
“เรือรบทางช้างเผือกที่มีที่มาไม่ชัดเจนลำนี้เหมือนว่าจะถูกสัตว์ยักษ์ บางประเภทลอบโจมตี” เฉียวอวิ๋นซีแอบตกใจ “วัสดุหลักที่สร้างเรือรบ ทางช้างเผือกลำนี้เหมือนจะเป็นหินทองประกาย! หินทองประกายคือวัตถุ วิเศษชั้นสูงระดับเจ็ด ราคาไม่ธรรมดา นึกไม่ถึงเลยว่าวัตถุดิบส่วนใหญ่ ของเรือรบทางช้างเผือกลำนี้ล้วนเป็นหินทองประกายทั้งหมด!”
“วัตถุวิเศษชั้นสูงระดับเจ็ด!” เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขารู้ดีว่าวัตถุดิบวิเศษ หินวิเศษชั้นสูงล้วนหาได้ยากยิ่งในดินแดนดาว ตก ยิ่งเป็นวัตถุวิเศษชั้นสูงระดับเจ็ดก็ยิ่งหาได้ยากเข้าไปใหญ่
วัตถุวิเศษ หินวิเศษชั้นสูงสามารถเอามาสร้างเป็นอาวุธวิเศษชั้นสูงได้ ทั้งยังนำมาเป็นส่วนประกอบในการสร้างอาวุธวิเศษเชื่อมโยงวิญญาณได้ อีกด้วย
เอาหินทองประกายมากมายขนาดนี้มาสร้างเป็นเรือรบทางช้างเผือก เจ้าของเรือรบทางช้างเผือกลำนี้เกรงว่าคงมีรากฐานที่น่าตะลึงอย่าง ยิ่งยวด
“ดินแดนปราการดวงดาวของพวกเราก็มีหลายสำนักที่ใช้วัตถุวิเศษ ชั้นสูงระดับเจ็ดมาสร้างเรือรบทางช้างเผือก ซึ่งเรือรบทางช้างเผือกหลาย ลำล้วนมีหินวิเศษ วัตถุดิบวิเศษในระดับที่ต่างกันปะปนอยู่ด้วย มีเพียง ส่วนที่สำคัญที่สุดของลำเรือเท่านั้นถึงจะใช้วัตถุดิบวิเศษระดับสูง”
เฉียวอวิ๋นซีขับเคลื่อน “วิหคเพลิง” ให้ลดต่ำลงบนเรือรบทาง ช้างเผือกสีทองอร่ามลำนั้น แล้วก็บอกให้เนี่ยเทียนลงไป แยกย้ายกัน สำรวจ
เนี่ยเทียนกระโดดลงไปตามคำบอกของนาง คนทั้งสองแยกย้ายกัน เข้าไปสำรวจด้านในของเรือรบทางช้างเผือกสีทองอร่าม
ผ่านไปครึ่งเค่อ คนทั้งสองก็มารวมตัวกันตรงจุดที่ “วิหคเพลิง” จอด อยู่อีกครั้ง
“จุดศูนย์กลางในตัวเรือเสียหายอย่างหนัก พวกเราไม่สามารถ ซ่อมแซมได้” เฉียวอวิ๋นซีขมวดคิ้วกล่าว “ข้ามองไม่เห็นร่องรอยของ สิ่งมีชีวิตใดๆ”
เนี่ยเทียนกับนางค้นพบในสิ่งที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ “นอกจากตัวของเรือ รบทางช้างเผือกลำนี้แล้ว ข้าเองก็ไม่พบเจอสิ่งใดอีก ในเมื่อเรือรบทาง ช้างเผือกถูกสัตว์ยักษ์โจมตีจนจมลงมา ถ้าเช่นนั้น…หากมีสิ่งมีชีวิตต่อสู้กัน จนตาย ศพของพวกเขาก็ย่อมถูกสัตว์ยักษ์ฉีกกระชากจนแม้แต่ซากก็ไม่มี เหลือ”
“ข้าเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน” เฉียวอวิ๋นซีพยักหน้า เงียบไปครู่ถึง กล่าวว่า “เรือรบทางช้างเผือกลำนี้เป็นของสำนักทองไพศาล”
“สำนักทองไพศาล?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน “เป็นสำนักจากดินแดน ปราการดวงดาวของพวกเจ้าเหมือนกันหรือ?”
“ไม่ใช่” เฉียวอวิ๋นซีส่ายหัว “ข้าเคยอ่านเจอบันทึกเกี่ยวกับสำนักทอง ไพศาลจากตำราโบราณบางส่วนของสำนัก สำนักนี้ไม่ใช่สำนักในดินแดน ปราการดวงดาว แต่ว่าผู้ฝึกลมปราณของสำนักทองไพศาลเคยเข้าออก ดินแดนปราการดวงดาว ว่ากันว่าสำนักทองไพศาลมีผู้แข็งแกร่งแดนเทพ เจ้า มาจากอาณาจักรดวงดาวระดับสูงยิ่งกว่า และเป็นสำนักที่แข็งแกร่ง กว่าสำนักในดินแดนปราการดวงดาวของพวกเรา”
“ใช้หินทองประกายขั้นสูงสร้างเรือรบทางช้างเผือกทั้งลำ ก็มีเพียง สำนักที่มีรากฐานน่ากลัวเท่านั้นถึงจะทำได้”
“น่าเสียดายที่เรือรบทางช้างเผือกลำนี้ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไป หมด พวกเราไม่สามารถรื้อมันออกมาได้”
“หาไม่แล้วลำพังเพียงแค่เรือรบทางช้างเผือกที่ผุพังลำนี้ หากนำ กลับไปดินแดนปราการดวงดาวย่อมต้องได้ผลตอบแทนที่มากมหาศาล”
เรือรบทางช้างเผือกนี้ลำใหญ่เกินไป แหวนเก็บของมิอาจบรรจุได้ อีก ทั้งลำเรือยังสร้างขึ้นมาจากหินทองประกายที่แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า ยากที่จะรื้อถอนออกมาเป็นส่วนๆ
เนี่ยเทียนสองคนมองเรือรบทางช้างเผือกที่จอดนิ่งอยู่ตรงหน้า มี ความรู้สึกหดหู่เหมือนเดินเข้ามาในภูเขาสมบัติ แต่กลับมิอาจเอาสมบัติ ชิ้นใดออกไปได้
“ซ่อมไม่ได้ แล้วก็ไม่สามารถรื้อเอาหินทองประกายออกมาได้ ถ้า อย่างนั้นก็ต้อง…ได้แต่ถอดใจ?” เนี่ยเทียนกล่าว
“เกรงว่าก็คงต้องได้แต่ถอดใจแล้วล่ะ” เฉียวอวิ๋นซีเองก็จนใจอย่าง มาก “กว่าจะมาเจอที่นี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย คาดไม่ถึงว่าไม่เพียงแต่ไม่เจอคน ที่รอดชีวิตให้สอบถามเหตุการณ์ นี่ยังไม่สามารถเอาของที่เจอกลับไปด้วย ได้อีก ซวยจริงๆ”
และขณะที่นางกำลังหงุดหงิด เตรียมจะขับเคลื่อน “วิหคเพลิง” อีก ครั้ง ดวงตาของนางก็พลันฉายประกายประหลาดแล้วพูดขึ้นว่า “รีบ ขึ้นมาเร็วเข้า!”
เนี่ยเทียนบินขึ้นไปบน “วิหคเพลิง” รับสัมผัสเล็กน้อยก็พลันหน้า เปลี่ยนสี “มีคน!”
จู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมา พวกเขาไม่ได้อำพรางคลื่นพลังจิตวิญญาณ เนี่ยพทียนจึงสามารถรับสัมผัสได้อย่างชัดเจน
คนที่มามีจำนวนมาก เขาแค่รับสัมผัสเล็กน้อยก็พบว่ามีมากหลายร้อย คน อีกทั้งยังอยู่กระจายกัน คล้ายกำลังโอบล้อมเรือรบทางช้างเผือกสี ทองอร่ามที่เขากับเฉียวอวิ๋นซีอยู่
“ถึงแล้ว! จุดที่อาวุธสัมผัสได้อยู่ข้างหน้านี้แล้ว!”
เสียงหนึ่งที่ทั้งดังกังวานทั้งตื่นเต้นพลันดังออกมาจากด้านหลังหิน อุกกาบาตก้อนที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นอาวุธวิเศษประเภทบินสีทองอร่าม หลายลำก็ห้อทะยานมาถึง
อาวุธวิเศษประเภทบินจำนวนมากกว่าเดิมลอยขึ้นมาจากพื้นที่ต่างๆ ก่อนจะกลายมาเป็นเส้นแสงสีทองที่พุ่งมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
“สำนักหินทอง” เฉียวอวิ๋นซีพลันหัวเราะหยัน กลับไม่รีบร้อนที่จะ จากไป
“นี่คือสำนักในดินแดนปราการดวงดาวของพวกเจ้ารึ?” เนี่ยเทียน พลันตระหนักได้
“อืม สำนักหินทองเป็นเพียงแค่สำนักใต้บังคับบัญชาของสำนักสาม กระบี่ ผู้แข็งแกร่งที่สุดในสำนักนี้ก็มีแค่แดนว่างเปล่าช่วงต้นเท่านั้น คนผู้ นั้นปิดด่านอยู่ตลอดทั้งปี ไม่มีทางมาเยือนที่นี่แน่นอน” ขณะที่เผชิญหน้า กับสำนักหินทอง เฉียวอวิ๋นซีนับว่ามีท่าทีสุขุมอย่างมาก อยู่ไกลเกินจาก ท่าทางหวาดผวาที่มีต่อสำนักเขาสุขาวดีมากนัก
นางคือนายน้อยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์คือหนึ่งใน ห้าสำนักสามตระกูลของดินแดนปราการดวงดาว และมีชื่อเสียงทัดเทียม กับสำนักสามกระบี่
ทว่าสำนักหินทองเป็นเพียงแค่สำนักใต้บังคับบัญชาของสำนักสาม กระบี่เท่านั้น ตำแหน่งของสำนักหินทองในสำนักสามกระบี่ก็เทียบเท่ากับ ตำแหน่งของตระกูลเหลยในสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
ดูเหมือนนางจะรู้ว่าผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าช่วงต้นเพียงคนเดียวของ สำนักหินทองไม่มีทางมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงไม่เป็นกังวลเท่าใดนัก
“อู้ๆๆ!”
อาวุธวิเศษประเภทบินสีทองอร่ามหลายลำทยอยกันบินออกมา ไม่ นานก็โอบล้อมเรือรบทางช้างเผือกที่สำนักทองไพศาลทิ้งเอาไว้ที่นี่
ผู้แข็งแกร่งแดนวิญญาณช่วงกลางคนหนึ่งของสำนักหินทองสวม เกราะศึกสีทองดูองอาจมากบารมี นัยน์ตาเต็มไปด้วยความละโมบ
“ในที่สุดก็หาเจอเสียที!” เขาหัวเราะร่า ก่อนจะตวาดก้อง “พวกเรา อาศัยอาวุธชิ้นนั้นตามหาอย่างยากลำบากมานานหลายเดือนถึงจะหาที่ แห่งนี้เจอ เราต้องขุดเอาเรือรบทางช้างเผือกของสำนักทองไพศาลออกมา ให้ได้!”
ผู้ฝึกลมปราณหลายร้อยคนของสำนักหินทองกระจายตัวกันอยู่บน อาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำ ซึ่งพวกเขาต่างก็มีท่าทางฮึกเหิมอย่างถึง ที่สุด
เมื่อหลายร้อยปีก่อน สำนักหินทองของพวกเขาได้รับอาวุธมาชิ้นหนึ่ง อาวุธชิ้นนั้นก็มาจากในเรือรบทางช้างเผือกลำหนึ่งที่สำนักทองไพศาลทิ้ง เอาไว้
พอได้อาวุธชิ้นนั้นมา สำนักหินทองเคยเอามันไปใช้สำรวจใน อาณาจักรต่างๆ ของดินแดนปราการดวงดาว ทว่ากลับไม่ได้ผลพวงใดๆ
แต่เมื่อหนึ่งปีกว่าก่อนหน้านี้ ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งของสำนักหินทองเดิน ทางผ่านริมขอบของพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกโดยบังเอิญ และอาวุธในมือเขาก็ พลันเกิดการขานรับ
ตอนนั้นเขาก็แน่ใจแล้วว่าเรือรบทางช้างเผือกที่สำนักทองไพศาลทิ้ง เอาไว้ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกนั้นแน่นอน
ช่วงแรกเริ่ม สำนักหินทองยังไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม เพียงแค่มา สำรวจอย่างเงียบเชียบเท่านั้น
ภายหลังพวกเขาค้นพว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบล้านปี พื้นที่ที่ถูกปิด ผนึกแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนคนสามารถเข้าไปข้างในได้
สำนักหินทองปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ผู้แข็งแกร่งทุกคนในสำนักต่างก็ถูก ระดมตัวออกมาสำรวจหาเรือรบทางช้างเผือกที่ถูกทิ้งไว้โดยเฉพาะ
อันที่จริงสำนักหินทองและสำนักทองไพศาลไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง อะไรกันเท่าไหร่นัก ทว่าวิชาการฝึกตนของสองสำนักกลับเหมือนกันอย่าง ไม่มีผิดเพี้ยน
พอพวกเขาได้รับอาวุธจากเรือรบทางช้างเผือกของสำนักทองไพศาล แล้วได้รู้ถึงการดำรงอยู่ของเรือรบทางช้างเผือกลำนั้นจึงเกิดความคิดที่จะ ช่วงชิงมันมาอย่างไม่เสียดายค่าตอบแทนใดๆ
“เอ๊ะ!”
เสียงหัวเราะเริงร่าของผู้เฒ่าร่างกำยำที่สวมชุดเกราะสีทองพลัน หยุดชะงัก ในที่สุดก็เขามองเห็นเฉียวอวิ๋นซีและเนี่ยเทียนสองคน
“ผู้อาวุโสเหมา พวกเจ้ารีบร้อนมาที่นี่เพราะคิดจะทำอะไรรึ?” เฉียวอวิ๋นซีแค่นเสียงเย็น
“คุณ คุณหนูเฉียว!” เหมาหมิงหย่วนตะลึงงัน ก่อนจะรีบร้อนโบกมือ ไม่ให้คนอื่นๆ ของสำนักหินทองวู่วาม บอกพวกเขาว่าอย่าทำตัวเหลวไหล
พอผู้ฝึกลมปราณเขตสามัญ เขตลี้ลับหลายคนของสำนักหินทอง มองเห็น “วิหคเพลิง” ที่ขึ้นชื่อในดินแดนปราการดวงดาวก็พลันสงบสติ อารมณ์ลงได้
เจ้าของ “วิหคเพลิง” คือนายน้อยแห่งสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนของ อีกฝ่ายสูงส่ง นี่คือเรื่องจริงที่ผู้ฝึกลมปราณทุกคนในดินแดนปราการ ดวงดาวรับรู้
ในเมื่อเฉียวอวิ๋นซีปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ถ้าเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ถึง แปดเก้าส่วนที่คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
อีกทั้งตอนนี้นางยังยืนอยู่บนเรือรบทางช้างเผือกของสำนักทอง ไพศาล คิดจะช่วงชิงเรือรบทางช้างเผือกมาจากมือของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ไฉนเลยจะง่ายดายขนาดนั้น?
“คุณหนูน้อย เรือรบทางช้างเผือกของสำนักทองไพศาลลำนี้ พวกเรา ตามหากันมาหลายร้อยปีแล้ว” เหมาหมิงหย่วนกล่าวด้วยใบหน้าหดหู่ ทั้ง ยังผงกหัวกุมมือคารวะติดๆ กัน “ขอท่านโปรดเมตตา มอบของสิ่งนี้ให้กับ สำนักหินทองของพวกเราด้วยเถิด แล้วพวกเราจะตอบแทนท่านอย่าง งาม”
“พวกเจ้าตามหากันมาหลายร้อยปีแล้ว?” เฉียวอวิ๋นซีพลันเกิดความ สนใจ “ไหนลองเล่ามาสิว่าพวกเจ้าหาที่แห่งนี้เจอได้อย่างไร?”
“พวกเราได้ของสิ่งหนึ่งมา ของสิ่งนั้น…มาจากเรือรบทางช้างเผือกที่ อยู่เบื้องหน้านี้ พวกเราเคยทำการสำรวจอย่างลับๆ ในดินแดนปราการ ดวงดาว ทว่ากลับไม่ได้รับผลพวงใด ช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานผู้อาวุโสท่าน หนึ่งเดินทางผ่านริมพื้นที่แห่งนี้ และในที่สุดวัตถุชิ้นนั้นก็มีการตอบสนอง …” เหมาหมิงหย่วนอธิบายสั้นๆ หนึ่งประโยค ก่อนจะพูดต่อ “คุณหนู น้อย เรือรบทางช้างเผือกลำนี้เสียหายอย่างใหญ่หลวง ท่านเองก็เอาไป ไม่ได้ ทั้งไม่สามารถรื้อถอนมันได้ แบบนี้ก็สู้มอบให้พวกเราจะดีกว่า”
“ข้าเอาไปไม่ได้ แต่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีวิธีจัดการกับมันงั้น หรือ?” เฉียวอวิ๋นซีแค่นเสียงกล่าว
“นี่…” เหมาหมิงหย่วนยิ้มแห้งๆ ก่อนจะถอนหายใจกล่าว “คุณหนู น้อย ไหนท่านลองพูดมาสิว่าท่านต้องการเช่นไรถึงจะยอมมอบของสิ่งนี้ ให้กับสำนักหินทองของพวกเรา?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดูว่าในมือของเจ้ามีของที่ทำให้ข้าสนใจได้หรือไม่” เฉียวอวิ๋นซีเชิดหน้ากล่าวด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
เนี่ยเทียนมองเห็นท่าทางที่นางหลอกลวงสำนักหินทองก็หัวเราะอยู่ใน ใจ
เขาย่อมรู้ดีว่าเฉียวอวิ๋นซีขาดการติดต่อกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไปนาน แล้ว พวกเขาสองคนเดินทางกันเพียงลำพัง
หากสำนักหินทองเองก็รู้เรื่องนี้ เกรงว่าคงไม่มีทางพูดง่ายขนาดนั้น หรืออาจถึงขั้นลงไม้ลงมือกันก็เป็นได้
ที่น่าเสียดายก็คือสำนักหินทองไม่รู้เรื่องนี้
เพราะตำแหน่งของเฉียวอวิ๋นซีสูงส่ง สำนักหินทองย่อมไม่มีทางคิดว่า สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะยอมปล่อยให้คนสำคัญอย่างเฉียวอวิ๋นซีเดินทางเพียง ลำพัง
ที่เหมาหมิงหย่วนหวาดกลัวไม่ใช่เฉียวอวิ๋นซีที่อยู่เบื้องหน้านี้ แต่เป็น สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังนางต่างหาก เขากังวลว่าคนของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์อาจปรากฏตัวได้ทุกเมื่อ
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้วยว่าเฉียวอวิ๋นซีได้บอกเรื่องการค้นพบเรือรบทาง ช้างเผือกให้กับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ทราบแล้ว และอีกไม่นานผู้แข็งแกร่ง ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็คงตามมาถึง
หากเป็นเช่นนั้น ต่อให้สำนักหินทองของพวกเขาฆ่าหรือจับตัว เฉียวอวิ๋นซี พวกเขาก็ยังต้องตายกันหมดอยู่ดี
——