ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 736 ถูกบีบให้ช่วย
อาวุธวิเศษประเภทบินที่คนจากสามสำนักเขตต้นสวรรค์ และเขต สามัญยี่สิบกว่าคนโดยสารมาส่วนใหญ่ล้วนมีร่องรอยของความเสียหาย
คนเหล่านี้สีหน้าห่อเหี่ยว บนร่างมีบาดแผลมากน้อยต่างกันออกไป ทั้งยังมีหลายคนที่บาดเจ็บสาหัส นอนกองอยู่บนภาชนะรองรับ ลักษณะ เหมือนใกล้จะตายเต็มที
ผิวสีทองแดงของอินย่าหนันที่เปิดเปลือยอยู่ภายนอกยังมีรอยแผลให้ เห็นอย่างเด่นชัด ราวกับว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้นองเลือดมา
“เป็นเขา!”
สิ่งเปุยเฉินจากสำนักสามกระบี่คือเขตลี้ลับขั้นต้นคนเดียวในบรรดา คนทั้งหมด ชั่วขณะที่เขามองเห็นเนี่ยเทียนบินออกมาจากหลุมใต้หิน อุกกาบาต สีหน้าของเขาก็เย็นเยียบทันที
พวกฉู่โป๋เหวินเองก็พากันมีสีหน้าไม่เป็นมิตรราวกับไม่ยินดีที่ได้เจอ กับเนี่ยเทียน
“พวกเจ้า ไปเจออะไรกันมา?” เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจคนอื่น เพียงมอง ไปยังเฉียวอวิ๋นซี
ปราณของเฉียวอวิ๋นซีเองก็อ่อนระโหยไม่ต่างจากคนอื่น ประกาย สดใสในดวงตาสลัวมัวยิ่งกว่าที่เคยเป็น
เนี่ยเทียนสัมผัสได้ว่าในร่างของเฉียวอวิ๋นซีอยู่ในสภาวะที่ปราณ วิญญาณถูกเผาผลาญไปเป็นจำนวนมาก รู้ว่านางเองก็น่าจะผ่านการต่อสู้ ที่ยากลำบากมาครั้งหนึ่ง
“ผลึกที่อยู่กลางหว่างคิ้วของเจ้าล่ะ?” เฉียวอวิ๋นซีอุทานด้วยความ ตกใจ
เวลานี้อินย่าหนันเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ดวงตาราวอัญมณีของ นางพลันถลึงมองไปที่หว่างคิ้วของเนี่ยเทียน
ตอนที่พวกนางสองคนแยกทางกับเนี่ยเทียน ทั้งสองล้วนเคยสาปแช่ง เนี่ยเทียนมาก่อน ขอให้เนี่ยเทียนถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่าง จิตวิญญาณ ที่แท้จริงถูกวิญญาณอสูรทำลายจนสิ้น กลายมาเป็นหุ่นเชิดที่วิญญาณ อสูรยึดครอง
นึกไม่ถึงว่าเมื่อมาเจอกันอีกครั้ง เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่ไม่ถูกวิญญาณ อสูรช่วงชิงร่าง ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของเขาก็หายไปด้วย
“อ้อ เจ้าหมายถึงวิญญาณอสูรนั่นน่ะหรือ?” เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม กล่าวด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “แก้ไขได้แล้ว มันไม่ใช่ปัญหาของข้าอีก ต่อไป”
เฉียวอวิ๋นซีตะลึงลาน “เจ้าทำได้อย่างไร?”
“เฮอๆ” เนี่ยเทียนเพียงหัวเราะแต่ไม่เอ่ยตอบรับ
“พวกเราไปกันเถอะ อย่ามัวเสียเวลากับคนผู้นี้อยู่เลย” ฉู่โป๋เหวินแห่ง ตระกูลฉู่มีสีหน้าเจ็บปวด “ชนเผ่าหินเทายังไล่ตามมาโจมตีพวกเรา หาก เสียเวลานานเกินไป เดี๋ยวพวกมันจะตามเจอได้”
“ชนเผ่าหินเทา?” เนี่ยเทียนตกใจ
“หลังจากที่แยกกับเจ้า พวกเราก็ติดต่อกับคนอื่นๆ ได้ เพียงแต่ว่า…” เฉียวอวิ๋นซีสีหน้าขมขื่น “สภาพของพวกเขาย่ำแย่กว่าพวกเราเพราะไป เจอเข้ากับชนต่างเผ่า เว่ยอวี้จากสำนักสามกระบี่ถูกภูตผีปีศาจสังหาร ผู้ อาวุโสฉู่เสวียนจีเองก็บาดเจ็บสาหัส เขตสามัญ เขตลี้ลับทั้งหลายต่างก็ พยายามต้านทานชนต่างเผ่าสุดกำลังเพื่อให้คนที่มีขอบเขตต่ำหนีรอดมา ได้”
เฉียวอวิ๋นซีไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจาก ที่พวกนางแยกทางกับเนี่ยเทียนให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด
เนี่ยเทียนจึงเข้าใจทันทีว่าเขาแยกจากหญิงสาวทั้งสองมาได้หนึ่งเดือน กว่าแล้ว
ในหนึ่งเดือนมานี้ พวกนางกับคนของอีกสามสำนักตามหากันเจอใน ที่สุด
ที่น่าเสียดายก็คือตอนที่พวกนางเจอกับสิ่งเปุยเฉิน ฉู่โป๋เหวิน คน เหล่านี้ต่างก็ตกอยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงและกำลังเผ่นหนีกันอย่างบ้า คลั่ง
ตอนที่ผู้แข็งแกร่งของสามสำนักตั้งฐานทัพอยู่บนหินอุกกาบาตก้อน หนึ่งได้เจอเข้ากับภูตผีปีศาจและเผ่าหินเทาโดยบังเอิญ ภูตผีปีศาจและ เผ่าหินเทาจึงลงมือเปิดฉากสังหารพวกเขาทันที
ตอนที่เนี่ยเทียนผสานร่างกับโครงกระดูกปีศาจเลือด เว่ยอวี้ถูกโจมตี จนบาดเจ็บสาหัสเลยหมดสติไป พลังชีวิตส่วนใหญ่เสียหายอย่างหนัก
ตอนที่เขาต่อสู้กับภูตผีปีศาจก็เนื่องจากพลังในการต่อสู้ลดลงอย่าง ฮวบฮาบจึงถูกภูตผีปีศาจสังหารโดยตรง
ฉู่เสวียนจีนำพาผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับ เขตสามัญให้ต่อสู้กับภูตผีปีศาจ และเผ่าหินเทาก็เพื่อปกปูองพวกสิ่งเปุยเฉิน ฉู่โป๋เหวิน
สิ่งเปุยเฉิน ฉู่โป๋เหวินพาสหายในสำนักที่อ่อนแอหนีรอดมาจากสนาม รบ และภายหลังจึงถูกคนของเผ่าหินเทาไล่ฆ่า
รอจนพวกเขามารวมตัวกับเฉียวอวิ๋นซี อินย่าหนันก็ได้ประมือกับชน เผ่าหินเทาที่ไล่ตามมาอีกหลายครั้ง และมีคนตายไปบางส่วน
ช่วงแรกเริ่มพวกชนเผ่าหินเทาที่ไล่ตามมามีสายเลือดเท่ากันกับ ขอบเขตของพวกเขา พวกเขาจึงยังพอจะต่อสู้ได้
แต่ไม่นานชนเผ่าหินเทาสายเลือดระดับหกก็เหมือนจะรู้จากศึก ระหว่างพวกฉู่เสวียนจีจึงส่งกำลังส่วนหนึ่งมาไล่ตามพวกเขาเพิ่ม ทำให้ พวกเขาเผชิญกับความยากลำบากอย่างถึงที่สุด
หากไม่เพราะพวกเขาโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบิน เกรงว่าพวกเขา คงไม่มีทางหนีพ้นการลอบฆ่าจากชนเผ่าหินเทาและต้องตายกันหมด
หลังจากรู้สถานการณ์อย่างชัดเจน เนี่ยเทียนก็กล่าวอย่างตะลึง “ไหน เคยได้ยินว่าดินแดนปราการดวงดาวของพวกเจ้ามีการไปมาหาสู่กับพวก ชนต่างเผ่าอย่างลับๆ ไงล่ะ? ทำไมพอมาเจอกันที่นี่ถึงได้ต่อสู้กันเอาเป็น เอาตายเสียได้?”
“คำว่าไปมาหาสู่ก็คือการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบกันทั่วไป ความสัมพันธ์ เช่นนั้นถูกฉีกทิ้งได้ง่ายตามสภาพแวดล้อม”
“มัวเปลืองน้ำลายอยู่กับเขาทำไม? หากไม่เป็นเพราะเขา พวกเราจะ ถูกชนต่างเผ่าโจมตีง่ายๆ ได้อย่างไร?” ฉู่โป๋เหวินสีหน้าไม่เป็นมิตร
ลูกศิษย์ของสำนักคุมสัตว์และสำนักสามกระบี่ที่เหลือก็ใช้สายตาเคียด แค้นถลึงมองเนี่ยเทียน
“หากเขาไม่ฆ่าผู้อาวุโสหงเสียน ทำให้ผู้อาวุโสเว่ยอวี้บาดเจ็บสาหัส เขตวิญญาณหลายท่านของสามสำนักตายอนาถ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้อง กลัวภูตผีปีศาจและเผ่าหินเทา!”
“ถูกต้อง! แล้วก็เพราะเขา พวกเราถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้!”
“เขานั่นแหละที่เป็นตัวการ!”
คนทั้งกลุ่มจ้องถลึงใส่เนี่ยเทียนด้วยความเดือดดาลที่พลุ่งพล่าน สบถ ด่าเขาอย่างหยาบคาย
เนี่ยเทียนตีหน้าเคร่ง ไม่อธิบายใดๆ เพียงแค่หันไปพูดกับเฉียวอวิ๋นซี “เจ้าอยู่ต่อ ให้พวกเขาไสหัวไปซะ”
เฉียวอวิ๋นซีคือคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นบุคคลที่สำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ตั้งใจทิ้งไว้ให้นำทางเขา
เยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ดีต่อเขาไม่น้อย และสตรีผู้นี้ก็ยังไม่ เคยล่วงเกินเขาอย่างจริงจัง เขาย่อมต้องอยากช่วยเฉียวอวิ๋นซีอยู่แล้ว
“ไหนว่าให้ทางใครทางมันอย่างไรเล่า?” เฉียวอวิ๋นซียังขุ่นเคืองไม่หาย
“ที่บอกลากับเจ้าก็เพราะข้าจำเป็นต้องตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องวิญญาณ อสูร” เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ “สำหรับเจ้า ข้าไม่ได้มีอคติใดๆ เจ้าเองก็ไม่เคย ล่วงเกินข้า ตอนนี้วิญญาณอสูรสร้างปัญหาให้ข้าไม่ได้อีกแล้ว เจ้าอยู่กับ ข้า ข้าจะพยายามปกปูองไม่ให้เจ้าตาย”
“พวกเขาล่ะ?” เฉียวอวิ๋นซีถาม
“ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ปล่อยพวกเขาไปตามยถากรรมเถอะ” เนี่ยเทียน มองไปยังพวกสิ่งเปุยเฉิน ฉู่โป๋เหวินด้วยสายตาเย็นชา นัยน์ตาเต็มไปด้วย ความเมินเฉย
เฉียวอวิ๋นซีพลันเงียบงัน ดวงตามีเปลวเพลิงลุกโชนคล้ายกำลังครุ่นคิด อย่างตั้งใจ
นางยังคงคิดว่าเนี่ยเทียนสามารถใช้โครงกระดูกปีศาจเลือดมาผสาน รวมร่างและร่ายใช้พลังการต่อสู้ที่เผด็จการได้อีกครั้ง
จากคำบอกเล่าของสิ่งเปุยเฉิน นางรู้ว่าภูตผีปีศาจและเผ่าหินเทาไม่ได้ มีสายเลือดระดับแปด ด้วยพลังการต่อสู้ที่โครงกระดูกปีศาจเลือดแสดง ออกมาก่อนหน้านี้ มันสามารถปกปูองไม่ให้นางตายได้อย่างแท้จริง
นางไม่รู้ว่าคำว่าปกปูองของเนี่ยเทียน แท้จริงแล้วเขาหมายถึงวิธีการ อย่างอื่น…
“คนของสำนักคุมสัตว์ฟังคำสั่งจากข้า จงหยุดอยู่บนหินอุกกาบาต ก้อนนี้และพยายามฟื้นคืนพลังให้ได้โดยเร็วที่สุด” อินย่าหนันพลันออก คำสั่ง นางที่ขี่อยู่บนงูเหลือมเลือดน้ำแข็งลดตัวลงมาอยู่บนหินอุกกาบาต ก้อนที่เนี่ยเทียนอยู่ก่อนใคร ก่อนจะหยิบเอาหินวิเศษและยาออกมาเริ่ม ฟื้นคืนพลัง
คนของสำนักคุมสัตว์หลายคนที่แม้จะไม่รู้ความหมายลึกซึ้งแต่ก็ยังคง ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินไปตามคำสั่ง ครั้นจึงจัดการกับอาการ บาดเจ็บและฟื้นคืนพลังต่อสู้
“พี่ย่าหนัน?” ฉู่โป๋เหวินตะลึงงัน
“เจ้าสารเลวนั่นอยู่ที่นี่ ต่อให้คนของเผ่าหินเทาตามมา เขาก็หนีไม่พ้น เหมือนกัน” อินย่าหนันไม่แม้แต่จะมองหน้าเนี่ยเทียน นางเพียงหรี่ตาลง แล้วกล่าวอย่างไม่อนาทรร้อนใจ “หุ่นเชิดเลือดตัวนั้นของเขามีพลังมาก พอจะไล่ฆ่าคนเผ่าหินเทาได้ทั้งหมด พวกเราตื๊อจะอยู่ต่อ ดูสิว่าเขาจะทำ ยังไง?”
พอนางกล่าวจบ ลูกศิษย์สามสำนักก็ดวงตาเป็นประกาย ตระหนักได้ ว่าความคิดนี้ไม่เลวจริงๆ
แม้แต่เฉียวอวิ๋นซีก็ยังยกยิ้ม รู้สึกว่าการตามตื๊อไม่ยอมไปไหนของอิน ย่าหนัน เกรงว่าคงจะสามารถคลี่คลายปัญหาของชนเผ่าหินเทาได้จริงๆ
พวกเขาต่างก็คิดว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดของเนี่ยเทียนต้องสามารถ สำแดงพลังในการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวออกมาได้แน่นอน
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่รู้ดีว่าพวกเขาคิดกันไปเอง
“อู้ๆๆ!”
อาวุธวิเศษประเภทบินหลายลำทยอยกันบินไปจอดตามจุดต่างๆ
ลูกศิษย์สามสำนักต่างก็กรูกันเข้ามา หากไม่จัดการบาดแผลให้ผู้ที่ ได้รับบาดเจ็บก็รีบใช้ยาหรือหินวิเศษมาฟื้นฟูร่างกาย ทุกคนทำราวกับไม่ เห็นหัวเนี่ยเทียน
“พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเคยบอกไว้ว่า ข้าต้องการให้พวกเจ้าตาย กันไปให้หมด?” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น
พวกสิ่งเปุยเฉินหน้าเปลี่ยนสีทันใด
ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังฝึกตนหรือผู้ที่ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บต่างก็หยุดการ กระทำในมือแล้วมองไปยังเนี่ยเทียนด้วยความไม่พอใจ
“เจ้าก็มาฆ่าข้าซะสิ!”
อินย่าหนันสีหน้าเดือดดาลราวสัตว์ตัวเมียที่ถูกกระตุ้นอารมณ์โมโห นางพลันพุ่งถลันมายืนอยู่ด้านหน้าเนี่ยเทียน
“เนี่ยเทียน! อย่าทำนะ!” เฉียวอวิ๋นซีรีบเข้ามาห้าม
“ตอนที่เจ้าถูกวิญญาณอสูรช่วงชิงร่าง ข้าเคยช่วยเจ้าไว้สองครั้ง ข้า อยากจะรู้นักว่าเจ้าจะตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นหรือไม่!” อินย่า
หนันมองประสานสายตากับเนี่ยเทียน สีหน้าของนางเย็นชา เรือนกาย แข็งแกร่งงามระหงส์สั่นไหวน้อยๆ เพราะอารมณ์ที่รุนแรง
เนี่ยเทียนมองนางในเวลานี้ก็พลันนึกถึงภาพเหตุการณ์เร่าร้อนที่ วิญญาณอสูรกระตุ้นความปรารถนาของพวกเขายามที่กระแสจิตวิญญาณ ของนางเข้ามาในสมองของเขา
เนี่ยเทียนพลันใจอ่อน เมื่อพบว่านางทำท่าพร้อมรับมือต่อสู้ก็มิอาจลง มือสังหารอีกฝุายได้อีก
“ชนเผ่าหินเทาที่ไล่ฆ่าพวกเจ้ามีมากน้อยแค่ไหน ระดับสายเลือด เท่าไหร่?” เนี่ยเทียนถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะถามอย่างจนใจ
เดิมทีเขาแค่อยากจะรั้งตัวเฉียวอวิ๋นซีไว้แล้วใช้พรสวรรค์การอำพราง พลังชีวิตมาปกปิดปราณเลือดลมของตนเองและเฉียวอวิ๋นซี
ชนเผ่าหินเทาไม่ได้เชี่ยวชาญเวทลับทางพลังจิตวิญญาณเท่าใดนัก พวกเขามีเพียงแต่จะใช้เลือดลมในการรับสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิต
ขอแค่เขากับเฉียวอวิ๋นซีซ่อนตัวอยู่ในหลุม แล้วปกปิดปราณเอาไว้ ชน เผ่าหินเทาก็น่าจะหาพวกเขาไม่เจอ
แต่หากพวกอินย่าหนันอยู่กันครบ พรสวรรค์การอำพรางพลังชีวิตของ เขาคงมิอาจปกปูองทุกคนได้หมด
ที่เขาขอคำยืนยันเรื่องจำนวนและระดับสายเลือดของชนเผ่าหินเทาก็ เพราะอยากรู้ว่าด้วยพลังการต่อสู้ของโครงกระดูกปีศาจเลือดในตอนนี้ บวกกับพลังของคนที่อยู่รอบกาย จะสามารถสู้กับชนเผ่าหินเทาได้หรือไม่
“ระดับสี่และระดับห้ามากหน่อย ส่วนสายเลือดระดับหกมีแค่สอง สามคน” เฉียวอวิ๋นซีรีบตอบกลับ “สายเลือดระดับเจ็ดสองคนของชนเผ่า หินเทาอยู่กับภูตผีปีศาจ ซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับพวกผู้อาวุโสฉู่เสวียนจี ไม่ได้ แบ่งมาไล่ตามพวกเรา แค่เจ้าเรียกหุ่นเชิดเลือดตนนั้นออกมาก็น่าจะ สามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายดาย”
“สายเลือดระดับหกมีแค่สองสามคน…” เนี่ยเทียนครุ่นคิด
สายเลือดระดับหกเทียบเท่ากับเขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์ ต่อให้โครง กระดูกปีศาจเลือดจะมีจิงชี่เลือดเนื้อให้ใช้แค่ส่วนเดียว ไม่ผสานรวมร่าง กับเขา ลำพังใช้แค่ความแข็งแกร่งของเรือนกายกับพลังที่เหลืออยู่ของมัน ก็ไม่น่ายากที่จะเป็นฝุายคว้าชัยชนะ
ชนเผ่าหินเทามีปราณเลือดพลุ่งพล่าน เข้มข้นยิ่งกว่าเผ่ามนุษย์ มากมายนัก
สังหารชนเผ่าหินเทา เอาจิงชี่เลือดเนื้อของพวกเขามาชดเชยพลัง ให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือด ทำให้โครงกระดูกปีศาจเลือดสู้ไปฟื้นคืน พลังไปจะได้สะสมพลังงานเลือดเนื้อที่ไม่ธรรมดาอีกครั้ง
อินย่าหนันมีเขตสามัญช่วงท้าย สิ่งเปุยเฉินเขตลี้ลับช่วงต้น คนอื่นๆ ต่างก็ขอบเขตไม่อ่อนด้อย ยังพอจะช่วยเขาแบ่งเบาภาระมารับมือกับชน เผ่าหินเทาคนอื่นๆ ได้อีก
ขอแค่ชนะศึกนี้ ศพของชนเผ่าหินเทาพวกนั้นก็จะกลายมาเป็น พลังงานเลือดเนื้อให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือด ในส่วนที่โครงกระดูก
ปีศาจเลือดมิอาจชุบหลอมได้ เขาก็สามารถใช้การสูบดึงพลังชีวิตมาเต็ม เติมความต้องการของสายเลือดแห่งชีวิตได้อีก
ความคิดมากมายแล่นผ่านหัวสมองของเนี่ยเทียนไปอย่างรวดเร็ว และไม่นานเขาก็ตัดสินใจได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง พวกเรารอรับมือกับชนเผ่าหินเทาด้วยกัน ข้าขอ พูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าวัตถุหรืออาวุธที่อยู่ในมือของชนเผ่าหินเทาพวก นั้นข้าไม่ต้องการสักชิ้นเดียว ข้าแค่ต้องการศพของพวกเขาเท่านั้น!” เนี่ย เทียนกล่าวเสียงหนัก
“ตามใจเจ้า!” เฉียวอวิ๋นซีตอบรับอย่างเด็ดเดี่ยว
เนี่ยเทียนจึงหันไปมองอินย่าหนัน
อินย่าหนันแค่นเสียงในลำคอ “เจ้าคือคนออกแรงหลัก ย่อมเอาตามที่ เจ้าว่า”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
——