ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 735 หลอมวิญญาณ
วิญญาณวัตถุตอบรับ “ข้าไม่ใช่อาจารย์หลอมวิญญาณเผ่ามนุษย์ของ พวกท่านเสียหน่อย ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
ธารเปลวเพลิงแปดเส้นที่ไหลมารวมกันตรงแท่นบูชาโบราณค่อยๆ สลายหายไป แกนเลือดที่ลอยนิ่งอยู่นานก็กลับมาฝั่งเลื่อมเข้ากับเกราะ มังกรเพลิงอีกครั้ง
“ข้าสูญเสียพลังเปลวเพลิงไปมาก ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก ท่าน รีบตัดสินใจเถิดว่าจะเอาวิญญาณดวงนั้นเข้าไปไว้ในไข่มุกหรือจะชุบ หลอมมันให้สิ้นซาก”
เปลวเพลิงร้อนแรงหายไปหมดแล้ว ตอนนี้หลงเหลือแค่เพียงไฟแห่ง จิตวิญญาณที่ยังคงเปล่งแสงวูบวาบ
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว มองประเมินไฟแห่งจิตวิญญาณของอสูรกายกลุ่ม นั้น ซึ่งเขาสัมผัสไม่ได้ถึงความอันตรายใดๆ
ในความรู้สึกของเขา ไฟแห่งจิตวิญญาณดวงนั้นก็คือวิญญาณที่ บริสุทธิ์ดวงหนึ่ง แม้จะแข็งแกร่ง แต่กลับไม่เหลือความทรงจำใดๆ
“มองเป็นวิญญาณวัตถุ หลอมไปไว้ในอาวุธ…”
เขากำไข่มุกวิญญาณมืดเอาไว้ในมือ ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ไฟ แห่งจิตวิญญาณ และสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าไข่มุกวิญญาณมืดเหมือนจะ เป็นฝุายขยับเข้าไปใกล้เปลวเพลิงสีเขียวเข้มนั้นด้วยตัวเอง
และขณะที่เขากำลังครุ่นคิดด้วยไม่รู้ว่าควรจะลงมืออย่างไร ตรา ประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองซึ่งบินออกมาจากหน้าอกเขาก็พลันเปล่ง ประกาย
ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองบันทึกเวทลับทางจิตวิญญาณของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอย่างจิตวิญญาณแห่งดวงดาว โซ่ดวงดาว และวิชาอื่นๆ ที่ยังไม่ปรากฏเอาไว้
ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่หนึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับวิธีการใช้พลังแห่ง ดวงดาว ดวงที่สองเกี่ยวกับความลี้ลับทางจิตวิญญาณ ดวงที่สามารถคือ เวทลับของการสร้างดินแดน
บางทีอาจเพราะเหตุนี้ หลังจากที่ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองบิน ออกมามันจึงช่วยเขาดูดซับพลังจิตวิญญาณซึ่งเหลือจากการชุบหลอม ซากวิญญาณหกตนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณแห่ง ดวงดาว
และเวลานี้ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองก็ลอยเข้าไปหาไฟแห่งจิต วิญญาณของเผ่าอสูรกายนั่นอย่างเงียบเชียบ
ยังไม่ทันรอให้เนี่ยเทียนตั้งตัวได้ทัน ไฟแห่งจิตวิญญาณดวงนั้นก็ถูก ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองกลืนกินเข้าไปแล้ว
“เอ่อ…”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าตะลึง เขารีบส่งกระแสจิตวิญญาณที่ปะปนไปด้วย พลังจิตวิญญาณของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวให้เข้าไปยังตราประทับ สะเก็ดดาวดวงที่สองทันที
“ตึง!”
พอเข้าไปอยู่ในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง กระแสจิตวิญญาณ ของเขาก็พลันระเบิดออก
ความคิดเป็นเส้นๆ ซึ่งนาบตราประทับของเขาพลันล้อมวนไปทั่ว อักขระดวงดาวที่ลึกลับมากมาย แล้วก็พลันผสานรวมเข้าไปในไฟแห่งจิต วิญญาณดวงนั้น
เมื่อความคิดและจิตสำนึกของเขาแทรกซึมเข้าไป ไฟแห่งจิตวิญญาณ ดวงนั้นก็เหมือนถูกนาบปราณแห่งจิตวิญญาณที่เป็นของเขาโดยเฉพาะลง ไป
เขาจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของตัวเองจากในไฟแห่งจิตวิญญาณ ดวง วิญญาณที่เกิดใหม่ได้รับตราประทับอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาแล้ว!
ลำพังเพียงแค่ครู่เดียว เนี่ยเทียนก็เกิดความรู้สึกอ่อนแรง เขามองเห็น ว่าพลังจิตวิญญาณของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิต วิญญาณของตัวเองกำลังไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงจึงค่อยๆ หดเล็กลง
ดูเหมือนว่าการชุบหลอมวิญญาณอสูรดวงนั้นเพื่อมอบตราประทับ ของตัวเขาเองให้กับมันจะเผาผลาญพลังจิตวิญญาณไปมหาศาล!
เนิ่นนานหลังจากนั้น แสงสว่างจากจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวง ของเนี่ยเทียนก็พลันสลัวรางลงไป
ไฟแห่งจิตวิญญาณดวงนั้นเริ่มมีจิตสำนึกอย่างใหม่ มันค่อยๆ ก่อตัว เข้าด้วยกันราวกับทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ ซึ่งยามนี้กำลังเติบโตอย่าง ระมัดระวัง พร้อมกับรับสัมผัสกับเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก
ความทรงจำอย่างใหม่ค่อยๆ เกิดขึ้นมาในไฟแห่งจิตวิญญาณดวงนั้น
ครู่เดียว ดวงวิญญาณที่มาจากวิญญาณอสูรก็ถูกตราประทับสะเก็ด ดาวพาออกมา
“อู้!”
จิตวิญญาณดวงนั้นพุ่งตรงเข้าหาไข่มุกวิญญาณมืดโดยตรง
ไข่มุกวิญญาณมืดยังมีซากวิญญาณอยู่ข้างในอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ล้วนแต่เป็นชนต่างเผ่าที่ตายไปในดินแดนดาวตก ซึ่งเนี่ยเทียนเก็บมาเพื่อ ใช้มันส่องสว่างแผนที่ดวงดาว
ชั่วขณะที่จิตวิญญาณดวงนั้นเข้าไปอยู่ในไข่มุกวิญญาณมืด ซาก วิญญาณหลายตัวก็กระโจนเข้ามาหมายจะฉีกทึ้งมัน
ทว่าตอนที่ซากวิญญาณหลายตัวกระโจนเข้าใส่ ไฟแห่งจิตวิญญาณที่ ถูกชุบหลอมให้สูญเสียความทรงจำและจิตสำนึก รวมถึงสูญเสียเวทลับ ทางจิตวิญญาณจำนวนมากกลับไร้ซึ่งความหวาดเกรงพวกมัน
ซากวิญญาณเหล่านั้นห้อมล้อมไฟแห่งจิตวิญญาณหมายจะกลืนกิน มัน ทว่ากลับกลายเป็นฝุายถูกมันดึงพลังจิตวิญญาณออกไปเสียเอง และ ไฟแห่งจิตวิญญาณนั้นก็ขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ
ไฟแห่งจิตวิญญาณดวงนั้นมาจากวิญญาณอสูรที่แข็งแกร่งตนหนึ่ง และเดิมทีไข่มุกวิญญาณมืดก็เป็นวัตถุของเผ่าอสูรกายอยู่แล้ว จึงดู เหมือนว่ามันจะปรับตัวเข้ากับไข่มุกวิญญาณมืดได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่ออยู่ในไข่มุกวิญญาณมืดมันก็เหมือนปลาที่ได้น้ำ ทั้งยังดึงเอาพลัง จิตวิญญาณของซากวิญญาณดวงอื่นมาเพิ่มพลังตัวเองให้แข็งแกร่ง
แรกเริ่มเนี่ยเทียนยังกังวลว่าหากมันดึงเอาพลังจิตวิญญาณไปมาก พอแล้วจะฟื้นคืนความทรงจำกลับมาอีกครั้ง และตามหาสิ่งที่มันสูญเสีย ไปกลับคืนมา
แต่เขาแอบสังเกตอยู่พักใหญ่ก็ค้นพบว่ากลางจิตวิญญาณดวงนั้น ความทรงจำที่ลึกล้ำที่สุดของมันก็คือตัวเขาเอง!
จิตวิญญาณดวงนั้นมีความพึ่งพาและการยอมรับในตัวเขาอย่างแรง กล้า แม้ว่ามันจะค่อยๆ สะสมพลังจิตวิญญาณ แต่กลับไม่สร้างภัยคุกคาม ใดๆ ต่อตัวเนี่ยเทียน
“หรือว่าเมื่อผ่านการชุบหลอมจากตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง มันจะลบลืมทุกสิ่งอย่าง มีเพียงตราประทับอันเป็นเอกลักษณ์ของข้า เท่านั้นที่เหลืออยู่ และมันจะกลายมาเป็นวิญญาณวัตถุได้จริงๆ?”
จ้องมองไข่มุกวิญญาณมืดอย่างตั้งใจอยู่พักใหญ่ เนี่ยเทียนก็ สังเกตเห็นว่าจิตวิญญาณดวงนั้นเพียงแค่มีพลังที่แข็งแกร่งมากขึ้น
รอจนมันเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งมากพอแล้ว ซากวิญญาณจำนวน มากกลับเป็นฝุายได้กลิ่นถึงความอันตรายจึงหลบเลี่ยงไปไกล ไม่กล้าเข้า มาใกล้มันอีก
“ดูท่า คิดจะให้มันแข็งแกร่งได้ถึงระดับหนึ่งจนยึดครองพื้นที่ในไข่มุก วิญญาณมืดและกลายมาเป็นวิญญาณวัตถุ เป็นนายแห่งวัตถุได้อย่าง แท้จริง คงต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่ง”
นิ่งคิดไปครู่เนี่ยเทียนก็ดึงจิตสำนึกกลับคืนมา จากนั้นก็สังเกตดูตรา ประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองซึ่งกลับคืนมาอยู่ใต้ผิวหนังตรงหน้าอกเขา นานแล้ว
เวลานี้เอง วิญญาณวัตถุของเกราะมังกรเพลิงก็ส่งข้อความออกมาให้ เขาอีกครั้ง บอกกับเขาว่ามันใช้พลังเปลวเพลิงชุบหลอมซากวิญญาณหก ตน และเผาผลาญความทรงจำของวิญญาณอสูรจึงสิ้นเปลืองพลังงานไป มากเกิน เลยไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก
“ปัญหาน่าจะแก้ไขได้ชั่วคราวแล้ว”
เนี่ยเทียนคลายใจได้ บวกกับที่ไม่มีความหวังใดๆ กับฟูาดินลึกลับแห่ง นี้ จึงอาศัยช่องทางที่เกราะมังกรเพลิงเปิดไว้ย้อนกลับไปทางเดิม
เขาโผล่ออกมาจากช่องทางใต้หินอุกกาบาตก้อนนั้น เนื่องจากเกราะ มังกรเพลิงเผาผลาญพลังมากเกินไปจึงถูกเขาเก็บไว้ในแหวนเก็บของ
“แผนที่ดวงดาวในไข่มุกวิญญาณมืดแค่ระบุหินอุกกาบาตที่มี ทะเลสาบเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ กลับไม่มีอะไรผิดปกติ”
“เยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไปที่ไหน ข้าก็ไม่รู้ ค่ายกลนำส่ง แห่งมิติที่ผุพังซึ่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ที่นี่ก็ไม่มีตำแหน่งแน่ ชัดระบุเอาไว้ ยากที่จะหาเจอได้”
“แทนที่จะล่องลอยไปทั่วก็สู้รออยู่ในที่ที่หนึ่ง ฟื้นคืนพลังงานกลับมา โดยใช้ผลึกจิตวิญญาณมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณแห่ง ดวงดาวก่อนจะดีกว่า”
“เอาตามนี้ก่อนก็แล้วกัน”
ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่หันมาปรับเปลี่ยน หลุมในหินอุกกาบาตโดยใช้เศษหินอุดปากหลุมไว้จนมิด
ส่วนเขาซ่อนตัวอยู่เบื้องล่าง เตรียมจะใช้หินวิเศษหลากหลายชนิดมา ฟื้นคืนพลังวิญญาณที่หายไป และใช้ผลึกจิตวิญญาณจำนวนไม่น้อยในมือ มาทำให้จิตวิญญาณแห่งดวงดาวและจิตวิญญาณที่แท้จริงของตัวเอง แข็งแกร่งกว่าเดิม
นับตั้งแต่เดินทางจากดินแดนดาวตกมาถึงที่นี่เขาก็ตกอยู่ในอันตราย หลากหลายประเภท ยังไม่มีเวลามาฝึกตนดีๆ เสียที
ตอนนี้ในที่สุดก็มีเวลาว่าง เขาจึงพลันค้นพบว่าเรื่องที่เขาจำเป็นต้อง ทำมีมากมายยิ่งนัก
หลังจากที่พรสวรรค์แห่งสายเลือดอย่างการผสานรวมชีวิตถือกำเนิด ขึ้น ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นก็แสดงความกระหายในจิงชี่เลือดเนื้ออกมา อย่างไร้ที่สิ้นสุด มีเพียงตอบสนองความพึงพอใจให้กับมัน มันถึงจะยอม จำศีลอย่างสงบและทำการแปรสภาพในครั้งถัดไป
ยังดีที่ในแหวนเก็บของของเขายังมีศพของชนต่างเผ่าให้ใช้อีกไม่น้อย
ศพชนต่างเผ่าเหล่านั้นล้วนถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอาเลือดสด ออกไปจนหมด จิงชี่เลือดเนื้อที่เหลืออยู่จึงซ่อนอยู่ตามเส้นเอ็น กระดูก และอวัยวะ
ดังนั้นเขาจึงหยิบเอาศพของชนต่างเผ่าออกมา แล้วใช้การสูบดึงพลัง ชีวิตมาดึงจิงชี่เลือดเนื้อเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของสายเลือดแห่งชีวิต เสียก่อน
เวลาล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว
ในที่สุดวันหนึ่งซึ่งศพของชนต่างเผ่าทั้งหมดที่เขารวบรวมไว้ รวมไปถึง ศพของสัตว์วิเศษส่วนหนึ่งที่ต่งลี่ซื้อมาให้ก็ล้วนถูกเขาใช้การสูบดึงพลัง ชีวิตมาชุบหลอมเป็นจิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้นจนหมด
จิงชี่เลือดเนื้อมากมหาศาลเหล่านั้นต่างก็ถูกสายเลือดแห่งชีวิตกลืน กินไปจนเกลี้ยง ทว่ามันกลับยังคงไม่ยอมจำศีลและทำการแปรสภาพใน ครั้งถัดไป
“สวรรค์! การแปรสภาพของสายเลือดครั้งที่หกต้องใช้จิงชี่เลือดเนื้อ เท่าไหร่ถึงจะพอ?”
มาจนถึงวันนี้ สายเลือดแห่งชีวิตของเขาก็เกิดการแปรสภาพมาแล้ว ทั้งหมดห้าครั้ง มีพรสวรรค์แห่งชีวิตเกิดขึ้นห้าอย่าง แบ่งออกเป็นการถ่าย โอนพลังชีวิต การอำพรางพลังชีวิต การสูบดึงพลังชีวิต การสกัดแก่น เลือดและการผสานรวมชีวิต
การแปรสภาพในทุกครั้ง สายเลือดแห่งชีวิตล้วนจำเป็นต้องอาศัยจิงชี่ เลือดเนื้อที่มากขึ้นในทุกระดับ
แต่จิงชี่เลือดเนื้อจำนวนมากที่เขาดึงออกมาจากซากศพชนต่างเผ่า และในศพของสัตว์วิเศษกลับยังไม่มากพอที่จะเติมเต็มความปรารถนาให้ มันได้ นี่จึงทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก
ในมือเขายังมีเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษอยู่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเขาเตรียมจะ เอาไว้ใช้กินในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถเอามาชุบหลอม ได้
เขาถูกบีบให้จำต้องหยุดการชุบหลอมจิงชี่เลือดของปราณเลือดสีเขียว เส้นนั้นไปก่อน และใช้หินวิเศษต่างธาตุมาฟื้นคืนพลังวิญญาณที่เผาผลาญ ไปของน้ำวนสามลูก
ยังดีที่ในมือของเขามีหินวิเศษ หินดวงดาวและวัตถุดิบวิเศษธาตุเปลว เพลิง ธาตุไม้อยู่เป็นจำนวนมาก การฟื้นฟูพลังวิญญาณจึงราบรื่นอย่างยิ่ง
รอจนพลังวิญญาณที่สูญหายไปฟื้นคืนมาหมดแล้ว เขาจึงหยิบเอา ผลึกจิตวิญญาณออกมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณแห่งดวงดาว
ตอนที่จิตวิญญาณแห่งดวงดาวช่วยให้เขามอบตราประทับอันเป็น เอกลักษณ์ให้กับไฟแห่งจิตวิญญาณของอสูรกายก็เสียพลังไปมหาศาล เช่นกัน เขาใช้ผลึกจิตวิญญาณหมดไปถึงสิบกว่าก้อนถึงจะฟื้นคืนพลังที่จิต วิญญาณแห่งดวงดาวเผาผลาญไปกลับคืนมาได้
หลังจากนั้นเขาก็ใช้ผลึกจิตวิญญาณมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิต วิญญาณแห่งดวงดาว พลางทำความเข้าใจกับความลี้ลับของจิตวิญญาณ แห่งดวงดาวและโซ่ดวงดาวในตราประทับสะเก็ดดาวไปด้วย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ วันนี้ขณะที่กระแสจิตวิญญาณของเขาว่า ยวนอยู่ในตราประทับสะเก็ดดาวเพื่อกำลังทำความเข้าใจกับความลี้ลับ ของโซ่ดวงดาว เขาก็พลันได้ยินเสียงผิดปกติที่ดังมาแต่ไกล
เขาจึงสร้างทิพย์จักษุขึ้นมา แล้วให้พวกมันบินออกไปจากหลุม มอง อยู่พักหนึ่งก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ “เป็นพวกนาง?”
“ตูม!”
เศษหินที่อุดปากหลุมพลันระเบิดแตก ส่วนตัวเขาก็บินพรวดออกไป จากหินอุกกาบาต
“เนี่ยเทียน!”
บนวิหคเพลิง เฉียวอวิ๋นซีมีสีหน้าตกตะลึง
ข้างกายของนางยังมีอาวุธวิเศษประเภทบินอีกหลายลำ อินย่าหนัน ฉู่ โป๋เหวินและเหอสิ่งเปุย รวมไปถึงหญิงชายจากสามสำนักต่างก็หันมามอง ด้วยความตะลึงพรึงเพริด
คนพวกนี้ล้วนมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย บนร่างของพวกเขามีบาดแผลราว กับว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้นองเลือดมา
ผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับ เขตวิญญาณของสามสำนักล้วนไม่มีอยู่แม้แต่คน เดียว ไม่รู้ว่าหายไปไหน
——