ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 734 ปราณของมหาราชา!
ตรงหินอุกกาบาตที่เนี่ยเทียนและคนของสามสำนักจากไป
เรือรบทางช้างเผือกลำหนึ่งของเผ่าอสูรกายทะยานผ่านอาณาจักร ดวงดาวมากมายจนกระทั่งมาจอดลงที่แห่งนี้
หากเนี่ยเทียนยังอยู่ที่นี่ก็จะต้องค้นพบว่าเรือรบทางช้างเผือกมีความ คล้ายคลึงกับเรือรบทางช้างเผือกที่ปรากฏอยู่ในดินแดนดาวตกถึงเก้าส่วน
เรือรบทางช้างเผือกลำนั้นลอยหยุดอยู่เหนือทะเลสาบหินอุกกาบาต ดวงตาสีเขียวแต่ละคู่จ้องเขม็งไปที่ทะเลสาบ
เผ่าอสูรกายหลายตนยืนอยู่บนหัวเรือ ก้มหน้าลงมอง
อสูรกายวัยกลางคนตนหนึ่งที่มีใบหน้างดงามไม่ธรรมดา สวมใส่ อาภรณ์หรูหรา ผลึกใสทรงปริซึมตรงหว่างคิ้วของเขาปลดปล่อยประกาย แสงออกมาแล้วรวมตัวกันเป็นวงแสงขนาดใหญ่ยักษ์
ด้านในวงแสงมีคลื่นจิตวิญญาณที่ลึกลับแผ่ออกมา คือพลังงานลึกลับ ที่ล่อลวงใจคน ทำให้คนมากมายยอมศิโรราบ
วงแสงนั้นค่อยๆ ลดลงต่ำ ก่อนจะปกคลุมหินอุกกาบาตเบื้องล่างไว้ จนมิด พลังจิตวิญญาณหลายเสี้ยวแทรกซึมเข้าไปยังใจกลางของหิน อุกกาบาต แผ่ไปยังจุดลึกของทะเลสาบแล้วรับสัมผัสอย่างเละเอียด
ข้างกายของหญิงวัยกลางคน นอกจากผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับสูง ของเผ่าอสูรกายจำนวนมากแล้ว ยังมีคนผู้หนึ่งที่เนี่ยเทียนคุ้นเคยเป็น อย่างดี—อาหมู่ซือ
พักใหญ่ หญิงวัยกลางคนหน้าตางดงามก็ดึงเอากระแสจิตวิญญาณ กลับมา นางขมวดคิ้วมุ่น “ผลึกจิตวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นมาใต้ทะเลสาบ กลืนวิญญาณนั้น ไม่เหลือแม้แต่ก้อนเดียว”
อาหมู่ซือตะลึงลาน “ใต้เท้าโหยวน่า นี่หมายความว่าอะไร?”
ผู้แข็งแกร่งเผ่าอสูรกายคนที่เหลือต่างก็รู้สึกงุนงง เห็นได้ชัดว่าไม่ เข้าใจสถานการณ์
หญิงวัยกลางคนหน้าตางดงามที่ชื่อว่าโหยวน่ากล่าวว่า “หากไม่ เพราะทะเลสาบกลืนวิญญาณไม่ได้สร้างผลึกจิตวิญญาณขึ้นมา ถ้าเช่นนั้น ก็แสดงว่าก่อนหน้าที่เราจะมาได้มีคนชิงเอาผลึกจิตวิญญาณไปก่อนแล้ว”
“จะไม่มีผลึกจิตวิญญาณได้อย่างไร?” อาหมู่ซือตวาดกร้าว
“อืม ทะเลสาบกลืนวิญญาณน่าจะสร้างผลึกจิตวิญญาณขึ้นมาได้บ้าง แล้ว แต่น่าเสียดายที่พวกเรามาช้าไปก้าวหนึ่ง” โหยวน่าพยักหน้า “หิน อุกกาบาตก้อนนี้มีร่องรอยการต่อสู้ อีกทั้งเวลาในการต่อสู้ก็ไม่นานนัก นี่ หมายความว่าก่อนหน้าที่พวกเราจะมาได้มีคนหาที่แห่งนี้เจอและเก็บเอา ผลึกจิตวิญญาณของทะเลสาบกลืนวิญญาณไปก่อนแล้ว”
“จะเป็นใครกัน?” อาหมู่ซือสีหน้ามืดคล้ำ “ผลึกจิตวิญญาณของ ทะเลสาบกลืนวิญญาณเป็นของพวกเรา หากเผ่าอื่นๆ เข้ามาที่นี่และเจอ กับทะเลสาบกลืนวิญญาณก็ต้องแจ้งให้พวกเราทราบตามข้อตกลง”
“ใครบอกว่าเป็นพันธมิตรของเราล่ะ?” โหยวน่าแค่นเสียงเย็น
อาหมู่ซือตะลึง “หรือว่าเป็นเผ่ามนุษย์? ทะเลสาบกลืนวิญญาณของ พวกเรามีความพิเศษ เรือนกายที่อ่อนแอของเผ่ามนุษย์คงยากจะไปได้ถึง ก้นทะเลสาบกระมัง?”
“ไม่มีเรื่องใดที่ตายตัวหรอกนะ!” โหยวน่าเอ่ยเสียดสีหนึ่งประโยค ก่อนจะบินลงมาจากเรือรบทางช้างเผือก ร่างของนางกระแทกลงบน ทะเลสาบอย่างแรง แล้วก็จมดิ่งลงไปก้นทะเลสาบทันที
ทะเลสาบลึกลับมีพลังการลอยตัวที่น่ากลัว พวกหงเสียน ฉู่เสวียนจีไม่ มีใครที่จมลงไปถึงข้างล่างได้
แม้แต่เนี่ยเทียนที่เรือนกายผ่านการชุบหลอมจากเวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่มาหลายครั้งก็ยังจำเป็นต้องอาศัยเกราะมังกรเพลิงถึงจะลงไปยังก้น ทะเลสาบได้
ทว่านางใช้เวลาแค่พริบตาเดียวก็จมลงมาถึงก้นทะเลสาบแล้ว
พอนางมาถึงก้นทะเลสาบก็ปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกมาปก คลุมไปทั่วบริเวณเพื่อสำรวจทั่วทุกมุมใต้ทะเลสาบอย่างละเอียด
ก่อนที่สีหน้าของนางจะเริ่มเปลี่ยนมาเป็นแปลกประหลาด
หลายสิบวินาทีหลังจากนั้น นางก็บินพรวดขึ้นมา พอขยับร่างหนึ่งครั้ง ทะเลสาบที่คล้ายกับมรกตก้อนหนึ่งซึ่งฝั่งเลื่อมลงไปในหินอุกกาบาตก็ ระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวราวกับถูกพลังของนางชักนำ แล้วกระชากให้หลุด ออกมาจากหินอุกกาบาตพร้อมก้อนหินส่วนหนึ่ง แล้วทะเลสาบนั้นก็ถูก ย้ายไปไว้บนเรือรบทางช้างเผือก
ทะเลสาบลอยมาอยู่บนเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย ความ มหัศจรรย์ทั้งหมดของหินอุกกาบาตก้อนนั้นต่างก็ถูกย้ายมาพร้อมกันด้วย
“ใต้ทะเลสาบมีปราณอ่อนจางมหาราชาท่านหนึ่งของพวกเราอยู่!”
หลังจากที่โหยวน่าย้ายทะเลสาบกลืนวิญญาณออกมาจากหิน อุกกาบาต และเอามาไว้บนเรือรบทางช้างเผือกเรียบร้อยก็พลันเอ่ยเสียง ดัง
“จะเป็นไปได้อย่างไร?!”
ผู้แข็งแกร่งเผ่าอสูรกายทุกคนที่พอได้ยินคำพูดนี้ก็ตกตะลึงถึงขีดสุด
ผู้ที่ถูกเรียกขานว่ามหาราชาก็คือผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับเก้า เผ่า อสูรกายที่พวกเขาจากมายังไม่เคยมีผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับเก้าอย่าง มหาราชานี่มาก่อน
โหยวน่า อาหมู่ซือและคนเหล่านี้ล้วนมาจากตระกูลเก๋อเหลยเหวยซือ ของเผ่าอสูรกาย
ตระกูลเก๋อเหลยเหวยซือคือตระกูลที่อยู่ระดับปานกลางของเผ่าอสูร กายทั้งหมด ตอนนี้ยังไม่มีมหาราชาสายเลือดระดับเก้าปรากฏตัวมาก่อน
แล้วก็ด้วยเหตุนี้ เมื่อปาซือทัวสายเลือดระดับเจ็ดสิ้นชีพอยู่ที่ดินแดน ดาวตก พออาหมู่ซือที่อยู่เทือกเขาเลี่ยคงได้รับข่าวถึงได้รีบร้อนถอยทัพ จากไป
หลังจากที่อาหมู่ซือกลับมารายงานให้ตระกูลทราบ ตระกูลเก๋อเหลย เหวยซือที่ไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดของดินแดนดาวตกจึงไม่กล้าทำอะไร บุ่มบ่าม
มหาราชาสายเลือดระดับเก้าคือบุคคลที่โดดเด่นที่สุดของตลอดทั้งเผ่า อสูรกาย มีหรือจะมาโผล่ในที่แบบนี้ได้?”
“พลังจิตวิญญาณที่มหาราชาท่านนั้นปลดปล่อยออกมาอ่อนแอจน แทบไร้เรี่ยวแรง” โหยวน่าหรี่ตา “จิตวิญญาณของเขาเหมือนได้รับ บาดเจ็บสาหัสจนแม้แต่พลังส่วนหนึ่งตอนอยู่ในช่วงพรั่งพร้อมสูงสุดก็ยัง สำแดงออกมาไม่ได้ เขามาถึงทะเลสาบกลืนวิญญาณก็น่าจะหมายอาศัย ผลึกจิตวิญญาณมาฟื้นคืนพลัง เพียงแต่ว่า…”
“เพียงแต่ว่าอะไร?” อาหมู่ซือถามอย่างร้อนใจ
“ดูเหมือนว่าเขาจะทำไม่สำเร็จ” โหยวน่าขมวดคิ้ว “หากเขาทำ สำเร็จ ทะเลสาบกลืนวิญญาณนี่ก็ไม่น่าจะอยู่ที่เดิม เกรงว่าคงถูกเขาเก็บ เอาไว้แล้ว ตอนที่เขาดูดซับพลังของผลึกจิตวิญญาณน่าจะถูกโจมตี หาไม่ แล้วปราณของเขาที่ทิ้งเอาไว้คงไม่อ่อนแอถึงขั้นนี้”
“ใต้เท้าโหยวน่า ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?” อาหมู่ซือถามอีก ครั้ง
“ตามหาเขาให้เจอ!” โหยวน่าพลันหันไปมองทิศไกล “เขาทิ้งปราณที่ อ่อนจางเอาไว้ตลอดทาง เราสามารถรับสัมผัสผ่านทะเลสาบกลืน วิญญาณได้ นี่คือมหาราชาสายเลือดระดับเก้าเชียวนะ ต้องตามหาเขาให้
เจอ ช่วยให้เขาฟื้นคืนพลังสูงสุด ตระกูลเก๋อเหลยเหวยซือของพวกเราจะ ได้รับการดูแลจากเขา!”
……
มุมหนึ่งของฟูาดินที่ถูกปิดผนึก
เรือดาราปลดปล่อยแสงดาวเจิดจ้าคล้ายกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งที่ แทงไปยังจุดศูนย์กลางของหินอุกกาบาตก้อนหนึ่ง
“ครืดๆๆ!”
เรือดาราที่แหลมคมแทงหินอุกกาบาตให้ทะลุเป็นช่องทางลึกลงไป เบื้องล่างหลายสิบเมตรแล้วถึงหยุดชะงักลง
เนี่ยเทียนเก็บเรือดารากลับคืน แล้วมองปากหลุมด้วยสายตาเย็นชา
แกนเลือดของเกราะมังกรเพลิงถูกเขาถือไว้ในมือ ตอนนี้เขากำลัง สื่อสารกับวิญญาณวัตถุของมัน
“พวกมันตามมาแล้ว”
ครู่หนึ่งเนี่ยเทียนก็มีสีหน้าเย็นเยียบ เขามองซากวิญญาณหกดวงที่ ตามมาเพราะมีความเชื่อมโยงกับวิญญาณอสูร ครั้นจึงตวาดดัง “เริ่ม เลย!”
เปลวเพลิงร้อนแรงไหลบ่าออกมาจากแกนเลือด ในก้อนหินที่เขาซ่อน ตัวอยู่ในเสียงเปลวเพลิงลั่นดังเปรี๊ยะปร๊ะ
พลังงานห้วงมิติแปลกประหลาดสร้างช่องทางห้วงมิติเล็กละเอียด หลายเส้นขึ้นมาใต้หินอุกกาบาต
รอยแยกห้วงมิติมากมายตัดสลับกัน ก่อนจะกลายมาเป็นช่องทางห้วง มิติที่มีเปลวเพลิงลุกโชนอย่างรวดเร็ว เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้มหยัน มองไป ยังซากวิญญาณหกตนแล้วกระโดดพรวดเข้าไปในช่องทางนั้น
ซากวิญญาณหกตนร้องคำราม อาศัยความเชื่อมโยงที่มีกับวิญญาณ อสูรทยอยกันไล่ตามเข้าไป
ช่องทางห้วงมิติลึกลับนั้นค่อยๆ หดเล็กลงจนกลายมาเป็นแสงไฟที่มี ขนาดประมาณเมล็ดข้าว ก่อนจะหายวับไป
นาทีถัดมา เนี่ยเทียนก็จากพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกนับหมื่นปีมาถึงฟูาดิน ประหลาดที่มีเทพยักษ์ค้ำฟูาซ่อนตัวอยู่ และมายืนอยู่บนแท่นบูชาโบราณ ที่มีโครงกระดูกมังกรเพลิงแปดตัวหันหน้าเข้ามา
เสื้อเกราะของเกราะมังกรเพลิงถูกเขาสวมไว้บนร่าง ทว่าแกนเลือด กลับถูกเขากำไว้ในมือ
“ฟิ้วๆๆ!”
ซากวิญญาณหกตนตามเข้ามาจริงดังคาด พวกมันร้องคำรามอยู่ในฟูา ดินประหลาดแห่งนี้ แต่กลับไม่กล้าเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
“จงชุบหลอมพวกมันให้ข้าให้หมด!”
เนี่ยเทียนออกคำสั่ง แล้วโยนแกนเลือดออกไป หมายจะคลี่คลาย ปัญหาทั้งหมดให้สิ้นซากอยู่ในที่แห่งนี้
“อู้ๆๆ!”
เปลวเพลิงแปดเส้นบินออกมาจากในแกนเลือดอย่างบ้าคลั่ง แล้วก็ พลันกรอกเทเข้าใส่โครงกระดูกมังกรเพลิงแปดตัวที่ลำตัวยาวนับพันเมตร
พอได้รับเปลวเพลิงจากในแกนเลือด โครงกระดูกมังกรเพลิงขนาด ใหญ่ยักษ์ก็เหมือนถูกจุดประกายไฟแห่งชีวิต ร่างที่เป็นโครงกระดูกของ พวกมันเปลี่ยนมาเป็นแวววาวดั่งเปลวเพลิง และด้านในก็มีเส้นใยเปลวไฟ จำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น
ทันใดนั้นในโครงกระดูกมังกรเพลิงก็ปลดปล่อยพลังงานความร้อนที่ มากกว่าเดิมออกมา ก่อนที่พวกมันจะกลายมาเป็นธารไฟที่ตรงดิ่งเข้าหา แท่นบูชาโบราณอย่างบ้าคลั่ง
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนแท่นบูชารู้สึกเพียงว่าพลังงานความร้อนกลบทับ โลกทั้งใบ ปราณความร้อนแผดเผาน่าหวาดกลัวเหมือนจะทำลายทุก สรรพสิ่งบนโลกให้มอดดับ
“ฟูุวๆ!”
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงเทียมฟูากลบทับแท่นบูชาไว้จนมิด ทว่าเขาที่ สวมเกราะมังกรเพลิงกลับไม่ถูกเผาไหม้
ซากวิญญาณหกตนที่ไล่ตามมาถึงที่นี่ถูกเปลวไฟกลบทับและกำลังถูก เผาไหม้พร้อมเสียงลั่น “เปรี๊ยะๆๆ”
ซากวิญญาณกรีดร้องคำรามน่าหวาดกลัว ความชั่วร้าย จิตสำนึกที่ หลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณของพวกมันล้วนถูกไฟเผาจนกลายเป็นเถ้า ถ่าน
พลังจิตวิญญาณเป็นเสี้ยวๆ ที่บริสุทธิ์ถึงที่สุดพลันบังเกิดขึ้นมา ท่ามกลางกองเพลิง
“อู้!”
ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองซึ่งซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของเนี่ยเทียน บินพรวดออกมา แล้วมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหว่างคิ้วของเขา
หลังจากที่ซากวิญญาณถูกชุบหลอมจนเหลือแต่ซาก พลังจิตวิญญาณ บริสุทธิ์ก็ถูกตราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นดูดซับไป แล้วมันก็บินเข้าไปใน มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนโดยวิธีการที่เขามิอาจเข้าใจได้
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงที่เผาผลาญพลังงานไปมหาศาล เนื่องจากรับมือกับการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าจากวิญญาณอสูร มาตอนนี้ กำลังกลืนกินพลังจิตวิญญาณเหล่านั้นราวกับฟองน้ำที่ซับน้ำ
ในระยะเวลาสั้นๆ จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงก็ฟื้นคืนพลังจิต วิญญาณมาอย่างเปี่ยมล้น
ไม่นานซากวิญญาณหกตนที่ถูกเนี่ยเทียนล่อมาก็หายไปอย่างไร้ ร่องรอย ไม่เหลือเศษซากใดๆ ทิ้งเอาไว้
“เปลี่ยนเปูาหมายใหม่!”
เขายืนอยู่บนแท่นบูชาโบราณ แค่นเสียงเย็นออกคำสั่งใหม่ให้กับ วิญญาณวัตถุ
“ฟูุวๆ!”
ในทะเลเพลิงโชติช่วง พลังงานความร้อนเป็นเส้นๆ มารวมตัวกัน กลายเป็นเหมือนเส้นผลึกเปลวเพลิง
ก่อนที่เส้นผลึกเปลวเพลิงเหล่านั้นจะถูกวิญญาณวัตถุควบคุมให้พุ่ง แทงเข้าไปยังผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วเขา
เงาวิญญาณของวิญญาณอสูรที่ล่องลอยอยู่ในผลึกใสทรงปริซึมสีเขียว สัมผัสได้ถึงลางร้าย มันจึงดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งหมายจะหนีออกมา
ทว่าเวลานี้เองในผลึกใสทรงปริซึมที่ถูกเรียกว่าหัวใจแห่งจิตวิญญาณ ได้มีเส้นเปลวเพลิงแดงฉานหลายเส้นปรากฏขึ้นมาแล้ว
เส้นเปลวเพลิงเหล่านั้นทิ่มแทงเข้าไปยังวิญญาณอสูร เปลวเพลิง ร้อนแรงจากการชุบหลอมดวงวิญญาณของแท่นบูชาโบราณได้พกพาเอา ปราณแห่งการดับทำลายหมื่นสรรพสิ่งให้แทรกซึมเข้าไปหาวิญญาณอสูร
เงาวิญญาณอสูรถูกเปลวไฟชุบหลอมดังลั่น “เปรี๊ยะปร๊ะ” แล้วก็ ค่อยๆ หดเล็กลง
แม้แต่ผลึกใสทรงปริซึมก้อนนั้นที่พอถูกเปลวเพลิงบินเข้าไปก็ค่อยๆ หดหายคล้ายผลึกจิตวิญญาณที่ถูกดูดดึงพลังจิตวิญญาณ
“เปรี๊ยะ!”
เมื่อเปลวเพลิงแทรกซอนเข้ามา ผลึกใสทรงปริซึมที่แนบติดไปกับเนื้อ หนังของเนี่ยเทียนก็เหมือนถูกมีดที่มองไม่เห็นตัดขาด
“เคร้ง!”
ผลึกใสทรงปริซึมที่เดิมทีติดแน่นกับหว่างคิ้วของเขา ไม่ว่าจะทำ อย่างไรก็ไม่ยอมหลุดพลันร่วงลงมาบนแท่นบูชา
ความรู้สึกเหมือนได้ปลดภาระหนักอึ้งออกจากอกพลันลอยขึ้นมา กลางใจของเนี่ยเทียน ทำให้เขาคลายใจลงได้
“มีประโยชน์อย่างที่คิดจริงๆ ด้วย!”
เขามองผลึกใสทรงปริซึมที่ถูกชุบหลอมด้วยสีหน้ายินดี มองเส้นเปลว เพลิงที่ตรงเข้าไปหลอมละลายวิญญาณอสูรด้วยความวางใจ
ความคิดที่หลงเหลืออยู่ ความทรงจำที่ฟื้นคืนกลับมา ความเข้าใจที่มี ต่อเวทลับจิตวิญญาณของวิญญาณอสูรล้วนสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
ไม่นานเท่าไหร่เขาก็รู้สึกว่าความทรงจำทั้งหมดของวิญญาณอสูรดวง นั้นหายไปจากสมองของเขา
ผลึกใสทรงปริซึมก็ค่อยๆ จางหายไป วิญญาณอสูรที่ซ่อนอยู่ข้างใน เผยตัวออกมาให้เขาเห็นเป็นเปลวเพลิงแห่งจิตวิญญาณที่มีขนาดเท่าเล็บ มือ
เปลวเพลิงแห่งจิตวิญญาณนี้ส่องประกายวูบวาบอยู่ท่ามกลาง พลังงานความร้อนที่ชุบหลอมมัน เหมือนจะมอดดับได้ทุกเมื่อ
“นายท่าน! อย่างไรซะความทรงจำทั้งหมดของมันก็ถูกชำระล้างไป เกลี้ยงแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ต้นกำเนิดจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ มันที่เป็นเช่นนี้ ก็เหมือนจิตวิญญาณที่เพิ่งเกิดใหม่ สามารถเอามาทำเป็นวิญญาณวัตถุ ได้”
ยามนี้ในแกนเลือดพลันมีเสียงของวิญญาณวัตถุดังลอยมา
“สูญเสียความทรงจำทั้งหมด ไม่มีความรู้ต่อเวทลับของเผ่าอสูรกาย ก็ เท่ากับเป็นต้นกำเนิดจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุด?” เนี่ยเทียนลังเลไปครู่ก็ ถามอีกครั้ง “ตอนนี้เอามันมาเป็นวิญญาณวัตถุได้?”
“ใช่แล้ว ไข่มุกที่ท่านครอบครองน่าจะเป็นวัตถุชิ้นหนึ่งของเผ่าอสูร กาย ท่านก็สามารถเอามันเป็นวิญญาณวัตถุที่เฝูาพิทักษ์อาวุธชิ้นนั้นได้!” วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงตอบรับ
ดวงตาเนี่ยเทียนพลันเป็นประกาย “ควรจะทำอย่างไร?”
——