ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 71 ถือโอกาสบำาเพมญตบะ
ผู้ประลองเหล่านั้นของอารามเสวียนอู้เงียบงันกันหมด้ รอบด้้านเงียบกริบไร้สรรพสำาเนียงใด้
ไม่มีใครสงสัยความจริงในคำาพูด้ประโยคนี้ของเนี่ยเทียน
หากเนี่ยเทียนไม่ได้้จับตัวเจี่ยนเสวียน ไม่ได้้แสด้งฝีมือที่ โหด้เหี้ยมออกมา บางทีพวกเขาอาจจะรู้สึกว่าเนี่ยเทียนจงใจกล่าว ข่มขู่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกพวกเขาจับตัว
ทว่าตอนนี้เจิ้งปินแสด้งออกอย่างชัด้เจนแล้วว่าจะปล่อย เนี่ยเทียนไปก่อนชั่วคราว รอจนกว่าคนอื่นๆ ของหอหลิงเป่ามาถึง แล้วค่อยลงมือ
นี่หมายความว่า ตอนนี้เนี่ยเทียนปลอด้ภัยอย่างถึงที่สุด้ ไม่ จำาเป็นต้องกังวลกับสภาวะที่เป็นอยู่เลยแม้แต่นิด้
เนี่ยเทียนที่อยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงไม่มีความ จำาเป็นใด้ต้องพูด้จาข่มขวัญให้คนอื่นตกใจ
“สำานักภูตผี สำานักโลหิต…”
เด้มกหนุ่มเด้มกสาวเหล่านั้นพอได้้ยินว่าสำานักภูตผีและสำานัก โลหิตเข้ามาในโลกมายามรกต ต่างกมีสีหน้าหด้หู่ไร้ที่พึ่งอย่างเหมนได้้ ชัด้
สำานักภูตผีและสำานักโลหิตดุ้จด้ั่งภูเขายักษ์สองลูกหนักนับ แสนชั่งซึ่งกด้ทับลงมาบนหน้าอกของพวกเขา ความกด้ด้ันที่หนักอึ้ง เช่นนั้น ทำาให้พวกเขาแทบจะหายใจไม่ออก
โด้ยเฉพาะยังได้้รู้จากปากเนี่ยเทียนด้้วยว่ากองทัพของ หุบเขาเทาพ่ายแพ้ย่อยยับกันไปหมด้แล้ว
หยวนเฟิงแห่งหุบเขาเทาคือบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าต่อกรด้้วย ยากที่สุด้ พละกำาลังของหุบเขาเทาที่เข้ามาในโลกมายามรกต เมื่อ เทียบกับพวกเขาแล้วมีแต่จะแขมงแกร่งไม่ด้้อยกว่า!
แม้แต่หุบเขาเทากมยังจบเห่ หากพวกเขาไม่ได้้โชคด้ี ไม่พบ กับลูกศิษย์ของสำานักภูติผีและสำานักโลหิตคนใด้ในเขตภูเขาไฟ ถ้า เช่นนั้นพวกเขา…จะยังเหลือกี่คนที่มีชีวิตรอด้อยู่จนถึงตอนนี้?
พวกเขาไม่กล้าคิด้ลึกต่อ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจิ้งปินสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง หลุด้ พ้นจากความตื่นตะลึงเป็นคนแรก เขาชี้ไปที่หลีสี่ เอ่ยสั่งความ: “ไป เอาเนื้อสัตว์วิเศษมาให้เขากินหน่อย”
คราวนี้หลีสี่ไม่ได้้ต่อต้าน มาหยุด้อยู่ตรงจุด้ที่พวกเขารวม ตัวกันก่อนหน้านี้อย่างเงียบเชียบ หยิบเนื้อสัตว์วิเศษที่ย่างเหลือง กรอบแล้วขึ้นมาหนึ่งชิ้นใหญ่ เด้ินมาทางเนี่ยเทียนด้้วยสีหน้าซับซ้อน แล้วส่งเนื้อสัตว์วิเศษชิ้นใหญ่นั้นให้กับเขา
เนี่ยเทียนพยักหน้า ไม่ได้้เอ่ยขอบคุณ รับมาได้้กมฉีก กระชากเนื้อสัตว์วิเศษ สวาปามเข้าไปคำาใหญ่
ผู้ประลองทั้งกลุ่มของอารามเสวียนอู้ต่างกมองเขาเขมือบ กินอาหาร ไม่มีใครเอ่ยปากพูด้ บรรยากาศเคร่งเครียด้ผิด้ปกติ
พวกเขาห้อมล้อมอยู่รอบกายเนี่ยเทียนโด้ยไม่รู้ตัว รอคอย เงียบๆ
หญิงสาวหน้าแฉล้มที่สังเกตเหมนเนี่ยเทียนก่อนใครผู้นั้น มองกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมหยิบเอาเสื้อ สีขาวที่วางอยู่ข้างหมาป่าโลกันตร์ขึ้นมาโยนให้เนี่ยเทียนเบาๆ
เนื้อสัตว์วิเศษสิบกว่าจินถูกเนี่ยเทียนจัด้การหมด้ลงอย่าง รวด้เรมว เพื่อไม่ให้ผู้ประลองของอารามเสวียนอู้ตกใจ เขาจึงไม่ได้้ เรียกร้องขอเนื้อสัตว์วิเศษต่อ
หยิบเอาเสื้อขาวที่อยู่บนพื้นตัวนั้นขึ้นมา สวมเข้าไปเงียบๆ จากนั้นถึงได้้พูด้ว่า: “พวกเจ้าอยากรู้อะไร?”
“ทุกอย่างที่เจ้าประสบมา!” เจิ้งปินกล่าวเสียงหนัก
“ได้้” เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้้ปกปิด้สิ่งใด้ เล่าเรื่อง การต่อสู้เลมกๆ หลายรอบเมื่อครั้งที่พวกเขาพบกับลูกศิษย์ของสำานัก ภูติผีและสำานักโลหิตอย่างละเอียด้
ส่วนการตายของหยวนเฟิงและอวิ๋นซง แน่นอนว่าเขาย่อม ผลักให้กับอวี๋ถงแห่งสำานักธาราโลหิต
เขาเชื่อว่าต่อให้อวี๋ถงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เนื่องจากตัวตน ศิษย์สำานักธาราโลหิตของอวี๋ถง ต่อให้อวี๋ถงบอกว่าเขาเป็นคนฆ่า หยวนเฟิงและอวิ๋นซง คนของอารามเสวียนอู้กมไม่มีทางเชื่อนางเด้มด้ ขาด้
ข้อหาชั่วช้าอย่างสังหารหยวนเฟิงและอวิ๋นซงนี้ ต่อให้เขา ยืนกรานโยนความผิด้ให้แก่อวี๋ถง เขารู้สึกว่าอวี๋ถงเองกมไม่มีทาง ปฏิเสธ
สำาหรับเขาแล้ว หากเรื่องที่ฆ่าหยวนเฟิงและอวิ๋นซงแพร่ ออกไป เขาย่อมต้องเผชิญกับไฟโทสะจากสี่สำานักอย่างแน่นอน
ทว่าอวี๋ถงเข้ามาในโลกมายามรกตกมเพื่อฆ่าพวกหยวนเฟิง สำาหรับเขาอาจเป็นเรื่องอันตราย แต่สำาหรับอวี๋ถงแล้วกลับเป็นเรื่อง ที่มีเกียรติ
—อวี๋ถงน่าจะยินด้ีเป็นแพะรับบาป
“เจ้าสังหารลูกศิษย์คนหนึ่งของสำานักภูตผี แถมยังหนีพ้น เงื้อมมือของอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตด้้วย? อวี๋ถงผู้นั้น…ฝ่าทะลุขั้นท้าย สวรรค์ในโลกมายามรกต?”
หลังจากที่เขาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิด้ขึ้นไปแล้วหนึ่งรอบ เด้มกสาวใบหน้ารูปไข่กมจ้องมองเขาด้้วยความสงสัย คล้ายไม่เชื่อถือ
“โม้กระมัง…” หลีสี่เองกมพึมพำาเบาๆ หนึ่งประโยค
ผู้ประลองคนอื่นของอารามเสวียนอู้ต่างกมทำาท่าคล้ายสงสัย ในความจริงของคำาพูด้เขา รู้สึกว่าเขาพูด้เอาความด้ีเข้าตัว
ในสายตาของพวกเขา อวี๋ถงที่ฝ่าทะลุขั้นท้ายสวรรค์ได้้ ใน โลกมายามรกตแห่งนี้แน่นอนว่าย่อมคือการด้ำารงอยู่ของผู้ที่ไร้พ่าย
แม้แต่หยวนเฟิงยังถูกอวี๋ถงฆ่า กะอีแค่เนี่ยเทียนที่ไม่มีชื่อ เสียงใด้ จะรอด้มาจากน้ำามือของอวี๋ถงได้้อย่างไร?
พวกเขาย่อมไม่มีใครคาด้ถึงว่า เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่หลุด้ พ้นจากการไล่ฆ่าของอวี๋ถง ทั้งยังทำาให้อวี๋ถงบาด้เจมบหนักถึงสองครั้ง ด้้วย
“อ้อ เมื่อครู่นี้ข้าอาจจะพูด้ได้้ไม่ชัด้เจนเลยทำาให้พวกเจ้า เข้าใจผิด้” เนี่ยเทียนสีหน้าเรียบเฉย กล่าวนิ่งๆ: “หลังจากฆ่าหยวน เฟิงและอวิ๋นซงแล้ว อวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตผู้นั้นกมได้้รับบาด้เจมบ เหมือนกัน สูญเสียพละกำาลังมากเกินไป ด้้วยเหตุนี้ข้าถึงได้้โชคด้ีหลุด้ พ้นมาจากการไล่ฆ่าของนาง หนีหัวซุกหัวซุนมาถึงที่แห่งนี้”
ที่เขาต้องการมากที่สุด้กมคือทำาให้ทุกคนของอารามเสวียนอู้ เชื่อว่าอวี๋ถงเป็นคนฆ่าหยวนเฟิงและอวิ๋นซง
ในเมื่อคำาพูด้ของเขาครั้งแรก คนของอารามเสวียนอู้ไม่เชื่อ เขาจึงมอบคำาอธิบายที่ฟังดู้แล้วยิ่งสมเหตุสมผลมากกว่าเด้ิม
ด้ังคาด้ คราวนี้ผู้ประลองอารามเสวียนอู้ที่ได้้ยินคำาอธิบาย ใหม่ของเขาแสด้งออกว่าเชื่ออย่างชัด้เจน
พวกเขาเองกมคิด้ว่าต้องเกิด้ปัญหาอะไรกับตัวของอวี๋ถงอ ย่างแน่นอน มิฉะนั้นด้้วยความสามารถขอบเขตท้ายสวรรค์ของอวี๋ถง นางย่อมไม่มีทางปล่อยให้เนี่ยเทียนมีชีวิตรอด้กลับมาได้้เด้มด้ขาด้
“ในเมื่ออวี๋ถงบาด้เจมบ สูญเสียพลังไปเยอะ เจ้าสามารถมี ชีวิตรอด้มาจากการไล่ฆ่าของนางกมากพอที่จะพิสูจน์ได้้ถึงความไม่ ธรรมด้าของเจ้า” เจิ้งปินสีหน้าเคร่งขรึม หันหน้ามองไปยังคนอื่นๆ ของอารามเสวียนอู้ กล่าว: “อวี๋ถงแห่งสำานักโลหิต พวกเจ้าหลายคน ไม่เคยได้้ยินแม้แต่ชื่อของนาง ไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้น่ากลัวมากแค่ ไหน”
“พูด้อย่างนี้กมแล้วกัน อวี๋ถงผู้นั้น…ต่อให้ยังอยู่ในขอบเขต หลอมลมปราณ ข้ากมยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง”
“หากนางเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้ายสวรรค์จริงๆ หาก ข้าต่อสู้กับนาง อย่าพูด้ถึงเรื่องเอาชนะได้้เลย เกรงว่าแม้แต่หนีข้ากม คงหนีไม่พ้น”
เจิ้งปินสีหน้าจริงจัง เขาไม่ได้้โอ้อวด้ความสามารถของตัว เองต่อหน้าทุกคน แต่พูด้ความรู้สึกที่แท้จริงในใจของเขาออกมา
“พี่ปิน ถ้า ถ้าอย่างนั้นพวกเรากมไม่ต้องตายแน่ๆ หรอก หรือ?” หลีสี่หน้าม่อยคอตก
“จะทำาอย่างไรด้ี? สำานักภูตผีและสำานักโลหิตร้ายกาจ ขนาด้นั้น บางทีตอนนี้พวกเขาอาจจะจับตามองพวกเราอยู่ และอาจ ปรากฏตัวขึ้นได้้ทุกเมื่อ!” เด้มกสาวใบหน้ารูปไข่สติแตกอย่างเหมนได้้ ชัด้ ตอนที่นางพูด้ยังหันหน้าเหลียวซ้ายแลขวาไปด้้วย คล้ายว่าอีก เด้ี๋ยวคนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตจะปรากฏตัวขึ้นจริงๆ
“คอยดู้กันไปทีละก้าวกมแล้วกัน ข้าหวังเพียงว่าอันอิ่งและ เจียงหลิงจูจะยังมีชีวิตอยู่ หวังว่าพวกนางจะรีบตามมาถึงโด้ยเรมว ที่สุด้” เจิ้งปินเองกมไร้ความมั่นใจเหมือนกัน
ขณะที่พวกเขาพูด้คุยกัน เนี่ยเทียนเริ่มค่อยๆ สัมผัสได้้ถึง กระแสอบอุ่นมากมายหลายเส้นที่เกิด้ขึ้นในลำาไส้และกระเพาะอาหาร
เขารู้ว่าเนื้อสัตว์วิเศษที่เพิ่งกินเข้าไปเหล่านั้น หลังจากได้้ ผ่านการย่อยจึงค่อยๆ แผ่พลังงานออกมา
“ข้าเร่งรุด้เด้ินทางสุด้กำาลังมานาน ตอนนี้เหนื่อยล้าอย่าง มาก จำาเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว จะไม่พูด้มากกับพวกเจ้าแล้ว ล่ะ” เขากล่าวกับเจิ้งปินหนึ่งประโยคกมเตรียมหลับตา ตั้งใจจะใช้
คาถาหลอมลมปราณมาชักนำาพลังงานเหล่านั้นเพื่อขยายมหาสมุทร วิญญาณ หวังว่าจะเพิ่มพลังงานให้ได้้มากที่สุด้
“อืม ต้องการอะไรกมบอกพวกเรา พวกเราจะพยายามหา มาให้” เจิ้งปินพยักหน้า
“หากไม่ถือสา ขอเนื้อสัตว์วิเศษให้ข้าอีกหน่อยได้้หรือไม่? ข้าหิวมานานมากๆ แล้ว ต้องการอาหารที่มากกว่าเด้ิม” เนี่ยเทียน รีบตอบรับทันที
“ไม่มีปัญหา” เจิ้งปินตอบรับว่องไวพอกัน สั่งการหลีสี่อีก ครั้ง ให้เขาเอาเนื้อวิเศษที่มากกว่าเด้ิมมาให้เนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนสวาปามอีกครั้ง หลังจากกินเสรมจกมกล่าวขอบคุณ เจิ้งปินแล้วหลับตาฝึกบำาเพมญตบะทันที
หลายวันหลังจากนั้น เขาแทบจะไม่ได้้ลุกออกไปจากที่เด้ิม ทุกครั้งที่บำาเพมญตบะเสรมจกมจะขออาหารจากอารามเสวียนอู้ทันใด้
รอจนเขมือบกลืนเนื้อสัตว์วิเศษปริมาณมากเข้าไปหมด้ แล้ว เขากมไม่พูด้มากอีก รีบหลับตาบำาเพมญตบะ ไม่สนทนาปราศรัย ใด้ๆ กับผู้ประลองของอารามเสวียนอู้
แรกเริ่มพวกเจิ้งปินจากอารามเสวียนอู้นึกว่าเขาหิวโหย อย่างถึงที่สุด้ ถึงได้้กินมากหน่อย
ภายหลังเมื่อปริมาณการขอเนื้อสัตว์วิเศษของเนี่ยเทียน มากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาถึงได้้เริ่มตระหนักถึงเรื่องหนึ่ง—เด้ิมที ปริมาณการกินของเนี่ยเทียนกมน่าตะลึงมากอยู่แล้ว!
พวกเขาเริ่มแอบเรียกเนี่ยเทียนในกลุ่มกันเองว่า “ถังข้าว” แล้ว
ทว่า เนื่องจากเนื้อสัตว์วิเศษของพวกเขามีมากพอ ด้ังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้้คิด้เลมกคิด้น้อยอะไรกับเนี่ยเทียน ทุกครั้งล้วนทำาตาม ข้อเรียกร้องที่เนี่ยเทียนเสนอ แต่ละครั้งจะต้องมอบเนื้อสัตว์วิเศษใน ปริมาณเกือบสิบคนกินให้กับเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนที่รู้ด้ีว่าอวี๋ถงย่อมไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ในใจจึง รักษาความรู้สึกตึงเครียด้เอาไว้ตลอด้เวลา ตอนนี้ในเมื่อมีอาราม เสวียนอู้เป็นผู้พิทักษ์ให้กับเขา แถมยังมีเนื้อสัตว์วิเศษที่มากพอให้กิน แน่นอนว่าเขาย่อมไม่พลาด้โอกาสอันด้ีงามครั้งนี้ไป
เขายัด้เนื้อสัตว์วิเศษเข้าไปในท้องไม่หยุด้ยั้ง พยายามใช้ เนื้อสัตว์วิเศษเหล่านั้นมาขยายมหาสมุทรวิญญาณ เพื่อเตรียมพร้อม สำาหรับการต่อสู้ในวันหน้า
“น่าเสียด้าย พลังงานที่เกิด้จากเนื้อสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่ง น้อยไปหน่อย”
วันนี้ เมื่อเขาตื่นขึ้นจากการบำาเพมญตบะอย่างยากลำาบากกม สำารวจมหาสมุทรวิญญาณของตัวเองทันที พบว่าเมื่อผ่านการ บำาเพมญตบะช่วงที่ผ่านมา มหาสมุทรวิญญาณของเขาขยายเพิ่มขึ้น มาแค่หนึ่งส่วนครึ่งเท่านั้น
พลังงานที่แฝงเร้นอยู่ในสัตว์วิเศษระด้ับสองมากกว่าสัตว์ วิเศษระด้ับหนึ่งถึงเจมด้เท่า ใช้สัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งมาฝึกบำาเพมญตบะ ความเรมวจึงช้ากว่าเจมด้เท่าเช่นกัน
“หมาป่าโลกันตร์กมเป็นสัตว์วิเศษระด้ับสองเหมือนกัน ไม่รู้ ว่าหลังจากที่พวกเขาฆ่าหมาป่าโลกันตร์แล้วได้้พกเนื้อของมันติด้ตัว มาบ้างหรือเปล่า?” เนี่ยเทียนที่ไม่พอค่อยพอใจระด้ับความเรมวในการ บำาเพมญตบะเท่าไหร่นัก อยู่ๆ กมองไปยังหัวของหมาป่าโลกันตร์
ขณะที่เขากำาลังจะเอ่ยปากถาม ทันใด้นั้นกมได้้ยินเสียงผิด้ ปกติ ไม่นานเขากมองเหมนเจียงหลิงจูและเนี่ยเสียนเผยกายขึ้น ท่ามกลางกองหินระเกะระกะกองหนึ่ง
“ห้าวันแล้ว ในที่สุด้กมีคนมาแล้ว!” หลีสี่กล่าวอย่างตื่น เต้น
“เจียงหลิงจู!” เจิ้งปินตัวสั่นเยือก
“เจิ้งปิน! พวกเจ้าอยู่ที่นี่นี่เอง!” หลังจากที่เจียงหลิงจูเข้า มาใกล้กมองเหมนเจิ้งปินทันที นางเองกมตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน “ด้ีเหลือ
เกินแล้ว ยังนึกว่าพวกเราต้องตายแน่ๆ เสียอีก พวกเจ้าอยู่ด้้วยกม ด้ีแล้ว!”
นางเหมือนคนที่ว่ายน้ำาไม่เป็นแล้วมองเหมนความหวังที่จะมี ชีวิตรอด้กะหันทัน จึงฮึกเหิมขึ้นมาโด้ยพลัน