ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 726 อานุภาพแห่งการผสานรวม!
“ผู้อาวุโสเว่ย!”
พวกผู้ฝึกลมปราณของสำนักสามกระบี่ที่เห็นคาตาว่าเว่ยอวี้ถูกโครง กระดูกปีศาจเลือดตบกระเด็นไปไกลร้อยเมตรก็พากันร้องอุทานด้วย ความตกใจ
หงเสียนและฉู่เสวียนจีสองคนก็มองตาค้าง ยากจะยอมรับความจริง ข้อนี้ได้
เว่ยอวี้มีขอบเขตเท่าเทียมกับพวกเขา ซึ่งก็คือเขตวิญญาณช่วงท้าย แต่เพียงแค่การโจมตีเดียวของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ยังต้านรับไม่ได้งั้น หรือ?
เหตุใดจู่ๆ หุ่นเชิดเลือดตัวนั้นถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้?
พวกเขามองออกว่ากระบี่วิเศษสีทองระดับเชื่อมโยงวิญญาณเล่มนั้น ของเว่ยอวี้ก็พังพินาศไปเพราะการโจมตีเดียวเช่นกัน
ขนาดวิญญาณวัตถุที่อยู่ในกระบี่ก็ยังสลายเป็นเถ้าถ่านไปในเสี้ยว วินาที
“อู้!”
ร่างของเว่ยอวี้หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศได้อย่างยากลำบาก ใบหน้าและ หน้าอกของเขาเปรอะย้อมไปด้วยเลือดสด
ผู้แข็งแกร่งจากสำนักสามกระบี่พุ่งมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว รีบร้อน รับตัวเว่ยอวี้เข้ามาไว้บนอาวุธวิเศษประเภทบิน
พอเว่ยอวี้บินเข้าไปในอาวุธวิเศษประเภทบินก็ใช้ดวงตาที่แดงฉานราว กับเลือดจ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน ก่อนตวาดกร้าว “เนี่ยเทียน!”
“ตึง!”
ด้วยความแค้นเคือง เลือดลมจึงพลุ่งพล่าน สติสัมปชัญญะวุ่นวาย ทำ ให้เขาถึงกับหมดสติไปในฉับพลัน
“เนี่ย เนี่ยเทียน!”
เฉียวอวิ๋นซีที่ยืนอยู่บนวิหคเพลิงมองเนี่ยเทียนตาค้าง แม้แต่คำพูดก็ ยังติดๆ ขัดๆ
ก่อนหน้านี้นางยังร้อนใจราวกับมีไฟลน โมโหที่เนี่ยเทียนเสียสติ คิดว่า เนี่ยเทียนควรจะเก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดเข้ามาในแหวนเก็บของอย่าง รวดเร็ว เพื่อให้วิหคเพลิงพาหนีไปจากการไล่ล่าของสามสำนัก
ตอนที่เนี่ยเทียนอยู่ต่อแล้วแนบติดไปกับหน้าอกของโครงกระดูก ปีศาจเลือดเพื่อปะทะกับเว่ยอวี้ซึ่งๆ หน้า นางก็นึกไปว่าเนี่ยเทียนต้อง เป็นฝุายซวยแน่นอน
แต่ผลกลับกลายเป็นว่านางต้องขยี้ตามองเสียใหม่
หุ่นเชิดเลือดตนนั้นระเบิดพลังพลุ่งพล่านสะท้านฟูาสะเทือนดิน เพียง แค่หมัดเดียวของมันก็ทำให้เว่ยอวี้บาดเจ็บสาหัสและหมดสติไปทันที
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
ฉู่โป๋เหวิน สิ่งเปุยเฉินและอินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ รวมไปถึงผู้ฝึก ลมปราณเขตสามัญ เขตต้นสวรรค์อีกหลายคนของสามสำนักพากัน ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินมาถึงในที่สุด
อินย่าหนันเพ่งสมาธิมองก็เห็นว่าเว่ยอวี้ที่พุ่งนำมาก่อนใคร เวลานี้ นอนล้มหมดสติอยู่กับพื้น
มีพวกคนของสำนักสามกระบี่ล้อมตัวเว่ยอวี้ไว้ด้วยสีหน้าดำมืดถึงขีด สุด แต่กลับไม่มีใครกล้าลงมือกับเนี่ยเทียน
ส่วนเนี่ยเทียนเวลานี้แผ่นหลังแนบติดไปกับหน้าอกของโครงกระดูก ปีศาจเลือด หัวใจด้านหลังของเนี่ยเทียนตรงกับหัวใจตรงหน้าอกของโครง กระดูกปีศาจเลือดพอดี สีหน้าเขายามนี้แข็งกระด้างราวหินเหล็ก ดวงตา เผยความดุร้ายบ้าคลั่ง
“นี่ ปราณเช่นนี้…”
ฉู่เสวียนจีหรี่ตารับสัมผัสกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอุทาน “เขา ดูเหมือนว่าเขากับหุ่นเชิดเลือดเผ่าโครงกระดูกตนนั้นจะผสานร่างเป็น หนึ่งเดียวกัน!”
ตอนที่เขารับสัมผัสกับโครงกระดูกปีศาจเลือดก็พบว่าคลื่นเคลื่อนไหว ทางเลือดลมและจิตวิญญาณของโครงกระดูกปีศาจเลือดมีปราณของเนี่ย เทียนเจือปนอยู่ด้วย
ส่วนบนร่างของเนี่ยเทียนก็แผ่ปราณเลือดเนื้อน่าหวาดกลัวที่กว้าง ใหญ่ไพศาลราวมหาสมุทรออกมา ราวกับว่าเนี่ยเทียนในเวลานี้ก็คือโครง
กระดูกปีศาจเลือด ส่วนโครงกระดูกปีศาจเลือดก็คือเนี่ยเทียน สองฝุาย รวมเป็นหนึ่งไม่แยกจากกัน
“พวกเจ้าอยากช่วงชิงผลึกจิตวิญญาณไปจากข้านักไม่ใช่หรือ?”
เนี่ยเทียนแสยะปากหัวเราะชั่วร้าย ความคิดขานรับกับซากวิญญาณ ของโครงกระดูกปีศาจเลือด หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจ ของโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“อู้!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดก้าวผ่านความว่างเปล่าออกมาหนึ่งก้าว มา หยุดอยู่ด้านหน้าหงเสียนโดยตรง ไม่รอให้หงเสียนเอ่ยคำใดก็รวบรวมพลัง วิญญาณต่างธาตุในร่างของตัวเองผสานรวมเข้ากับจิงชี่เลือดเนื้อที่มาก ไพศาลดุจเหวลึกของโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้วต่อยหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธ ออกมาอีกครั้ง
หมัดนั้นกระแทกเข้าใส่หงเสียนอย่างแรง!
หมัดมโหฬารของโครงกระดูกปีศาจเลือดรวบรวมเส้นวิญญาณและ พลังวิญญาณหลายชนิด ปะปนไปด้วยจิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้น ในสายตา ของหงเสียน หมัดนั้นเหมือนจะขยายใหญ่อย่างต่อเนื่องไร้ที่สิ้นสุด
หงเสียนมองเห็นหมัดนั้นบดบังความว่างเปล่าทั้งหมดเอาไว้ ความ โกรธเกรี้ยวที่ไหลบ่าออกมาจากหมัดพลันกลบทับเข้าเต็มหัวใจของเขา
“เปรี้ยงๆๆ!”
หมัดที่ต่อยลงมากระแทกความว่างเปล่าทำให้เกิดเสียงระเบิดดัง กังวาน ความแค้นเคืองเทียมฟูาซึ่งฝากฝังความเดือดดาลจากจิตวิญญาณ ของเนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือดเอาไว้ประหนึ่งฟูาดินคำรามที่ ระเบิดกึกก้องไปแปดทิศ
“ตูมๆๆ!”
ในสมองของพวกผู้ฝึกลมปราณที่มีขอบเขตเพียงเขตลี้ลับซึ่งอยู่รอบ กายหงเสียน ฉู่เสวียนจีต่างก็สั่นสะเทือนไปเพราะเสียงระเบิดนั้น สีหน้า พวกเขาขาวซีดไปในพริบตา
นาทีถัดมา พลังงานพลุ่งพล่านที่ไหลกรากออกมาจากในหมัดก็ม้วน ตลบฟูาดินตรงเข้ามาหา
ประหนึ่งมีเทพยักษ์ร่างสูงนับพันนับหมื่นเมตรหลายตนที่พยายาม ออกแรงค้ำยันท้องฟูาเอาไว้ ความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลอย่างไม่ยอมแพ้ ของพวกเขาถูกระบายออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฟิ้วๆๆ!”
หงเสียนหน้าเปลี่ยนสี รีบสร้างม่านแสงสีฟูาเข้มขึ้นมาเป็นชั้นๆ พยายามห่อหุ้มลูกศิษย์ที่อยู่ข้างกายให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ
“ตึง!”
หมัดกระดูกขนาดมหึมาประหนึ่งหินศักดิ์สิทธิ์ก้อนหนึ่งซึ่งบินทะยาน อยู่นอกโลกมานานนับหมื่นปี และบัดนี้ได้กระแทกลงบนม่านแสงสีฟูาเข้ม นั้นอย่างจัง
ค่ายกลลึกลับค่ายแล้วค่ายเล่าในม่านแสงพลันปรากฏตัวขึ้นอย่าง เงียบเชียบแล้วก็แตกสลายไปในเสี้ยววินาที
เมื่อโดนการโจมตีนี้ หงเสียนที่ใช้พลังวิญญาณของทั้งร่างปะปนไป ด้วยกระแสจิตวิญญาณมาสร้างม่านแสงสีฟูาเข้มนั้นก็มีเลือดสดไหลออก จากทวารทั้งเจ็ด ร่างโงนเงนจะล้มมิล้มแหล่
“แย่แล้ว!”
ฉู่เสวียนจีคำรามกร้าว ก่อนจะรีบเรียกธงสีม่วงหลายผืนออกมา
ธงสีม่วงเหล่านั้นสลักรูปเทือกเขาและแม่น้ำ สลักรูปแผ่นดินกว้างใหญ่ ไพศาล มีทั้งต้นไม้ดึกดำบรรพ์และสัตว์วิเศษ ซึ่งแต่ละภาพต่างก็ซ่อน ความลี้ลับที่ไม่เหมือนกันเอาไว้
ธงสีม่วงมีทั้งหมดเก้าผืน ชั่วขณะที่ม่านแสงสีฟูาเข้มของหงเสียนแตก สลาย ธงเหล่านั้นก็ตรงเข้ามาปกปูองเด็กๆ ของสำนักคุมสัตว์และตระกูล ฉู่แทนที่พวกมัน
“โฮก!”
เสียงร้องคำรามด้วยความเดือดดาลราวกับต้องการเอาชนะฟูาดิน พลันดังกึกก้องออกมา ซึ่งมีเพียงวิญญาณที่แท้จริงของผู้แข็งแกร่งเขต วิญญาณเท่านั้นที่ถึงจะได้ยิน
หงเสียนและฉู่เสวียนจีสองคนที่พอได้ยินเสียงร้องคำรามคลั่งแค้นนี้ก็ ร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ มหาสมุทรจิตวิญญาณคล้ายถูกทวยเทพดึกดำบรรพ์ โจมตีอย่างหนักหน่วงจนเกิดลูกคลื่นน่ากลัวโถมซัดสาด
“ตูม!”
หมัดยักษ์ของโครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงกระแทกลงมาโดยที่ อานุภาพไม่ลดน้อยลง
ภาพต่างๆ ที่สลักไว้บนธงสีม่วงเก้าผืนพลันสลัวราง ก่อนจะจาง หายไปอย่างรวดเร็วคล้ายภาพวาดน้ำหมึกที่ถูกชำระล้าง
ฉู่เสวียนจีร้องอุทานเสียงดังลั่น “รีบถอยเร็วเข้า!”
อาวุธวิเศษประเภทบินทั้งหมดต่างก็เผ่นหนีการปกคลุมของอานุภาพ หมัดนั้นอย่างบ้าคลั่ง
หงเสียนและฉู่เสวียนจีสองคนรวมพลังกัน ใช้ธงเก้าผืน บวกกับน้ำเต้า หยกอีกหนึ่งลูกปลดปล่อยประกายแสงเจิดจ้าให้แปรเปลี่ยนมาเป็นคาถา วิเศษที่ค่อยๆ สลายอานุภาพร้ายแรงของหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธนั้นไป
ความเดือดดาลของหมัดจางหาย หงเสียนและฉู่เสวียนจีสองคนหอบ หายใจถี่รัว อาภรณ์ชุ่มโชกราวกับเพิ่งโผล่ออกมาจากน้ำ
สายตาของคนทั้งสองที่มองไปยังเนี่ยเทียนไม่ได้เคร่งเครียดอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตะลึงลาน
“จะเป็นไปได้อย่างไร? นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
อินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ที่ยืนอยู่บนร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง มองมาไกลๆ พลางพึมพำกับตัวเอง
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้นก็ตัวสั่นเทิ้ม บัดนี้ดูเหมือนว่าความกล้า หาญที่จะสบตาเนี่ยเทียนของมันได้ถูกหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธลบเลือนให้ สลายไปหมดแล้ว
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งเป็นสัตว์ที่มีสติปัญญา มันจึงรู้ดีว่าพลังเลือดลมที่ พลุ่งพล่านซึ่งกระเพื่อมออกมาจากในหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธมากพอจะ สังหารมันได้
พอมันไพล่นึกไปถึงตอนอยู่บนหินอุกกาบาต ตอนที่มันอยากกินเนี่ย เทียนอย่างไม่รู้จักกลัวตาย มันก็พลันมีความรู้สึกเหมือนตัวเองรนหาที่ ตายชัดๆ
หากเป็นแค่โครงกระดูกปีศาจเลือด หรือมีแค่เนี่ยเทียนคนเดียว มัน คงไม่หวาดกลัวขนาดนี้
แต่เมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดและเนี่ยเทียนใช้สายเลือดที่ลึกลับที่สุด ผสานรวมชีวิตเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันและต่อยหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธออกมา ในที่สุดก็ทำให้มันหวาดกลัวเข้าบ้างแล้ว
อานุภาพของหมัดนั้นเกรงว่าน่าจะสำแดงพลังสายเลือดระดับแปด ตอนที่โครงกระดูกปีศาจเลือดมีชีวิตอยู่ออกมาได้เลย!
“ฮ่าๆๆ!”
เนี่ยเทียนแหงนหน้าหัวเราะร่าอย่างกำเริบเสิบสาน เสียงหัวเราะนั้น เต็มไปด้วยความโอหังอวดดี
“มาสิ ผลึกจิตวิญญาณใต้ทะเลสาบทั้งหมดอยู่ในมือข้าแล้ว มาแย่งไป จากข้าอีกสิ!”
“ไหนบอกว่าข้าถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่าง กลายมาเป็นหุ่นเชิด กลาย มาเป็นตัวชั่วร้ายอย่างไรเล่า? พวกเจ้ามาฆ่าข้าเสียเลยสิ!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างบ้าระห่ำ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็พาเขา เดินออกไปข้างหน้าอีกครั้ง
ก้าวเดินนี้ของเขาทำให้ทุกคนของสามสำนักรวมไปถึงหงเสียน ฉู่ เสวียนจีต่างก็พากันหน้าเปลี่ยนสี ถอยกรูดตามสัญชาตญาณคล้ายไม่ยินดี จะอยู่ใกล้เขาแล้วถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดปล่อยหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธ ออกมาเป็นครั้งที่สาม
“คือว่า เนี่ยเทียน…” ใบหน้าของฉู่เสวียนจีเต็มไปด้วยความขมขื่น “มี อะไรก็พูดคุยกันดีๆ พวกเรา ตอนแรกพวกเราแค่อยากแบ่งผลึกจิต วิญญาณมาส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะซากวิญญาณทั้งหกสังหารลูกศิษย์ของ เราอย่างบ้าคลั่ง และยังมีหุ่นเชิดเลือดของเจ้าที่เหยียบคนของพวกเรา ตายไปมากมาย พวกเราถึงได้ตามเอาเรื่องไม่ยอมเลิกรา”
เมื่อได้ยินคำพูดหยามหยันจากเนี่ยเทียน หงเสียนก็หน้าแดงก่ำ ใจ อยากจะเอ่ยข่มขู่อีกฝุายสักสองสามคำ แต่กลับถูกฉู่เสวียนจีใช้สายตา ปรามเอาไว้
“เนี่ยเทียน! เจ้าล่วงเกินสำนักสามกระบี่ของพวกเรา ก็อย่าได้หวังว่า จะรอดตัวไปได้ง่ายๆ!” สิ่งเปุยเฉินแค่นเสียงเย็น
“สำนักสามกระบี่?” เนี่ยเทียนแสยะยิ้มชั่วช้า “ของสิ่งนี้เจ้ารู้จัก หรือไม่?”
เขาหยิบเอาอาวุธวิเศษของจิ้วจิ่วโจวออกมาจากในแหวนเก็บของแล้ว โบกให้สิ่งเปุยเฉินดู
“นี่ นี่คืออาวุธวิเศษของผู้อาวุโสจิ้ว!” คนมากมายของสำนักสามกระบี่ ต่างก็ร้องอุทาน
“ยังมีของพวกนี้อีก” จากนั้นเนี่ยเทียนก็ทยอยหยิบเอาอาวุธวิเศษของ พวกหันชื่อกุ่ยจากเขาสุขาวดีตามมาติดๆ แล้วโบกให้คนพวกนั้นเห็นอย่าง ชัดเจน
“นั่นมันอาวุธวิเศษของหันชื่อกุ่ยจากเขาสุขาวดี!” ฉู่เสวียนจีตวาดร้าว
หงเสียนเองก็พลันหน้าเปลี่ยนสี “ตอนที่เขาสุขาวดีและสำนักสาม กระบี่ไปช่วงชิงโบราณสถานของซวีหลิงจื่อต่างก็ตายกันหมด หรือว่า หรือ ว่า…?”
“ถูกต้อง พวกเขาล้วนตายด้วยน้ำมือข้า” เนี่ยเทียนไม่ปิดบังอีกต่อไป เขาตอบกลับเสียงก้าวร้าว “ข้ากล้าฆ่าพวกเขา แล้วมีหรือจะกลัวพวกเจ้า สามฝุาย?”
ไหนๆ ก็แตกหักกันไปแล้ว เขาก็ไม่สนใจหรอกว่าจะเปิดโปงเรื่อง มากกว่าเก่า
“ที่แท้คนของเขาสุขาวดีและสำนักสามกระบี่ตายดับกันหมด เจ้าก็มี ส่วนด้วย!” ฉู่เสวียนจีหน้าเปลี่ยนสี
“เรื่องมาถึงขั้นนี้ก็ไม่มีอะไรให้พูดกันอีกแล้ว หากไม่ใช่พวกเจ้าตาย ก็ ข้าที่ต้องดับ” เสียงหัวเราะบ้าคลั่งของเนี่ยเทียนหยุดลงกลางคัน นัยน์ตา ของเขาโอบล้อมไปด้วยไอสังหารเข้มข้น ก่อนจะเรียกให้โครงกระดูก ปีศาจเลือดลงมืออีกครั้ง
“เนี่ยเทียน! อย่าทำแบบนี้!” อินย่าหนันวิงวอนเสียงดัง
——