ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 724 จะท ำอะไรข้ำได้?
“เพี๊ยะๆๆ!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดโบกมือที่กว้างใหญ่ตบลงไปบนอักขระสีทอง ราวกับไม้ตบแมลงวัน
อักขระสีทองที่ได้รับกระแสจิตวิญญาณจากเว่ยอวี้แฝงเร้นไว้ด้วย ความลึกลับแห่งพลังธาตุทองที่คมกริบ
ทว่าเมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดกระตุ้นพลังเลือดลมโบกมือใหญ่โต ของมัน อักขระสีทองพวกนั้นก็อ่อนแอจนเทียบไม่ติด ยังไม่ทันร่วงลงพื้นก็ แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เสียก่อน
ราวกับว่ากำลังขานรับเจตจำนงในการสังหารของเนี่ยเทียน ซาก วิญญาณดุร้ายหกตนที่บินออกมาจากก้นทะเลสาบซึ่งได้รับคำสั่งจาก วิญญาณอสูรในผลึกกลางหว่างคิ้วของเขาจึงบินกระโจนไปเข่นฆ่าผู้ที่ ขอบเขตต่ำของสามสำนัก
ซากวิญญาณปานประหนึ่งก้อนเมฆสีเทาเข้มที่พกพาเอาปราณแห่งจิต วิญญาณที่วังเวงชวนขนลุกกระโจนเข้ามาราวอินทรีล่าเหยื่อ
จิตวิญญาณของเขตต้นสวรรค์และเขตสามัญเดิมทีก็แบกรับการโจมตี จากซากวิญญาณหกดวงนั่นไม่ได้อยู่แล้ว ซากวิญญาณพวกนั้นจึงฉีก กระชากแนวปูองกันทางจิตวิญญาณของพวกเขาออกอย่างง่ายดายและ ตรงดิ่งเข้าไปยังจุดลึกในมหาสมุทรจิตวิญญาณของพวกเขา
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บดังออกมาจากปากของเขตต้นสวรรค์ และเขตสามัญของสามสำนัก มุมปาก รูจมูก ใบหูของพวกเขาล้วนมีควัน สีเทาเข้มลอยออกมา
เห็นได้ชัดว่าคนพวกนั้นถูกซากวิญญาณโจมตีมหาสมุทรจิตวิญญาณ ไปในเสี้ยววินาที
เมื่อจิตวิญญาณของพวกเขาถูกโจมตีให้แหลกสลาย ร่างจึงไร้ลม หายใจในบัดดาล
เรือนกายมากมายที่สูญเสียจิตวิญญาณอ่อนยวบลงไปกองอยู่กับคล้าย ไม่มีกระดูก ดวงตาไร้แววแห่งชีวิต
“เนี่ยเทียน!”
แม้แต่ฉู่เสวียนจีจากตระกูลฉู่ก็ถูกเขากระตุ้นความเดือดดาลจนคลุ้ม คลั่งขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน
คนตระกูลฉู่ของเขาที่มีเขตต้นสวรรค์และเขตสามัญสิบกว่าคนล้วนถูก ซากวิญญาณทั้งหกดวงสังหาร ถูกซากวิญญาณกลืนกินจิตวิญญาณ กลาย มาเป็นพลังในการต่อสู้ให้กับซากวิญญาณพวกนั้น
ฉู่เสวียนจีมองออกว่าเพราะประโยคที่ว่า “จงสังหารอย่างเต็มที่” ของ เนี่ยเทียน ถึงได้ทำให้ซากวิญญาณพวกนั้นเปิดฉากสังหารอย่างบ้าคลั่ง
เขาเชื่อว่าเป็นเพราะประโยคนี้ของเนี่ยเทียนถึงได้ทำให้พวกมันบ้า คลั่งขึ้นมา
“เป็นวิญญาณอสูรตรงกลางหว่างคิ้วเขาที่ควบคุมซากวิญญาณ มัน ต่างหากที่เป็นตัวกระตุ้นความดุร้ายของซากวิญญาณ” อินย่าหนันตะโกน เสียงหลง นางพยายามแก้ตัวแทนเนี่ยเทียน หวังว่าพวกฉู่เสวียนจีจะไม่ บุ่มบ่าม
น่าเสียดายที่มาถึงเวลานี้ ทั้งสองฝุายต่างก็ไม่มีอารมณ์มาพูดจากัน อย่างปรองดองอีกต่อไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเทียนหรือเขตวิญญาณของสามสำนักต่างก็ตาแดงก่ำ ด้วยความโกรธเคือง
“เกรงว่าวิญญาณอสูรที่อยู่ตรงกลางหว่างคิ้วเขาคงแทรกซึมเข้าไปใน จิตวิญญาณของเขาแล้ว!” หงเสียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อน ตวาดกร้าว “เกรงว่าเขาในตอนนี้คงไม่ใช่เนี่ยเทียนอีกต่อไป แต่กลายมา เป็นหุ่นเชิดที่ถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่างไปแล้ว! ทุกท่าน เรื่องมาถึงตอนนี้ เนี่ยเทียนผู้นี้คงช่วยไว้ไม่ได้อีกแล้ว ทำได้เพียงสังหารเขาโดยเร็วที่สุด”
“ต้องการอย่างนี้อยู่พอดี!” เว่ยอวี้ตกลงเป็นคนแรก
“ดี! ดีมาก!” เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้มชั่วร้าย
พอเห็นว่าหงเสียน เว่ยอวี้สองคนไม่ยอมฟังเขาอธิบายก็ตัดสินไป เรียบร้อยแล้วว่าเขาถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่างกาย ไร้จิตสำนึกเป็นของ ตัวเอง เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกวิญญาณอสูรยึดครองร่างกาย เขาที่เดือดจัด ก็กลับกลายมาเป็นหัวเราะ “งั้นก็คิดซะว่าข้าถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่างก็ แล้วกัน! ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้?”
“อู้ๆๆ!”
เส้นเลือดที่เกิดจากจิงชี่เลือดเนื้อบินออกมาจากในร่างของโครง กระดูกปีศาจเลือด เส้นเลือดเหล่านั้นยังมีเวทลับของสำนักโลหิตปนอยู่ ด้วย มันจึงกลายมาเป็นสนามแม่เหล็กที่สามารถทำให้เลือดลมยุ่งเหยิง ทำให้เลือดในร่างของสิ่งมีชีวิตไหลย้อนกลับ
เส้นเลือดสาดกระจายไปสี่ทิศ สนามแม่เหล็กลึกลับที่ทำให้เลือดไหล ย้อนกลับจึงก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
บนหินอุกกาบาต ผู้ฝึกลมปราณของสามสำนักที่สัมผัสได้ว่าจู่ๆ กระแสเลือดก็ไหลผิดปกติพลันหน้าเปลี่ยนสี
โครงกระดูกปีศาจเลือดก้าวยาวๆ มาหยุดอยู่ด้านหน้าเว่ยอวี้ ก่อนที่ เท้าใหญ่คล้ายหยกก้อนยักษ์ของมันจะกระทืบใส่เว่ยอวี้ราวกับต้องการบด ขยี้ฟูาดินให้แบนราบ
“ไป!”
กระบี่วิเศษสีทองในมือของเว่ยอวี้ปลดปล่อยประกายแสงสีทองอร่าม คล้ายน้ำตกสีทองที่ไหลทวนขึ้นไปบนฟูา
ท่ามกลางแสงสีทองนั้นมีอักขระสีทองจำนวนมากที่ทยอยกันลอย ขึ้นมา
อักขระสีทองเปล่งประกาย ก่อนจะจัดเรียงกันเป็นค่ายกลสีทองที่ ลึกลับค่ายหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ค่ายกลสีทองตั้งอยู่ในจุดลึกของม่านแสงสีทองกว้างใหญ่คอยดึงเอา พลังวิญญาณในร่างของเว่ยอวี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างปราการ แหลมคมแหวกอากาศไปทั่วฟูาดิน
และในค่ายกลสีทองนั้นก็มีกระบี่วิเศษสีทองเล็กๆ อยู่เจ็ดเล่มซึ่งก่อตัว ขึ้นมาจากพลังงานบริสุทธิ์
กระบี่วิเศษสีทองเจ็ดเล่มต่อเรียงกันเป็นแถวยาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟูา
“สวบๆๆ!”
กระบี่สีทองแต่ละเล่มทยอยกันแทงเข้าไปในกระดูกฝุาเท้าของโครง กระดูกปีศาจเลือด กระบี่เล่มหนึ่งแตกกระจาย กระบี่สีทองเล่มใหม่ก็แผ่ พลังดุดันกว่าเดิมออกมา
กระบี่วิเศษสีทองเล็กๆ เจ็ดเล่มทยอยกันระเบิดออก เท้าที่เหยียบลง บนพื้นของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ถึงกับเกิดรอยปริร้าวบนกระดูกฝุา เท้า
ทว่าเท้าข้างนั้นกลับยังคงเหยียบลงมาราวภูเขาหนักอึ้ง
เว่ยอวี้หน้าเปลี่ยนสี เผ่นหนีไปในพริบตา ปากก็ตะเบ็งเสียงดังลั่น “เกรงว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เผ่าโครงกระดูกที่ถูกชุบหลอมตนนี้น่าจะมี ระดับแปด!”
หากเป็นแค่เผ่าโครงกระดูกระดับเจ็ด ต่อให้ถูกชุบหลอมเป็นหุ่นเชือด เลือดก็มิอาจต้านรับการโจมตีที่แหลมคมของเขาได้ และกระดูกฝุาเท้า ของมันต้องแตกทลายไปแล้ว
แต่กระดูกเท้าที่เป็นราวกับหยกของโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้กลับ แค่ปรากฎรอยปริแตกเท่านั้น
นี่หมายความว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เผ่าโครงกระดูกตนนี้มีสายเลือด ระดับแปด ซึ่งอยู่เหนือการคาดเดาของเขาอย่างสิ้นเชิง
เผ่าโครงกระดูกนั้นคือหนึ่งในเผ่าที่มีเรือนกายแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา ชนต่างเผ่าหลายพันหลายหมื่นเผ่า
หากกระดูกไม่สลายของเผ่าโครงกระดูกฝึกฝนไปถึงระดับสูง ความ แข็งแกร่งของมันจะเทียบเคียงได้กับโลหะที่แข็งที่สุดในโลก และเรือนกาย ของเผ่าโครงกระดูกก็คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของพวกมัน ยากจะทำลาย ได้
เวทคาถาที่เว่ยอวี้เชี่ยวชาญนับว่าร้ายกาจมากพอแล้ว แต่กลับยังไม่ สามารถทำให้กระดูกเท้าของโครงกระดูกปีศาจเลือดแตกสลายได้ นี่จึงทำ ให้เขาทั้งตะลึงทั้งตกใจ
“หุ่นเชิดเลือดที่ตอนมีชีวิตอยู่มีสายเลือดระดับแปด…” หงเสียนสี หน้าหนักอึ้ง แล้วจึงพลันตวาดขึ้นว่า “ทุกคนจงร่วมมือกัน พวกเจ้าโจมตี หุ่นเชิดตัวนี้ ข้าจะจัดการกับเนี่ยเทียนเอง!”
ขาดคำของเขา หงเสียนก็นั่งลง ดวงตาที่สว่างไสวจับจ้องไปที่เนี่ย เทียน
จุดลึกในดวงตาของหงเสียนพลันมีตราประทับจิตวิญญาณของสัตว์ วิเศษเก่าแก่หลายตัวทยอยกันลอยขึ้นมา
ตราประทับสัตว์วิเศษพวกนั้นคล้ายเป็นเวทลับพิเศษที่เขาใช้ฝึกตน ปราณแห่งจิตวิญญาณที่เก่าแก่ เผด็จการ พลุ่งพล่านขุมหนึ่งพลันลอย ออกมาจากทั่วร่างของเขา
เนี่ยเทียนมองเขาปราดเดียวก็แอบตะลึง
ในสายตาของเขา หงเสียนในเวลานี้คล้ายสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ ยักษ์ที่ได้รับพลังจิตวิญญาณเพิ่มพูน สัตว์ดึกดำบรรพ์นั้นมิอาจมองเห็นได้ ด้วยตาเปล่า แต่เขากลับรับสัมผัสได้ผ่านจิตวิญญาณ
เวทลับเช่นนี้แตกต่างกับคาถาวิญญาณสัตว์ของตระกูลต่ง ทว่า มหัศจรรย์ไม่ต่างกัน
ที่ไม่เหมือนกันก็คือคนส่วนใหญ่ของตระกูลต่งจะชุบหลอมวิญญาณ สัตว์แค่ดวงเดียว แต่เห็นได้ชัดว่าหงเสียนไม่ได้ชุบหลอมวิญญาณสัตว์แค่ ดวงเดียวเท่านั้น
เขารีบสร้างพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวขึ้นมา จุดลึกในดวงตาจึงมี สะเก็ดดาวเก้าดวงไหวระริก
ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นอย่างชัดเจนว่าวิญญาณที่แท้จริงของหงเสียน หลุดออกมาจากมหาสมุทรจิตวิญญาณ ก่อนจะถูกนกหลวนเหนี่ยว (คล้ายนกฟินิกส์) สองตัวสยายปีกพาบินออกมา แล้วก็ถูกกิเลนสีแดงฉาน ตัวหนึ่ง บวกกับงูยักษ์อีกตัวหนึ่งคอยคุ้มครอง พวกมันพาหงเสียนบินเข้า มาหาเขา
เนี่ยเทียนยกไข่มุกวิญญาณมืดขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ หมายจะอาศัยไข่มุก วิญญาณมืดมาต้านทาน
ไข่มุกวิญญาณมืดคือวัตถุล้ำค่าของเผ่าอสูรกาย มีประโยชน์อัศจรรย์ ในการรับมือกับวิญญาณ ครั้งนี้เขาจึงฝากความหวังไว้ให้กับไข่มุก วิญญาณมืด
ทว่าเขาเพิ่งจะยกไข่มุกวิญญาณมืดขึ้น วิญญาณอสูรที่อยู่ในผลึกใส ทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วเขาก็เกิดความผิดปกติอีกครั้ง
มันแผ่แสงวิญญาณสีเขียวขมุกขมัวมาห่อหุ้มไข่มุกวิญญาณมืดเอาไว้
ความลี้ลับที่ใช้ต้านทานจิตวิญญาณของไข่มุกวิญญาณมืดพลันถูก ระงับ ไร้ความมหัศจรรย์ใดๆ ให้พูดถึงอีกต่อไป
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน
เขารู้ดีว่าวิญญาณอสูรให้อารมณ์เชิงลบหลากหลายประเภทมาสร้าง ผลกระทบให้แก่เขา ก็เพื่อให้เขาแตกหักกับคนของสามสำนัก หมายอาศัย กำลังของพวกหงเสียนมาโจมตีจิตวิญญาณของเขา
หากจิตวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อไหร่ก็ยากที่จะรักษา ปราการในมหาสมุทรจิตวิญญาณไว้ได้อีก ทำให้มันสามารถแทรกซึมเข้า ไปได้อย่างง่ายดาย และจากนั้นก็ช่วงชิงร่างของเขาได้สำเร็จ
หงเสียนใช้เวทลับทางจิตวิญญาณของสำนักคุมสัตว์ก็เพื่อเล่นงาน มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา นี่เห็นได้ชัดว่าสอดคล้องกับความต้องการ ของวิญญาณอสูรพอดี
มันจำกัดพลังของไข่มุกวิญญาณมืดก็เพื่อให้หงเสียนโจมตีวิญญาณที่ แท้จริงของเขาให้แหลกสลาย เพื่อที่มันจะได้กลายมาเป็นเจ้านายของ เรือนกายเขา
“การโจมตีทางจิตวิญญาณ!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี พยายามใช้ปณิธานที่แข็งแกร่งมาต้านทาน ความคิดส่วนลึกในจิตใจ หมายจะรักษาปณิธานในการต่อสู้เอาไว้ให้ ได้มากที่สุด
คำสั่งหนึ่งถูกส่งออกไปจากสมองของเขา
“ตึงๆๆ!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดไม่ต่อสู้อีกต่อไป มันก้าวยาวๆ แหวกฝุาเข้าไป ในพื้นที่ที่คนขอบเขตต่ำของสามสำนักรวมตัวกันอยู่
ผู้ฝึกลมปราณเขตต้นสวรรค์และเขตสามัญแต่ละคนไม่ทันได้หลบ เลี่ยง จึงถูกเท้าใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือดเหยียบจนเละเป็นก้อน เนื้อ
โครงกระดูกปีศาจเลือดห้อตะบึงไปราวสัตว์ยักษ์ที่บ้าคลั่ง พุ่งเข้าไป หาค่ายกลกำเนิดไม้โบราณของเนี่ยเทียนอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังคือผู้แข็งแกร่งสามสำนักที่ร้องคำรามเดือดดาลและพุ่งเข้ามา โจมตีอย่างบ้าคลั่ง
เวทลับทางจิตวิญญาณที่หงเสียนปลดปล่อยออกมา วิญญาณที่แท้จริง ของเขาและวิญญาณสัตว์ดึกดำบรรพ์สี่ชนิดตามติดประชิดไม่ปล่อย
“ฟิ้วๆๆ!”
เนี่ยเทียนรวบรวมจิงชี่พืชหญ้าขึ้นมา โยนไข่มุกวิญญาณมืดที่ไร้ ประโยชน์เข้าไปเก็บในแหวนเก็บของ แล้วกวักมือเรียกกิ่งไม้ทั้งหมดให้ หายไปอย่างรวดเร็ว
“ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ซะ!”
วิญญาณที่แท้จริงของหงเสียนส่งเสียงคำรามกร้าว แล้วพลันกลบทับ เข้ามาหาเขาราวกลุ่มควัน
ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วเนี่ยเทียนส่องแสงสีเขียววาบ ก่อนที่ เงาวิญญาณขมุกขมัวกลุ่มหนึ่งจะปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบคล้ายมารอ เตรียมรับช่วงดูแลมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน กลายมาเป็น เจ้านายคนใหม่
มันรอคอยช่วงเวลาที่มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนถูกหงเสียน ทำลายอยู่เงียบๆ
“ฟิ้ว!”
กิ่งไม้กิ่งสุดท้ายถูกเนี่ยเทียนเก็บไว้ในแหวนเก็บของ พลังจิตวิญญาณ ของหงเสียนก็ได้แผ่ออกมาปกคลุมไปทั่วทิศแล้ว
ภายใต้การแทรกซึมจากมหาสมุทรจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยความดุ ร้าย คลุ้มคลั่ง กระหายเลือด สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ของเนี่ยเทียนก็พลันเจิดจ้าสว่างไสว!
“ดาวเปล่งประกาย!”
ช่วงเวลาคับขัน เนี่ยเทียนเรียกใช้พลังดวงดาวอย่างไม่ลังเล
ความเจ็บปวดแผ่ไปทั่วทุกอณูราวผิวเนื้อถูกฉีกทึ้ง ก่อนที่ร่างกายของ เนี่ยเทียนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
“อู้!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดอาศัยความเชื่อมโยงที่มีกับเขารับสัมผัสได้ถึง ตำแหน่งที่เขาหายตัวไป จึงบินพรวดออกจากหินอุกกาบาตอย่างรวดเร็ว
“วิชาการหายตัว!”
พวกเว่ยอวี้และฉู่เสวียนจีทยอยกันมาถึง พอเห็นว่าเนี่ยเทียนหายตัว ไปก็พากันร้องอุทานตกใจ
พวกเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็รีบไล่ตามทิศทางที่โครงกระดูกปีศาจเลือด ทะยานไป
หลังจากสูญเสียเปูาหมาย วิญญาณที่แท้จริงซึ่งถูกหงเสียนปลดปล่อย ออกมาก็กลับเข้าไปในร่างของเขาดังเดิม เขาลืมตาขึ้น ก่อนจะเรียกใช้ อาวุธวิเศษประเภทบิน ร่ายตบะเขตวิญญาณช่วงท้ายไล่ตามไปทันที
ซากวิญญาณหกดวงที่เดิมทีกำลังเข่นฆ่าผู้ฝึกลมปราณของสามสำนัก พอเห็นว่าเนี่ยเทียนหายตัวไป โครงกระดูกปีศาจเลือดบินไปที่อื่นก็ร้อง คำรามแล้วทะยานตามไปด้วย
“ฟิ้ว!”
วิหคเพลิงของเฉียวอวิ๋นซีก็สยายปีกเปลวเพลิงแล้วพุ่งตัวไปประดุจหิน อุกกาบาตติดไฟ
ผู้ฝึกลมปราณของสามสำนักที่เหลืออยู่ร้องเอะอะโวยวาย แต่ละคน เรียกอาวุธวิเศษประเภทบินออกมาแล้วจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่โครง กระดูกปีศาจเลือดหนีไป แล้วไล่ตามติดไม่ปล่อย
“คนผู้นี้สังหารสหายของพวกเราไปมากมาย ทั้งยังฮุบเอาผลึกจิต วิญญาณไปคนเดียว เขาต้องตายสถานเดียวเท่านั้น!”
“อย่าให้เขาหนีไปได้! ยิ่งเป็นวิชาการหายตัวที่ร้ายกาจ พลังการโจมตี กลับก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น ตอนนี้เขาต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน! ขอแค่ตาม หุ่นเชิดเลือดนั่นไป ตามหาเขาเจอ เขาก็ต้องตายอย่างมิต้องสงสัย!”
“หุ่นเชิดเลือดของเขาสังหารศิษย์พี่ศิษย์น้องของเรา เราต้องให้เขาใช้ เลือดมาเซ่นสังเวยคนที่ตายไป!”
จิตสังหารของคนเหล่านั้นเด็ดเดี่ยว ลืมไปนานแล้วว่าหากไม่เพราะ เนี่ยเทียนมีน้ำใจให้พวกเขาเข้าไปหลบภัยในค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ เกรง ว่าพวกเขาก็คงตายกันไปนานแล้ว
“ทำไมเรื่องถึงใหญ่โตถึงขั้นนี้ได้?”
บนหินอุกกาบาตมีเพียงแค่อินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์เท่านั้นที่ไม่ได้ ไล่ตามไป นางมองอาวุธวิเศษประเภทบินแต่ละลำรอบด้านด้วยความ เลื่อนลอย ดวงตาคู่สวยมีประกายขมขื่นเปล่งวาบ
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเขาสักหน่อย เดิมทีที่เขาปล่อยให้ข้าขึ้นมาก็ เพื่อขอความช่วยเหลือ นึกไม่ถึงว่า…”
“เฮ้อ ผลึกจิตวิญญาณช่างชั่วร้ายจริงๆ…”
——