ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 723 ฆ่าอย่างเต็มกำลัง!
อารมณ์ต่างๆ นั้นไม่ได้รับพลังจากจิตวิญญาณจึงไม่สามารถชักนำการ เปลี่ยนแปลงใดๆ ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนได้
ทว่าอารมณ์ในเชิงลบเหล่านั้นก็ยังคงแทรกซึมเข้ามาในร่างของเนี่ย เทียน ทำให้เขาจำเป็นต้องใช้ปณิธานที่แข็งแกร่งมาต้านทาน
ดูเหมือนวิญญาณอสูรก็จะรู้ดีว่าพลังจิตวิญญาณที่มันดูดซับไปยังไม่ มากพอ ยังอยู่ไกลเกินกว่าจะฟื้นคืนสู่สภาวะสูงสุด และยากที่จะฝุาการ ปูองกันทางจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ของเนี่ยเทียนไปได้ มันถึงได้ใช้วิธีอื่นมาสร้างผลกระทบให้กับเขา
“อู้ๆๆ!”
ผลึกจิตวิญญาณสิบกว่าก้อนถูกวิญญาณอสูรชักนำให้บินมาหยุดอยู่ เบื้องหน้าเนี่ยเทีน
เนี่ยเทียนเอื้อมมือคว้าเอาผลึกจิตวิญญาณสิบกว่าก้อนนั้นมาเก็บไว้ใน แหวนเก็บของทั้งหมดโดยไม่ลังเล
เมื่อผลึกจิตวิญญาณทั้งหมดเข้ามาอยู่ในแหวนเก็บของ คลื่นทางจิต วิญญาณที่ลึกลับซึ่งส่งผ่านมาจากในทะเลสาบก็หายไปในที่สุด
ทว่าอารมณ์เชิงลบจากวิญญาณอสูรกลับคล้ายผีร้ายตนหนึ่งที่มองไม่ เห็นซึ่งเริ่มแทรกซึมเข้ามาปั่นปุวนให้ใจของเนี่ยเทียนวุ่นวาย ทำให้ อารมณ์เชิงลบและความปรารถนาดำมืดซึ่งซ่อนอยู่ในจิตใจของเขาถูกจุด ประกายและอาจระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
เนี่ยเทียนรู้แก่ใจตัวเองดีว่าในช่วงเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ เขาไม่ควร ทำอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ต้องทำมีเพียงพยายามรักษาสติมาคอยลบเลือนความ บูดเบี้ยวในจิตใจที่วิญญาณอสูรสร้างขึ้นให้กับเขา
ขณะเดียวกันเขาก็พลันยื่นมือออกมาคว้าผลึกใสทรงปริซึมที่อยู่กลาง หว่างคิ้วของตัวเอง
เขาใช้พลังวิญญาณในร่างและพลังเลือดลมออกแรงกระชากมัน หมายจะให้มันหลุดออกมาเพื่อไม่ให้มันยุแยงอารมณ์ร้ายๆ ของเขาได้อีก ต่อไป
ทว่าผลึกนั่นเหมือนหยั่งรากลงไปกลางหว่างคิ้วของเขา เขาทดลองอยู่ หลายครั้งก็ยังไม่สามารถแกะมันออกได้
เส้นวิญญาณที่แทรกซึมออกมาจากใต้ผลึกใสทรงปริซึมได้รัดพันเป็น เนื้อเดียวกับเลือดเนื้อและกระดูกของเขาอย่างแน่นหนาแล้ว
เขามีความรู้สึกว่าหากฝืนระเบิดพลังทั้งหมดมาต้านทานกับผลึกก้อน นั้น กระดูกหว่างคิ้วของเขาอาจระเบิดออก และศีรษะของเขาก็จะถูก โจมตีอย่างรุนแรง
—นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น
“ดูท่าคงได้แต่ต้านทานการยุยงอารมณ์เชิงลบที่วิญญาณอสูรมีต่อข้า ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีสังหารวิญญาณอสูร ที่อยู่ข้างในผลึกใสทรง ปริซึม จากนั้นถึงจะตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างมันกับเลือดเนื้อของข้า ได้”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็ตัดสินใจได้ รู้ว่าในเวลานี้เกรงว่าตนคงทำ อะไรผลึกใสนี่ไม่ได้
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกติดต่อกันอยู่หลายครั้ง พยายามรักษาสภาพ จิตใจไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทว่าความคิดชั่วร้ายในเชิงลบกลับยังคงแผ่ขึ้น กลางใจของเขาอย่างต่อเนื่อง
ร่างของเขาอยู่ใต้ผิวน้ำ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าพวกหงเสียน เว่ ยอวี้ที่อยู่เหนือทะเลสาบต่างก็ถลึงตามองเขาด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
พอเขาหันไปมองที่ริมชายฝั่ง ผู้ฝึกลมปราณจากสำนักคุมสัตว์ สำนัก สามกระบี่และตระกูลฉู่ก็คล้ายว่าจะจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ปรารถนา ดีเท่าใดนัก
ความคิดชั่วร้ายหมายเอาชีวิตคนผุดขึ้นมาในใจเขาอย่างต่อเนื่อง ทำ ให้เขาปรารถนาจะพุ่งตัวไปสังหารทุกคนที่อยู่ข้างหน้าเสียให้สิ้น
ทั้งๆ ที่เขารู้ดีว่าการแตกหักกับสามฝุายในเวลานี้ไม่ใช่การกระทำที่ ชาญฉลาด ทว่าเขากลับควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่
“เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้! หากบุกขึ้นไปสังหารคนพวกนั้นจริงๆ ก็มีแต่ จะติดกับวิญญาณอสูรแล้วกลายเป็นฝุายถูกมันเล่นงาน! ข้าจะออกไป ไม่ได้เด็ดขาด!”
เขาบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ไม่ให้ตัวเองบุ่มบ่าม ไม่ให้ตัวเองทำตัว เหลวไหล
“เนี่ยเทียน!”
บนทะเลสาบ หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์เห็นว่าเนี่ยเทียนมัวรีรอไม่ ออกมาเสียที ทั้งยังถูกผลึกใสทรงปริซึมฝังเลื่อมลงที่กลางหว่างคิ้วจึง ตวาดออกมาอย่างสิ้นความอดทน
แล้วเขาก็เห็นกับตาตัวเองว่าผลึกจิตวิญญาณสิบก้อนสุดท้ายถูกเนี่ย เทียนเก็บเอาไปหมด
เนี่ยเทียนที่เดิมทีก็ดิ้นรนพยายามต่อต้านอารมณ์ดิบของตัวเอง พอได้ ยินเสียงตวาดอย่างไม่เกรงใจจากเขา ดวงตาก็พลันฉายแสงเย็นเยียบ อำมหิต
“เจ้าคิดจะทำอะไร? หรือเจ้าคิดจะหลบอยู่ใต้ทะเลสาบไปตลอด ชีวิต?” หงเสียนแค่นเสียงเย็นหนึ่งที “ต่อให้ผลึกจิตวิญญาณที่เจ้าเก็บไป จะอยู่ในแหวนเก็บของของเจ้า แต่มันก็ไม่อาจเป็นของเจ้าได้ทั้งหมด!”
“รีบออกมาซะ แล้วเอาผลึกจิตวิญญาณมาให้พวกเรา พวกเราจะได้ ช่วยเจ้าแก้ไขเรื่องหัวใจแห่งจิตวิญญาณเผ่าอสูรกายที่ติดอยู่ตรงหว่างคิ้ว เจ้า!”
เว่ยอวี้เองก็กล่าวเสียงหยัน “ไม่ว่าหัวใจแห่งจิตวิญญาณเผ่าอสูรกาย ฝังเลื่อมไปที่หว่างคิ้วของเผ่าพันธุ์ใด มันก็จะช่วงชิงร่างกายของคนผู้นั้น ทั้งๆ ที่เจ้ามีตบะเพียงเท่านี้ แต่วิญญาณอสูรกลับยังช่วงชิงร่างของเจ้าไม่ สำเร็จ นั่นก็หมายความว่าวิญญาณอสูรไม่แข็งแกร่งมากพอ แล้วก็เห็นได้ ชัดว่าเจ้าเองก็ไม่มีความสามารถในการสังหารวิญญาณอสูรดวงนั้น”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าก็จงออกมาแต่โดยดี ใช้ผลึกจิตวิญญาณมาแลก ด้วยการช่วยเหลือจากพวกเราเถอะ”
ฉู่เสวียนจีจากตระกูลฉู่ก็ยืนอยู่เหนือทะเลสาบเช่นกัน แม้ว่าเขาจะ ไม่ได้พูดจาบังคับกดดันเนี่ยเทียนอย่างเว่ยอวี้และหงเสียน ทว่าส่วนลึกใน จิตใจก็ปรารถนาในผลึกจิตวิญญาณอย่างลึกล้ำไม่ต่างกัน
“หงเหล่า! จัดการกับวิญญาณอสูรนั่นก่อน!” อินย่าหนันเอ่ยแทรก อย่างร้อนใจ
“ไม่รีบร้อน” หงเสียนโบกมือ บอกเป็นนัยว่าเรื่องนี้เขาจะจัดการเอง “วิญญาณอสูรนั่นมิอาจช่วงชิงร่างเขาได้สำเร็จ ดูท่าแล้วคงไม่ได้น่ากลัว เท่าไหร่นัก อีกอย่างลำพังเพียงแค่วิญญาณอสูรดวงเดียว ต่อให้ชิงร่างเขา มาได้แล้วจะอย่างไร? เรือนกายที่พักพิงของเขามีตบะแค่เขตสามัญ วิญญาณอสูรช่วงชิงร่างเขาจะพลิกฟูาพลิกดินได้เชียวหรือ?”
เว่ยอวี้เองก็กล่าวว่า “จะให้พวกเราช่วยเขาจัดการวิญญาณอสูรก็ย่อม ได้ แต่เงื่อนไขแรกที่เขาต้องทำคือต้องมอบผลึกจิตวิญญาณมาก่อน”
อินย่าหนันร้อนใจ นางรู้ดีว่าเนี่ยเทียนไม่ธรรมดา ไม่เพียงแต่ ครอบครองอาวุธล้ำค่าอย่างเกราะมังกรเพลิง ทั้งยังมีไข่มุกลึกลับนั่นอีก นอกจากนี้เขายังสามารถเรียกใช้งานโครงกระดูกปีศาจเลือดได้ด้วย
เรือนกายของเนี่ยเทียนผ่านการชุบหลอมในระดับที่น่ากลัวยิ่งกว่าของ นาง หากวิญญาณอสูรช่วงชิงร่างของเขาได้สำเร็จ เนี่ยเทียนต้องสร้าง ปัญหาใหญ่ให้กับพวกนางแน่นอน
น่าเสียดายที่คำเตือนจากนางไม่ได้รับความสนใจจากหงเสียน เว่ยอวี้
สองคนนั้นลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบ มองเนี่ยเทียนด้วยสายตาเย็นชา ปากก็เอ่ยข่มขู่ไม่หยุด
เนี่ยเทียนที่ถูกอารมณ์ทางลบจากวิญญาณอสูรค่อยๆ ปลุกความดำ มืดในใจออกมา ลำพังเพียงแค่รับมือกับวิญญาณอสูรก็ทำให้เขาปวดหัว มากพออยู่แล้ว
ตอนนี้พวกหงเสียนที่ถูกเขาฝากความหวังว่าจะช่วยเขากำราบ วิญญาณอสูร ไม่เพียงแต่ไม่ลงมือ ทั้งยังเอ่ยข่มขู่เขา นี่จึงไม่ต่างอะไรไป จากการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
ชนวนความปุาเถื่อนในใจของเนี่ยเทียนคล้ายถูกจุดให้ขยายใหญ่ เพราะคำพูดเหล่านั้นของพวกเขา
“พรวด!”
สะเก็ดน้ำสาดกระจาย เนี่ยเทียนทะยานออกมาพ้นผิวน้ำแล้วมาหยุด อยู่ข้างกายเฉียวอวิ๋นซี
“เนี่ยเทียน! พวกเราไป!”
เฉียวอวิ๋นซีมีสีหน้ายินดี นางรีบเรียก “วิหคเพลิง” ออกมา แล้วเป็น ฝุายขยับเข้าใกล้เนี่ยเทียน บอกเป็นนัยให้เขารีบขึ้นไปด้านบน
หลังจากที่ผลึกจิตวิญญาณทั้งหมดถูกเนี่ยเทียนเก็บไปไว้ในแหวนเก็บ ของ ความผิดปกติของทะเลสาบ พันธนาการที่หินอุกกาบาตใต้ฝุาเท้ามี ต่ออาวุธวิเศษประเภทบินก็หายไปด้วย
เฉียวอวิ๋นซีรู้ดีว่า “วิหคเพลิง” รวดเร็วประหนึ่งสายฟูาแลบ ขอแค่รับ ตัวเนี่ยเทียนมาแล้วทะยานไปอย่างเต็มกำลัง หงเสียน เว่ยอวี้ก็ทำอะไร นางไม่ได้
“เจ้าไปได้ แต่เขาห้ามไป”
กระบี่วิเศษสีทองอร่ามเล่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะก่อ ตัวเป็นม่านแสงสีทองหนึ่งชั้นที่ขวางกั้นระหว่างเนี่ยเทียนกับวิหคเพลิง
ในม่านแสงสีทองมีอักขระลึกลับสีทองเปล่งประกายซึ่งค่อยๆ ลอย ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ พวกมันเผยความแหลมคมออกมาคุกคามวิหค เพลิง
เฉียวอวิ๋นซีขับเคลื่อนวิหคเพลิงชนลงบนม่านแสงสีทอง ทำให้อักขระ สีทองจำนวนมากเคลื่อนไหวกลายมาเป็นพลังดีดกลับ
“ตึง!”
วิหคเพลิงที่ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศตกกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง
แสงไฟสาดกระเซ็นออกมาจากปีกเพลิงของวิหคเพลิง เฉียวอวิ๋นซีเอง ก็ถูกแรงกระเทือนทำให้เวียนหัวตาลาย
“เว่ยอวี้! เจ้ากล้าลงมือกับข้าเชียวรึ?!” เฉียวอวิ๋นซีเดือดเป็นฟืนเป็น ไฟ ดวงตาคล้ายมีเปลวเพลิงปะทุออกมา “ตอนนี้ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนัก ข้าก็อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วย เจ้ากล้าลงมือกับข้า ได้พิจารณาผลที่จะตามมา บ้างไหม”
“ผลที่จะตามมา?” เว่ยอวี้แค่นเสียง ก่อนจะกล่าวอย่างเกียจคร้าน “รอให้ผู้อาวุโสเยว่มาถึง ข้าค่อยพิจารณาถึงผลที่จะตามมา น่าเสียดายนัก ที่เด็กรุ่นเล็กอย่างพวกเจ้าสองคนเดินทางกันเพียงลำพัง หากอาวุโสเยว่อ
ยู่ใกล้ๆ นี้จริง เขาก็ต้องมาถึงนานแล้ว มีหรือจะรอจนปุานนี้ก็ยังไม่เผย กาย?”
หงเสียนก้าวมากลางอากาศ พอหยุดอยู่ห่างจากเนี่ยเทียนไปประมาณ สิบกว่าเมตรถึงได้หยุดลงแล้วก้มหน้ามองเขา “ไอ้หนู พวกเราก็ไม่ใช่คนที่ ทำอะไรเกินไปนัก เจ้าจงเอาแหวนเก็บของที่เก็บผลึกจิตวิญญาณไว้มาให้ ข้า ให้ข้าตรวจสอบจำนวนของมัน พวกเราสามฝุายจะแบ่งผลึกจิต วิญญาณกันคนละสามส่วน ที่เหลือหนึ่งส่วนจะเป็นของเจ้า”
“นอกจากนี้พวกเราก็รับปากกับเจ้าว่าจะช่วยเจ้าจัดการกับหัวใจแห่ง จิตวิญญาณของเผ่าอสูรกายที่อยู่กลางหว่างคิ้วเจ้า”
“เจ้าตกลงไหม?”
คนที่เหลือของอีกสามฝุายต่างก็พากันกระจายตัวอย่างเงียบเชียบ เขตลี้ลับ เขตวิญญาณลอยตัวอยู่กลางอากาศ ส่วนเขตต้นสวรรค์และเขต สามัญโอบล้อมรอบกายเนี่ยเทียนไว้อย่างแน่นหนา
ในบรรดาคนเหล่านั้น มีหลายคนที่ก่อนหน้านี้ได้รับการปกปูองจาก ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณของเนี่ยเทียน ถึงได้รักษาจิตวิญญาณไม่ให้ดับ สลายไว้ได้
ตอนนี้เมื่อหงเสียนคิดจะรีดไถผลึกจิตวิญญาณที่เนี่ยเทียนเก็บมา พวก เขากลับลืมความช่วยเหลือที่เนี่ยเทียนเคยมีให้ และกลายเป็นผู้สมรู้ร่วม คิดทันที
“ผลึกจิตวิญญาณเก้าส่วนเป็นของพวกเจ้า?” เส้นสายตาของเนี่ย เทียนกวาดมองไปยังโครงกระดูกปีศาจเลือด
“ตึงๆๆ!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดก้าวเท้ายาวๆ คล้ายภูเขากระดูกลูกใหญ่ที่ ขยับเข้ามาใกล้เขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อสัมผัสได้ว่าตนกับโครงกระดูกปีศาจเลือดเชื่อมโยงเข้าหากันอีก ครั้ง เนี่ยเทียนก็พอจะวางใจลงได้ พอเห็นความละโมบที่ฉายออกมาจาก สายตาของคนเหล่านั้น เขาจึงตวาดกร้าวอย่างยากที่จะระงับความเดือด ดาลในใจได้อีกต่อไป “ไปตายซะไอ้พวกระยำ!”
คำสั่งหนึ่งพลันถูกเขาส่งออกไป
“ตูม!”
ปราณแห่งความตายที่ดับทำลายหมื่นสรรพสิ่งระเบิดออกมาจากใน กระดูกใสแวววาวราวหยกของโครงกระดูกปีศาจเลือด ก่อนที่กรงเล็บ แหลมคมของมันจะตวัดตบลงไป
“ตึง!”
มือกระดูกตบลงบนม่านแสงสีทองที่กระบี่สีทองปลดปล่อยออกมาจน อักขระสีทองจำนวนมากสั่นไหวแล้วดับสลายไปอย่างรวดเร็วราวเปลว เทียนที่อยู่ในพายุ
ม่านแสงที่กั้นขวางระหว่างเขากับวิหคเพลิงแตกกระจายตามหลัง เสียงนั้น ก่อนที่แสงสีทองประหนึ่งเม็ดฝนจะสาดกระจายไปทั่ว
“ไอ้หนู! เจ้าบังอาจ!”
หลังที่ค่อมน้อยๆ ของเว่ยอวี้สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง นิ้วมือทั้งห้าที่หงิกงอ ของเขาคว้าจับด้ามกระบี่สีทองเอาไว้แน่น
“เนี่ยเทียน!”
เฉียวอวิ๋นซีเองก็ตกใจไปกับท่าทางของเนี่ยเทียน นางเองก็คาดไม่ถึง เหมือนกันว่าจู่ๆ เนี่ยเทียนจะแตกหักกับสามสำนักโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง อย่างนี้
“ข้าไม่สนว่าเจ้ามาจากไหน แต่ผลึกจิตวิญญาณที่อยู่ในมือของเจ้า ต้องเป็นของพวกข้า!”
เว่ยอวี้ระเบิดปราณสังหาร มือที่ถือกระบี่ทองโบกตวัด อักขระสีทอง จำนวนมากพุ่งทะยานเข้าใส่เนี่ยเทียนอย่างดุดัน
และเวลานี้เนี่ยเทียนก็กระโดดผลุงขึ้นไปอยู่บนไหล่ของโครงกระดูก ปีศาจเลือด ดวงตาของเขาเปล่งประกายคลุ้มคลั่งกระหายเลือด ปากก็ ออกคำสั่ง “จงสังหารอย่างเต็มที่!”
——