ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 720 นิสัยที่ไม่ดี
“ถูกต้อง ขอแค่เจ้าจูบข้าหนึ่งที นายท่านก็จะมอบรางวัลเป็นผลึกจิต วิญญาณให้เจ้าหนึ่งก้อน”
เนี่ยเทียนเองรำคาญเสียงของนางเต็มทนถึงได้หาข้ออ้างมั่วๆ หวังให้ นางหุบปาก จะได้ไม่ต้องส่งผลกระทบเวลาที่ตนเก็บผลึกจิตวิญญาณ
“ง่ายแค่นี้เองหรือ? ก็บอกกันแต่แรกสิ” อินย่าหนันพลันหัวเราะเบาๆ
การที่นางตอบรับรวดเร็วขนาดนี้กลับทำให้เนี่ยเทียนเป็นฝุายงุนงง เสียเอง เขาหันไปมองนางโดยอัตโนมัติ “เจ้าคงไม่ได้จริงจังหรอกนะ?”
“จริงจังยิ่งกว่าทองคำเสียอีก!” อินย่าหนันหัวเราะเบิกบาน ก่อนจะ พ่นลมหายใจหอมๆ ใส่ใบหูของเนี่ยเทียน จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝง ความหมายลึกล้ำ “เจ้าหน้าตาหล่อเหลา จูบเจ้าสักที ข้าก็ไม่ได้เสียเปรียบ อะไร”
เวลานี้เนี่ยเทียนได้ย้ายมาอยู่อีกตำแหน่งหนึ่งใต้ก้นทะเลสาบแล้ว และเขาก็ย่อตัวลงไปเก็บผลึกจิตวิญญาณมาอีกก้อนหนึ่ง
เขากำผลึกจิตวิญญาณก้อนนั้นเอาไว้ ไม่ได้รีบร้อนชุบหลอมพลังจิต วิญญาณ เพียงหัวเราะหึหึแล้วตอบกลับ “งั้นดี เจ้าลงมือสิ จูบข้าทีหนึ่ง แล้วผลึกจิตวิญญาณก้อนนี้จะเป็นของเจ้า”
“พูดจริงทำจริงนะ!” จุดลึกของดวงตาคู่งามของอินย่าหนันมีประกาย เย็นเยียบวาบผ่าน
นาทีถัดมา ริมฝีปากสีแดงหอมกรุ่นของนางก็วางทาบลงบนต้นคอของ เนี่ยเทียน
“เจ้าเอาจริงเหรอเนี่ย!”
สัมผัสได้ถึงกลีบปากที่อ่อนละมุนของนางแนบติดอยู่ที่ต้นคอ เนี่ย เทียนก็พลันตัวสั่น บังเกิดจินตนการเพ้อฝันไกลโพ้น
ทว่ายังไม่ทันรอให้เนี่ยเทียนได้ดื่มด่ำกับจุมพิตรสหวานจากสาวงาม เขากลับต้องร้องโหยหวนขึ้นมาเสียก่อน
ชั่วขณะที่หญิงสาวผู้นั้นไถลริมฝีปากมาถึงต้นคอของเขา นางก็พลัน กัดเขาขย้ำเขาอย่างแรง!
“ร่างกายแข็งแกร่งจริงๆ ด้วย ถึงขนาดกัดไม่เข้า!” อินย่าหนันหัวเราะ เบาๆ มองลำคอของเขาที่เป็นร่องฝันสองแถวเด่นชัดด้วยความไม่พอใจ เท่าไหร่ “หรือให้ข้าจูบเจ้าหนึ่งที ส่วนเจ้าก็ให้ผลึกจิตวิญญาณกับข้าเพิ่ม หนึ่งก้อน? ครั้งต่อไปข้าจะลงแรงมากหน่อย จะได้ฉีกหนังเจ้าให้ขาดสัก คำ”
“เจ้าแม่งโรคจิตหรือไง!” เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอด ปากก็ สบถด่าเสียงดัง
“ข้ามีนิสัยที่ไม่ดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือชอบความรุนแรงน้อยๆ เวลาที่ ข้าจูบคนอื่น ข้าจะชอบกัดแรงๆ ข้ารู้สึกว่าแบบนี้ถึงจะสามารถแสดงให้ เห็นถึงความชื่นชอบที่มีต่อเจ้า” อินย่าหนันทำสีหน้าไร้เดียงสา ก่อนจะ แสร้งพูดอย่างคนได้รับความไม่เป็นธรรม “ทำไม หรือว่าเจ้ายังไม่รับรู้ ความชื่นชอบของข้า? อ้อ ขอโทษด้วยนะ ข้านึกออกแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้า
จะไม่ใช่คนของดินแดนปราการดวงดาวเรา คงไม่เคยได้ยินถึงเรื่องความ ชื่นชอบพิเศษของข้า”
ขณะที่เนี่ยเทียนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด นางก็ยื่นแขนเรียว ยาวออกมาคว้าผลึกจิตวิญญาณที่เนี่ยเทียนถือไว้อย่างแม่นยำ
“เอาคืนมาให้ข้า!” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเดือดดาล
“พวกเราตกลงกันไว้แล้วนี่ว่าถ้าข้าจูบเจ้าหนึ่งที เจ้าจะให้ผลึกจิต วิญญาณข้าหนึ่งก้อน เจ้าเป็นลูกผู้ชาย ไม่รักษาคำพูดคงไม่ดีกระมัง?” ดวงตาของอินย่าหนันฉายแววเหยียดหยาม ริมฝีปากที่งดงามก็ยกยิ้มเย็น ชา “ยังไงข้าก็จูบเจ้าไปแล้ว หากเจ้าลวนลามข้า แต่ยังไม่ยอมทำตาม คำพูด ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ตายอยู่ด้วยกันที่นี่นั่นแหละ”
ระหว่างที่พูดมืออีกข้างของนางก็มีแสงแหลมคมแผ่ออกมาจากปลาย นิ้วแล้วทำท่ากรีดตรงลำคอของเนี่ยเทียน
แสงพลังวิญญาณที่ปลดปล่อยออกมาจากปลายนิ้วของนางแฝงเร้นไว้ ด้วยเลือดลมที่เข้มข้น ทำเอาเนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี
จนกระทั่งบัดนี้เนี่ยเทียนถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเมื่ออยู่ในม่านแสงใต้ ทะเลสาบแห่งนี้ อันที่จริงผู้หญิงคนนี้เป็นภัยคุกคามต่อเขาอย่างมหาศาล
ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญเวทลับเรือนกาย ทั้งยังมีตบะเขต สามัญช่วงท้าย พลังในการต่อสู้ของนางไม่ได้ถูกสกัดกั้นในพื้นที่แห่งนี้
และเวลานี้นางยังโอบรัดตนไว้แน่น หากนางคิดจะลงมือฆ่าตนโดยไม่ สนใจสิ่งใดจริงๆ ถ้าเช่นนั้นผลลัพธ์ก็คง…
“ข้าให้เจ้าจูบข้า ไม่ใช่ให้เจ้ากัดข้า!” เนี่ยเทียนตัวแข็งทื่อ แต่ก็ยัง คำรามอย่างเดือดดาล
“ในสายตาของข้า กัด กระตุ้นอารมณ์ได้ยิ่งกว่าการจูบ เจ้าไม่คิด เหมือนกันหรอกหรือ?” ความเย็นชาตรงมุมปากของอินย่าหนันหายไป อย่างรวดเร็ว แทนที่มาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะกล่าวเตือนด้วย ความหวังดี “อยากจะลองอีกครั้งดูไหม? เมื่อกี้เป็นลำคอฝั่งนี้ พวกเรามา เปลี่ยนฝั่งกันดีหรือไม่?”
ปลายนิ้วที่มีพลังวิญญาณและเลือดลมเจือปนของนางแตะลงไปบน รอยฟันสองแถวแล้วใช้ปลายนิ้วเย็นๆ ลูบคลำผ่านลำคอด้านหน้าของเนี่ย เทียนไปยังอีกฝั่งหนึ่งแล้วหยุดนิ่ง “ตรงนี้เป็นไง? หากไม่ได้ เจ้าก็ลอง เลือกจุดที่ไวต่อสัมผัสจุดอื่น ข้าพร้อมจะตามใจเจ้าทุกอย่าง”
“ไม่ต้องแล้ว” เนี่ยเทียนคำรามกร้าว
“ไม่ต้องจริงๆ หรือ?” อินย่าหนันผิดหวังอย่างมาก “รอยฟันเมื่อครู่นี้ ข้ายังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เลยนะ? ไม่งั้นเอาแบบนี้ดีไหม ข้าจูบเจ้าสอง ครั้ง แลกกับผลึกจิตวิญญาณอีกก้อนหนึ่ง?”
“บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง!” เนี่ยเทียนตวาดด้วยความโมโห
“เฮ้อ คนทึ่ม ไม่เข้าใจการล้อเล่นของข้าเอาเสียเลย น่าเบื่อจริงๆ” อิน ย่าหนันส่ายหัว
มุมปากเนี่ยเทียนเกร็งกระตุก ตัดสินใจว่าจะไม่สนใจนางอีก ต่อให้ นางจะเอะอะแค่ไหนก็จะไม่สนใจ
ผู้หญิงปุาเถื่อนคนนี้ขอบเขตสูงล้ำ ศักยภาพก็น่าหวาดกลัว เพราะมี ไข่มุกวิญญาณมืดอยู่ มหาสมุทรจิตวิญญาณของนางถึงได้ไม่ได้รับ ผลกระทบจากทะเลสาบแห่งนี้ แถมตอนนี้ยังเอาแขนขารัดพันตนไว้แน่น หากนางคิดจะฆ่าเขาโดยไม่สนใจสิ่งใด คนทั้งสองก็คงได้แต่ตายอยู่ใต้ ทะเลสาบแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน
อีกอย่างคนที่ตายก่อนก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นตน
ทันใดนั้น เนี่ยเทียนก็คล้ายกลายมาเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง ไม่ว่าอิน ย่าหนันจะพูดอะไร เขาก็ไม่แยแส เพียงเก็บผลึกจิตวิญญาณมาให้สะเก็ด ดาวทั้งเก้าชุบหลอม
อินย่าหนันส่งเสียงดังอยู่นานมาก พยายามสรรหาวิธีมาหยอกล้อ กระตุ้นอารมณ์ เนี่ยเทียนก็ยังแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ไม่นานนางก็เริ่มหยุดลง และในที่สุดก็เอาสมาธิไปไว้ที่ผลึกจิต วิญญาณในมือของเขา ก่อนจะหรี่ตาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ แล้วก็เริ่มชุบ หลอมผลึกจิตวิญญาณในมือเพื่อชดเชยพลังจิตวิญญาณที่สูญหายไปของ ตัวเอง
คนทั้งสองไร้การพูดคุยใดๆ ต่อกัน
เวลาผ่านพ้นไปเรื่อย ผลึกจิตวิญญาณก้อนแล้วก้อนเล่าถูกเนี่ยเทียน เก็บมาจากใต้ทะเลสาบแล้วให้สะเก็ดดาวทั้งเก้าชุบหลอม
เมื่อผลึกจิตวิญญาณมาอยู่ในมือเนี่ยเทียน เขาก็พลันสังเกตเห็นว่าซาก วิญญาณที่ล้อมวนอยู่รอบกายแต่กลับไม่กล้าเข้ามาใกล้ จู่ๆ ก็พุ่งทะยาน ไปที่ผิวน้ำ
เมื่อเงยหน้ามองเขาก็เห็นว่าหงเสียน เว่ยอวี้ ฉู่เสวียนจีต่างก็ลงมาใน น้ำพร้อมกัน
วิญญาณร้ายร้องคำรามคล้ายกำลังเรียกใช้ความมหัศจรรย์บางอย่าง ในทะเลสาบไปฉีกทึ้งคนทั้งสามอย่างบ้าคลั่ง
คนทั้งสามที่อยู่ใต้ทะเลสาบอึ้งงันกันไปไม่กี่วินาทีก็หน้าเปลี่ยนสีอย่าง หนัก ก่อนจะเร่งร้อนหนีไปไม่ต่างจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งและโครง กระดูกปีศาจเลือด
เนี่ยเทียนเข้าใจดีว่า ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดที่เข้ามาในทะเลสาบแห่งนี้ จิต วิญญาณจะต้องถูกกำราบ
เวทลับทางจิตวิญญาณและผนึกที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณล้วนไม่ สามารถบุ่มบ่ามนำมาใช้ได้
ซากวิญญาณเหล่านั้นไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย ดังนั้นต่อให้พวก หงเสียนที่มีตบะเขตวิญญาณ แต่พออยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังรับมือกับ ซากวิญญาณเหล่านั้นไม่ได้
พวกเขาจึงได้แต่หนีไป
เนี่ยเทียนมองอยู่พักหนึ่ง พอเห็นว่าคนทั้งสามจากไปก็ไม่ได้สนใจพวก เขาอีก เพียงทำธุระของตัวเองต่อ
“สวบๆๆ!”
หงเสียนสามคนพุ่งออกมาเหนือทะเลสาบ แล้วมายืนอยู่ตรงริม ทะเลสาบอีกครั้งด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ
ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลคืองูเหลือมเลือดน้ำแข็งและโครงกระดูก ปีศาจเลือด พวกมันต่างก็เป็นบุคคลที่มีศักยภาพกร้าวแกร่ง แต่ไม่ว่าจะ เป็นผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์หรือสัตว์วิเศษและโครงกระดูกปีศาจเลือดต่างก็ ได้เพียงมองไปยังทะเลสาบโดยที่ทำอะไรไม่ได้
“เจ้าเด็กคนนั้นที่เฉียวอวิ๋นซีพามาเหมือนจะกำลังเก็บผลึกจิต วิญญาณอยู่” เว่ยอวี้ขมวดคิ้ว “ก่อนหน้าที่ข้าจะบินออกมาจากทะเลสาบ ได้แบ่งสมาธิไปมอง จึงเห็นว่าในมือของเขากำผลึกจิตวิญญาณไว้ก้อนหนึ่ง ส่วนนังหนูจากสำนักคุมสัตว์ก็มีผลึกจิตวิญญาณอยู่ในมือเหมือนกัน ดูท่า พวกเขาจะทำสำเร็จแล้ว”
หงเสียนเงียบงันไม่พูดจา
สิ่งที่เว่ยอวี้มองเห็น เขาก็ย่อมมองเห็นเช่นกัน แต่เขาไม่ได้สนใจผลึก จิตวิญญาณพวกนั้นแล้ว เพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของอินย่าหนัน เท่านั้น
ซากวิญญาณที่แข็งแกร่งพวกนั้นเห็นได้ชัดว่ากำลังล่าเหยื่ออยู่ใต้ ทะเลสาบ หลังจากพวกเขาสามคนเข้าไปก็กลายมาเป็นเปูาหมายโจมตี ทันที จนจำต้องถอยออกมา
อินย่าหนันเองก็อยู่ข้างใต้ ซึ่งนางก็ถูกพวกมันโจมตีเหมือนกัน แล้ว นางจะหลีกพ้นการฉีกทึ้งจากซากวิญญาณพวกนั้นได้อย่างไร?
ในฐานะที่เป็นผู้มากพรสวรรค์ซึ่งพันปียากจะพบพานของสำนักคุม สัตว์ อินย่าหนันจึงถูกสำนักคุมสัตว์มองเป็นความหวังที่จะพาสำนัก
รุ่งโรจน์ในวันข้างหน้า ผลึกจิตวิญญาณล้ำค่าก็จริง แต่เมื่อเทียบกับนาง แล้วกลับยังสู้ไม่ได้
หงเสียนเป็นกังวลอย่างถึงที่สุด กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดกับนาง แล้วพอเขากลับสำนักไปจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
“พวกเจ้าไม่สังเกตเห็นหรือว่าคลื่นพลังจิตวิญญาณที่แผ่มาจากใต้ ทะเลสาบเริ่มลดน้อยลงแล้ว?” ดวงตาของฉู่เสวียนจีเป็นประกายลึกล้ำ “การดึงรั้งทางจิตวิญญาณที่มาจากใต้ทะเลสาบก็เริ่มอ่อนจางลงไปด้วย”
“รู้สึกแบบนี้จริง” เว่ยอวี้พยักหน้ารับ “บางทีอาจเป็นเพราะผลึกจิต วิญญาณถูกเก็บเอาไป ทำให้อานุภาพบางอย่างของตราผนึกลดน้อยลงไป กระมัง?”
ขณะที่คนทั้งสามพูดคุยกัน ผู้ฝึกลมปราณเขตวิญญาณ เขตลี้ลับคน อื่นๆ ก็ทยอยกันขยับเข้ามาใกล้
เดิมทีคนพวกนั้นอยู่ห่างจากทะเลสาบ แต่ก็เพราะสัมผัสได้ว่าต่อให้อยู่ ใกล้ทะเลสาบ จิตวิญญาณก็ไม่สูญหายไปอีก ดังนั้นถึงได้กล้าเข้ามาใกล้
รอจนพวกเขาเข้ามาใกล้ก็สอบถามสถานการณ์ทันที รอจนได้รู้ว่าเนี่ย เทียนและอินย่าหนันได้ลงน้ำไปเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณมา พวกเขาก็ทั้ง ตะลึงทั้งสนใจ
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม
แม้แต่เขตสามัญอย่างเฉียวอวิ๋นซี ฉู่โป๋เหวินและสิ่งเปุยเฉินก็ทยอยกัน เดินออกจากค่ายกลกำเนิดไม้โบราณแล้วขยับเข้ามาใกล้ด้วยความใคร่รู้
ที่พวกเขากล้าออกมาก็เพราะสัมผัสได้ว่ามหาสมุทรจิตวิญญาณไม่ได้ รับผลกระทบจากคลื่นในทะเลสาบอีกต่อไป รู้ว่าทะเลสาบเกิดการ เปลี่ยนแปลง
“เนี่ยเทียนล่ะ?” เฉียวอวิ๋นซีรีบเอ่ยถาม
“เนี่ยเทียน…”
มาถึงเวลานี้ ทุกคนล้วนรู้ชื่อที่แท้จริงของเนี่ยเทียนหมดแล้ว
“เขาและย่าหนันอยู่ใต้ทะเลสาบ” หงเสียนอธิบาย
“เขา?” เฉียวอวิ๋นซีหน้าเปลี่ยนสี
……
ใต้ทะเลสาบ เมื่อเนี่ยเทียนเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณมาได้เป็นก้อนที่สิบ สามแล้วเอาให้สะเก็ดดาวเก้าดวงชุบหลอมต่อ สะเก็ดดาวกลับไม่ได้ดูดซับ พลังจิตวิญญาณไปอย่างละโมบอีกแล้ว
คราวนี้กลับเป็นวิญญาณที่แท้จริงของเขาซึ่งแผ่แรงดึงดูดออกมาชัก นำพลังจิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณมาอย่างเงียบเชียบ
ทว่าความเร็วในการดูดซับพลังจิตวิญญาณของวิญญาณที่แท้จริงกลับ ช้ากว่าสะเก็ดดาวเก้าดวงมากมายนัก
ตอนที่พลังจิตวิญญาณเป็นเส้นๆ ถูกรับเข้าไปในมหาสมุทรจิต วิญญาณ เขาไปในวิญญาณที่แท้จริง เนี่ยเทียนก็เกิดความรู้สึกมหัศจรรย์ บางอย่างเหมือนมีร่างมายาของเขากำลังชุบหลอมพลังให้ผสานเข้ามาใน ร่างตัวเอง
เขาเข้าใจดีว่าความรู้สึกลวงตานั้นมาจากวิญญาณที่แท้จริงของเขา
วิญญาณที่แท้จริงดูดซับพลังจิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณ ก็ เหมือนกับที่ก่อนหน้านี้เขาใช้หินวิเศษมาชุบหลอมมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียน
สะเก็ดดาวเก้าดวงส่องสว่างเป็นประกายราวกับเพชรเม็ดงาม ทั้ง ขนาดยังใหญ่กว่าเดิมถึงสามเท่า
แสงจิตวิญญาณที่ปล่อยออกมาจากในสะเก็ดดาวเก้าดวงสาดส่องไป ทั่วมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา ทำให้วิญญาณที่แท้จริงของเขาเหมือน หลุดพ้นจากพลังการดึงรั้งของใต้ทะเลสาบ
นี่หมายความว่าสะเก็ดดาวเก้าดวงนั้นแข็งแกร่งกว่าเดิมเยอะมาก และพลังจิตวิญญาณในดวงดาวที่ลึกลับก็ได้รับการเต็มเติมจนเปี่ยมล้น
“ความเร็วในการชุบหลอมพลังจิตวิญญาณของวิญญาณที่แท้จริงต่ำ เกินไป หากคิดจะใช้ผลึกจิตวิญญาณมาชุบหลอมอยู่ใต้ทะเลสาบนี้ เกรง ว่าคงต้องใช้เวลานานมาก”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปพักหนึ่งก็ตัดสินใจว่าจะหยุดการชุบหลอมวิญญาณ ที่แท้จริงชั่วคราว
เขาคิดจะเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณที่กระจายอยู่ทั่วทะเลสาบมาให้หมด ก่อนค่อยว่ากัน
และขณะที่เขาเตรียมจะขยับตัวไปเก็บผลึกจิตวิญญาณมาต่อนั้น เขา ก็พลันเกิดความรู้สึกบางอย่าง
หัวกะโหลกเผ่าอสูรกายที่อยู่ในแหวนเก็บของของเขาพลันร้องคำราม แล้วจู่ๆ ก็บุกออกมาจากปราการจิตวิญญาณที่เขาสร้างขึ้นได้สำเร็จ!
พอวิญญาณอสูรบินออกมาได้มันก็พุ่งเข้าใส่ผลึกปริซึมนั่นทันที
ทันใดนั้นผลึกใสทรงปริซึมที่มีขนาดเท่าเล็บมือก็หลุดออกจากการ พันธนาการของแหวนเก็บของมาลอยอยู่ใต้ทะเลสาบ
วิกฤตรุนแรงขุมหนึ่งพลันผุดขึ้นมากลางใจของเนี่ยเทียน!
——