ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 711 งูเหลือมเลือดน้าแข็งระดับเจ็ด
ตอนที่งูเหลือมยักษ์ยังไม่พ่นน้ำควันแข็งออกมา เนี่ยเทียนก็มีลาง สังหรณ์ได้ถึงความผิดปกติแล้ว
มันเพิ่งจะอ้าปาก เนี่ยเทียนก็หน้าเปลี่ยนสี ถอยกรูดไปข้างหลังอย่าง ไม่ลังเล
ควันสีขาวโพลนนั้นปะปนไปด้วยเศษซากน้ำแข็งเล็กละเอียดซึ่งปก คลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง ทุกที่ที่ไอเย็นลอยผ่าน พืชพรรณสีเขียวที่ขึ้นปก คลุมหินอุกกาบาตก็ถูกผนึกให้กลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนจะแตกสลาย ทันทีทันใด
ผนึกน้ำแข็งขุมหนึ่งที่มีความเย็นน่าหวาดกลัวราวสามารถทำให้หมื่น สรรพสิ่งเกาะตัวเป็นน้ำแข็งพลันไหลบ่าออกมาจากกลุ่มหมอกนั้นอย่างบ้า คลั่ง
หมอกเย็นไม่เพียงแต่หนาวเสียดกระดูก อีกทั้งยังแผ่ขยายอย่าง รวดเร็วคล้ายธารน้ำสีขาวโพลนที่ไหลเข้าหาตามติดประชิดเนี่ยเทียนไม่ ปล่อย
ขณะที่หมอกเย็นนั้นห่างจากเนี่ยเทียนอยู่หลายเมตร ความเย็นบาด ลึกเข้ากระดูกก็เหมือนจะแทรกซึมมาถึงจุดลึกของจิตวิญญาณเนี่ยเทียน ทำให้ร่างของเขาแข็งค้างมิอาจขยับกาย
“อินย่าหนัน!”
เฉียวอวิ๋นซีคำรามเดือดดาลอีกครั้ง พริบตานั้น “วิหคเพลิง” ก็กลาย มาเป็นลำแสงเปลวเพลิงที่พุ่งเข้าหาเนี่ยเทียน
“อู้ๆๆ!”
เปลวเพลิงร้อนแรงปะทุออกมาจากในปีกที่มีแต่กระดูกของ “วิหค เพลิง” ก่อนที่ “วิหคเพลิง” จะลอยเหนือหมอกเย็นมาหยุดอยู่เบื้องหน้า เนี่ยเทียน
“ปัง!”
หมอกเย็นยังไม่ทันกลบทับเข้ามา น้ำแข็งลำหนึ่งก็กระแทกเข้าใส่ “วิหคเพลิง” อย่างแรงเสียก่อน
“วิหคเพลิง” ส่ายไหวอย่างรุนแรง ปากของนกก็พ่นเปลวไฟร้อนแรง ออกมาตัดสลับกับหมอกเย็นเยียบ จนเกิดเสียงประหลาดลั่นดัง “เปรี๊ยะๆๆ”
โล่แสงเปลวเพลิงสีแดงอมส้มปะทุออกมาจากด้านในของ “วิหค เพลิง” โล่แสงเปลวเพลิงนั้นคล้ายกับดอกไม้สดที่ท่วมไปด้วยเปลวไฟซึ่ง ปกคลุมวิหคเพลิงไว้อย่างแน่นหนา
“วิหคเพลิง” กั้นขวางอยู่ระหว่างเนี่ยเทียนกับหมอกเย็นเยียบ ช่วยให้ เนี่ยเทียนไม่ต้องเผชิญหน้ากับความหนาวสะท้าน ไม่ให้หมอกเย็นนั้น เขมือบกลืนเนี่ยเทียนได้อย่างง่ายดาย
“ฟุอๆ!”
งูเหลือมยักษ์พลุ่งพล่านผิดปกติ ในดวงตาสีแดงฉานมีประกายแห่ง ความดุร้ายกระหายเลือดแผ่ออกมา
เมื่อเห็นว่าหมอกเย็นนั้นยังมิอาจแช่แข็งเนี่ยเทียนได้ มันก็ไม่พอใจ อย่างถึงที่สุด ลำกายที่ยาวหลายสิบเมตรของมันเลื้อยขยุกขยิกเข้ามาใกล้ วิหคเพลิงอย่างรวดเร็ว
ลวดลายลักษณะเป็นวงสีขาวดำสลับกันบนลำตัวของงูเหลือมยักษ์ พลันส่องแสงเจิดจ้าผิดปกติ
“หยุดนะ!” และเวลานี้เอง อินย่าหนันแห่งสำนักคุมสัตว์ก็ตามมาถึง ด้วยความร้อนใจ เรือนกายที่แข็งแกร่งของนางพลิ้วตัวยืนนิ่งอยู่บนส่วน ลำคอของงูเหลือมยักษ์ ก่อนจะถามด้วยใบหน้าสงสัย “เจ้าเป็นอะไรไป?”
“อินย่าหนัน! เจ้าแอบสั่งการให้มันเล่นงานพวกเรางั้นรึ?” เฉียวอวิ๋ นซีกล่าวอย่างเดือดดาล
เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นชา แล้วก็แค่นเสียงกล่าวเช่นกัน “คุณหนูอิน ช่วย ดูแลสัตว์ของเจ้าให้ดีด้วย!”
เขาเองก็ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดงูเหลือมยักษ์ตัวนี้ถึงได้สนใจเขาตั้งแต่ แรกเริ่ม
ตอนที่เขากับเฉียวอวิ๋นซีมาถึง เขาก็ได้อาศัยพรสวรรค์การอำพราง สายเลือดปกปิดพลังชีวิตเลือดเนื้อที่ไม่เป็นรองอินย่าหนันเอาไว้แล้ว
ตามหลักการแล้วต่อให้มีระดับเดียวกัน หรือเป็นชนต่างเผ่าที่มี สายเลือดสูงกว่าก็ใช่ว่าจะมองออกถึงความผิดปกติของเขาได้
อินย่าหนันที่มีปราณเลือดเนื้อแข็งแกร่งเช่นกันก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจ เขาเป็นพิเศษ นี่หมายความว่าแม้แต่อินย่าหนันก็ยังมองเส้นสนกลในไม่ ออก
เว่ยอวี้เขตวิญญาณช่วงท้ายของสำนักสามกระบี่ และยังมีผู้แข็งแกร่ง เขตวิญญาณของสำนักคุมสัตว์และตระกูลฉู่ก็ไม่ได้สนใจเขา นี่หมายความ ว่าไม่มีใครรู้สึกถึงความผิดปกติของเขา
ทว่าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้กลับจ้องเล่นงานเขาไม่ปล่อย แล้วมันก็ เกือบจะลงมือสำเร็จ
ตอนที่เขาตวาดใส่อินย่าหนัน กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของเขาก็ แทรกซึมไปหาเกราะมังกรเพลิง และเกือบจะเรียกหาเกราะมังกรเพลิง ออกมาหมายใช้ธาตุเพลิงของอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนี้มาต้านทาน หมอกเย็นที่งูเหลือมยักษ์พ่นออกมา
“นายท่าน…”
เสียงจากวิญญาณวัตถุดังขึ้นสอบถามสถานการณ์กับเขา
เขาตอบรับกลับไปบอกให้วิญญาณวัตถุรับรู้ถึงสถานการณ์
วิญญาณวัตถุจึงบอกต้นสายปลายเหตุให้เขาทราบอย่างรวดเร็ว “นาย ท่าน หากงูเหลือมยักษ์ตัวนั้นเป็นพันธ์ผสมระหว่างงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์ กับงูเหลือมลายเลือด มันก็จะมีสายเลือดของงูเหลือมลายเลือด งูเหลือ มลายเลือดมีความเฉียบไวในการรับสัมผัสต่อปราณเลือดมากเป็นพิเศษ ในเมื่อระดับของมันคือระดับเจ็ด ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องมีสติปัญญาที่ไม่ ธรรมดา”
“สัตว์วิเศษระดับเจ็ดหลายตัวต่างก็มีความสามารถในการ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง หากเปลี่ยนรูปร่างเป็นคนได้ สติปัญญาของมันก็จะ เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม”
“งูเหลือมยักษ์ที่เป็นพันธ์ผสมตัวนี้อาจจะมีความพิเศษเล็กน้อย ซึ่งยัง จำเป็นต้องใช้อีกก้าวหนึ่งถึงจะกลายร่างได้ แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ สติปัญญา ของมัน หรือไม่ก็สัญชาตญาณของมันต่างก็มากพอจะสัมผัสได้ว่า ลมปราณบนร่างของท่านไม่เหมือนคนทั่วไป”
“แม้แต่ข้าเองที่ถึงแม้จะสูญเสียความทรงจำส่วนมากไปก็ยังสัมผัสได้ ถึงเลือดลมของนายท่าน แล้วก็รู้ว่าแก่นเลือดที่ท่านชุบหลอมออกมาจาก หัวใจมีประโยชน์มหาศาลต่อข้า”
“…”
มีวิญญาณวัตถุช่วยคลี่คลายความสงสัยให้กับเขา บอกเขาว่าสำหรับงู เหลือมยักษ์แล้ว สายเลือดแห่งชีวิตที่พิเศษในร่างของเขานับเป็นยาบำรุง เม็ดใหญ่ที่ล่อลวงใจมันอย่างถึงที่สุด
เนี่ยเทียนจึงเข้าใจต้นสายปลายเหตุทันที
“ฟิ้วๆๆ!”
ความผิดปกติของงูเหลือมยักษ์ก็สร้างความตะลึงให้กับเว่ยอวี้ สิ่งเปุย เฉิน และยังมีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของสำนักคุมสัตว์และตระกูลฉู่ เช่นกัน คนพวกนั้นจึงทะยานมาถึงอย่างรวดเร็ว
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์สีหน้าเคร่งขรึม เขา จ้องงูเหลือมยักษ์เขม็ง ปากก็เอ่ยถามอินย่าหนันไปด้วย
“มัน…” อินย่าหนันลังเลไปครู่ก็กล่าวว่า “มันอยากกินคนผู้นั้น”
อินย่าหนันชี้นิ้วไปที่เนี่ยเทียน
ในฐานะที่เป็นเจ้านายของงูเหลือมยักษ์ นางสามารถติดต่อกับงู เหลือมยักษ์ผ่านจิตวิญญาณได้อย่างพร่าเลือน ก่อนหน้านี้ตอนที่นางจะ พางูเหลือมยักษ์จากไปก็มองออกถึงความสนใจที่มันมีต่อเนี่ยเทียนแล้ว
นางดึงให้งูเหลือมยักษ์จากไปไกล ทั้งยังแอบกำชับมันอย่างลับๆ ว่า ห้ามทำตัวเหลวไหล เพราะกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายที่ไม่จำเป็น
ก่อนหน้านี้ขอแค่นางออกคำสั่ง งูเหลือมยักษ์ก็จะเชื่อฟังแต่โดยดี
นางนึกว่าครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน
ตอนที่นางให้งูเหลือมยักษ์หาพืชพรรณกินด้วยตัวเองก็คาดไม่ถึง เหมือนกันว่ามันจะขัดคำสั่งของนางโดยการลงมือเองอย่างพลการ
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มันขัดคำสั่งนางหลังจากที่นางกำราบมันได้และ ได้รับการยอมรับจากมัน
“นังหนูเฉียว นี่เป็นเพียงความเข้าใจผิดกัน” หงเสียนครุ่นคิดอยู่ครู่ก็ กล่าวว่า “สำนักคุมสัตว์ของพวกเราจะควบคุมงูเหลือมเลือดน้ำแข็งให้ดี จะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
เบื้องหลังเฉียวอวิ๋นซีมีสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งคนนำทัพของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามาที่นี่คราวนี้ยังเป็นผู้เฒ่าประหลาดเยว่เหยียนสี่นั่นด้วย
หงเสียนไม่ต้องการให้มีเรื่องแทรกซ้อน ทำลายความสงบสุขกับสำนัก ไฟศักดิ์สิทธิ์จนเรื่องลุกลามใหญ่โตถึงขั้นไม่อาจแก้ไขเพียงเพราะความ ละโมบของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
“ข้าเกือบจะถูกเจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ทำร้ายเชียวนะ!” เฉียวอวิ๋นซี แค่นเสียงกล่าว
“เฉียวอวิ๋นซี คนผู้นั้นก็เป็นคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน หรือ?” อินย่าหนันกล่าวอย่างแปลกใจ
“ไม่ใช่” เฉียวอวิ๋นซีตอบกลับอย่างหงุดหงิด
“ไม่ใช่คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์หรือนี่!” ดวงตาของอินย่าหนันเป็น ประกาย แล้วก็พลันเสนอความเห็น “งูเหลือมเลือดน้ำแข็งของข้าตัวนี้ กระหายในตัวเขามาก เจ้าเสนอราคามาได้เลย ข้าต้องการตัวเขา”
เนี่ยเทียนพลันโมโหเดือดทันใด “เจ้าจ่ายไหวหรือ?”
“กะอีแค่คนที่มีเขตสามัญช่วงต้นคนหนึ่ง ที่ไหนก็หาได้ เจ้านึกว่า ตัวเองจะมีมูลค่าสักเท่าไหร่เชียว?” อินย่าหนันสีหน้าเหยียดหยาม “เฉียวอวิ๋นซี เจ้าว่ามาสิ ข้าต้องจ่ายราคาเท่าไหร่ เจ้าถึงยอมมอบเขา ให้กับข้า? ดูท่าแล้ว งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนี้ของข้าคงหิวแล้วถึงได้กินไม่ เลือกขนาดนี้ ข้าที่เป็นนายของมันย่อมต้องพยายามตอบสนองความพึง พอใจของมันให้ได้มากที่สุด”
“ผู้อาวุโสหง นังหนูแซ่อินคนนี้ราคาเท่าไหร่? ข้าก็ต้องการ เหมือนกัน!” เนี่ยเทียนเดือดจัดจนกลายเป็นหัวเราะ
คำพูดนี้ดังจบ สีหน้าของหงเสียนก็เปลี่ยนมาเป็นไม่น่ามองทันที “ไอ้ หนู อย่าได้ปากเปราะนัก ย่าหนันคือความภาคภูมิใจของสำนักคุมสัตว์เรา อย่าว่าแต่เจ้าเลย ต่อให้เป็นสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็มิอาจซื้อนางไปได้!”
“แล้วนางมีสิทธิ์อะไรถึงคิดว่าตัวเองตั้งราคาตัวข้าได้?” เนี่ยเทียน หัวเราะหยัน
“เจ้านึกว่าเจ้าเป็นนายน้อยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์หรือไง?” อิน ย่าหนันหัวเราะพรืด ไม่สนใจเสียงโหวกเหวกของเขา เพียงแต่หันไปมอง เฉียวอวิ๋นซีด้วยความสนใจ “ว่ามาสิ ไอ้หมอนี่ราคาเท่าไหร่?”
“เขาไม่ใช่เชลยของข้า ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ” เฉียวอวิ๋นซีกล่าวเสียง เย็น
“งั้นก็ช่างเถอะ” อินย่าหนันเองก็เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็ไม่ได้หวังว่า เฉียวอวิ๋นซีจะตอบรับจริงๆ นางเพียงใช้มือลูบคลำหัวของงูเหลือมเลือด น้ำแข็งด้วยความเสียดายน้อยๆ พลางปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณ ออกไปปลอบใจมันอย่างต่อเนื่อง
สีแดงฉานในดวงตาของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งค่อยๆ จางหายไป แทน ที่มาด้วยสีเงินยวงของน้ำแข็ง
“ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าควรอยู่ให้ห่างจากมันหน่อย ข้ากำราบมันมาได้ ไม่นานเท่าไหร่นัก ก่อนหน้านี้แม้แต่ข้าก็ยังสั่งมันไม่ได้” อินย่าหนันปราย ตามองเฉียวอวิ๋นซีและเนี่ยเทียนทีหนึ่ง
หงเสียนเองก็กล่าวว่า “เอาล่ะๆ เรื่องนี้สำนักคุมสัตว์ของพวกเราผิด เอง พวกเจ้าสองคนสามารถเดินเล่นไปรอบๆ ด้านนี้แล้วก็สามารถเก็บ
สมุนไพรและพืชหญ้าวิเศษได้ตามใจชอบ ถือซะว่าเป็นการชดใช้จาก สำนักคุมสัตว์ของข้า แต่ว่าจำนวนห้ามมากเกินไป อีกอย่างความปุาเถื่อน ของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนี้ยังไม่หายไปหมด ย่าหนันไม่ได้พูดเหลวไหล มันอาจจะเกิดคลุ้มคลั่งกินคนขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้”
“ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าควรอยู่ให้ห่างจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเข้าไว้ หลีกเลี่ยงไม่ให้มันควบคุมความปุาเถื่อนไม่อยู่แล้วจะเกิดเรื่องใหญ่”
“สำนักคุมสัตว์ของพวกเราไม่อยากแตกหักกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ แต่ พวกเจ้าเองก็ต้องระวังอย่าให้ทั้งสองฝุายตกอยู่ในการต่อสู้นองเลือดที่ไม่ จำเป็นด้วย”
เนี่ยเทียนมองงูเหลือมเลือดน้ำแข็งด้วยสายตาเย็นชา “หากเจ้าสัตว์ เดรัจฉานตัวนี้กล้าทำตัวเหลวไหลอีกครั้ง ก็อย่าโทษว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้ว กัน”
“ชิ!” อินย่าหนันสีหน้าดูหมิ่น
เฉียวอวิ๋นซีกระชากแขนเนี่ยเทียนพาเขาขึ้นไปบนวิหคเพลิง เป็นฝุาย ทิ้งระยะห่างจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งด้วยตัวเอง จากนั้นถึงกล่าวว่า “เจ้า ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะไม่เกรงใจงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับ เจ็ดได้?”
——