ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 713 เอ็นทนทาน
ผู้ฝึกลมปราณเกือบสามพันคนจากสามสำนักส่วนใหญ่กำลังเก็บ สมุนไพรและพืชหญ้าวิเศษ ส่วนคนที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติแล้วรุดหน้า ไปยังตำแหน่งของเนี่ยเทียนมีเพียงคนที่ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยิบย่อยพวก นี้
ผ่านไปพักหนึ่ง หงเสียน อินย่าหนัน ฉู่เสวียนจี ฉู่โป๋เหวิน เว่ยอวี้และ สิ่งเป่ยเฉิน รวมไปถึงผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณอีกหลายคนต่างก็เดิน ตามทิศทางการไหลเวียนที่ผิดปกติของจิงชี่พืชหญ้าไปตามหาเนี่ยเทียน
เมื่อพวกเขามาถึงก็มองเห็นทันทีว่าเฉียวอวิ๋นซีเองก็หยุดการเก็บหญ้า วิเศษและมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเนี่ยเทียนแล้ว
ค่ายกลที่สร้างขึ้นจากค่ายกลกำเนิดไม้โบราณมีม่านแสงสีเขียว ชั้นหนึ่งปกคลุมเนี่ยเทียนไว้ภายใน
ขณะที่ปราณวิญญาณพืชหญ้าเป็นเส้นๆ ไหลบ่าเข้าหาค่ายกล เพราะ เนื่องจากการรวมตัวกันของพวกมันถี่ยิบเกินไปจึงเริ่มมองเห็นได้ด้วยตา เปล่า
“ค่ายกลพิเศษหลังหนึ่งที่สามารถดูดซับปราณวิญญาณพืชหญ้าได้ ด้วยตัวเอง…”
ฉู่เสวียนจีเหลือบตามองหนึ่งครั้งก็เห็นลายเส้นต้นไม้เป็นกลุ่มๆ ที่ เคลื่อนที่ไปทั่วม่านแสงสีเขียว เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึง “ลายเส้น
ต้นไม้พวกนั้น…แฝงเร้นความมหัศจรรย์ ราวกับว่านาบประทับสัจธรรม แห่งพลังพืชหญ้าเอาไว้! ค่ายกลนี้ไม่ธรรมดาเลย!”
ระหว่างที่พูดเขาก็ปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณของตัวเองออกมา หมายลอดผ่านม่านแสงสีเขียวชั้นนั้นไปรับสัมผัสอย่างละเอียด
“ฟู่วๆ!”
สีแสงเขียวเจิดจ้าพลันถูกปล่อยออกมาจากในม่านแสง มันสกัดกั้น การแทรกซึมทางกระแสจิตวิญญาณของเขา ทำให้เขามิอาจรับสัมผัสทิศ ทางการเคลื่อนไหวของเนี่ยเทียนที่อยู่ข้างในค่ายกลได้
แสงมากกว่าเดิมพากันเปล่งประกายวูบวาบตามตำแหน่งต่างๆ บน ม่านแสง
หงเสียนและเว่ยอวี้ รวมไปถึงผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณอีกหลายคนพา กันขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่ากระแสจิตวิญญาณของพวกเขาก็ถูกสกัดกั้น เช่นเดียวกับฉู่เสวียนจี
อีกทั้งขณะที่พวกเขารวบรวมกระแสจิตวิญญาณไปรับสัมผัสกับค่าย กลกำเนิดไม้โบราณก็ราวกับไปกระตุ้นพลังการคุ้มกันของค่ายกล
ความเร็วในการชักนำปราณวิญญาณพืชหญ้าที่อยู่รอบด้านของค่าย กลจึงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่า จากเริ่มต้นที่ดึงมาแค่จากพืชพรรณบริเวณ ใกล้เคียง เวลานี้ก็เริ่มแผ่เป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าเด็กนั่นกำลังฝึกตน” หงเสียนเอ่ยขึ้นเบาๆ
“พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?” เฉียวอวิ๋นซีสีหน้าไม่เป็นมิตร “เขาก็แค่ฝึก บำเพ็ญตน ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับพวกเจ้าเสียหน่อย พวกเจ้ามา ทำไม?”
ระหว่างที่พูดประโยคนี้ อันที่จริงนางรู้สึกเหมือนคนกินปูนร้อนท้อง
นางอยู่ใกล้กับเนี่ยเทียนมากที่สุด ตอนที่จิงชี่พืชหญ้าเกิดการ เปลี่ยนแปลง นางย่อมสัมผัสได้
นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่าการมาถึงของคนเหล่านั้นก็ล้วนเพราะความผิดปกติ ที่เกิดขึ้น
“ฟ่อๆ!”
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่มาพร้อมกับอินย่าหนันมองเนี่ยเทียนที่กำลังใช้ เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาชุบหลอมเรือนกายในระยะประชิด ก่อนที่ดวงตา ของมันจะค่อยๆ แดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
สายเลือดที่พิเศษของมันทำให้มันรู้โดยสัญชาตญาณว่าเนี่ยเทียนที่อยู่ เบื้องหน้าผู้นี้…มีพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น
สำหรับมันแล้ว เลือดเนื้อของเนี่ยเทียนคล้ายกับอาหารรสเลิศที่ส่ง กลิ่นหอมยั่วยวนคอยดึงดูดมันอย่างไม่มีวันหยุด ทำให้มันปรารถนาจะ กลืนกินเนี่ยเทียนลงท้องให้หมด
“อย่าได้วู่วาม”
อินย่าหนันยื่นมือออกไปลูบหัวมันเบาๆ พยายามใช้กระแสจิต วิญญาณของตัวเองไปปลอบใจมัน ไม่ให้มันทำตัวเหลวไหล
“นังหนูเฉียว เจ้าเด็กนี่เป็นใครกันแน่?” หงเสียนสงสัยอย่างหนัก “อันที่จริงค่ายกลที่สามารถดูดซับจิงชี่พืชหญ้าได้ด้วยตัวเองไม่ถือว่าหา ยากนัก แต่ที่หายากก็คือค่ายกลที่เขาใช้กิ่งไม้สร้างขึ้นนี้สามารถตัดขาด การรับสัมผัสจากพลังจิตวิญญาณของพวกเรา ข้ายังถึงขั้นรู้สึกได้ด้วยว่า ค่ายกลนั้น…มีพลังการปกป้องที่แข็งแกร่งมาก”
“ข้ารู้จักสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าดียิ่งนัก คนของสำนักพวกเจ้า ต่างก็เชี่ยวชาญเวทลับเปลวเพลิง ไม่เคยได้ยินว่าใครเชี่ยวชาญการสร้าง ค่ายกลพืชหญ้ามาก่อน”
“ในเมื่อไม่ใช่คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า ทั้งยังครอบครอง ค่ายกลมหัศจรรย์เช่นนี้ เกรงว่าคงมีที่มาไม่ธรรมดากระมัง?”
เฉียวอวิ๋นซีแค่นเสียงเย็นหนึ่งที “เขาคือคนที่ผู้อาวุโสใหญ่ของพวกเรา พามาที่นี่ เขามาจากที่ไหน ฝึกวิชาอะไร ข้าไม่รู้แน่ชัด ผู้อาวุโสใหญ่บอก แค่ว่าให้ข้าปกป้องเขาให้ดีเท่านั้น”
“ผู้อาวุโสเยว่พามา…”
หงเสียนตะลึงพรึงเพริด เงียบคิดไปครู่ถึงได้พยักหน้ารับ “เอาเถอะ ในเมื่อผู้อาวุโสเยว่เป็นคนพามา พวกเราก็จะเห็นแก่หน้าเขาสักครั้ง นัง หนูเฉียว เจ้าจงควบคุมเขาให้ดี อย่าให้เขาฝึกตนมั่วซั่ว”
“ค่ายกลที่ดึงดูดพลังพืชหญ้าของเขาทำให้ประสิทธิภาพของสมุนไพร ที่พวกเราเก็บมาลดลง”
“ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยพูดแล้วว่าพืชพรรณของที่แห่งนี้ยังไม่เกี่ยวข้อง กับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าชั่วคราว การที่เขาฝึกตนแล้วทำลาย ผลประโยชน์ที่พวกเราจะได้รับก็เห็นได้ชัดว่าเขาทำเกินไปแล้ว”
เว่ยอวี้และฉู่เสวียนจีพยักหน้ารับทันที แสดงท่าทีว่าเห็นด้วย
สมุนไพรรอบทะเลสาบมีจำนวนเยอะมาก อีกทั้งหนึ่งในสามส่วนยัง เป็นระดับสูง ซึ่งพืชหญ้าและสมุนไพรบางต้นในนั้นก็ยังหาได้ยากใน ดินแดนปราการดวงดาว
พวกเขาไม่ต้องการให้ประสิทธิภาพของสมุนไพรที่ตัวเองเก็บไปลดลง เพียงเพราะเนี่ยเทียนผู้ซึ่งไม่รู้ที่มาที่แน่ชัด
“ข้ารู้แล้ว ข้าจะกำชับเขา ไม่ให้เขาทำตัวเหลวไหล” เฉียวอวิ๋นซีถูก บีบให้ต้องรับปากอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” หงเสียนสีหน้าคลางลงเล็กน้อย “มีคำพูดประโยคนี้ ของเจ้า ข้าก็จะไม่ลงมือทำลายเขตอาคมที่คุ้มกันค่ายกลนั้น ข้าจะให้เวลา เจ้าหนึ่งเค่อ หนึ่งเค่อให้หลัง ข้าไม่ต้องการให้เขาฝึกตนแล้วส่งผลกระทบ ต่อผลประโยชน์ของพวกเราอีก”
“ตกลง” เฉียวอวิ๋นซีพยักหน้าอย่างจนใจ
คนสามฝ่ายที่มารวมตัวกันจับตามองเนี่ยเทียนอีกพักหนึ่ง เนื่องจาก ม่านแสงสีเขียวนั้นตัดขาดการรับสัมผัสทางกระแสจิตวิญญาณ พวกเขาจึง มองความมหัศจรรย์อะไรไม่ออก
พวกเขาถึงขั้นไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้เนี่ยเทียนที่ยืมใช้จิงชี่พืชหญ้าไม่ได้ฝึก คาถาเกี่ยวกับพืชหญ้า แต่เอามันมาใช้ชุบหลอมเรือนกายของตัวเอง
หากกระแสจิตวิญญาณฝ่าเขตอาคมนั้นเข้าไปได้ พวกเขาก็จะรับรู้ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใน
“จำเอาไว้ว่าเจ้ามีเวลาแค่เค่อเดียวเท่านั้น”
อินย่าหนันทิ้งประโยคนี้ไว้ก็พางูเหลือมเลือดน้ำแข็งจากไปก่อนใคร นางกลัวว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเล่นงานเนี่ย เทียนอีกครั้ง
นางแอบมีความรู้สึกว่าเนี่ยเทียนผู้มีที่มาไม่แน่ชัดคนนี้…ไม่ใช่คนที่จะ รับมือด้วยได้ง่ายๆ
นอกจากเนี่ยเทียนแล้วยังมีเฉียวอวิ๋นซีอีกคน สำนักคุมสัตว์ของพวก เขาไม่มีเหตุผลใดๆ ให้ต้องแตกหักกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เพียงเพราะด้วย เรื่องเล็กๆ แค่นี้
คนอื่นๆ เองก็จากไปทันที แต่ไม่ได้ห่างออกไปไกลนัก เพียงบอกให้ลูก ศิษย์ในสำนักซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงเก็บสมุนไพรต่อไป
“เนี่ยเทียน! เลิกทำตัวเหลวไหลได้แล้ว!” เฉียวอวิ๋นซีตะโกนเสียงดัง
ทว่าไม่ว่านางจะตวาดหรือตะโกนเช่นไร เนี่ยเทียนก็ไม่ขยับตัว ทำราว กับว่าไม่ได้ยินเสียงของนาง นี่จึงทำให้นางหงุดหงิดอย่างมาก
หนึ่งเค่อผ่านไป
และขณะที่เฉียวอวิ๋นซีกำลังจะคลุ้มคลั่ง เนี่ยเทียนก็พลันลืมตาขึ้นแล้ว เป็นฝ่ายถอนค่ายกลกำเนิดไม้โบราณออกไปด้วยตัวเอง
“เอ็นทนทาน…”
ขั้นที่สามของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่คือต้องหล่อหลอมเส้นเอ็นตลอด ทั้งร่าง ซึ่งยากลำบากยิ่งกว่าขั้นที่หนึ่งอย่างกระดูกผลึกใส และขั้นที่สอง อย่างอวัยวะซ่อนแฝงมากนัก
ก่อนหน้านี้เขาอาศัยค่ายกลกำเนิดไม้โบราณมาดูดซับจิงชี่พืชหญ้าที่ เข้มข้น ผสานรวมกับปราณเลือดเนื้อในร่างของตัวเองก็แล้ว แต่ก็ยังได้แค่ เริ่มฝึกเอ็นทนทานช่วงต้นเท่านั้น
คิดจะทำให้เส้นเอ็นทั้งร่างผ่านการหล่อหลอมรอบหนึ่งด้วยวิธีการที่ พิเศษเช่นนี้เกรงว่าคงต้องใช้เวลายาวนานมากกว่านี้
ชั่วขณะที่พวกหงเสียนมาถึง อันที่จริงเขาก็ถูกปลุกให้ตื่นและก็แอบ ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
รอจนค้นพบว่ากระแสจิตวิญญาณที่พวกหงเสียนปลดปล่อยออกมาไม่ สามารถแทรกซึมเข้ามาได้ เขาถึงวางใจลงได้
รอจนพวกหงเสียนให้ขีดจำกัดเวลาหนึ่งเค่อที่จะไม่ทำลายค่ายกล กำเนิดไม้โบราณ เขาก็ยิ่งวางใจมากกว่าเดิม และช่วงชิงเวลานั้นมาฝึกตน โดยเร็วที่สุด
“ทั้งๆ ที่เจ้าได้ยินคำพูดของข้า แล้วทำไมถึงไม่ยอมหยุด?” เฉียวอวิ๋ นซีกล่าวอย่างขุ่นเคือง
“พวกเขากำหนดเวลาไว้แล้วไม่ใช่หรือ? ข้าก็หยุดฝึกในเวลาหนึ่งเค่ อตามที่พวกเขากำหนด ไม่ได้ผิดกติกาเสียหน่อย แล้วจะมีปัญหาอะไร?” เนี่ยเทียนตอกกลับแล้วก็ไม่สนใจนางอีก
การดำรงอยู่ของค่ายกลกำเนิดไม้โบราณและความเข้าใจที่มีต่อเวลา ฝึกตน ทำให้เขารู้ว่าพลังพืชหญ้าที่ค่ายกลดูดซับมาเป็นเพียงแค่พลังส่วน หนึ่งจากพืชพรรณประหลาดที่อยู่รอบด้านเท่านั้น
พลังพืชหญ้ามากกว่านั้นมาจากพืชพรรณสีเขียวที่ขึ้นเต็มหิน อุกกาบาตและจากในปราณวิญญาณฟ้าดินที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากใน ทะเลสาบ
ท่ามกลางปราณวิญญาณฟ้าดินนั้น เดิมทีก็มีพลังพืชหญ้าที่ไม่ธรรมดา ปะปนอยู่แล้ว
ที่สถานที่แห่งนี้มีดอกไม้ต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมดก็เป็นเพราะในปราณ วิญญาณฟ้าดินที่ลอยมาจากในทะเลสาบมีพลังพืชหญ้าปะปนอยู่เป็น จำนวนมาก
เขาแอบตัดสินใจว่ารอให้เวลาผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง รอให้คนทั้งสาม สำนักเก็บเอาพืชหญ้าและสมุนไพรของที่นี่ไปเสร็จแล้ว เขาจะอาศัย สภาพแวดล้อมที่พิเศษของที่แห่งนี้มาเริ่มดำเนินการชุบหลอมเอ็นทนทาน ต่อไป
เวลาไหลผ่านดั่งสายน้ำ พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วสามวัน
สามวันต่อมา ทั้งสามสำนักก็เก็บเอาพืชหญ้าและสมุนไพรไปจนหมด
เวลานี้เนี่ยเทียนจึงฝึกตนโดยอาศัยวิธีของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่อีก ครั้ง คนทั้งสามฝ่ายไม่มีใครสนใจเขาอีก ทุกคนล้วนไปรวมตัวกันอยู่ตรง ทะเลสาบ รวบรวมสมาธิแรงกายแรงใจทั้งหมดไปไว้กับการสำรวจความ มหัศจรรย์ของทะเลสาบ
เวลาผ่านไปอีกสองวัน ก็ไม่รู้ว่าผู้ฝึกลมปราณของสามสำนักใช้วิธีการ อะไร จู่ๆ ถึงทำให้ทะเลสาบเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทันใดนั้นตรงก้นของทะเลสาบก็พลันมีคลื่นประหลาดแผ่ออกมาเป็น ระลอก
ทะเลสาบที่เป็นสีเขียวดั่งมรกตเปลี่ยนมาเป็นแวววาวเจิดจ้าราวกับจะ มีอาวุธวิเศษปรากฏขึ้น
ทว่าแทบจะขณะเดียวกัน มหาสมุทรจิตวิญญาณและวิญญาณที่ แท้จริงของผู้ฝึกลมปราณซึ่งยืนอยู่บนหินอุกกาบาตต่างก็ถูกทะเลสาบนั้น ดึงดูดให้จมลงลึกไปด้านล่าง
เนี่ยเทียนที่ตั้งใจฝึกตนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สีหน้าเขาพลัน เปลี่ยนไปทันที
“ฟิ้ว!”
ที่คาดไม่ถึงก็คือซากวิญญาณแข็งแกร่งที่อยู่ในไข่มุกวิญญาณมืดใน แหวนเก็บของของเขากลับฝ่าถลันออกมา แล้วบินเข้าหาทะเลสาบโดยที่ เขาควบคุมไม่ได้
——