ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 733 ทางใครทางมัน
วิหคเพลิงจอดลงข้างเรือดารา
หญิงสาวสองคนลงมาจากวิหคเพลิง แล้วพลิ้วกายเข้าไปในเรือดารา
“อาวุธวิเศษประเภทบินชิ้นนี้ใช้พลังดวงดาวเป็นพลังต้นกำเนิด!” อิน ย่าหนันมองเรือดาราที่อยู่เบื้องล่างซึ่งปูเต็มไว้ด้วยหินดวงดาว นางก็หน้า เปลี่ยนสีน้อยๆ “ใช้พลังดวงดาวเป็นพลังงาน หรือว่าไอ้หมอนี่…มีความ เกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว?”
“เขาฝึกเวทลับดวงดาวหรือนี่!” เฉียวอวิ๋นตะโกนก้อง
นางอยู่กับเนี่ยเทียนมาค่อนข้างนาน มีหลายครั้งที่พอจะสัมผัสได้ว่า บนร่างของเนี่ยเทียนมีพลังดวงดาวอยู่จริง
ตอนที่เนี่ยเทียนใช้กระแสปั่นปุวนหุนตุ้นก็ได้รวบรวมพลังดวงดาว ขึ้นมาจึงทำให้เกิดเป็นสะเก็ดดาวพร่างพราว
เพียงแต่ว่าจุดลึกในทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ มีเพียงสำนักพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวแห่งเดียวเท่านั้นที่ฝึกฝนวิชาดวงดาว
แต่ก็ยังมีสำนักเล็กๆ บางส่วนที่คลำหาทางฝึกวิชาโดยอาศัยพลัง ดวงดาว
ทว่าความรู้ที่สำนักเล็กๆ พวกนั้นมีต่อพลังดวงดาวกลับอยู่คนละชั้น กับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว อีกทั้งเมื่อเทียบกับพระราชวังโบราณ
สะเก็ดดาวแล้ว พลังในการสร้างผลกระทบของพวกเขาก็เรียกได้ว่าไม่มี ค่าพอให้พูดถึง
แล้วก็ด้วยเหตุนี้ ตอนที่นางสัมผัสได้ถึงพลังดวงดาวจากบนร่างของ เนี่ยเทียนจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่เรือดารา…
อาวุธวิเศษประเภทบินลำนี้สูงชั้นเสียยิ่งกว่าวิหคเพลิง อีกทั้งเนี่ยเทียน ยังครอบครองอาวุธระดับเชื่อมโยงวิญญาณอย่างเกราะมังกรเพลิง นอกจากนี้ยังมีโครงกระดูกปีศาจเลือดที่เป็นหุ่นเชิดแข็งแกร่งพกไว้ติดตัว
ความแปลกประหลาดทั้งหลายเหล่านี้ทำให้นางรู้สึกว่าเนี่ยเทียนคงมี ชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดา และพอย้อนนึกถึงคำสั่งจากผู้อาวุโสใหญ่เยว่เห ยียนสี่ นางก็อดเอาเนี่ยเทียนไปเชื่อมโยงกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว อย่างห้ามไม่ได้
“หรือว่าเขาจะมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจริงๆ?” อิน ย่าหนันตะลึงลาน
“มีความเป็นไปได้นี้อยู่จริง” เฉียวอวิ๋นซีกล่าว
“แล้วทำไมเขาถึงไม่บอกกันตั้งแต่แรก!” อินย่าหนันขบฟัน พูดอย่าง เดือดดาล “ตอนที่อยู่ตรงทะเลสาบ หากเขาบอกตัวตนที่แท้จริงออกมา หงเหล่าจากสำนักข้า และยังมีพวกเว่ยอวี้ ฉู่เสวียนจีก็คงไม่กล้าทำตัว เหลวไหล!”
ชื่อเสียงที่น่าครั่นคร้ามของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวสยบขวัญเผ่า มนุษย์ไปทุกดินแดน เมื่อเทียบกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว สำนักของผู้ฝึกลมปราณในดินแดนปราการดวงดาวนับว่าอ่อนด้อยกว่า หลายเท่าตัวนัก
หากเนี่ยเทียนบอกตัวตนของตัวเองให้รู้แต่แรก หงเสียนย่อมไม่กล้า เปิดศึกให้เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน!
อินย่าหนันพลันเกิดความรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรง
“หากเขามาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจริงๆ ต่อให้สังหารพวก หงเสียนไป สำนักคุมสัตว์…จะทำอะไรได้อีก? แล้วนับประสาอะไรกับที่ เขาลงมือเพราะมีเหตุผล เพราะพวกหงเหล่าไปแย่งชิงผลึกจิตวิญญาณมา จากเขาก่อน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกคนของสำนักคุมสัตว์ที่ตายไป ก็ไม่มีสิทธิ์ทวงความเป็นธรรมได้เลย”
ความคิดเป็นทอดๆ แล่นผ่านสมองของอินย่าหนันไป ทำให้นางรู้สึก หดหู่อย่างมาก
“ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องตัวตนของเขา ตอนนี้เขาถูกวิญญาณอสูรเล่น งานอีกแล้ว จะทำยังไงกันดี?” เฉียวอวิ๋นซีขมวดคิ้วแน่น “หากเขาถูก วิญญาณอสูรช่วงชิงร่างได้สำเร็จ เจ้าและข้าก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย”
อินย่าหนันหน้าแดงก่ำ กล่าวอย่างเคียดแค้น “ผลลัพธ์ที่ช่วยเขาเป็น เช่นไร เจ้าน่าจะรู้ดี!”
เฉียวอวิ๋นซีพลันหน้าขึ้นสี “ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ว่าพวกเราระวังตัวกัน สักหน่อย รีบดึงเอากระแสจิตวิญญาณออกมาจากสมองของเขาก่อนก็ น่าจะหลีกเลี่ยงเรื่องอย่างคราวก่อนได้”
อินย่าหนันลังเลอยู่นานมาก พอมองเห็นเนี่ยเทียนที่มีสีหน้าบูดเบี้ยว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการรับมือกับการโจมตีของวิญญาณอสูรสร้างความลำบาก ให้เขาอย่างล้นเหลือ นางก็กัดฟันกล่าวว่า “งั้นก็ได้ เราช่วยเขาเป็นครั้ง สุดท้าย!”
หญิงสาวสองคนรวบรวมกระแสจิตวิญญาณให้เขาไปในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเนี่ยเทียน เพื่อช่วยเขาต้านทานวิญญาณอสูรอีกครั้ง
พอกระแสจิตวิญญาณของหญิงสาวทั้งสองบินเข้าไปก็เห็นทันทีว่า มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนกำลังถูกความคิดชั่วร้ายของวิญญาณ อสูรโจมตีอย่างบ้าคลั่ง และมันยังคงเปลี่ยนแปลงเวทลับทางจิตวิญญาณ ที่หลากหลายมาเล่นงานเขา
นอกมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนมีแสงประหลาดเปล่ง ประกายคล้ายถูกห่อหุ้มไว้ด้วยวงแสงหลายชั้น
เมื่อจิตสำนึกของหญิงสาวสองคนที่สงสัยในตัวเนี่ยเทียนขยับเข้าไป ใกล้มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ลงมือโจมตีวิญญาณอสูรทันที แต่พวก นางก็ยังแบ่งความคิดกลุ่มหนึ่งให้จับตามองมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เนี่ยเทียนอย่างเงียบเชียบ
พวกนางพอจะมองเห็นได้รำไรว่าจุดลึกมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ย เทียนถูกห่อหุ้มไว้ด้วยแสงขมุกขมัว ซึ่งมีกลุ่มแสงเจิดจ้าเก้ากลุ่มที่ ปลดปล่อยแสงดาวเป็นประกาย
ดูเหมือนว่าที่มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนสามารถต้านทาน การโจมตีติดต่อกันจากวิญญาณอสูรได้ก็เพราะอาศัยกลุ่มแสงเจิดจ้าเก้า กลุ่มนั้น
จากในกลุ่มแสงเจิดจ้าเก้ากลุ่ม พวกนางสัมผัสได้ถึงปราณแห่ง ดวงดาวที่คงอยู่นิรันดร์กาลไม่ดับสลาย นั่นจึงทำให้พวกนางเชื่อมั่นในการ ตัดสินใจของตัวเองยิ่งกว่าเดิม—เนี่ยเทียนต้องเกี่ยวข้องกับพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวแน่นอน!
อันที่จริงพวกนางไม่รู้ว่าชั่วขณะที่บุตรแห่งดวงดาวได้รับการยอมรับ จากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็จะได้รับจิตวิญญาณแห่งดวงดาวมา เก้าดวง
และก็มีเพียงเรื่องเล่าในตำนานเท่านั้นที่บอกว่าคนของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเคยมาเยือนดินแดนปราการดวงดาวของพวกนางมา ก่อน ดังนั้นความรู้ที่พวกนางมีต่อพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจึงมีไม่ มาก ไม่รู้ว่ากลุ่มแสงเจิดจ้าเก้ากลุ่มนั้นเป็นตัวแทนของอะไร
“คนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว! เป็นคนของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวจริงๆ ด้วย!”
จิตใจของหญิงสาวทั้งสองพลันสั่นสะท้าน ขณะเดียวกันก็พยายาม ช่วยเนี่ยเทียนต่อสู้กับวิญญาณอสูรให้ได้มากที่สุด
ตราประทับทางจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งกลายมาเป็นงู เหลือมน้ำแข็งยักษ์และงูเหลือมลายเลือดตัวเล็กๆ ราวเส้นใยจำนวนมาก ที่กลายมาเป็นกำลังสำคัญในการต้านทานกับวิญญาณอสูร ทำให้วิญญาณ อสูรจำต้องแบ่งสมาธิเกินครึ่งมารับมือกับมัน
เพราะการเข้าร่วมของพวกนาง ศึกแห่งจิตวิญญาณครั้งนี้จึงยุติลง อย่างรวดเร็ว
วิญญาณอสูรถอยออกไปจากมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน และกลับเข้าไปอยู่ในผลึกใสทรงปริซึมอีกครั้ง
สัมผัสได้ว่าวิญญาณอสูรถอยออกไป อินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีก็ไม่ กล้าอยู่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียว จิตสำนึกของพวกนางจึงพุ่งกลับมารวดเร็ว ราวสายฟูาแลบ
พวกนางเองก็กังวลเหมือนกันว่าวิญญาณอสูรจะออกฤทธิ์โดยการใช้ ความปรารถนากลบทับร่างพวกนาง ทำให้พวกนางตกอยู่ในความลุ่มหลง อีกครั้ง
“อู้ๆๆ!”
และเวลานี้ ซากวิญญาณหกดวงก็ตามมาลดตัวอยู่เหนือหินอุกกาบาต ใกล้เคียง
เนี่ยเทียนพลันลืมตาขึ้นมองอินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีปราดหนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงหนัก “พวกเจ้ามาทำไม?”
“พวกเราไม่มา เมื่อครู่นี้เจ้าก็คงถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่างไปแล้ว” เฉียวอวิ๋นซีแค่นเสียงกล่าว
“เจ้ามาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวงั้นรึ?” อินย่าหนันตวาด
“ข้าจะมาจากที่ไหนก็เรื่องของข้า!” เนี่ยเทียนมีท่าทีไม่เป็นมิตร
“เจ้าเป็นคนยังไงกัน?” ไม่รอให้อินย่าหนันออกฤทธิ์ เฉียวอวิ๋นซีก็ทน ไม่ไหวเสียเอง “หากไม่เพราะได้พวกเราช่วยเหลือ เกรงว่าเจ้าคงถูก วิญญาณอสูรช่วงชิงร่างไปแล้ว! เจ้าไม่ขอบคุณพวกเราก็ยังพอว่า แต่นี่ กลับพูดจาไม่ดีใส่ เจ้าไม่รู้จักความหวังดีของคนอื่นบ้างหรือ?”
“ไม่มีพวกเจ้าข้าก็สามารถจัดการกับวิญญาณอสูรได้อยู่ดี!” เนี่ยเทียน น้ำเสียงแข็งกระด้าง
ตอนที่เขาตัดสินใจแยกทางกับหญิงสาวทั้งสอง อันที่จริงเขามี แผนการอย่างหนึ่ง นั่นคือเตรียมจะให้แกนเลือดของเกราะมังกรเพลิงเปิด ช่องทางให้เขาเข้าไปยังพื้นที่ประหลาดซึ่งมีโครงกระดูกมังกรเพลิงแปดตัว
ที่นั่นเขาเคยใช้โครงกระดูกมังกรเพลิงแปดตัวชุบหลอมไข่มุกวิญญาณ มืดมาก่อน!
วิญญาณอสูรก็เป็นวิญญาณเช่นกัน เขาคิดว่าหากไปที่นั่น เขายัง สามารถอาศัยค่ายกลโครงกระดูกมังกรเพลิงแปดตัวมาจัดการปัญหาเรื่อง วิญญาณอสูรได้
นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เขาตัดสินใจแยกทางกับหญิงสาวสองคนอย่าง เด็ดเดี่ยว
ผู้ครอบครองเกราะมังกรเพลิงคนเก่าคือนายน้อยของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งมีเฉียวอวิ๋นซีอยู่ด้วย เขาจึงยิ่งไม่อยากเปิดเผยความลับของ เกราะมังกรเพลิง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์อยากได้เกราะ มังกรเพลิงไปครองในภายหลัง
เมื่อครู่นี้ที่เขาต้านทานการโจมตีของวิญญาณอสูรอย่างยากลำบาก อันที่จริงก็กำลังรอให้ซากวิญญาณหกดวงมาถึงอยู่เงียบๆ ด้วย
เขาเตรียมจะจัดการปัญหาจากซากวิญญาณหกดวงนั้นไปพร้อมกัน ทีเดียว
หากเฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันไม่มาที่นี่ เวลานี้เขาก็น่าจะให้เกราะ มังกรเพลิงเปิดช่องลับล่อซากวิญญาณหกดวงเข้าไปยังพื้นที่ลึกลับแล้วลง มือชุบหลอมพวกมันไปแล้ว
“ดี! ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ปากแข็งต่อไปเถอะ!” อินย่าหนันโกรธจนตัวสั่น “ต่อไปหากเจ้าถูกวิญญาณอสูรรุกรานมหาสมุทรจิตวิญญาณอีกก็อย่ามา ขอให้พวกเราช่วยก็แล้วกัน!”
“เนี่ยเทียน! เจ้ารีบขอโทษพวกเราเลยนะ!” เฉียวอวิ๋นซีตวาด
“ขอโทษ?” เนี่ยเทียนแค่นเสียง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่เกรงใจ “ทั้ง สองท่าน ข้าขอย้ำอีกหนึ่งรอบ ไม่ต้องตามข้ามาแล้ว ข้าไม่อยากเจอพวก เจ้าอีก พวกเจ้าอย่าได้ตามตื้อไม่เลิกรา!”
“ข้าจะไปแล้ว พวกเจ้าอย่าได้ตามข้ามาอีก!”
กล่าวจบเขาก็โบกมือไล่ให้หญิงสาวทั้งสองลงไปจากเรือดาราด้วยสี หน้ารังเกียจเดียดฉันท์
“เจ้ามาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้วนึกว่าร้ายกาจนักหรือ ไง?” ไฟโทสะของเฉียวอวิ๋นซีพุ่งสูง
“ไม่เคยเจอใครที่ไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อนเลย!” ดวงตาอินย่าหนัน เย็นชา นางเองก็โมโหมากเหมือนกัน รู้สึกว่าเนี่ยเทียนไร้เหตุผลสิ้นดี
“ก็ดี! นับแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก! เจ้าไป ตามทางของเจ้า ข้าไปตามทางของข้า!” เฉียวอวิ๋นซีบินพรวดเข้าหาวิหค เพลิง “พี่ย่าหนัน พวกเราไปกัน!”
อินย่าหนันพางูเหลือมเลือดน้ำแข็งบินเข้าไปในวิหคเพลิง ส่วนลึกใน ใจก็เต็มไปด้วยความรังเกียจเนี่ยเทียนไม่ต่างกัน
“ข้าจะปกปูองพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นพวกเราก็ทางใคร ทางมัน” เนี่ยเทียนหรี่ตา เก็บเรือดาราไปก่อน แล้วก้าวเข้าไปในวิหค เพลิง เอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมากำไว้ในมือแล้วหลับตาไม่เอ่ยคำใด
ขอแค่มีเขาและไข่มุกวิญญาณมืดอยู่ ซากวิญญาณทั้งหกถึงไม่กล้าทำ ตัวเหลวไหล
เฉียวอวิ๋นซีเองก็เข้าใจในจุดนี้จึงไม่ได้ขับไล่เขา หลังจากที่ปูอนผลึก เปลวเพลิงให้กับวิหคเพลิงแล้ว นางก็ขับเคลื่อนให้มันบินไปอีกครั้ง
ครึ่งชั่วยามต่อมา ซากวิญญาณหกตนก็ถูกวิหคเพลิงสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง อีกครั้ง
“ลาก่อน!”
เนี่ยเทียนหยิบเอาเรือดาราออกมาแล้วบินทะยานไปด้วยความเร็วที่ มากกว่าวิหคเพลิง
“สารเลว!”
พอเห็นว่าเรือดาราค่อยๆ จากไปไกล เฉียวอวิ๋นซีก็กัดฟันสบถด่าเบาๆ
อินย่าหนันสีหน้าเย็นชาราวน้ำแข็ง “นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนสารเลว ไร้ยางอายอย่างนี้”
——