ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 727 กระแสปั่นป่วนหุนตุ้น!
อินย่าหนันขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งให้ลอดผ่านลูกศิษย์สามสำนักที่ถอย หลังไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
จุดลึกในดวงตาสีเงินยวงที่ปะปนไปด้วยเส้นเลือดฝอยของงูเหลือม เลือดน้ำแข็งตัวนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนล้วนมองออกว่ามันไม่เต็มใจขนาดไหน แต่เพราะคำสั่งของอิน ย่าหนัน มันก็ได้แต่ถูกบีบให้ขยับเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน
เรือนกายใหญ่โตของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งหดเข้าหากันน้อยๆ ยิ่งใกล้ เนี่ยเทียนมากเท่าไหร่ การเคลื่อนที่ของมันก็ยิ่งเชื่องช้ามากเท่านั้น ราว กับเตรียมตัวพร้อมสำหรับการหลบหนีตลอดเวลา
สัตว์วิเศษที่มีสติปัญญาทั้งยังเฉลียวฉลาดเช่นงูเหลือมเลือดน้ำแข็งนี้มี ความรู้สึกที่เฉียบไวต่ออันตรายมากเป็นพิเศษ
เมื่อมันรู้สึกได้ว่าเนี่ยเทียนสามารถใช้พลังของโครงกระดูกปีศาจเลือด สังหารมันได้อย่างง่ายดาย มันก็แค่อยากจะหลบไปให้พ้นๆ กลัวว่าเนี่ย เทียนจะคิดบัญชีเก่ากับมัน
“ย่าหนัน!” หงเสียนตวาดเสียงหนัก
“ไม่เป็นไร” ในที่สุดอินย่าหนันก็ขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งข้ามผ่านทุก คนมาเผชิญหน้ากับเนี่ยเทียน “เนี่ยเทียน อย่าทำอย่างนี้ต่อไปเลย เจ้า เปิดฉากสังหารกับพวกเรามีแต่จะทำให้วิญญาณอสูรดวงนั้นได้ ผลประโยชน์ วิญญาณอสูรกำลังส่งผลกระทบต่อเจ้า กระตุ้นให้เจ้าเดือด
ดาล หมายจะเผาผลาญพลังกายและพลังจิตวิญญาณของเจ้า เจ้ามองไม่ ออกอย่างนั้นหรือ?”
“ต่อให้เจ้าสามารถใช้หุ่นเชิดเลือดมาเอาชนะพวกเราได้แล้ว อย่างไร?”
“รอจนพลังกายและพลังจิตวิญญาณของเจ้าถูกเผาผลาญไปเกินครึ่ง วิญญาณอสูรก็จะฉวยโอกาสบุกออกมาแล้วช่วงชิงร่างของเจ้าต่ออยู่ดี”
นางพยายามพูดจาชักจูงเขา ให้เขาได้เห็นถึงผลร้ายอย่างชัดเจน หวัง ว่าจะระงับข้อพิพาทระหว่างพวกนางกับเนี่ยเทียน เรื่องราวจะได้ยุติเสียที
ฉู่เสวียนจีและหงเสียนสองคนต่างเงียบงัน หมดสิ้นซึ่งความมั่นใจ อย่างก่อนหน้านี้ไปแล้ว
พลังน่าหวาดกลัวที่เนี่ยเทียนอาศัยโครงกระดูกปีศาจเลือดสำแดง ออกมานั้นน่าหวาดหวั่นเกินไป ทำให้พวกเขาหมดสิ้นซึ่งความมั่นใจ
เว่ยอวี้บาดเจ็บหนักและหมดสติไปนานแล้ว หลังจากที่พวกเขาสอง คนร่วมกันรับมือหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธก็เผาผลาญพลังวิญญาณไปเป็น จำนวนมากเช่นกัน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากยังดึงดันจะสู้กับเนี่ย เทียนจนถึงท้ายที่สุด พวกเขาก็รู้สึกว่าทั้งสามสำนักคงต้องเอาชีวิตมาทิ้ง ไว้ที่นี่
แท้จริงแล้วส่วนลึกในใจของพวกเขาต่างก็หวาดกลัว คิดจะหาข้ออ้าง มายุติต่อสู้ การที่อินย่าหนันเดินออกมาจึงตรงกับความต้องการของพวก เขาพอดี ดังนั้นพวกเขาถึงได้ยอมปิดปากเงียบแล้วปล่อยให้อินย่าหนัน เป็นคนจัดการ
“เนี่ยเทียน! เชื่อนางเถอะ เลิกแล้วต่อกันเถอะนะ?”
เฉียวอวิ๋นซีจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เองก็ขับเคลื่อนวิหคเพลิงมาหยุดอยู่ ด้านหลังเนี่ยเทียน
นางและอินย่าหนันทยอยกันพูดเกลี้ยกล่อม เพราะต่างก็ไม่ต้องการให้ เปิดศึกกันอีกต่อไป
เนี่ยเทียนคือแขกผู้มีเกียรติที่ไม่รู้ว่าเยว่เหยียนสี่แห่งสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ เชิญมาจากที่ไหน หากเนี่ยเทียนสังหารพวกคนของสำนักสามกระบี่ สำนักคุมสัตว์และตระกูลฉู่อยู่ที่นี่ หลังจากนี้ทั้งสามสำนักย่อมไม่ยอม เลิกราง่ายๆ แน่นอน
ทั้งสามสำนักต่างก็มีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่านั่งบัญชาการณ์ หาก สามฝุายร่วมมือกันกำราบสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ เกรงว่าแม้แต่เยว่เหยียนสี่ก็ คงช่วยเนี่ยเทียนไม่ได้
นางทั้งเป็นกังวลแทนสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ และเป็นกังวลแทนเนี่ยเทียน ถึงได้เอ่ยปากเกลี้ยกล่อม
“คิดจะหยุดการต่อสู้ตอนนี้?” เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นเยียบ “ก่อนหน้านี้ ไม่เห็นพวกเจ้าพูดอย่างนี้ ตอนอยู่บนหินอุกกาบาต ข้าไม่อยากแตกหักกับ พวกเจ้าจึงเป็นฝุายหนีมาก่อน แต่พวกเจ้ากลับยังตามมาบีบบังคับ หาก ไม่เพราะข้ายังมีวิธีรับมือกับพวกเจ้า เกรงว่าคงถูกพวกเจ้าฆ่าตายไปแล้ว”
“คิดจะยุติศึกตอนนี้ สายไปแล้ว”
พอจบประโยค เนี่ยเทียนก็คำรามต่ำๆ ออกมาอีกหนึ่งครั้ง “ตอนที่ข้า พูดว่าพวกจิ้วจิ่วโยว หันชื่อกุ่ยล้วนตายด้วยน้ำมือของข้า ข้าก็ไม่มี ความคิดปรองดองอีกแล้ว”
“ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ นอกจากเฉียวอวิ๋นซีจงไปตายกันให้หมด”
อินย่าหนันตะลึง “แม้แต่ข้าเจ้าก็คิดสังหารด้วยหรือ?”
“ถูกต้อง” เนี่ยเทียนได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ดำมืดของวิญญาณอสูร จนจิตวิญญาณท่วมท้นไปด้วยจิตสังหาร ไม่คิดจะพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่จะ ตามมา เพียงปรับใช้เลือดลมมหาศาลของโครงกระดูกปีศาจเลือดอีกครั้ง
การออกหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธติดต่อกันสองครั้งได้เผาผลาญพละกำลัง ครึ่งหนึ่งในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดไป พลังวิญญาณต่างธาตุในร่าง ของเขาก็หายไปเกือบครึ่งด้วย
จะอย่างไรซะโครงกระดูกปีศาจเลือดก็เป็นแค่หุ่นเชิดตัวหนึ่ง มันไม่ สามารถฟื้นคืนพลังได้ด้วยตัวเอง เว้นเสียแต่ว่าเจอชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่ง อีกเป็นจำนวนมาก และมีเลือดสดมากพอให้มันชุบหลอม
ทว่าพวกหงเสียน ฉู่เสวียนจีนั้นกลับต่างออกไป รอจนพวกเขาหนีรอด ไปได้แล้วก็อาจอาศัยหินวิเศษมาฟื้นฟูพลังได้ใหม่
แม้แต่เว่ยอวี้ที่บาดเจ็บสาหัสก็สามารถใช้หินวิเศษมาค่อยๆ ฟื้นพลัง คืนสู่จุดสูงสุดได้อย่างช้าๆ เช่นกัน
หากให้โอกาสพวกเขาได้ฟื้นพลังกลับมาแล้วตามมาเล่นงานตนอีกครั้ง เขาก็ต้องเจอปัญหาใหญ่แน่นอน
มอบทางรอดให้พวกเขาก็เท่ากับทิ้งภัยร้ายไว้ให้ตัวเอง ดังนั้นเนี่ย เทียนถึงได้ตัดสินใจที่จะกำจัดภัยร้ายทั้งหมดให้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียว ไม่หวังให้มีเรื่องไม่คาดคิดใดๆ เกิดขึ้นอีก
พลังงานต่างธาตุเป็นกลุ่มๆ ไหลบ่าเข้าหามือกระดูกที่กำเป็นหมัดของ โครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นบนมือข้างนั้นก็พลันระเบิด ปณิธานแค้นเคืองราวกับจะทำลายนภากาศออกมา
“เขาเอาจริง! ย่าหนัน รีบถอยเร็วเข้า!” หงเสียนกล่าวร้อนรน
ฉู่เสวียนจีที่เห็นว่าเนี่ยเทียนไม่ฟังคำเกลี้ยกล่อมจากอินย่าหนันและ เฉียวอวิ๋นซี ทั้งยังยืนกรานจะฆ่าพวกเขาให้ได้ ในที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดขาด แล้วตะคอกเสียงดัง
“ผู้ที่ขอบเขตต่ำกว่าเขตวิญญาณลงไปจงแยกย้ายกันหนี คนอื่นๆ ที่ เหลือจงร่วมมือกันสังหารคนอำมหิตผู้นี้!”
“ฟิ้วๆๆ!”
ผู้ที่มีเขตลี้ลับ เขตสามัญ และเขตต้นสวรรค์ต่างก็อาศัยอาวุธวิเศษ ประเภทบินแยกย้ายกันหนีไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ส่วนเขตวิญญาณที่เหลืออยู่ของสามสำนักก็กระจายตัวกันแล้วล้อม โครงกระดูกปีศาจเลือดไว้ตรงกลาง แต่ละคนเรียกเอาอาวุธวิเศษเหมาะ มือออกมาใช้แล้วเริ่มโจมตีพร้อมๆ กัน
น้ำเต้าหยกของหงเสียนมีของเหลวสีม่วงไหลออกมาจากปากน้ำเต้า ก่อนที่ของเหลวนั่นจะกลายมาเป็นควันสีม่วง
ในกลุ่มควันมีเงาร่างของสัตว์วิเศษหลายตัวลอยขึ้นมา ก่อนจะก่อตัว เป็นสัตว์ตัวจริงแล้วพุ่งเข้าฉีกทึ้งโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างดุร้อย
ฉู่เสวียนจีโบกสะบัดธง ภาพเทือกเขา สายน้ำ แผ่นดิน สัตว์วิเศษและ ไม้ดึกดำบรรพ์ก็พลันปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
“ผนึกหมื่นสรรพสิ่ง!”
ฉู่เสวียนจีคำรามต่ำ ร่ายใช้เวทลับแห่งการปิดผนึกปกคลุมร่างตัวเอง ไว้อย่างแน่นหนาราวถูกพันธนาการไว้ด้วยตรวนชิ้นโต
“กระบวนท่าหนึ่งตัดฟูา!”
เขตวิญญาณช่วงกลางคนหนึ่งของสำนักสามกระบี่กุมกระบี่โบราณที่ เป็นสนิมเกรอะกรังไว้ในมือ ก่อนจะตวัดฟันเข้าใส่โครงกระดูกปีศาจเลือด
แสงกระบี่ยาวร้อยเมตรเส้นหนึ่งที่ราวกับจะตัดนภากาศออกจากกัน พลันฟันลงมาตรงเอวของโครงกระดูกปีศาจเลือด หมายจะตัดร่างของ โครงกระดูกปีศาจเลือดให้ขาดออกเป็นสองท่อน
“มังกรฟูาบีบรัด!”
เขตวิญญาณอีกคนหนึ่งของสำนักคุมสัตว์ก็ใช้เลือดสดในร่างปะปนไป ด้วยพลังจิตและพลังจิตวิญญาณมาสร้างมังกรยักษ์สีดำตัวหนึ่ง มังกรตัว นั้นสะบัดหางยาวเหยียดของมันให้รัดพันไปตรงลำคอของโครงกระดูก ปีศาจเลือด
ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของสามสำนักต่างก็ร่ายเวทของใครของมัน พวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันหมายสังหารโครงกระดูกปีศาจเลือด ให้เนี่ย เทียนตายอนาถอยู่ที่นี่
เฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันเห็นว่าเขตวิญญาณสามสำนักร่วมมือกันก็ เริ่มลนลาน
คนทั้งสอง คนหนึ่งขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง อีกคนหนึ่งขับวิหคเพลิงหนี ออกห่างจากโครงกระดูกปีศาจเลือดให้ได้ไกลมากที่สุด
นัยน์ตาของพวกนางเต็มไปด้วยความลนลานและร้อนรน เรื่องราว ดำเนินมาถึงขั้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกนางต้องการเห็น และพวกนางก็จนใจ อย่างยิ่ง ได้แต่มองทั้งสองฝุายเปิดศึกกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
เมื่อเผชิญหน้ากับเวทลับและอาวุธวิเศษมากมาย เนี่ยเทียนกลับหยุด ระเบิดความเดือดดาลของเทพค้ำฟูาพิโรธ ความคิดแปรเปลี่ยนแล้วจึง พลันร่ายใช้สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงสามารถบิดเบือนพลังงานที่เข้ามาโจมตี สามารถมองเป็นวิชาการปูองกันได้อย่างหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เขาอาศัยพลังวิญญาณหลากหลายของตัวเองมาสร้าง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง ขอบเขตของมันแผ่ไปได้แค่สิบกว่าเมตรเท่านั้น พลังการบิดเบือนก็มีจำกัด
แต่คราวนี้เมื่อเขาดึงเอาพลังมาจากทั้งในร่างของตัวเองและร่างของ โครงกระดูกปีศาจเลือด ขอบเขตการปกคลุมของสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ พลันแผ่ไปได้ไกลถึงหนึ่งร้อยเมตรกว่า
ไม่เพียงเท่านี้ ตอนที่เขาปลดปล่อยสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงออกมา ภาพพร่าเลือนภาพหนึ่งก็สาดสะท้อนเข้ามากลางใจของเขา
นั่นคือภาพจุดลึกในทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ซึ่งมีเทพยักษ์คำฟูาตน หนึ่งกำลังแหงนหน้าแผดเสียงคำราม
รอบกายของเทพยักษ์ตนนั้นมีดวงดาว มีแผ่นดินลอยตัวและมีหิน อุกกาบาตจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมวน พลังงานหลากหลายชนิดเจือปนกัน กลายมาเป็นลำแสงดาวตก
ดูเหมือนว่าเขาจะใช้สนามแม่เหล็กของตัวเองมาบิดเบือนทาง ช้างเผือก ชักนำการเปลี่ยนแปลงของอาณาจักรดวงดาว ทำให้ดาวตกพุ่ง ทะยานไปเพราะเขา
“กระแสปั่นปุวนหุนตุ้น!” (หุนตุ้นคือหนึ่งในสี่สัตว์ร้ายของเทพนิยาย จีน มีลักษณะคล้ายสุนัขตัวใหญ่)
ความลี้ลับที่แท้จริงของสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงสะท้อนเข้ามายังจุดลึก กลางจิตวิญญาณของเขา ทำให้เขารู้ว่าสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เขาเรียก ขานมาโดยตลอดแท้จริงแล้วมีชื่อว่ากระแสปั่นปุวนหุนตุ้น
“อู้ๆๆ!”
เลือดลมของโครงกระดูกปีศาจเลือดกลายมาเป็นดาวตกที่พุ่งทะยาน พลังดวงดาวที่มาจากตัวเขากลายมาเป็นสะเก็ดดาวเล็กๆ ที่หมุนวน
พลังพืชหญ้าและพลังเปลวเพลิงคล้ายรวมตัวกันกลายมาเป็น อาณาจักรแห่งเปลวเพลิงและพืชหญ้าที่ลอยอยู่ข้างกายของเขา กระแส
จิตวิญญาณของเขาและซากวิญญาณของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็คือ พลังงานหลากหลายเหล่านั้น ส่วนเลือดแห่งชีวิตของเขาก็คือการกรอกเท ชีวิตให้กับสะเก็ดดาว ดาวตกและอาณาจักรพวกนั้น
พลังการบิดเบือนของหุนตุ้นเติมเต็มไปทั่วระยะร้อยเมตร ก่อนจะแผ่ กระจายอย่างต่อเนื่องจนขอบเขตกว้างถึงพันเมตร
ผนึกหมื่นสรรพสิ่งที่เกิดจากการโบกธงของฉู่เสวียนจีพลันหายวับไม่ เหลือร่องรอย
สัตว์วิเศษที่แปลงกายออกมาจากควันสีม่วงซึ่งตรงเข้ามาฉีกทึ้ง พอ เข้ามาอยู่ในกระแสปั่นปุวนหุนตุ้นก็จางหายไปในพริบตา ถูกพลังการ บิดเบือนให้เปลี่ยนจากรูปของสัตว์วิเศษมาเป็นเพียงหมอกควัน
“เคร้ง!”
กระบี่โบราณที่ขึ้นสนิมตวัดฟันลงมาที่เอวของโครงกระดูกปีศาจเลือด
ทว่าแสงกระบี่ร้อยเมตรที่คมกริบอย่างถึงที่สุดซึ่งพุ่งนำเข้ามาก่อน พอ เข้ามาอยู่ในกระแสปั่นปุวนหุนตุ้นก็ถูกบิดเบือนให้อ่อนกำลังลงไปเกินครึ่ง จนกระบี่นั้นไม่เหลือความคมเท่าไหร่
มือกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดพลันยื่นออกมา แล้วใช้นิ้วสอง นิ้วคีบกระบี่โบราณเอาไว้
กระบี่โบราณแล่มนั้นส่งเสียงร้องโหยหวน ดิ้นรนจะหนีให้พ้นนิ้ว กระดูกทั้งสองข้างของเขา
ทว่าเพียงแค่ครู่เดียว กระบี่โบราณก็พลันแตกทลาย วิญญาณวัตถุที่ อยู่ภายในก็ถูกปราณเลือดของโครงกระดูกปีศาจเลือดโอบล้อมและฆ่าให้ ตายไปอย่างรวดเร็ว
“ปังๆๆ!”
แขนยักษ์สองข้างของโครงกระดูกปีศาจเลือดโบกสะบัด ดึงให้ผู้ แข็งแกร่งเขตวิญญาณหลายคนเข้ามาอยู่ในกระแสปั่นปุวนหุนตุ้น ก่อนจะ ใช้กำลังมหาศาลสังหารพวกเขา หรือไม่ก็ใช้นิ้วมือแทงทะลุร่างพวกเขา
แม้แต่หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์ก็ยังเข้ามาอยู่ในนั้นด้วย แล้วก็ถูกนิ้ว มือของโครงกระดูกปีศาจเลือดแทงทะลุหัวใจ ตายอนาถคาที่
พอมาอยู่ในกระแสปั่นปุวนหุนตุ้น จู่ๆ พวกเขตวิญญาณเหล่านี้ก็ อ่อนแอจนมิอาจต้านทานการโจมตีใดๆ ได้
มีเพียงฉู่เสวียนจีแห่งตระกูลฉู่เท่านั้นที่เนื่องจากบังคับธงแต่ละผืนอยู่ ภายนอกจึงไม่ได้ถูกดึงเขามาภายใน และรอดพ้นภัยไปได้อย่างหวุดหวิด
——