ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 721 หัวใจแห่งจิตวิญญาณ!
“นั่นมันอะไรน่ะ?”
การบินออกมาของวิญญาณอสูรสร้างความตะลึงให้กับอินย่าหนัน เช่นกัน นางหยุดการดูดดึงพลังจิตวิญญาณจากในผลึกจิตวิญญาณแล้ว มองไปยังผลึกใสทรงปริซึมขนาดเล็กๆ ก้อนนั้น
นางยังเข้าใจผิดว่าเนี่ยเทียนจงใจเอาผลึกใสทรงปริซึมออกมา นึกว่า มันคือภาชนะพิเศษที่ใช้บรรจุผลึกจิตวิญญาณ
เนี่ยเทียนไม่ได้ตอบนาง เพียงจ้องเขม็งไปยังผลึกใสทรงปริซึมด้วยสี หน้าที่เคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด
เขาก็รู้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้นานมากแล้วว่าวิญญาณอสูรกายในหัว กะโหลกกระหายในผลึกใสทรงปริซึมนี้มาโดยตลอด แต่เพราะเขาสร้าง เขตอาคมด้วยพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวกางกั้นเอาไว้ มันจึงไม่เคยสม ปรารถนา
การบุกโจมตีแต่ละครั้งของวิญญาณอสูรกลับกลายเป็นการทำให้ตัว มันบาดเจ็บเสียเอง ทำให้พลังของมันอ่อนแอจนกระทั่งเขาหลงลืมมันไป
เขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าเมื่ออยู่ใต้ทะเลสาบประหลาดแห่งนี้ วิญญาณอสูรดวงนั้น…จะเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่ง ทั้งยังหนีออกมาจาก ตราผนึกทางจิตวิญญาณที่เขาสร้างเอาไว้ได้
วิญญาณอสูรและผลึกใสทรงปริซึมก้อนนั้นไม่น่าจะมาจากอสูรกาย ตนเดียวกัน ทว่าการที่วิญญาณอสูรกระหายอยากครอบครองผลึกใสทรง ปริซึมก้อนนั้น ต้องมีเรื่องผิดปกติแน่นอน!
นาทีถัดมา ม่านตาของเขาก็พลันหดตัว หน้าเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง
เห็นเพียงว่าผลึกใสทรงปริซึมก้อนนั้นบินเข้าไปใกล้ผลึกจิตวิญญาณที่ อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนที่ผลึกใสเท่าเล็บมือจะฝังเลื่อมเข้าไปในผลึกจิตวิญญาณ ก้อนนั้น
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าผลึกจิตวิญญาณที่ถูกฝังเลื่อมเปลี่ยนมามี ขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนที่มีประสบการณ์การชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณมาก่อนมอง ปราดเดียวก็เข้าใจว่าที่ผลึกจิตวิญญาณหดเล็กลงเป็นเพราะพลังจิต วิญญาณที่อยู่ข้างในกำลังถูกดูดออกไปอย่างบ้าคลั่ง!
ผลึกใสทรงปริซึมที่วิญญาณอสูรบินเข้าไปกลับอาศัยผลึกจิตวิญญาณ มาฟื้นคืนพลังของตัวเอง!
วิญญาณอสูรผ่านการกัดกร่อนจากกาลเวลามานานหลายปี เดิมที พลังจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ก็มีไม่มาก การที่มันพยายามจะฝุาจากหัว กะโหลกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ทำให้มันเผาผลาญพลังไปมากเช่นกัน มัน อ่อนแอจนกระทั่งเนี่ยเทียนไม่ให้ความสนใจ
บางทีอาจเพราะสาเหตุนี้ วิญญาณอสูรนั่นถึงปรารถนาที่จะได้เต็มเติม พลังจิตวิญญาณ อีกทั้งใต้ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีผลึกจิตวิญญาณกระจายตัว กันอยู่ไม่น้อย จึงกลายมาเป็นพื้นที่วิเศษสำหรับมันอย่างพอเหมาะพอดี
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด ไม่สนใจคำถามที่มาจากอินย่าหนัน เพียง รีบไล่ตามผลึกใสทรงปริซึมที่ฝังเลื่อมลงในผลึกจิตวิญญาณไป
พอเขาขยับตัว ผลึกใสทรงปริซึมก็คล้ายจะสัมผัสได้ มันถึงกับพาผลึก จิตวิญญาณก้อนนั้นออกห่างจากเขาโดยอัตโนมัติ ทั้งยังหนีไปได้เร็วกว่า ความเร็วที่เขาไล่ตามมันเสียอีก
“แย่แล้ว!”
เนี่ยเทียนรู้ดีว่าสถานการณ์ย่ำแย่ ใจก็ยิ่งไม่เป็นสุข จึงใช้พลังเลือดลม ที่เข้มข้นไล่ตามผลึกใสทรงปริซึมนั้นไปด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
ทว่าพอผลึกใสทรงปริซึมนั่นรู้จุดประสงค์ของเขาก็ไม่คิดจะยินดีให้เขา เข้ามาใกล้แม้แต่น้อย มันยังคงล่องลอยอยู่ในทะเลสาบห่างจากเขาไป เรื่อยๆ
ผลึกจิตวิญญาณที่ถูกมันฝังเลื่อมเข้าไปยิ่งหดเล็กลง จนกระทั่งหายไป อย่างไร้ร่องรอย
เมื่อดูดพลังจิตวิญญาณไปจากผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งแล้ว วิญญาณ อสูรก็คล้ายได้เต็มเติมพลังจึงพลันล่องลอยอยู่ในทะเลสาบอย่างมีชีวิตชีวา ด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
เนี่ยเทียนค้นพบอย่างรวดเร็วว่าหากเขาคิดจะไล่ตามผลึกใสทรงปริซึม นั้นอยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้ เกรงว่าคงเป็นเรื่องยากไม่น้อย
เขายังสังเกตเห็นว่าตอนที่ผลึกใสทรงปริซึมหนีไป มันก็ขยับไปฝัง เลื่อมกับผลึกจิตวิญญาณอีกก้อนหนึ่ง และดูดดึงพลังจิตวิญญาณมาอย่าง ต่อเนื่อง
“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?” อินย่าหนันที่จับตามองอยู่พักใหญ่หัวคิ้ว ขมวดเป็นปม “เจ้าวิ่งไปวิ่งมา หรือคิดจะตามผลึกใสก้อนนั้น? ของนั่น สำคัญมากหรือ? สำคัญจนถึงขั้นที่เจ้าไม่สนใจผลึกจิตวิญญาณที่วางอยู่ ระหว่างทาง เอาแต่จับจ้องมันไม่ปล่อย?”
“อีกอย่าง ดูเหมือนว่าเจ้าเองก็เร็วไม่เท่ามัน เอาแต่ไล่ตามอย่างนี้มีแต่ จะเปลืองแรงเปล่า”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นตอบกลับ “เจ้าจะไปเข้าใจบ้าอะไร!”
“ไอ้หนู! เชื่อหรือไม่ว่าแม่นายปลิดชีพเจ้าได้?” อินย่าหนันถูกกระตุ้น อารมณ์โมโหจึงยกนิ้วเรียวยาวขึ้นทำท่ากรีดลำคอเขาอีกครั้ง
“อย่ามากวนข้า!” เนี่ยเทียนหงุดหงิดใจ จึงเอามือตบลงไปบนสะโพก งอนงามของนางอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะตวาดเสียงหนัก “ผลึกใสทรง ปริซึมก้อนนั้นเป็นของอสูรกายสายเลือดระดับสูง! และตอนนี้ด้านในก็มี วิญญาณอสูรอยู่! เมื่อวิญญาณอสูรอยู่ข้างในก็เหมือนมีเรือนกายเป็นของ ตัวเอง มันกำลังรวบรวมพลังจิตวิญญาณ!”
อินย่าหนันที่ถูกเขาตบก้นอย่างแรงคล้ายภูเขาไฟที่ระเบิดปะทุใน ฉับพลัน
ทว่าพอได้ยินประโยคหลังของเขา อินย่าหนันก็พลันตัวสั่นสะท้าน ไม่ได้ออกฤทธิ์ออกเดช แต่กลับร้องอุทานเสียงหลง “เจ้าแน่ใจรึว่ามี
วิญญาณอสูรเข้าไปอยู่ในผลึกใสทรงปริซึมที่เดิมทีควรอยู่ตรงหว่างคิ้วของ อสูรกายจริงๆ?”
“ของที่บินออกไปจากมือข้า ข้าย่อมแน่ใจอยู่แล้ว!” เนี่ยเทียนตะคอก กลับ
อินย่าหนันไม่นิ่งเฉยอีกต่อไป นางรีบพูด “อสูรกายคือเผ่าที่พิเศษมาก ที่สุดในบรรดาชนต่างเผ่า! มีหัวใจเป็นต้นกำเนิดพลังงานทางสายเลือดเฉก เช่นชนต่างเผ่าสวนใหญ่ ทว่าอสูรกายนั้นมีส่วนต่างออกไป ผลึกที่อยู่กลาง หว่างคิ้วของพวกเขาถูกเรียกว่าหัวใจแห่งจิตวิญญาณ!”
“สำหรับเผ่าอสูรกายแล้ว ผลึกที่ถูกเรียกว่าหัวใจแห่งจิตวิญญาณนั้น สำคัญยิ่งกว่าหัวใจที่อยู่ตรงหน้าอกของพวกเขาเสียอีก!”
“สายเลือดและเวทลับทางจิตวิญญาณหลายชนิดของเผ่าอสูรกายล้วน จำเป็นต้องอาศัยการกระตุ้นจากหัวใจแห่งจิตวิญญาณถึงจะได้ หัวใจแห่ง จิตวิญญาณคือต้นกำเนิดและที่พักพิงจิตวิญญาณของพวกเขา! วิญญาณ อสูรเข้าไปอยู่ในหัวใจแห่งจิตวิญญาณก็เหมือนกับจิตวิญญาณของพวกเรา มีเรือนกายที่มีเลือดเนื้อ มากพอจะให้มันกระตุ้นใช้เวทลับทางจิตวิญญาณ ได้!”
เนี่ยเทียนฟังนางอธิบายถึงความพิเศษของเผ่าอสูรกายพลางทะยาน ร่างไล่ตามผลึกใสที่ถูกเรียกว่าหัวใจแห่งจิตวิญญาณก้อนนั้นซึ่งยังคงไม่ ล้มเลิกการฟื้นคืนพลังไป
ใจเขากระจ่างแจ้งดียิ่งกว่าใครว่าตอนนี้วิญญาณอสูรนั้นยังอ่อนแอ หากตอนนี้เขาไล่ตามไปทันก็อาจจะยังมีวิธีรับมือกับมัน
แต่หากปล่อยให้วิญญาณอสูรดูดซับพลังจิตวิญญาณที่มากพอมาจาก ผลึกจิตวิญญาณจนมันฟื้นตื่นอย่างเต็มที่และได้รับความทรงจำที่หายไป กลับคืนมา มันก็จะร่ายใช้เวทร้ายทางจิตวิญญาณของเผ่าอสูรกายออกมา ได้!
เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็ยากที่จะกำราบวิญญาณร้ายนั่นได้อีก
น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจแจ่มแจ้งเพียงไหน ทว่าเมื่ออยู่ใน ทะเลสาบแห่งนี้ เขากลับไม่สามารถไล่ตามวิญญาณอสูรนั่นไปได้ทัน
เมื่ออยู่ที่นี่ วิญญาณอสูรกลับปรับสภาพเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบด้านได้ อย่างรวดเร็วเหมือนปลาที่ได้น้ำ
ตำแหน่งที่วิญญาณอสูรล่องลอยไปยิ่งไม่อยู่นิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ มัน เปลี่ยนตำแหน่งว่องไวราวกับสายฟูาแลบ เดี๋ยวก็อยู่ข้างหน้า เดี๋ยวก็ไป โผล่อยู่ข้างหลัง ยากจะจับร่องรอยได้
อินย่าหนันถือว่ายังพอมีสติ นางนิ่งคิดไปครู่ก็เสนอความเห็นที่ชาญ ฉลาดออกมา “ในเมื่อตามไม่ทัน เจ้าก็จงเก็บผลึกจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ มาให้ได้มากที่สุด!”
“วิญญาณอสูรนั่นได้แค่ดึงพลังจิตวิญญาณมาจากในผลึกจิตวิญญาณ ทีละก้อน เจ้าเก็บผลึกจิตวิญญาณทั้งหมดมาไว้ในแหวนเก็บของ ทำให้มัน ไม่มีผลึกจิตวิญญาณมาชดเชยพลังจิตวิญญาณ นี่ก็จะสามารถลดระดับภัย คุกคามจากมันได้!”
ดวงตาเนี่ยเทียนพลันเป็นประกาย
เขาวิเคราะห์ได้ทันทีว่าความเห็นของอินย่าหนันเรียกว่าเป็นการ กระทำที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้
เขาจึงไม่มัวเปลืองเวลากับเรื่องไร้ประโยชน์อย่างการไล่ตามวิญญาณ อสูรอีกต่อไป แต่ทำตามที่อินย่าหนันพูด นั่นคือเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณ ตามทางที่เห็นมาไว้ในแหวนเก็บของจนหมด
เขายังระวังเป็นพิเศษโดยการเอาแหวนเก็บของอีกวงหนึ่งมาเก็บผลึก จิตวิญญาณพวกนี้ไว้เป็นพิเศษ
อีกทั้งเขายังสร้างปราการดวงดาวชั้นหนึ่งขึ้นมาใหม่ในแหวนเก็บของ วงนั้น เพื่อปูองกันไม่ให้วิญญาณอสูรบุกเข้าไป
ผลึกจิตวิญญาณก้อนแล้วก้อนเล่าเริ่มถูกเขาเก็บไปอย่างรวดเร็ว
พอวิญญาณอสูรที่เข้าไปอยู่ในหัวใจแห่งจิตวิญญาณเห็นว่าเขาล้มเลิก การไล่ตามมัน ทั้งยังเปลี่ยนวิธีมาเป็นรีบเก็บผลึกจิตวิญญาณแทน มันก็ พลันเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่ห่างจากด้านหน้าเขาไปหลายสิบเมตร
ตอนนี้ผลึกใสทรงปริซึมที่ถูกเรียกขานว่าหัวใจแห่งจิตวิญญาณได้ฝัง เลื่อมลงไปในผลึกจิตวิญญาณอีกก้อนหนึ่งและกำลังดูดซับพลังจิต วิญญาณออกมา
ผลึกใสทรงปริซึมเปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างต่อเนื่อง และด้านในผลึกใส ก็เริ่มมีเงาร่างของเนี่ยเทียนลอยขึ้นมา
หัวใจแห่งจิตวิญญาณคล้ายกลายมาเป็นดวงตาของวิญญาณอสูรตน นั้น มันเหมือนกำลังจับตามองเนี่ยเทียนอย่างเงียบเชียบ ทั้งยังแผ่คลื่น อารมณ์ที่ไม่ยอมแพ้ออกมา
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณที่ช่วยฟื้นคืนพลังของมัน ไป มันก็ไม่พอใจอย่างถึงที่สุด แต่ดูเหมือนมันก็รู้ตัวเองดีว่ามันในตอนนี้… อ่อนแอเกินไป หากกล้าลงมือตอนนี้ มันกลับอาจเป็นฝุายที่ถูกเนี่ยเทียน สังหาร หรืออาจถูกเขากำราบไว้อีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้มันจึงยังไม่กล้ามาคิดบัญชีกับเนี่ยเทียนในเวลานี้
มันพยายามดึงเอาพลังจิตวิญญาณออกมาให้ได้มากที่สุด หมายจะใช้ เวลาที่สั้นที่สุดมารวบรวมพลังในการต่อสู้กับเนี่ยเทียน
อินย่าหนันรู้ดีถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ ขณะที่เนี่ยเทียน เคลื่อนไหวไปเก็บผลึกจิตวิญญาณ นางจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆ
การลวนลามที่เนี่ยเทียนมีต่อนางก่อนหน้านี้ นางแค่จำไว้ในใจ แอบ ตัดสินใจว่ารอให้เลี่ยงพ้นภัยคุกคามจากวิญญาณอสูร ออกไปจากใต้ ทะเลสาบแห่งนี้ได้เสียก่อนแล้วค่อยมาคิดบัญชีกับเนี่ยเทียนทีหลัง
นางเข้าใจดีว่าหากวิญญาณอสูรแข็งแกร่งขึ้นมาเมื่อไหร่ นางและเนี่ย เทียนก็ต้องทิ้งร่างไว้ใต้ทะเลสาบแห่งนี้
“หนึ่งร้อยก้อน!”
ขณะที่เก็บผลึกจิตวิญญาณก้อนแล้วก้อนเล่าเข้ามาในแหวนเก็บของ ดวงตาของเนี่ยเทียนก็เป็นประกายกลิ้งกลอก คอยมองหาผลึกจิต วิญญาณก้อนใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง
เมื่อผลึกจิตวิญญาณจำนวนมากเข้ามาอยู่ในมือของเขา ใจของเขาก็ พอจะสงบลงได้บ้าง รู้สึกว่าความเร็วในการดูดซับผลึกจิตวิญญาณของ วิญญาณอสูรน่าจะเร็วไม่เท่าการเก็บของเขา
หลังจากที่เขาเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณได้หนึ่งร้อยก้อน เขาก็พบว่า ผลึกจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ตรงก้นทะเลสาบมีไม่มากอีกแล้ว
เขาค้นหาอย่างละเอียดถึงจะพบผลึกจิตวิญญาณก้อนใหม่
อีกทั้งเขายังสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ ตอนที่เขาเก็บผลึกจิตวิญญาณ พันธนาการที่ทะเลสาบมีต่อมหาสมุทรจิต วิญญาณก็เริ่มอ่อนจางลงไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้แม้แต่สีดำที่อาบย้อมไปทั่วน้ำทะเลสาบก็เริ่มค่อยๆ จาง หายไป จนกระทั่งน้ำทะเลสาบเริ่มกลับมากระจ่างใสอีกครั้ง
“การหายไปของผลึกจิตวิญญาณได้ไปส่งผลกระทบกับทะเลสาบ อย่างเงียบเชียบ รอจนผลึกจิตวิญญาณทั้งหมดถูกเก็บมา เหตุการณ์ ประหลาดใต้ทะเลสาบนี้ก็น่าจะหายไปอย่างสิ้นเชิง! เมื่อถึงเวลานั้น พวก หงเสียนที่รออยู่ข้างนอกก็จะช่วยข้ากำราบวิญญาณอสูรหรืออาจถึงขั้น สังหารมันได้!”
เนี่ยเทียนตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด หากมีความเป็นไปได้เขาก็คิดจะ สังหารวิญญาณอสูรนั่นซะเพราะไม่อยากทิ้งภัยร้ายไว้ข้างหลังตัวเอง
ระหว่างนั้น ซากวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ยังคงร้องคำรามว่ายวนอยู่รอบ กายเขาและอินย่าหนันเช่นเดิม
ทว่าเนี่ยเทียนที่มีไข่มุกวิญญาณมืดอยู่ในมือกลับทำให้พวกมันกริ่ง เกรงอย่างถึงที่สุด จึงไม่กล้าบุกเข้ามาสังหาร
“เอ๊ะ!”
เนิ่นนานหลังจากนั้น รอจนผลึกจิตวิญญาณน้อยลงเรื่อยๆ และเริ่มหา ได้ยากมากขึ้น เนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าซากวิญญาณเหล่านั้นพลันสละ เขาทิ้งแล้วพากันบินเข้าไปในหัวใจแห่งจิตวิญญาณที่มีวิญญาณอสูรอยู่ ข้างใน
หัวใจแห่งจิตวิญญาณขนาดเท่าเล็บมือมีลักษณะเป็นผลึกใสแวววาว ด้านในมีเปลวเพลิงแห่งจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งเต้นระริกไม่อยู่นิ่ง
“วิญญาณอสูรดูดซับพลังจิตวิญญาณไปได้ไม่น้อย เกรงว่าคงฟื้นคืน ความทรงจำมาได้นิดหน่อยแล้ว และมันกำลังใช้เวทลับทางจิตวิญญาณ ของเผ่าอสูรกายมาบงการซากวิญญาณพวกนั้น!” เนี่ยเทียนพลันกระจ่าง แจ้ง
“ฟิ้วๆๆ!”
ซากวิญญาณแต่ละตัวเริ่มว่ายวนล้อมหัวใจแห่งจิตวิญญาณ ก่อนจะ สร้างค่ายกลทางจิตวิญญาณที่ลึกลับขึ้นมา
นั่นทำให้ความเร็วในการดึงพลังจิตวิญญาณของวิญญาณอสูรเร็ว กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพียงเวลาสั้นๆ ผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งก็หาย วับไปอย่างไร้ร่องรอย
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ แล้วจึงพลันพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ มันน่าจะยังไม่สนใจเจ้า คงคิดแต่จะดึงเอาพลังจิตวิญญาณมาเพิ่มความ แข็งแกร่งให้ตนเพียงอย่างเดียว!”
“หมายความว่าไง?” อินย่าหนันเอ่ยถาม
“เจ้าปล่อยมือจากข้า! รีบขึ้นไปเหนือทะเลสาบแล้วบอกการ เปลี่ยนแปลงให้พวกหงเสียนรู้ ให้พวกเขาเตรียมรับมือกับการต่อสู้!” เนี่ย เทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“แล้วเจ้าล่ะ?” อินย่าหนันอุทานเบาๆ
“ข้าจะอยู่เก็บผลึกจิตวิญญาณต่อ พยายามให้ไม่มีผลึกจิตวิญญาณ เหลือให้มันใช้!” ทิ้งประโยคนี้ไว้ เขาก็ไม่รอให้อินย่าหนันตั้งตัวได้ เพียง สลัดร่างนางทิ้งเต็มแรง
อินย่าหนันไม่ทันตั้งตัวร่างจึงหลุดออกจากเขาคล้ายลูกโปุงที่สูญเสีย พันธนาการ ถูกพลังการลอยตัวที่น่ากลัวผลักขึ้นไปเหนือน้ำ
เนี่ยเทียนจ้องเขม็งไปยังหัวใจแห่งจิตวิญญาณที่มีวิญญาณอสูรอยู่ ภายในด้วยกังวลว่ามันจะลงมือกะทันหัน
ทว่าวิญญาณอสูรตนนั้นเพียงรีบร้อนดูดซับพลังจิตวิญญาณ ไร้ความ สนใจต่ออินย่าหนัน พอนางจากไป มันก็ไม่สนใจอินย่าหนันแม้แต่น้อย
อินย่าหนันที่ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำอย่างรวดเร็วจ้องมองมายังเนี่ยเทียนที่ ยังอยู่ใต้ทะเลสาบด้วยสีหน้าซับซ้อน
ทว่าเนี่ยเทียนเพียงแค่โบกมือให้นางเท่านั้น
——