ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 714 จิตวิญญาณเสียการควบคุม
ไข่มุกวิญญาณมืดมาจากเผ่าอสูรกาย เดิมทีมันมีพลังในการ พันธนาการวิญญาณที่แข็งแกร่ง วิญญาณที่ถูกดูดเข้ามาในไข่มุกวิญญาณ มืดแทบจะไม่เคยบินออกมาข้างนอกด้วยตัวเองมาก่อน
นอกจากนี้วิญญาณที่ไข่มุกวิญญาณมืดดูดซับมายังถูกลบเลือนความ ทรงจำและจิตสำนึกตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ หลงเหลือเพียงอารมณ์เชิงลบ
นับตั้งแต่ที่เนี่ยเทียนได้ไข่มุกวิญญาณมืดมาก็ไม่เคยเห็นวิญญาณเป็น ฝ่ายบินออกไปจากในไข่มุกมาก่อน
ทว่าเมื่ออยู่ที่นี่ ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ซากวิญญาณที่แข็งแกร่งพวกนั้นถึงได้ หลุดพ้นพันธนาการของไข่มุกวิญญาณมืดบินออกมาข้างนอกได้
“ฟิ้วๆๆๆ!”
ซากวิญญาณหลายกลุ่มเหมือนกลายมาเป็นหมาป่าควันสีเทาที่พุ่งเข้า หาทะเลสาบ
ส่วนไข่มุกวิญญาณมืดยังคงอยู่ในแหวนเก็บของของเขา
นี่จึงทำให้เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน
เขาเพ่งสมาธิมองไปรอบด้านก็เห็นว่าเฉียวอวิ๋นซีหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าไป ที่ไหน
ทะเลสาบที่ห่างออกไปไกลมีผู้ฝึกลมปราณเกือบสามพันคนรวมตัวกัน เวลานี้ผู้ฝึกลมปราณเหล่านั้นกำลังร้องโหวกเหวก หลายคนเอามือกุมหัว ร้องโหยหวน
กลางมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน วิญญาณที่แท้จริงกลุ่มนั้น ซึ่งพร่าเลือนก็เหมือนถูกโซ่ที่มองไม่เห็นรัดพันและทำท่าจะกระชากมัน ออกไปจากมหาสมุทรจิตวิญญาณ
และเวลานี้เอง สะเก็ดดาวเก้าดวงที่ลอยสูงอยู่ในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเขาก็พลันส่องสว่างเจิดจ้าราวกับเพชร
พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวที่เย็นสดชื่นถูกปล่อยออกมาจากใน ดวงดาวเก้าดวงกลางมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา มันสาดแสงไปทั่ว มหาสมุทรจิตวิญญาณ แล้วก็พลันกักวิญญาณที่แท้จริงของเขาไว้อย่าง แน่นหนา
วิญญาณที่แท้จริงของเขาจึงไม่ขยับอีกต่อไป ปานประหนึ่งหยั่งรากลึก ลงไปในมหาสมุทรจิตวิญญาณ
“อู้ๆๆ!”
วิญญาณเป็นกลุ่มๆ ลอยออกมาจากกลางกระหม่อมของผู้ฝึก ลมปราณสามสำนักแล้วถูกกระชากดึงให้ขยับเข้าไปใกล้ทะเลสาบ
“ทางฝั่งนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วแล้วพุ่งตัวขยับเข้าไปใกล้ทะเลสาบอย่างรวดเร็ว หมายจะรู้สถานการณ์ให้แน่ชัด
หลังจากนั้นเขาก็พลันค้นพบว่าตอนที่ซากวิญญาณแข็งแกร่งซึ่งบิน ออกมาจากในไข่มุกวิญญาณมืดกำลังจะขยับเข้าไปใกล้ทะเลสาบ พวกมัน ก็ถือโอกาสอ้าปากเขมือบกลืนวิญญาณที่ลอยออกมาจากกระหม่อมของผู้ ฝึกลมปราณสามสำนักซึ่งยืนอยู่ริมทะเลสาบอย่างละโมบไปด้วย
ซากวิญญาณหลายตนยิ่งเปลี่ยนมาเป็นดุดัน พลังจิตวิญญาณยิ่งพลุ่ง พล่าน
“ออกห่างจากทะเลสาบ!”
เว่ยอวี้จากสำนักสามกระบี่ตะโกนเสียงดัง ก่อนที่กระบี่แสงสีทองเล่ม หนึ่งจะบินออกไปจากชายแขนเสื้อของเขา
แสงสีทองที่พกพาเอาปราณแห่งความยิ่งใหญ่พลันขยายขนาด คล้าย กลายมาเป็นยอดเขายักษ์สีทองที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเว่ยอวี้
แสงสีทองอร่ามศักดิ์สิทธิ์เปล่งวูบวาบออกมาจากในกระบี่ยักษ์สีทอง แสงนั้นสาดลงมาราวห่าฝน ทุกจุดแสงปะปนไปด้วยอักขระสีทองที่เบียด กันแน่นขนัด
“ฟู่วๆ!”
แสงสีทองสกัดขวางพวกซากวิญญาณที่แข็งแกร่งจำนวนมากเอาไว้ กลางทาง หมายจะสังหารพวกมันให้สิ้นซากในทันที
พอซากวิญญาณที่ดุร้ายกระทบโดนประกายแสงสีทอง ร่างกายที่เป็น ภาพมายาของมันก็ปรากฏร่องรอยปริแตกเป็นจำนวนมากเหมือนน้ำแข็ง ที่โดนราดด้วยน้ำร้อน
เนี่ยเทียนเห็นว่าร่างของซากวิญญาณเหล่านั้นที่ถูกแสงทองเผาไหม้ จนเกิดเป็นรูโหว่นับร้อยนับพัน
ทว่าเพียงชั่วขณะเดียวซากวิญญาณก็บินออกไปนอกขอบเขตการปก คลุมของแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์แล้วกลับคืนมาเป็นปกติอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังเขมือบกลืนวิญญาณที่บินออกมาจากในสมองของพวกลูกศิษย์ สำนักต่างๆ อย่างดุร้ายยิ่งกว่าเดิม
หลังจากที่ซากวิญญาณเหล่านั้นบินออกมาจากในไข่มุกวิญญาณมืด หินอุกกาบาตที่แปลกประหลาดก้อนนี้ก็ราวกับถูกเสริมพละกำลังให้ แข็งแกร่ง
หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์ ฉู่เสวียนจีจากตระกูลฉู่ และยังมีผู้ แข็งแกร่งเขตวิญญาณอีกหลายคนต่างก็ร่ายคาถากันอย่างฉับไว
จิตวิญญาณของพวกเขาล้วนแข็งแกร่ง สามารถต้านทานแรงดึงดูด ลึกลับจากในทะเลสาบได้ บ้างก็สร้างเขตอาคมขึ้นมาปกป้องลูกศิษย์ใน สำนักที่ขอบเขตต่ำต้อย บ้างก็ใช้อาวุธวิเศษมาสังหารซากวิญญาณที่ แข็งแกร่งเหล่านั้น
“คนเหล่านี้ยังไม่รู้ว่าซากวิญญาณพวกนั้นมาจากข้า”
เนี่ยเทียนขยับเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น แล้วก็แอบ เหลือบมองไปยังแหวนเก็บของของตัวเอง กลัวว่าจะมีซากวิญญาณมาก กว่าเดิมบินออกมาจากในไข่มุกวิญญาณมืด
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเฉียวอวิ๋นซีดังมาจากจุดที่ไม่ไกล นัก
เนี่ยเทียนรีบพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็พบว่านางยกมือทั้งคู่กุมขมับ ด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวอย่างถึงที่สุด
แม้ว่าพรสวรรค์ของนางจะไม่ธรรมดา แต่จะอย่างไรก็มีตบะแค่เขต สามัญ อีกทั้งในมหาสมุทรจิตวิญญาณยังไม่มีสะเก็ดดาวลึกลับเก้าดวง คอยช่วยคุ้มกันจิตวิญญาณเฉกเช่นเนี่ยเทียน
“นางเองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันรึ!”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็มายืนอยู่เบื้องหน้าเฉียวอวิ๋นซี ลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาจึงสร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณขึ้นมาอีกครั้ง
เขาอยากรู้ว่าม่านแสงสีเขียวที่มาจากค่ายกลกำเนิดไม้โบราณจะ สามารถสกัดกั้นการดึงจิตวิญญาณจากทะเลสาบได้หรือไม่
พอค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก่อตัวสำเร็จ ม่านแสงสีเขียวที่บางราวปีก จักจั่นก็ปกคลุมเขาและเฉียวอวิ๋นซีไว้ภายใน
เฉียวอวิ๋นซีที่กรีดร้องเสียงแหลมพลันหยุดร้องกะทันหัน
เนี่ยเทียนเข้าใจทันทีว่าค่ายกลกำเนิดไม้โบราณที่เขาได้มาจากมาตุภูมิ ของเผ่าไม้มีความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง
“เป็นเจ้า!”
เฉียวอวิ๋นซีพลันคืนสติ นางรีบหันไปมองกิ่งไม้สีเขียวกระจ่างราวหยก ใสแล้วก็เข้าใจทันทีว่าค่ายกลมหัศจรรย์ที่เนี่ยเทียนใช้ฝึกตนได้สำแดง อานุภาพแล้ว
นางตกใจจนเหงื่อเย็นๆ แตกพลั่กไปทั่วร่าง รีบพูดว่า “ไม่รู้ว่าคนของ สำนักสามกระบี่ สำนักคุมสัตว์และตระกูลฉู่ไปกระตุ้นโดนอะไรเข้าถึงทำ ให้ทะเลสาบเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้! ทะเลสาบนั่นเหมือน กลายมาเป็นหินแม่เหล็กน่ากลัวที่เริ่มดึงดูดจิตวิญญาณของผู้คน”
“เมื่อครู่นี้ วิญญาณของเขาเกือบจะหลุดออกไปแล้ว”
เนี่ยเทียนกล่าวเสียงหนัก “ยิ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับ ผลกระทบมากเท่านั้น ทางฝั่งของพวกเราถือว่ายังดี”
ขณะที่เขาขยับเข้ามาใกล้เฉียวอวิ๋นซีก็รู้สึกได้ว่ายิ่งอยู่ใกล้ทะเลสาบ แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ได้รับก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น
ที่วิญญาณแท้จริงของเฉียวอวิ๋นซีไม่ได้หลุดออกจากร่าง นอกจาก ปณิธานที่แรงกล้าแล้ว ยังเป็นเพราะนางอยู่ไกลจากทะเลสาบมากพอด้วย
ขณะที่คนทั้งสองพูดคุยกัน เนี่ยเทียนก็พลันได้ยินเสียง “ฟ่อๆ” ของงู เหลือมเลือดน้ำแข็งดังลอยมา เขาขมวดคิ้วหันไปมอง แล้วก็พบว่าอิน ย่าหนันแห่งสำนักคุมสัตว์กำลังขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้นหนีมาทางนี้
เห็นได้ชัดว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับเจ็ดสามารถต้านทานการดึงรั้ง ทางจิตวิญญาณที่น่ากลัวนั้นได้ และเนื่องด้วยงูเหลือมเลือดน้ำแข็งกับอิน ย่าหนันเป็นนายกับบ่าว มันจึงเหมือนจะแอบช่วยอินย่าหนันอย่างลับๆ ไม่ให้อินย่าหนันได้รับผลกระทบเช่นคนอื่น
แต่ต่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง อินย่าหนันก็ ยังมีสภาพกระเซอะกระเซิงอย่างถึงที่สุด เวลานี้นางเพียงแค่อยากจะหนี ให้ห่างจากทะเลสาบนั่นเท่านั้น
“พวกเจ้า พวกเจ้าไม่เป็นอะไรเลยรึ!”
หลังจากที่เข้ามาใกล้ อินย่าหนันก็มองเห็นเนี่ยเทียนและเฉียวอวิ๋นซี สองคนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างผ่อน คลาย นั่นจึงทำให้นางตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
“เฉียวอวิ๋นซี! ค่ายกลนี้สามารถปกป้องให้ลูกศิษย์ของสำนักพวกเรา ปลอดภัย! เจ้าบอกให้คนผู้นั้นเปิดมันให้พวกเราเข้าไป!” อินย่าหนันอึ้งไป ครู่ ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกายแล้วเสนอข้อเรียกร้องทันที
เวลานี้หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์กำลังใช้จิตวิญญาณที่มหาศาลของ ตนห่อหุ้มชายหนุ่มหญิงสาวหลายสิบคนจากสำนักของตัวเองเอาไว้ และ กำลังเร่งร้อนหนีมาทางนี้เช่นกัน
ต่อให้เป็นตบะของหงเสียนก็ยังไม่สามารถดูแลทุกคนของสำนักคุม สัตว์ได้
คนที่เขาพามาด้วยล้วนเป็นพวกที่ขอบเขตต่ำต้อยจนไร้พลังให้ ต้านทาน
เขาต้องการพาคนพวกนั้นมาส่งยังที่ที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยไปรับ คนที่เหลือ
รอจนเขาพบว่าเนี่ยเทียนและฉียวอวิ๋นซีไม่เป็นอะไร เขาก็รู้สึกดีใจ ขึ้นมาทันที “นังหนูเฉียว ให้เพื่อนของเจ้าเปิดค่ายกลให้ข้าพาคนเข้าไป!”
เฉียวอวิ๋นซีลังเลเล็กน้อย ก่อนหันไปพูดกับเนี่ยเทียน “นับตั้งแต่ที่ ทะเลสาบเกิดความผิดปกติ อาวุธวิเศษประเภทบินก็เหมือนจะถูก พันธนาการ ยากจะฝ่าออกไปจากหินอุกกาบาตก้อนนี้ได้ เจ้าช่วยเปิดค่าย กลให้คนของสำนักคุมสัตว์เข้ามาหลบหน่อยได้หรือไม่?”
“ไม่ได้” เนี่ยเทียนปฏิเสธน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“ไอ้หนู! ข้ารู้ว่าเจ้ามีที่พึ่งบางอย่าง แต่ตอนนี้ทุกคนลงเรือลำเดียวกัน แล้ว หากเจ้าไม่ยอมเปิดค่ายกล ก็อย่าโทษหากข้าไม่เกรงใจ โจมตีค่ายกล ของเจ้าให้แตกออก!” เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตายของลูกศิษย์ ในสำนัก หงเสียนก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป เขาเปิดปากเอ่ยข่มขู่ทันใด ทั้งยัง ทำท่าพร้อมจะลงมือทุกเมื่อ
“ทำลายค่ายกลให้แตก?” เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “หากพวกเจ้าพูดจาขอร้องข้าดีๆ บางทีข้าอาจจะเห็นแก่หน้าพวกเจ้าบ้าง แต่สำนักคุมสัตว์ของเจ้าล่วงเกินข้าไปทีหนึ่งแล้ว นี่ยังจะกล้ามาออกคำสั่ง กับข้าอีก ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะไม่เกรงใจข้าได้อย่างไร?”
“ออกมา!”
จบคำ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ถูกเขาเรียกออกมาทันที
——