ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 725 เทพค ำฟ้ำพิโรธ!
มุมหนึ่งของพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกและหลงลืมมานานหลายปี
เนี่ยเทียนพลันโผล่พรวดออกมา หนึ่งร้อยเมตรใต้ฝุาเท้าของเขาคือหิน อุกกาบาตก้อนหนึ่งที่ไม่ได้รูปร่างนัก
“อู้!”
ร่างของเขาพลันลดลงต่ำคล้ายลูกกระสุนที่พุ่งเข้าหาหินอุกกาบาต
การหายตัวด้วยดาวเปล่งประกายระยะไกลหนึ่งครั้งเผาผลาญพลัง ดวงดาวของเขาไปสามส่วน ทำให้เขาเจ็บร้าวไปทั้งร่าง
ยังดีที่เรือนกายนี้ผ่านการหล่อหลอมมาหลายครั้งจนแข็งแกร่งมากพอ ร่างกายของเขาจึงไม่ได้มีบาดแผลสาหัสนัก
แม้ว่าการเชื่อมโยงระหว่างเขากับโครงกระดูกปีศาจเลือดจะอยู่ ห่างไกลกันมาก แต่ก็ยังพอสัมผัสได้
ความคิดหนึ่งบังเกิดขึ้นมา เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าโครงกระดูกปีศาจเลือด กำลังห้อตะบึงมาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ฟิ้ว!”
เรือดาราถูกเขาเรียกออกมา เขาขึ้นไปยืนบนเรืออย่างมั่นคง ก่อนจะ เชื่อมโยงจิตวิญญาณของตัวเองกับเรือดารา แล้วควบคุมให้มันลงจอดบน หินอุกกาบาตก้อนนั้นเบาๆ
และเวลานี้เอง วิญญาณอสูรที่อยู่ในผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้ว ของเขาก็เริ่มโจมตีเขาอีกครั้ง
เส้นวิญญาณแปลกประหลาดเย็นอึมครึมเป็นกลุ่มๆ พลันพุ่งเข้ามา โจมตีมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา แล้วเกิดการปะทะกับปราการอาคม ที่เขาสร้างขึ้นจากสะเก็ดดาวเก้าดวงทันที
ในสมองของเขาเจ็บปวดราวถูกบีบเคล้น เขาร้องอึกอักอยู่ในลำคอ หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
เขาถูกบีบให้ตัดขาดความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณกับเรือดารา จำต้องรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปต้านทานกับการโจมตีจากวิญญาณอสูร
ภาพปรากฎการณ์ประหลาดจำนวนมากไหลบ่าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งกองศพวางกองกันเป็นภูเขาลูกย่อม และมีทั้งทะเลแดงฉานที่แทรก ซึมเข้ามาโจมตีจุดลึกทางจิตวิญญาณของเขาไม่ขาดสาย
ผีร้ายจำนวนมากซึ่งทั่วร่างมีเปลวเพลิงสีเขียวลุกโชติช่วงคล้ายผีพุ่งใต้ ที่ตรงเข้ามาฉีกทึ้งเรือนกายของเขา
ทั้งยังมีภาพอเนจอนาถของเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยน และต่งลี่ที่ถูก วิญญาณอสูรสร้างขึ้นมาหมายทำลายเส้นปูองกันทางจิตวิญญาณของเขา ให้แหลกสลาย เพื่อให้เขาละทิ้งการปูองกันนั้นไป
ภาพลวงตาถูกวิญญาณอสูรสร้างขึ้นมากลางใจของเขา
“ทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวงตา!”
เนี่ยเทียนยืนกรานตั้งมั่น อาศัยพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวและสติ ของวิญญาณที่แท้จริงมาต้านทานไว้ให้ได้มากที่สุด
ริมขอบของมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขามีเส้นวิญญาณสีเขียวเข้ม จำนวนนับไม่ถ้วนรุกรานเข้ามายังปราการวิญญาณดวงดาวโปร่งใส ทำให้ ปราการเหล่านั้นทยอยกันแตกออก กลายมาเป็นภาพที่ทำให้จิตใจของ เขาวุ่นวายมากกว่าเดิม
เขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เพียงร้องคำรามออกมาจากจุดลึกของจิต วิญญาณ “ไม่ว่าก่อนหน้านี้เจ้าแข็งแกร่งมากแค่ไหน ฟื้นคืนพลังจิต วิญญาณมากน้อยเท่าไหร่ แต่ก็อย่าหวังว่าจะได้ช่วงชิงร่างของข้า!”
การต่อสู้ระหว่างเขาและวิญญาณอสูรดำเนินต่อไปอีกครั้ง
สะเก็ดดาวขนาดใหญ่เก้าดวงส่องแสงดาวเจิดจ้าอย่างต่อเนื่อง มัน คอยสาดสะท้อนให้มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาสว่างไสว ไม่ให้เขาถูก วิญญาณอสูรนั่นรุกราน
พลังจิตวิญญาณที่วิญญาณอสูรได้มาจากผลึกจิตวิญญาณถูกเผา ผลาญไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปพักใหญ่ เมื่อวิญญาณอสูรตระหนักได้ว่าเขาที่ถูกจิตวิญญาณ ของหงเสียนโจมตีไม่ได้รับอาการบาดเจ็บมากเท่าไหร่นัก อีกทั้งตัวมันเอง ยังไม่สามารถเล่นงานเขาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ มันจึงเป็นฝุายดึงเอา ความคิดชั่วร้ายกลับไปเอง
เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าหนึ่งครั้ง หลังหลุดพ้นมาจากการต่อสู้กับจิต วิญญาณ ใบหน้าของเขาก็เกาะพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เมื่อลืมตาขึ้นก็มองเห็นหินอุกกาบาตหลายก้อน เขาขมวดคิ้วมุ่น พึมพำกับตัวเอง “พลังจิตวิญญาณของวิญญาณอสูรเหลืออยู่อีกไม่มาก น่าจะรับการเผาผลาญติดต่อกันไม่ได้ แต่ข้ากลับยังมีผลึกจิตวิญญาณให้ ใช้!”
พอคิดอย่างนี้เขาก็หยิบเอาผลึกจิตวิญญาณก้อนหนึ่งออกมาจากใน แหวนเก็บของ เตรียมจะสูบดึงพลังจิตวิญญาณออกมาจากข้างใน
“ฟิ้ว!”
ผลึกจิตวิญญาณก้อนนั้นเพิ่งจะปรากฏกลางฝุามือของเขาก็พลันถูก วิญญาณอสูรกลางหว่างคิ้วดึงเอาไปทันที
ผลึกจิตวิญญาณพุ่งสวบเข้าไปติดอยู่บนผลึกใสทรงปริซึม ก่อนที่ ความรู้สึกเย็นเยียบจะแผ่ออกมาจากหว่างคิ้วของเขา และผลึกจิต วิญญาณ…ก็ค่อยๆ หดเล็กลง
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน
“มันถึงกับแย่งชิงผลึกจิตวิญญาณไปจากมือข้าเชียวหรือ!”
เนี่ยเทียนพลันเข้าใจว่าทำไมตอนที่ผลึกใสทรงปริซึมฝังเลื่อมไปกลาง หว่างคิ้วเขา แล้วตอนที่เขากำลังจะโผล่พ้นจากทะเลสาบ ผลึกจิต วิญญาณสิบก้อนที่เหลืออยู่ใต้ทะเลสาบถึงได้ทยอยกันบินออกมาให้เขา เก็บได้ง่ายดายขนาดนั้น
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณอสูรมีการควบคุมผลึกจิตวิญญาณได้อย่างลึกลับ ขอแค่เขาเรียกผลึกจิตวิญญาณออกมาก็จะถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงไปก่อน และเพิ่มพลังให้มันแข็งแกร่ง
“ดูเหมือนว่าวิญญาณอสูรจะดูดพลังจิตวิญญาณไปจากในผลึกจิต วิญญาณได้แค่ครั้งละก้อนเดียว!”
เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจเสี่ยงดูอีกครั้ง จึงหยิบเอาผลึกจิต วิญญาณก้อนใหม่ออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว
ผลึกจิตวิญญาณก้อนใหม่ไม่ได้ถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงไปดั่งที่คาด วิญญาณอสูรนั่นกำลังยุ่งอยู่กับการดูดดึงพลังจิตวิญญาณไปจากในผลึก จิตวิญญาณก้อนแรก ไม่สามารถแบ่งสมาธิมาช่วงชิงผลึกจิตวิญญาณก้อน ที่สองได้
“มันต้องการผลึกจิตวิญญาณ สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิต วิญญาณของข้าก็ต้องการชดเชยพลังจิตวิญญาณที่สูญเสียไปเช่นกัน!”
เนี่ยเทียนรีบสงบใจให้แรงดึงดูดของสะเก็ดดาวเก้าดวงมาดึงเอาพลัง จิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกับ วิญญาณอสูรในครั้งถัดไป ดูสิว่าใครจะรับเป็นฝุายทนไม่ไหวก่อนกัน
บนหินอุกกาบาตลึกลับ เขาและวิญญาณอสูรดวงนั้นต่างก็ฟื้นคืนพลัง ของใครของมัน
ซึ่งความเร็วในการดูดซับพลังจิตวิญญาณของวิญญาณอสูรนั้นเร็วกว่า เขาอย่างเห็นได้ชัด ผลึกจิตวิญญาณก้อนนั้นที่แนบติดไปกับผลึกใสทรง ปริซึมค่อยๆ หดเล็กลง ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้าที่ผลึกจิตวิญญาณจะหายไป เนี่ยเทียนก็โยนผลึกจิตวิญญาณ ในมือที่เพิ่งดึงพลังจิตวิญญาณไปได้แค่เกินครึ่งเก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บ ของอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อปูองกันไม่ให้วิญญาณอสูรแย่งชิงผลึกจิตวิญญาณใน มือของเขาไปได้อีก
“อู้!”
บนท้องฟูามืดดำ โครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงห้อตะบึงมาตามการรับ สัมผัสกับจิตวิญญาณของเขา และปรากฏตัวในที่สุด
เนี่ยเทียนล้มเลิกการประมือกับวิญญาณอสูรนั่นทันที เขาเพ่งสมาธิ มองไปแล้วก็พบว่าความเร็วในการบินทะยานของโครงกระดูกปีศาจเลือด เหนือกว่าพวกหงเสียน เว่ยอวี้และฉู่เสวียนจี
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ตอนมีชีวิตมีสายเลือดระดับแปด นับตั้งแต่ที่ ได้แก่นเลือดจากเขาไป ผลึกโซ่สายเลือดก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่ในหัวใจของมัน พลังในการต่อสู้ของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็เพิ่มทะยานอย่างรวดเร็ว
เรือนกายกระดูกของมันที่เดิมทีก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว พอได้รับสารบำรุง จากจิงชี่เลือดเนื้อของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดก็มีความสามารถใน การโบยบินรวดเร็วราวสายฟูา
ขนาดพวกหงเสียนที่มีเขตวิญญาณช่วงท้ายก็ยังถูกมันทิ้งระยะห่างมา ไกล
ส่วนอาวุธวิเศษประเภทบินที่ผู้ฝึกลมปราณของสามสำนักควบคุมก็ยิ่ง ถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดสลัดทิ้งไว้ข้างหลังจนแทบจะมองไม่เห็น ร่องรอย
เพียงสิ่งเดียวที่ติดตามโครงกระดูกปีศาจเลือดมาได้ทันหรืออาจเร็ว กว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดด้วยซ้ำ ก็คือวิหคเพลิงของเฉียวอวิ๋นซี!
อาวุธวิเศษประเภทบินอย่างวิหคเพลิงนี้มีความเร็วโดดเด่น ความเร็ว ของมันอยู่ในอันดับต้นๆ ของบรรดาอาวุธวิเศษประเภทบินทั้งหมดใน ดินแดนปราการดวงดาว ซึ่งเร็วกว่าพวกหงเสียนที่มีเขตวิญญาณช่วงท้าย อยู่เยอะมาก
“เนี่ยเทียน!”
เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจจากเฉียวอวิ๋นซีดังลอยมาแต่ไกล ก่อนที่วิหคเพลิงซึ่งสยายปีกที่มีไฟท่วมจะค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า รีบเก็บเอาเรือดาราลงไปตั้งแต่ที่เฉียวอวิ๋นซียังไม่ มาถึง
รอจนวิหคเพลิงขยับเข้ามาใกล้ พอเฉียวอวิ๋นซีกวักมือ เขาก็กระโดด ผลุงขึ้นไปยืนอยู่ข้างในวิหคเพลิงอย่างมั่นคง
“รอเดี๋ยว” เขาเอ่ยเสียงดัง
“อู้!”
ในที่สุดโครงกระดูกปีศาจเลือดก็บินมาถึง เขาจึงยกมือขึ้นเตรียมจะ เก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดมาแล้วอาศัยวิหคเพลิงหนีไป
ทว่าเวลานี้เอง วิญญาณอสูรกลับเริ่มส่งอารมณ์เชิงลบมากระตุ้นความ เดือดดาลของเขาอีกครั้ง หมายจะให้เขาสูญเสียสติสัมปชัญญะแล้วเปิด ฉากต่อสู้กับสามสำนัก
ความโกรธแค้นปะทุขึ้นกลางใจ จนหัวใจของเขาเต้นกระหน่ำดัง “ตึกๆๆ”
เนี่ยเทียนอึ้งงันไปครู่ แล้วก็สังเกตเห็นว่าความพลุ่งพล่านที่เกิดขึ้นใน หัวใจ ทำให้ปราณเลือดสีเขียวเส้นที่ขดตัวอยู่ในหัวใจเขาเกิดการแปร สภาพด้วยความเร็วอย่างที่ยากจะจินตนาการ
ในโซ่ผลึกสายเลือดเล็กละเอียดหลายเส้นมีตราประทับทางสายเลือด จำนวนมากซึ่งพลันเปล่งประกายวาบ
พรสวรรค์ทางสายเลือดอย่างใหม่แปรสภาพได้สำเร็จในชั่ววินาทีนั้น
“การผสานรวมชีวิต!”
พรสวรรค์ทางสายเลือดอย่างใหม่ ความลี้ลับหลายชนิดพลันนาบ ประทับลงไปในจุดลึกของจิตวิญญาณเขา
“ตึกๆๆ! ตึกๆๆ!”
หัวใจที่แข็งแกร่งของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็เต้นกระหน่ำขานรับ การเต้นของหัวใจเขาไปด้วย
“อู้!”
เนี่ยเทียนที่เดิมทีคิดจะเก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดกลับไปพลันบิน ออกมาจากวิหคเพลิง
เรือนกายของเขาแนบติดไปที่หน้าอกของโครงกระดูกปีศาจเลือดราว แม่เหล็กก้อนหนึ่ง ก่อนที่จิงชี่เลือดเนื้อเป็นเส้นๆ จะบินออกจากร่างเนี่ย เทียนไปราวกับงูสีเลือด
จิงชี่เลือดเนื้อจำนวนมากนั้นแทรกซอนเข้าไปยังกระดูก หัวใจ ลำคอ และศีรษะของโครงกระดูกปีศาจเลือด
ท่ามกลางจิงชี่เลือดเนื้อพวกนั้นมีความลี้ลับมหัศจรรย์ทางสายเลือด นาบไว้ ชั่วขณะที่เนี่ยเทียนผสานร่างเข้ากับโครงกระดูกปีศาจเลือด เขาก็ สามารถดึงเอาพลังงานเลือดเนื้อในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดมา ใช้ได้ทันที
แม้แต่จิตวิญญาณในมหาสมุทรจิตวิญญาณก็ยังแผ่เส้นวิญญาณ ออกมาภายใต้ประสิทธิภาพอันลึกลับของ “การผสานรวมชีวิต” ทำให้ ความจิตวิญญาณของเขาเชื่อมโยงเข้ากับโครงกระดูกปีศาจเลือดได้แนบ แน่นมากกว่าเดิม
บัดนี้เนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือดผสานรวมร่างเป็นหนึ่ง เดียวกันอย่างไม่มีแบ่งแยก
ความมั่นใจอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาจากบนร่างของเนี่ยเทียน เขา ไม่สนใจเสียงร้องร้อนรนจากเฉียวอวิ๋นซีอีกต่อไป ทั้งยังไม่ได้หนีไปพร้อม กับวิหคเพลิง แต่แนบติดอยู่กับหน้าอกของโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่าง แน่นหนา
“เนี่ยเทียน! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะหนีไปได้ไหนอีก?” เว่ยอวี้จาก สำนักสามกระบี่พุ่งเข้ามาด้วยพลังอำนาจน่าเกรงขาม “เจ้าสังหารลูก ศิษย์สำนักข้าไปสิบกว่าคน วันนี้เจ้าต้องตายสถานเดียว!”
กระบี่วิเศษสีทองอร่ามเล่มนั้นพลันฟาดฟันลงมา
เนี่ยเทียนมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ โครงกระดูกปีศาจเลือด เคลื่อนที่ได้ดั่งที่ใจเขาต้องการ มือใหญ่ยักษ์ของมันกำเป็นหมัด ความ เดือดดาลที่ถูกกระตุ้นจากวิญญาณอสูรก็พลันระเบิดตูมออกมา
ตอนที่หมัดนั้นกระแทกเข้าใส่กระบี่สีทอง มันก็พลันดึงเอาจิงชี่เลือด เนื้อส่วนหนึ่งออกมาจากโครงกระดูกปีศาจเลือด แล้วผสานรวมเข้ากับ พลังวิญญาณธาตุต่างๆ ในร่างของเนี่ยเทียน
“เทพค้ำฟูาพิโรธ!”
วินาทีที่หมัดนั้นถูกปล่อยออกไป เนี่ยเทียนก็คล้ายตระหนักได้ถึง ความลี้ลับที่แท้จริงของหมัดพิโรธ รู้ถึงชื่อที่แท้จริงของหมัดที่ถูกเขา เรียกว่าพิโรธ
หมัดที่เป็นราวกับค้อนเหล็กของโครงกระดูกปีศาจเลือดมองข้าม ความแหลมคมของแสงสีทอง มันพกพาเอาความเดือดดาลทำลายล้างฟูา ดินกระแทกลงไปบนกระบี่สีทองอย่างแรง
“ตึง!”
อักขระสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนพลันระเบิดกระจายออกมาจากใน กระบี่สีทอง
ร่างของวิญญาณวัตถุที่ซ่อนอยู่ในกระบี่วิเศษก็แตกสลายไปเพราะการ โจมตีรุนแรงนั้น
“อ๊าก!”
เนื่องจากกระบี่วิเศษระดับเชื่อมโยงวิญญาณแตกกระจาย ร่างของเว่ ยอวี้ที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ถูกโจมตีอย่างสาหัสไปด้วย ผิวเนื้อบนใบหน้า ของเขาปริแตก สีหน้าดุร้ายถึงขีดสุด
มืออีกข้างหนึ่งโครงกระดูกปีศาจเลือดตบผ่านความว่างเปล่า เว่ยอวี้ก็ คล้ายอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งที่ถูกกระแทกจนกระเด็นไปไกลนับ ร้อยเมตร
ม่านแสงพลังวิญญาณที่เขาใช้คุ้มกันเรือนกายก็แตกทลายตามมาติดๆ ทำให้อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสร่อแร่ใกล้ตายเต็มที
——