ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 722 วิญญาณอสูรช่วงชิงร่าง!
“พรวด!”
อินย่าหนันโผล่พ้นผิวน้ำ นางบิดเอวที่อรชรแต่เต็มไปด้วยพละกำลัง อาศัยแรงโจมตีกระโจน “ฟิ้ว” ขึ้นไปอยู่ริมทะเลสาบ
“ย่าหนัน!”
หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์และผู้แข็งแกร่งหลายคนต่างก็ร้องอุทานขึ้น พร้อมกัน ขณะเดียวกันก็คลายใจลงได้
บัดนี้สีดำที่แผ่อยู่ทั่วทะเลสาบได้จางหายไปแล้ว ผู้แข็งแกร่งที่ขอบเขต สูงล้ำของสามสำนักก้มหน้าลงมองก็พอจะเห็นภาพเหตุการณ์ใต้น้ำได้ อย่างชัดเจน
เพียงแต่ว่าร่างของเนี่ยเทียนที่อยู่ก้นทะเลสาบยังคงค่อนข้างพร่าเลือน ไม่เป็นจริงเท่าไหร่นัก
“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ในสายตาของหงเสียน ขอแค่อินย่าหนัน ปลอดภัย เนี่ยเทียนจะเป็นอย่างไร เขาไม่คิดสนใจแม้แต่น้อย “เป็นยังไง? ได้ผลึกจิตวิญญาณมาหรือไม่? ผลึกจิตวิญญาณที่ก้นทะเลสาบมีมากน้อย แค่ไหน? ก่อนหน้านี้ข้าเหมือนจะเห็นว่าเจ้าเองก็กำลังเก็บผลึกจิต วิญญาณอยู่ ผลเก็บเกี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง?”
คำถามเป็นทอดๆ ถูกปล่อยออกมาจากปากหงเสียนรัวเร็ว มุมปาก ของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
พวกเว่ยอวี้และฉู่เสวียนจีเองก็ขยับเข้าหยุดอยู่ข้างกายอินย่าหนันและ รอฟังคำตอบจากนาง
“ข้าไม่ได้เอาผลึกจิตวิญญาณมา” อินย่าหนันยิ้มเจื่อน “ผลึกจิต วิญญาณก้อนเดียวที่ข้าได้มาก็เพราะเจ้าหมอนั่นเป็นคนมอบให้ เขาอยู่ใต้ ทะเลสาบเก็บผลึกจิตวิญญาณมาได้ทั้งหมดหนึ่งร้อยกว่าก้อน ตอนนี้ยังคง เก็บอยู่”
“ผลึกจิตวิญญาณอยู่ในมือเขาทั้งหมดเลยรึ?” เว่ยอวี้ขมวดคิ้ว ก่อน จะแค่นเสียงเย็นพร้อมนัยน์ตาที่สาดแสงแห่งความละโมบ “สถานที่ ประหลาดแห่งนี้สามสำนักของเราเป็นผู้คนพบ จะปล่อยให้เขาได้ ผลประโยชน์ไปเปล่าๆ ไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะมาจากไหน มีภูมิหลังที่น่าตกใจ เท่าไหร่ ผลึกจิตวิญญาณพวกนั้นก็ต้องเอามาแบ่งอย่างเท่าเทียมกัน!”
หงเสียนยิ้มกว้าง กล่าวคล้อยตาม “ตามความเห็นข้า ในเมื่อเขาเป็น คนออกแรง เรามอบผลึกจิตวิญญาณหนึ่งในสิบส่วนให้เขาก็ไม่นับว่าน้อย เกินไป ส่วนผลึกจิตวิญญาณที่เหลือ พวกเราสามสำนักเอามาแบ่งกันคน ละสามส่วน พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เว่ยอวี้พยักหน้า “ข้าเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน”
ฉู่เสวียนจีเห็นว่าพวกเขาตัดสินใจกันได้แล้วก็ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะ พยักหน้าแสดงว่าเห็นด้วย
เนี่ยเทียนยังไม่ทันขึ้นมา คนทั้งสามฝุายก็คิดไว้แล้วว่าจะแบ่งผลึกจิต วิญญาณกันอย่างไร นี่ทำให้เฉียวอวิ๋นซีไม่พอใจอย่างยิ่งยวด นางจึงตวาด กร้าว “พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเอาส่วนแบ่งมากขนาดนั้น? เนี่ยเทียนเป็น
ตัวแทนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ข้า ทั้งยังออกแรงมากกว่าใคร แต่นี่กลับได้ แค่หนึ่งในสิบส่วน ไม่เกินไปหน่อยหรือ?”
หงเสียนและเว่ยอวี้สบตากันหนึ่งที ก่อนจะเชิดหน้าไม่สนใจนาง
มาถึงตอนนี้คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่มาถึง นี่ทำให้หงเสียน และเว่ยอวี้มองออกแต่แรกแล้วว่าเฉียวอวิ๋นซีกับเนี่ยเทียนสองคนเดินทาง กันเพียงลำพัง
ไม่มีเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ลำพังเพียงแค่เฉียวอวิ๋นซีคน เดียว นางยังไม่มีคุณสมบัติมาต่อรองส่วนแบ่งกับพวกเขา
แล้วก็เพราะแน่ใจในข้อนี้ พวกเขาถึงกล้าบังคับรีดไถผลึกจิตวิญญาณ มาจากมือเนี่ยเทียนต่อหน้าเฉียวอวิ๋นซี หมายให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์ สูงสุด
“พวกเจ้า!”
บนใบหน้าของอินหย่าหนันฉายความเดือดดาลเด่นชัด นางถลึงตา มองหงเสียนและเว่ยอวี้ ก่อนจะตะคอกกลับไป “พวกเจ้าสองคนไม่รู้ รายละเอียดอะไรก็เริ่มจินตนาการเพ้อเจ้อว่าจะแบ่งผลึกจิตวิญญาณกัน แล้ว ฟันเฟื่องเร็วไปหน่อยไหม?”
“ย่าหนัน การหายไปของผลึกจิตวิญญาณในทะเลสาบทำให้ สถานการณ์ประหลาดหายไปหมดแล้ว” หงเสียนหัวเราะฮ่าๆ “รอจน ผลึกจิตวิญญาณถูกเก็บมาหมด ทะเลสาบไร้ความผิดปกติใดๆ ถึงเวลานั้น จะยังมีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ได้อีกเล่า?”
“มีวิญญาณอสูรดวงหนึ่งบินออกไปจากแหวนเก็บของในมือของเนี่ย เทียน วิญญาณอสูรดวงนั้นผสานรวมเข้ากับหัวใจแห่งจิตวิญญาณของเผ่า อสูรกายตนหนึ่ง มันกำลังฟื้นคืนพลังอยู่ใต้ทะเลสาบ” อินย่าหนันที่รู้ สถานการณ์ไม่ได้ใจเย็นอย่างพวกเขา นางพูดเสียงแหลม “นอกจาก วิญญาณอสูรดวงนั้นยังมีซากวิญญาณที่ไม่รู้ที่มาอีกหลายดวงซึ่งกำลังว่า ยวนอยู่ใต้ทะเลสาบ”
“ตอนนี้หลังจากที่วิญญาณอสูรดวงนั้นฟื้นคืนพลังจิตวิญญาณมา บางส่วน มันก็เหมือนจะควบคุมซากวิญญาณพวกนั้นได้แล้ว”
“รอจนวิญญาณอสูรแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ดูดซับพลังจิตวิญญาณไปได้ มากกว่าเดิม มันจะสร้างภัยคุกคามที่มหาศาลทั้งต่อพวกเราและต่อเนี่ย เทียน! เนี่ยเทียนปล่อยให้ข้าขึ้นมาก่อนก็เพราะต้องการให้พวกเจ้าเตรียม ตัวให้พร้อมเพื่อคิดหาวิธีรับมือกับวิญญาณอสูรดวงนั้น!”
“เรื่องที่ว่าจะแบ่งผลึกจิตวิญญาณกันอย่างไรเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง พวกเจ้าคิดก่อนเถอะว่าจะจัดการกับวิญญาณอสูรและซากวิญญาณที่ถูก มันควบคุมนั่นอย่างไร!”
จบคำพูดของนาง ทุกคนก็หน้าเปลี่ยนสีพร้อมๆ กัน
ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของสามสำนักต่างก็มีความเข้าใจที่แน่นอนต่อ เผ่าอสูรกาย รู้ว่าหากวิญญาณอสูรของเผ่าอสูรกายผสานรวมเข้ากับหัวใจ แห่งจิตวิญญาณเมื่อไหร่ ดวงวิญญาณก็จะมีที่พักพิง ทำให้สามารถร่ายใช้ เวทลับทางจิตวิญญาณของเผ่าอสูรกายได้
วิญญาณอสูรดวงนั้นมีพลังการต่อสู้อยู่ในระดับใดกันแน่ มันจะสร้าง ภัยคุกคามได้มากน้อยแค่ไหน พวกเขาไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
แต่พวกเขากลับพอจะรับรู้ได้ว่าพวกซากวิญญาณที่โจมตีพวกเขาก่อน หน้านี้นับว่าสร้างปัญหาได้มากพอแล้ว
ซากวิญญาณพวกนั้นล้วนถูกวิญญาณอสูรควบคุมไว้แล้ว และ วิญญาณอสูรที่อาศัยผลึกจิตวิญญาณก็ได้ฟื้นคืนพลังจิตวิญญาณเพิ่มมาก ขึ้น แล้วมันจะไม่น่ากลัวกว่าเดิมหรอกหรือ?
“เนี่ยเทียนทำอะไรอยู่ใต้ทะเลสาบ?” เว่ยอวี้กล่าวเสียงหนัก
“วิญญาณอสูรต้องการผลึกจิตวิญญาณ เนี่ยเทียนกำลังเก็บผลึกจิต วิญญาณอยู่ที่ก้นทะเลสาบให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้มันมีโอกาสได้ฟื้นคืน พลังจิตวิญญาณมากกว่าเดิม” อินย่าหนันตอบกลับ
“ทำไมวิญญาณอสูรถึงไม่ฆ่าเขา” เว่ยอวี้ถามต่อ
“นี่…”
อินย่าหนันไม่รู้ความลี้ลับที่แน่ชัดของไข่มุกวิญญาณมืด ไม่รู้ว่า เนื่องจากวิญญาณอสูรไม่แข็งแกร่งมากพอ ทั้งยังกริ่งเกรงไข่มุกวิญญาณ มืดถึงได้หลบเลี่ยงเนี่ยเทียนไปก่อน
การที่นางอึกๆ อักๆ ตอบไม่ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจและยิ่งเป็น กังวลมากกว่าเดิม
ฉู่เสวียนจีนิ่งคิดไปครู่ก็กล่าวว่า “ในเมื่อสถานการณ์ใต้ทะเลสาบไม่ได้ ดีอย่างที่พวกเราคิด ทุกคนก็จงเตรียมตัวคิดหาวิธีสังหารวิญญาณอสูรนั่น เถอะ!”
“ตกลง!”
……
ก้นทะเลสาบที่น้ำยิ่งกระจ่างใสมากขึ้นเรื่อยๆ
จุดไท่หยางของเนี่ยเทียนเต้นกระตุกตุบๆ เขาร่ายใช้พลังเลือดลมใน ร่างเคลื่อนที่ว่องไว พยายามตามหาผลึกจิตวิญญาณให้ได้มากกว่าเดิม
เวลานี้ผลึกจิตวิญญาณที่อยู่ใต้ทะเลสาบมีจำนวนลดน้อยลง การตา มหาผลึกจิตวิญญาณแต่ละก้อนจึงยิ่งยากมากขึ้นทุกขณะ
ในแหวนเก็บของที่เขาเอาไว้เก็บผลึกจิตวิญญาณโดยเฉพาะมีผลึกจิต วิญญาณอยู่ข้างในทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบกว่าก้อนแล้ว จำนวนของผลึก จิตวิญญาณที่อยู่ใต้ทะเลสาบจึงน้อยลงเรื่อยๆ หายากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขา กลับยังไม่วางใจ
เขาสังเกตเห็นว่าหลังจากที่วิญญาณอสูรควบคุมพวกซากวิญญาณไว้ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการดูดซับพลังจิตวิญญาณหรือความเร็วใน การตามหาผลึกจิตวิญญาณก้อนใหม่ของมันก็ล้วนเหนือกว่าเขา
ทุกครั้งที่เขามองไปยังผลึกใสทรงปริซึมที่วิญญาณอสูรเข้าไปอยู่ ภายใน เขาจะต้องมองเห็นเงาร่างของตัวเอง นี่หมายความว่าวิญญาณ อสูรจ้องเขาไว้ตลอดเวลา
ตอนแรกเริ่ม เงาร่างของเขาที่ปรากฎอยู่ในผลึกใสทรงปริซึมไม่ สามารถดำรงอยู่ได้นานนัก เพียงพักเดียวก็หายวับไป
แต่มาตอนนี้เงาร่างของเขาที่ปรากฎอยู่ในผลึกใสทรงปริซึมกลับ ชัดเจนมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้จางหายไปอีก
เพราะมีประสบการณ์ต่อสู้กับเผ่าอสูรกายมาก่อน ทำให้เขารู้ว่า วิญญาณอสูรดวงนั้น…ได้เล็งเปูามาที่เขาอย่างแน่นหนา และมันอาจร่าย ใช้พลังชั่วร้ายทางจิตวิญญาณมาโจมตีเขาได้ทุกเมื่อ
เขาเริ่มอยู่ไม่สุข แล้วก็แอบเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับการโจมตีของ วิญญาณอสูร
ครึ่งชั่วยามต่อมา
จำนวนผลึกจิตวิญญาณที่อยู่ในแหวนเก็บของของเขามีมากถึงหนึ่ง ร้อยแปดสิบก้อนแล้ว เวลานี้การตามหาผลึกจิตวิญญาณของเขาก็ยิ่ง เปลี่ยนมาเป็นยากลำบาก
วิกฤตอันตรายที่รุนแรงมากขึ้นทุกขณะแผ่ขึ้นกลางใจของเขา ราวกับ ว่าขอแค่ถูกวิญญาณอสูรจับจ้อง เพียงเห็นร่างตัวเองอยู่ในผลึกใสทรง ปริซึมนั่นก็จะทำให้เขาขนลุกขนพองด้วยความหวาดหวั่นตลอดเวลา
เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะละทิ้งการเก็บผลึกจิตวิญญาณใต้ ทะเลสาบ แล้วก็ละทิ้งการเดิมพันกับวิญญาณอสูรนี่ด้วย
“อู้!”
เกราะมังกรเพลิงถูกเขาเรียกเก็บไปไว้ในแหวนเก็บของอีกครั้ง เมื่อไม่ มีน้ำหนักจากเกราะมังกรเพลิง เรือนกายของเขาก็ถูกพลังลอยตัวที่น่า กลัวผลักให้ทะยานขึ้นไปเหนือทะเลสาบราวกับกระสุนปืนที่ยิงออกจาก ลำกล้อง
“เขาจะขึ้นมาแล้ว!”
ริมทะเลสาบ ผู้ฝึกลมปราณของสามสำนักต่างก็พากันร้องอุทาน
“ห้าสิบเมตร! สามสิบเมตร! ยี่สิบเมตร!”
เมื่อเห็นว่าขยับเข้าไปใกล้ผิวน้ำทุกขณะ ใจของเนี่ยเทียนก็พอจะ คลายลงได้บ้าง รู้ดีว่าหากพ้นออกไปจากทะเลสาบประหลาดแห่งนี้ ต่อให้ วิญญาณอสูรบินตามมาก็ย่อมกลายเป็นเปูาหมายการโจมตีของพวกหง เสียน
เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าวิญญาณอสูรจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องอะไร กับเขาอีกแล้ว
ทว่าชั่วขณะที่เขากำลังจะพ้นผิวน้ำไปนั้นเอง ในผลึกใสทรงปริซึมที่มี วิญญาณอสูรอยู่ภายในก็พลันมีเส้นวิญญาณถี่ยิบราวตาข่ายแผ่ปกคลุมไป ทั่วร่างของเขาที่ปรากฏอยู่ในผลึกใสทรงปริซึมแล้วรัดพันไว้อย่างแน่น หนา
แทบจะขณะเดียวกัน ร่างของเนี่ยเทียนที่ทะยานขึ้นสู่เหนือน้ำอย่าง ต่อเนื่องก็หยุดกึกกลางคัน
เขาเหมือนตั๊กแตนที่ถูกแช่แข็ง ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็มิอาจขยับได้ ได้ แต่หยุดนิ่งอยู่ตรงตำแหน่งที่ห่างจากผิวน้ำไปประมาณสิบกว่าเมตร
“อู้ๆๆ!”
ผลึกจิตวิญญาณที่กระจายอยู่ใต้ทะเลสาบซึ่งเหลือแค่สิบกว่าก้อนถูก พลังการชักนำบางอย่างให้ลอยขึ้นมากะทันหัน
ก่อนที่ในผลึกใสทรงปริซึมจะมีเสียงหัวเราะวังเวงชวนขนลุกดังเข้าสู่ จุดลึกในจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน
นาทีถัดมา ผลึกใสเล็กๆ ก้อนนั้นก็คล้ายสายฟูาสีเขียวที่พุ่งปลาบเข้า หาเนี่ยเทียนอย่างรวดเร็ว
ซากวิญญาณแข็งแกร่งหกดวงล้อมอยู่ทั่วผลึกใสทรงปริซึม บางส่วน ผสานรวมเข้าไปในผลึกใส และถูกวิญญาณอสูรควบคุมเอาไว้อย่างแน่น หนาราวกับไม่กลัวภัยคุกคามจากไข่มุกวิญญาณมืดอีกต่อไป
ไข่มุกวิญญาณมืดคืออาวุธล้ำค่าของเผ่าอสูรกาย ถูกสร้างขึ้นจาก อาจารย์หลอมอาวุธเก่าแก่ของเผ่าอสูรกาย
วัตถุชิ้นนี้มีพลังในการสยบขวัญวิญญาณร้ายที่ไม่ได้มาจากเผ่าอสูร กาย สามารถทำให้พวกมันไม่กล้าทำตัวเหลวไหล
ทว่าเดิมทีวิญญาณอสูรนั่นก็มาจากจิตวิญญาณของอสูรกายที่ แข็งแกร่งตนหนึ่งอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นคนเผ่าอสูรกาย เห็นได้ชัดว่ามัน ไม่กลัวไข่มุกวิญญาณมืด ภายใต้ความช่วยเหลือจากพลังจิตวิญญาณของ
มันจึงทำให้ซากวิญญาณทั้งหกตนหลบพ้นการกำราบจากไข่มุกวิญญาณ มืดได้เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าผลึกใสทรงปริซึมบินเข้ามาหา เนี่ยเทียนที่ขยับตัวไม่ได้ นัยน์ตาจึงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
เขาทำได้เพียงใช้พลังจิตวิญญาณของตนมาสร้างเขตอาคมหลายชั้น ให้กับมหาสมุทรจิตวิญญาณ ปูองกันไม่ให้มหาสมุทรจิตวิญญาณถูก รุกราน
“ฟุบ!”
ผลึกใสทรงปริซึมขนาดเท่าเล็บมือตรงเข้ามาฝังเลื่อมกลางหว่างคิ้ว ของเขาเช่นเดียวกับที่มันเคยฝังเลื่อมเข้าไปในผลึกจิตวิญญาณ
ชั่วขณะที่ผลึกใสทรงปริซึมฝังเลื่อมเข้ามา เนื้อหนังตรงหว่างคิ้วของ เขาก็พลันแสบร้อน ก่อนที่ด้านใต้ผลึกใสทรงปริซึมจะมีเส้นวิญญาณ จำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาแล้วทะลวงเข้าไปในเลือดเนื้อของเขา
เส้นใยเลือดเนื้อใต้หว่างคิ้วของเขาเหมือนถูกเส้นวิญญาณของ วิญญาณอสูรบิดขมวดให้กลายเป็นก้อนเดียวกัน
ก่อนที่จิตสำนึกแห่งความชั่วร้ายจะลอดผ่านเส้นวิญญาณพวกนั้นแทง ทะลุหว่างคิ้วของเขาเข้าไปยังมหาสมุทรจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว คล้าย จะช่วงชิงมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาในชั่ววินาทีและกลายมาเป็นนาย ของเรือนกายเขาแทน
ช่วงเวลาคับขัน สะเก็ดดาวเก้าดวงที่สร้างขึ้นจากในพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวพลันส่องแสงเจิดจ้าลึกลับ ทำให้มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา สว่างไสวไปด้วยแสงดาว
จิตสำนึกชั่วร้ายจากวิญญาณอสูรที่แทรกซึมเข้ามาพลันปะทะกับแสง ดาวกระจ่างทันที
ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนระเบิดสะเก็ดแสงนับหมื่นนับ พันชิ้น ความคิดดำมืดของวิญญาณอสูรและแสงดาวลึกลับปะทะประมือ กันทำให้มีสะเก็ดจิตวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระจายราวทาง ช้างเผือกที่กว้างใหญ่ได้พังทลายลง เป็นเหตุให้เนี่ยเทียนปวดหัวรวดร้าว ปรารถนาอยากให้จิตวิญญาณของตัวเองมอดดับไปซะจะได้ไม่ต้องทนรับ ความเจ็บปวดเช่นนี้
“อ๊าก!”
ซากวิญญาณหกตนที่ถูกวิญญาณอสูรควบคุมคล้ายกลายมาเป็นเทพ แห่งมารร้าย มันล้อมวนร่างของเนี่ยเทียนแล้วร้องคำรามใส่เขาราวกับ ต้องการช่วยให้วิญญาณอสูรแทรกซึมยึดร่างของเขาได้เร็วขึ้น
สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนที่พอดูดซับ พลังจิตวิญญาณจากในผลึกจิตวิญญาณไปหลายก้อนก็ได้เปลี่ยนมาเป็น แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และมันก็สามารถต้านทานการแทรก ซึมช่วงชิงร่างจากวิญญาณอสูรเอาไว้ได้
มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนยังคงมีสะเก็ดแสงเล็กๆ น้อยๆ นับพันนับหมื่นชิ้นกระจายว่อน วิญญาณอสูรและสะเก็ดดาวเก้าดวงยังคง สำแดงอำนาจของตัวเองออกมา
เวลาสั้นๆ แค่สิบกว่าวินาที เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ถึงการเผาผลาญอัน มหาศาลของวิญญาณอสูร ทำให้มันไม่ใช่ฝุายที่ได้เปรียบในศึกการช่วงชิง มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนครั้งนี้ และไม่สามารถยึดร่างของเนี่ย เทียนไปได้
“อู้!”
เส้นวิญญาณนับพันนับหมื่นเส้นของวิญญาณอสูรหดหายไปราวน้ำลง
และขณะที่เนี่ยเทียนแอบวางใจได้นั้น วิญญาณอสูรกลับใช้วิธีการอื่น มันพลันปลดปล่อยอารมณ์เชิงลบมากมายไม่ว่าจะเป็นความดุร้าย กระหายเลือด ความอาฆาต ความหวาดกลัว ความบ้าคลั่ง ฯลฯ ออกมา จากในผลึกใสทรงปริซึม
มันใช้ปราณเชิงลบหลากหลายรูปแบบมาล้อมพันไปทั่วร่างเนี่ยเทียน หมายบิดเบือนสติของเนี่ยเทียน คิดจะลากให้เขาเข้าไปสู่เส้นทางแห่งการ เข่นฆ่าที่กระหายเลือด
——