ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 719 เก็บผลึกจิตวิญญำณ
น้ำหนักของเกราะมังกรเพลิงมีมากแค่ไหน เนี่ยเทียนนั้นรู้ดีอยู่แก่ใจ
เมื่อเกราะมังกรเพลิงถูกเขาเรียกออกมาสวมไว้บนกาย ความหนัก จากเกราะมังกรเพลิงก็พาเขาดำดิ่งลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว
พลังการลอยตัวเพิ่มขึ้นกะทันหัน ทำเอาอินย่าหนันหน้าเปลี่ยนสี
นางลังเลอยู่ชั่วครู่ก็เปลี่ยนวิธีการทันที ไม่จับมือกับเนี่ยเทียนอีกต่อไป แต่พลันตรงเข้าไปเกาะกอดอยู่ด้านหลังของเนี่ยเทียนอย่างแนบแน่น
ลำแขนและลำขาเรียวยาวของนางรัดพันอยู่ตรงหน้าอกและเอวของ เนี่ยเทียนราวงูตัวยาว
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นนางถึงจะแบกรับพลังการลอยตัวที่น่ากลัวนั้นได้ และไม่ถูกผลักให้ลอยขึ้นข้างบน
“เจ้า…”
ดวงตาของเนี่ยเทียนที่ถูกอินย่าหนันกอดไว้แน่นราวปลาหมึนพลัน ฉายประกายประหลาด
การกระทำของอินย่าหนันนั้นแนบชิดสนิทสนมเกินไปหน่อย นางสวม แค่กระโปรงหนังและเสื้อเกราะหนังเท่านั้น ผิวสีทองแดงส่วนใหญ่ของ นางล้วนเปิดเปลือยอยู่ข้างนอก
เมื่อนางโอบรัดเนี่ยเทียนจากด้านหลังไว้อย่างแนบแน่น เนี่ยเทียนก็ สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นราวจะระเบิดออกมาจากในผิวหนังของนาง
คางของนางวางทาบไปตรงลำคอของเนี่ยเทียน กลิ่นหอมยวนใจจึง โชยมาปะทะจมูกของเขา
“เจ้าอย่าได้คิดเหลวไหล มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นข้าถึงจะลงไปยังก้น ทะเลสาบได้เช่นเดียวกับเจ้า” ลมหายใจของอินย่าหนันหอมราวดอก กล้วยไม้ “เสื้อเกราะชิ้นนี้ของเจ้าน่าจะเป็นอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณกระมัง แถมในเกราะนี้ยังมีพลังปราณเลือดเนื้อที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ บางทีอาจ เพราะเหตุนี้ เกราะนี่ถึงได้หนักกว่าอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณทั่วไป”
ของวิเศษเช่นนี้ก็มีเพียงคนอย่างเนี่ยเทียนและนางที่ฝึกวิชาเรือนกาย เท่านั้นถึงจะสวมไว้บนร่างได้อย่างสบายๆ
เพียงเนี่ยเทียนสวมเกราะมังกรเพลิง ร่างก็จมต่ำลงด้านล่างอย่าง รวดเร็ว นี่จีงแสดงเห็นได้ชัดเจนว่าวัตถุชิ้นนี้หนักมากแค่ไหน
“เดิมทีข้าก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก พอได้ยินเจ้าพูดแบบนี้ หึ กลับทำให้ ข้าเริ่มเกิดจินตนาการขึ้นมาบ้างแล้ว” เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม เมื่อเห็นว่า ภายใต้ความช่วยเหลือจากเกราะมังกรเพลิงทำให้เขาดำลงไปใต้ทะเลสาบ ได้เร็วยิ่งขึ้น เนี่ยเทียนก็อารมณ์ดีจนอดเอ่ยหยอกเย้าอีกฝุายไม่ได้
“ขอแค่ได้ผลึกจิตวิญญาณมา เจ้าอยากจะคิดเหลวไหลยังไงก็ตามใจ ชอบ อย่างไรซะข้าก็ไม่ได้บุบสลายอะไร” อินย่าหนันแค่นเสียงเบาๆ นาง ยกมือทั้งคู่ที่รัดอยู่ตรงหน้าอกและลำคอของเนี่ยเทียนขึ้นแล้วกรีดลงไป บนผิวเนื้อของเขาเบาๆ หนึ่งที ก่อนเอ่ยข่มขู่ “แค่คิดน่ะได้ แต่หากเจ้า กล้าแต๊ะอั๋งแม่นายอย่างข้า ต่อให้แม่นายจะไม่ได้ผลึกจิตวิญญาณมา ก็ ต้องทำให้เจ้าได้เห็นดีกันแน่!”
“ให้ข้าได้เห็นดี?” เนี่ยเทียนไร้ซึ่งความหวาดเกรง คำขู่ของนางกลับ ยิ่งไปกระตุ้นให้เขาอยากเอาชนะ
มือทั้งคู่ของเนี่ยเทียนพลันตะปบลงไปบนลำแขนเรียวยาวราวหยก ของนาง ทั้งยังลูบคลำหลังมือของนางอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะหัวเราะหึหึ เสียงแปร่ง “เจ้ากล้าฆ่าข้างั้นหรือ? อยู่ที่นี่ หากข้าตาย เจ้านึกว่าตัวเองจะ หนีรอดไปได้หรือไง?”
“เพี๊ยะ!”
มือข้างหนึ่งของอินย่าหนันรัดคอเนี่ยเทียนเอาไว้ ส่วนมือข้างที่ว่างก็ ยกขึ้นตบลงไปบนมือของเขาที่ลวนลามนางอย่างแรง
ถูกนางตบลงมาหนึ่งครั้ง เนี่ยเทียนก็พลันรู้สึกเจ็บแสบที่มือข้างนั้น
เนี่ยเทียนแอบตกใจ รู้ว่าผู้หญิงที่เกาะแน่นอยู่ด้านหลังตนแตกต่างกับ หญิงสาวเผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่ที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ผู้หญิงคนนี้มีเลือดลมเปี่ยมล้น พลังชีวิตเข้มข้นอย่างที่เขาจะได้เห็นใน น้อยคนนัก
ในความรู้สึกของเขา อินย่าหนันเหมือนสัตว์วิเศษดุร้ายในร่างคน ทุก การกระทำของนางล้วนสามารถชักนำพลังเลือดลมมหาศาล สร้างความ กดดันให้เขาไม่น้อย
“เอาล่ะๆ พวกเรายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ เตรียมเก็บผลึกจิตวิญญาณ ล่ะนะ!”
มือข้างหนึ่งของเนี่ยเทียนตบลงไปบนลำขาที่เรียวยาวของนางซึ่งรัด พันเอวของเขาเบาๆ ก่อนจะดำลงไปยังก้นทะเลสาบภายใต้การนำของ น้ำหนักจากเกราะมังกรเพลิง
ตรงก้นทะเลสาบ ผลึกใสสีดำขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่งวางอยู่ใต้ฝุา เท้าของเนี่ยเทียน
“ผลึกจิตวิญญาณ!”
พออินย่าหนันเห็นผลึกจิตวิญญาณก้อนนั้น ดวงตาทั้งคู่ของนางก็เป็น ประกายแล้วก็ไม่สนใจการลวนลามของเนี่ยเทียนอีกต่อไป
“ของข้า”
เนี่ยเทียนก้มตัวลงไปน้อยๆ แล้วเอื้อมมือหยิบผลึกจิตวิญญาณสีดำ ก้อนนั้นเข้ามาไว้ข้างในม่านแสงพลังวิญญาณที่อินย่าหนันสร้างขึ้น
ชั่วขณะที่ผลึกจิตวิญญาณมาอยู่ในมือ เนี่ยเทียนก็ใช้พลังจิตวิญญาณ รับสัมผัสอย่างใคร่รู้
“เอ๊ะ!”
ตอนที่พลังจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของเขาเข้าไปอยู่ในผลึกจิตวิญญาณ พริบตาเดียวเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดซึ่งถูก ปล่อยออกมาจากข้างใน
แทบจะขณะเดียวกัน สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เขาก็พลันมีปฏิกิริยาตอบสนอง
สะเก็ดดาวเก้าดวงส่องแสงเจิดจ้าพลางส่งแรงดึงดูดออกมาเป็น ระลอก จากนั้นเขาก็เห็นว่าผลึกจิตวิญญาณส่องแสงสีดำวูบวาบ ก่อนจะ ถูกสะเก็ดดาวเก้าดวงดูดเอาพลังจิตวิญญาณไปอย่างรวดเร็ว
พลังจิตวิญญาณจากในผลึกจิตวิญญาณก้อนนี้จึงไหลหายไปอย่างบ้า คลั่งจนน่าเหลือเชื่อ
เนี่ยเทียนถือผลึกจิตวิญญาณเอาไว้ อึ้งงันไปแค่ครู่สั้นๆ ก็เห็นว่าผลึก จิตวิญญาณที่พลังจิตวิญญาณไหลหายไปอย่างรวดเร็วนั้นค่อยๆ หดเล็ก ลง
ราวกับว่าการไหลหายไปของพลังจิตวิญญาณทำให้ผลึกจิตวิญญาณ เปลี่ยนมามีขนาดเล็ก ไม่นานจากที่เท่ากำปั้นก็หดเล็กลงเหลือเท่าเล็บมือ
“เจ้า! เจ้าดึงเอาพลังจิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณไปได้เร็วขนาดนี้ ได้ยังไง!”
อินย่าหนันตะลึงงันคล้ายอึ้งค้างไปกับการกระทำของเนี่ยเทียน นาง มองผลึกจิตวิญญาณที่เปลี่ยนจากขนาดเท่าเล็บมือแล้วค่อยๆ จางหายไป ด้วยสายตาเหลือเชื่อ
หลังจากดึงเอาพลังในผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งไป เนี่ยเทียนก็แอบ รู้สึกได้รำไรว่าสะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาเริ่ม ขยายใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย
“สะเก็ดดาวเก้าดวงที่ได้มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมีความ ปรารถนาต่อพลังจิตวิญญาณรุนแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ! สะเก็ดดาวเก้า ดวงนั่น จนถึงวันนี้ข้าก็ยังไม่รู้ความลี้ลับของมัน แล้วก็ไม่รู้รายละเอียดที่
แน่ชัด แต่ว่าของสิ่งนี้มีความมหัศจรรย์ไร้ที่สิ้นสุด มันต้องช่วยข้าได้มาก แน่นอน!”
เขาฉุกคิดขึ้นมาได้จึงไม่แยแสอินย่าหนันอีก เพียงเคลื่อนที่อย่างเนิบ ช้าอยู่ใต้ทะเลสาบ แล้วตรงดิ่งเข้าหาผลึกจิตวิญญาณก้อนที่สอง
ผลึกจิตวิญญาณสีดำสนิทกระจายอยู่ทั่วทุกมุมใต้ทะเลสาบ ซึ่งการ กระจายตัวของพวกมันนับว่ากว้างขวางอย่างมาก
รอจนเขาหาผลึกจิตวิญญาณก้อนที่สองเจอแล้วก้มตัวลงไปหยิบอีก ครั้ง เขาก็ยังคงร่ายใช้วิธีการเดิม
พอผลึกใสที่รวบรวมพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์เอาไว้ตกมาอยู่กลางฝุา มือของเขาก็จะต้องถูกสะเก็ดดาวเก้าดวงดึงเอาพลังจิตวิญญาณไปอย่าง บ้าคลั่ง เปลี่ยนจากขนาดใหญ่มาเล็ก ก่อนจะเล็กจนกระทั่งหายไปอย่าง ไร้ร่องรอย
“เจ้า เจ้าทำแบบนี้ไม่ดีกระมัง?”
อินย่าหนันมองเห็นเข้าชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณที่เก็บมาด้วย ความเร็วที่น่าเหลือเชื่อก็หน้าเปลี่ยนสี ไม่อยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป “คนที่เห็น ย่อมมีส่วนแบ่ง เจ้าคงไม่คิดจะฮุบผลึกจิตวิญญาณไว้คนเดียวหรอกนะ? อีกอย่าง เจ้า…เจ้ามีตบะแค่เขตสามัญช่วงต้นเท่านั้น วิญญาณที่แท้จริง เพิ่งจะก่อตัวได้สำเร็จ จำเป็นต้องชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณมากมายขนาด นั้นเสียที่ไหน? เจ้าจะรับได้ไหวจริงหรือ?”
“ตอนนี้ยังไหว ไม่จำเป็นให้เจ้าต้องกังวล รอให้ข้ารับไม่ไหวจริงๆ ข้า ถึงจะเก็บพวกมันขึ้นมา” ดวงตาของเนี่ยเทียนฉายความละโมบ “ไม่ต้อง
รีบร้อน ผลึกจิตวิญญาณที่ข้าเก็บมาได้ย่อมต้องมีส่วนแบ่งของเจ้า แต่ว่า เจ้าไม่ได้ออกแรงอะไรสักอย่าง ไม่เพียงแต่ช่วยอะไรข้าไม่ได้ ทั้งยังต้องให้ ข้าคอยปกปูองเจ้าด้วย เจ้าเองก็อย่าได้หวังว่าจะได้ผลึกจิตวิญญาณไป จากมือข้ามากมายนัก”
ประโยคนี้ของเขาทำให้อินย่าหนันขุ่นเคืองอย่างยิ่ง นางเอะอะเสียงดัง พยายามหาเหตุผลมาเถียงเนี่ยเทียน
ทว่าเนี่ยเทียนกลับแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่คิดจะสนใจนางแม้แต่น้อย เขาเพียงมองหาผลึกจิตวิญญาณไปรอบด้านเพื่อให้สะเก็ดดาวเก้าดวงดูด ซับพลังจิตวิญญาณมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวพวกมันเอง
อินย่าหนันมองผลึกจิตวิญญาณก้อนแล้วก้อนเล่าที่พอถูกเนี่ยเทียน เก็บมาได้ครู่เดียวก็หายวับไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
นางในเวลานี้ได้แต่รัดตัวเนี่ยเทียนไว้แน่น เพราะหากปล่อยมือ เมื่อไหร่ นางก็จะลอยขึ้นไปบนผิวน้ำทันที
เมื่อสูญเสียการปกปูองจากไข่มุกวิญญาณมืดของเนี่ยเทียน นาง จะต้องกลายมาเป็นเปูาหมายการโจมตีของวิญญาณร้ายและต้องตาย อย่างมิต้องสงสัย
ด้วยเหตุนี้นางจึงได้แต่มองเนี่ยเทียนฮุบกินคนเดียวด้วยความจนใจ ตอนแรกเริ่มนางยังพูดขู่เขา แต่พอเห็นเนี่ยเทียนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินจึง เปลี่ยนกลยุทธิ์มาวิงวอนขอร้องเขาแทน
“ข้าเสียพลังจิตวิญญาณไปไม่น้อย เจ้ายกผลึกจิตวิญญาณให้ข้าสัก ก้อนเพื่อให้ข้าฟื้นคืนพลัง ได้ไหม? ขอร้องล่ะ”
“แค่ก้อนเดียวเท่านั้น! เจ้าให้ข้าก้อนหนึ่งก่อน ดีไหม?”
“ข้าขอร้องล่ะนะ”
“…”
เนี่ยเทียนรำคาญเสียงของนางจึงพูดอย่างหงุดหงิด “ผู้หญิงบ้า เจ้าจะ หุบปากได้หรือยัง?”
“ไม่ได้ เจ้าไม่ให้ผลึกจิตวิญญาณกับข้า ข้าก็จะเสียงดังอย่างนี้ต่อไป!” อินย่าหนันตอกกลับ
“งั้นเจ้าก็จูบนายท่านอย่างข้าหนึ่งที แล้วนายท่านจะมอบผลึกจิต วิญญาณก้อนหนึ่งให้เป็นรางวัล” เนี่ยเทียนพูดไปด่าไป
“จูบหนึ่งที?” อินย่าหนันพลันอึ้งงัน
——