ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 739 อานุภาพเรือดารา!
“เป็นเขา! เป็นเขาจริงๆ ด้วย!”
เหยียนซานที่ได้เจอกับเนี่ยเทียนอีกครั้งก็มีท่าทางตื่นเต้นผิดปกติ เรือนกายใหญ่โตราวภูเขาของเขาถึงกับสั่นสะท้านเพราะความห้าวเหิม
“เปรี๊ยะๆๆ!”
หินอุกกาบาตเศษเล็กเศษน้อยที่ลอยอยู่ข้างกายพากันระเบิดออก เพราะคลื่นทางสายเลือดของเขาที่ถูกส่งออกมา
“เหยียนซาน คนผู้นี้คือใคร?” ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่คนหนึ่งของเผ่าหิน เทาเอ่ยถามเสียงหนักด้วยภาษาชนต่างเผ่า
“บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!” เหยียนซาน ตอบรับด้วยเสียงคำราม
“ว่าไงนะ? บุตรแห่งดวงดาว?” คนผู้นั้นตะลึงลาน
พวกเขาพูดคุยกันอยู่ท่ามกลางเศษหินมากมาย ส่วนเวลานี้อินย่า หนันยังคงควบคุมให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาโดย อาศัยพลังการต่อสู้สายเลือดระดับเจ็ดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
และยังมีสาเหตุด้านความห่างไกล อันที่จริงเหล่าผู้กล้าเผ่ามนุษย์ของ ดินแดนปราการดวงดาวที่อยู่บนหินอุกกาบาตต่างก็ไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูด อะไรกันอยู่
แต่พอเห็นความตื่นตะลึงของคนเผ่าหินเทา พวกเขาก็เข้าใจดีว่าเนี่ย เทียนต้องเคยมีปัญหากับคนของเผ่าหินเทามาก่อน ระดับความระวังตัวที่ เผ่าหินเทามีต่อเนี่ยเทียนก็ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าเนี่ยเทียนคงมีภูมิ หลังที่ยิ่งใหญ่
“ดินแดนดาวตก?”
สิ่งเปุยเฉินตะลึงงัน ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก็ยังนึกไม่ออกว่าสถานที่แห่งนี้ อยู่ที่ไหน
คนอื่นๆ ก็งุนงงไปตามๆ กัน เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักดินแดนดาวตกที่เนี่ย เทียนพูดถึง
ในที่นี้มีเพียงเฉียวอวิ๋นซีเท่านั้นที่รู้ว่าเนี่ยเทียนมาจากดินแดนดาวตก!
แต่ตามคำบอกเล่าของเนี่ยเทียน ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตสูงสุดของ ดินแดนดาวตกก็แค่เขตวิญญาณช่วงท้ายเท่านั้น แม้แต่แดนว่างเปล่าก็ยัง ไม่มีปรากฏแม้แต่คนเดียว
อาณาจักรดวงดาวที่ล้าหลังเช่นนี้ เหตุใดถึงมีผู้สืบทอดของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวได้? หรือว่าคนของเผ่าหินเทาเคยไปเสียเปรียบอยู่ใน สถานที่แบบนั้นมาก่อน?
เฉียวอวิ๋นซีคิดไม่ตก
“ตูมๆๆ!”
ขณะที่พวกเขากำลังคิดหนัก งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่ภายใต้การนำ ของอินย่าหนันก็บุกเข้าไปในจุดศูนย์กลางของหินอุกกาบาตมากมายแล้ว
ลายเส้นสีดำสลับขาวอันลึกลับที่อยู่บนร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง เหมือนเปลี่ยนมามีชีวิต หมอกควันเย็นเยียบขมุกขมัวพลันลอยออกมา จากร่างของมันแล้วเขมือบกลืนไปแปดทิศ
อยู่ท่ามกลางหมอกเย็น งูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็เหมือนปลาที่ได้น้ำ มัน ร้อง “ฟุอๆ” เสียงแหลม ก่อนจะกระตุ้นพรสวรรค์ทางสายเลือดสอง ประเภทออกมา
เส้นแสงสายเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่งด้านในนาบประทับความลี้ลับ ของสายเลือดที่พิเศษเอาไว้จำลงมาเป็นงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์และงูเหลือ มลายเลือดอยู่ในจุดลึกของหมอกเย็น
งูเหลือมน้ำแข็งยักษ์และงูเหลือมลายเลือดหลายตัวที่ก่อตัวจากเส้น เลือดพกพาไว้ด้วยปราณแห่งความดึกดำบรรพ์ ความเย็นเยียบ และความ กระหายเลือด
พอก้อนหินใหญ่ยักษ์จำนวนมากที่ถูกสายเลือดของเผ่าหินเทาควบคุม กลายมาเป็นน้ำแข็งก็พลันระเบิดแตก
เศษหินที่ระเบิดออกถึงเส้นแสงสายเลือดจำนวนมากชักนำให้ไล่โจมตี คนเผ่าหินเทาไปทั่วด้าน
มีเผ่าหินเทาสายเลือดที่ระดับค่อนข้างต่ำอีกหลายคนที่ถูกเศษหินซึ่งมี ม่านแสงสีเลือดห่อหุ้มเอาไว้ลอดทะลุเรือนกาย
คนเผ่าหินเทาที่เรือนกายแข็งแกร่งราวหินเหล็ก สามารถควบคุมแรง โน้มถ่วง ชักนำหินยักษ์ ทว่าเมื่อเจอกับความดุร้ายของงูเหลือมเลือด น้ำแข็งระดับเจ็ดกลับเหมือนไม่มีวิธีดีๆ มารับมือ
เมื่อเห็นว่าคนในชนเผ่าล้วนถูกงูเหลือมเลือดน้ำแข็งฆ่าตายอย่างน่า อนาถ คนเผ่าหินเทาสายเลือดระดับหกสามคนก็แอบร้อนใจ
พวกเขาไม่ใช่อสูรกาย ไม่ถนัดเวทลับทางด้านจิตวิญญาณ ไม่สามารถ ลงมือกับวิญญาณของอินย่าหนันซึ่งเป็นเจ้าของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งได้
และอินย่าหนันเองก็เคียดแค้นที่พวกเขาใช้หนามเลือดกระดูกมาทำ ร้ายให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งบาดเจ็บ ดังนั้นตอนที่ลงมือนางจึงโหดเหี้ยม ผิดปกติ
“หนามเลือดกระดูกยังไม่สามารถฆ่างูตัวนี้ได้ สายเลือดของมันอยู่ ระดับเจ็ด ด้วยฝีมือของพวกเราสามคนนับว่าเป็นเรื่องยากจริงๆ”
ชายฉกรรจ์เผ่าหินเทาสายเลือดระดับหกคนหนึ่งนิ่งคิดไปครู่ก็พลันหัน ไปพูดกับเหยียนซาน “เจ้าจากไปเดี๋ยวนี้ แล้วส่งข่าวให้กับภูตผีปีศาจ บอกสถานการณ์ทางฝั่งเราให้พวกเขารู้! ผู้อาวุโสสองท่านในตระกูลที่พอ ได้ข่าวต้องตามมาทันทีแน่นอน!”
เหยียนซานกัดฟันแล้วเหยียบลงบนเศษหินก้อนหนึ่งบินออกจาก สนามรบไปยังเส้นทางที่เดินทางมาทันที
เผ่าหินเทาคนที่เหลือก็รีบกระจายตัวจากกองหิน เพื่อไม่ให้ถูกหมอก เย็นนั้นปกคลุม หมายจะถ่วงเวลารอให้กองหนุนมาช่วย
“อย่าให้คนผู้นั้นจากไปได้!”
พอเห็นเหยียนซานจากไป อินย่าหนันที่อยู่บนร่างของงูเหลือมเลือด น้ำแข็งก็รีบร้องอุทานเสียงแหลม
นางรู้ดีว่าในบรรดาคนเผ่าหินเทามีสายเลือดระดับเจ็ดอยู่ด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีภูตผีปีศาจอีกไม่น้อย
หากคนพวกนั้นได้ข่าวจนมีชนต่างเผ่ามากกว่าเดิมตามมาช่วย ก็เป็น เรื่องยากที่พวกนางจะรับมือกันได้
“วางใจเถอะ คนที่หนีไป ให้ข้าจัดการเอง”
เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะเรียกเรือดาราออกมาแล้วไล่ตามเห ยียนซานไปอย่างรวดเร็วราวดาวตก
“ช่างเป็นอาวุธวิเศษประเภทบินที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วยิ่งนัก!”
สิ่งเปุยเฉินตะลึงไปกับความเร็วของเรือดาราจนถึงกับร้องอุทานเสียง หลง
วิหคเพลิงของเฉียวอวิ๋นซีนับเป็นอาวุธวิเศษประเภทบินที่มีชื่อเสียง ด้านความเร็วของดินแดนปราการดวงดาวแล้ว ทว่าเมื่อเทียบกับเรือดารา แล้ว เห็นได้ชัดว่ายังด้อยกว่าอีกโข
เวลานี้สิ่งเปุยเฉินก็ยิ่งมั่นใจว่า เนี่ยเทียนต้องเป็นคนของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวแน่นอน!
และก็มีเพียงสำนักยิ่งใหญ่ที่ยากจะวิเคราะห์รากฐานได้อย่าง พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเท่านั้นถึงจะมอบอาวุธระดับสูงเช่นนี้ให้กับ คนในสำนัก
“ขวางเขาเอาไว้!”
เผ่าหินเทาหลายคนพากันใช้เวทลับทางสายเลือดควบคุมให้เศษหิน ขนาดใหญ่ยักษ์หลายสิบก้อนทะยานผ่านร่างงูเหลือมเลือดน้ำแข็งไปด้วย เสียงแหลมบาดหูแล้วกระแทกลงบนเรือดารา
ส่วนหัวของเรือดารามีแสงดาวเจิดจรัศราวกับว่าพลังงานมากไพศาล พุ่งกรากออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ขณะที่ลำแสงเจิดจ้าจากดวงดาวนั้นกระแทกโจมตีไปด้านหน้า ไม่ว่า คนของเผ่าหินเทาหรือผู้กล้าเผ่ามนุษย์จากดินแดนปราการดวงดาวก็ล้วน เกิดความหวาดกลัวเหมือนห้วงเวลาปั่นปุวน ห้วงมิติบิดเบือน
ทุกที่ที่แสงดาวส่องผ่าน เศษหินขนาดใหญ่ยักษ์หลายสิบก้อนก็แตก สลายกลายเป็นฝุนผงอย่างเงียบเชียบ
อานุภาพของแสงดาวไม่ลดลง ประหนึ่งทวยเทพที่ควบคุมการหมุน โคจรของทางช้างเผือก มันรวบรวมพลังของดวงดาวให้เข้าไปรวมกันตรง จุดที่คนเผ่าหินเทาออกันอยู่
เผ่าหินเทาสายเลือดระดับหกคนหนึ่งและสายเลือดระดับห้าอีกสาม คนถูกลำแสงดวงดาวกระแทกเข้ามาอย่างจัง ร่างกายเป็นเศษเลือดเศษ เนื้อทันควันโดยที่แม้แต่เสียงร้องโหยหวนกันยังไม่ทันได้เปล่ง ตายจนไม่ อาจตายไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
“คุณพระช่วย!”
ฉู่โป๋เหวินจากตระกูลฉู่เหม่อมองฝนเลือดที่สาดกระจายไปทั่วท้องฟูา แล้วอุทานออกมาเสียงแผ่ว
อินย่าหนันที่กำลังใช้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งมาโจมตีเผ่าหินเทาคนอื่นๆ ก็อึ้งงันไปเช่นกัน นางรีบควบคุมให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งเบี่ยงตัวหลบจาก วิถีของหัวเรือดารา
แสงดาวพร่างพราวที่ระเบิดออกมาจากในเรือดาราแฝงเร้นไว้ด้วย พลังดวงดาวน่าหวาดกลัว นี่ทำให้นางเกิดความรู้สึกหวาดกลัวว่าตัวเองจะ กลายมาเป็นเหมือนหินก้อนหนึ่งที่แตกออก
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่เบื้องใต้ร่างของนางก็ร้อง “ฟุอๆ” เสียง แปร่ง ท่าทางไม่เป็นสุขอย่างเห็นได้ชัด
นี่หมายความว่าการโจมตีนั้นของเรือดาราทำให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ที่มีสายเลือดถึงระดับเจ็ดก็ยังสัมผัสได้ถึงอันตราย
“นี่…”
เนี่ยเทียนที่เป็นผู้ร่ายเวทมองหินดวงดาวใต้ฝุาเท้าที่ถูกเผาผลาญไป เกือบครึ่งด้วยสีหน้าเหยเก
นับตั้งแต่ที่ได้เรือดารามา เขาก็เข้าใจดีว่าอาวุธวิเศษประเภทบินที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ลำนี้ไม่เพียงแต่มีความเร็วน่าตะลึง แข็งแกร่งถึงขีดสุด อีกทั้งหัวและท้ายเรือยังสามารถดูดซับพลังดวงดาวมา ใช้โจมตีได้อีกด้วย
เพียงแต่เขาก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าแสงดาวพร่างพราวที่เรือดารา ปล่อยออกมาจะมีอานุภาพน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้!
เผ่าหินเทาสายเลือดระดับหกยังต้านทานไม่ได้แม้แต่เค่อเดียว เรือน กายที่แข็งแกร่งราวหินเหล็กของเขายังกลายเป็นฝนเลือดในชั่วพริบตา!
ท่าทางกระวนกระวายของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งทำให้เนี่ยเทียน ตระหนักได้ว่าอานุภาพการโจมตีนี้ เกรงว่าแม้แต่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็ยัง ต้านรับไม่ได้
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งสายเลือดระดับเจ็ดมีพลังเทียบเคียงกับเขต วิญญาณของเผ่ามนุษย์ ขนาดสัตว์ร้ายประเภทนี้ยังกลัวเรือดารา นี่ก็มาก พอจะพิสูจน์ได้ว่าแสงดาวพร่างพราวที่เรือดารากระตุ้นออกมาน่ากลัวถึง เพียงไหน!
“ไป! อย่าให้สิ้นเปลืองฝนเลือดและเศษเนื้อพวกนั้น!”
เนี่ยเทียนมีสีหน้ายินดี เขารีบเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมา ให้ โครงกระดูกปีศาจเลือดเก็บเลือดเนื้อของคนเผ่าหินเทามาสะสมจิงชี่เลือด เนื้อของตัวันเอง
“ข้าดูถูกมันเกินไป นี่คือเรือดาราที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งใจ ทิ้งไว้ให้ข้าเป็นพิเศษ! วัตถุชิ้นนี้มีคุณค่ามากกว่าวิหคเพลิงของเฉียวอวิ๋นซี ไม่รู้จักกี่เท่า!”
วิหคเพลิงเพียงแค่มีความเร็วน่าตกใจ เดิมทีก็ไม่ใช่อาวุธที่เอามาใช้ ต่อสู้ได้ ค่ายกลที่สลักไว้บนร่างของวิหคเพลิงล้วนมีเพื่อเพิ่มความเร็ว
ทว่าเรือดารากลับต่างออกไป
ในเรือดาราไม่เพียงแต่มีค่ายกลเพิ่มความเร็ว ยังมีค่ายกลการโจมตีที่ลี้ ลับอีกหลายอย่าง ซึ่งค่ายกลการโจมตีเหล่านั้นก็คือพลังการโจมตีที่ร้าย กาจของเรือดารา
เขาไม่รู้ว่าอาวุธวิเศษประเภทบินลำเล็กๆ จะมีความสามารถจำกัดใน การรองรับค่ายกล
ทั้งบินได้ ทั้งมีความเร็วสูง นอกจากนี้ยังนำมาใช้โจมตี นี่ถือเป็นข้อ เรียกร้องที่สูงมากต่อผู้สร้างอาวุธวิเศษประเภทบิน อาจารย์หลอมอาวุธ ของดินแดนปราการดวงดาวยังไม่มีความสามารถที่จะรวบรวมค่ายกล ซับซ้อนขนาดนี้บนอาวุธวิเศษประเภทบินลำเล็กๆ เช่นนี้ได้
เรื่องที่อาจารย์หลอมอาวุธของดินแดนปราการดวงดาวทำไม่ได้ ไม่ได้ หมายความว่าอาจารย์หลอมอาวุธของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะมิ อาจทำได้
เรือดาราลำนี้ที่เนี่ยเทียนโดยสารมาก็คืออาวุธพิเศษที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวตั้งใจสร้างขึ้นเป็นพิเศษ มันสามารถบินได้รวดเร็ว ทั้ง ยังนำมาโจมตีได้อีกด้วย!
“ร้ายกาจ! ร้ายกาจยิ่งนัก! เพียงแต่ว่าเผาผลาญหินดวงดาวมากไป หน่อย แค่การโจมตีเดียว หินดวงดาวหลายสิบก้อนก็ถูกดึงพลังไป หมดแล้ว หากโจมตีอีกสองสามครั้ง เกรงว่าหินดวงดาวที่ข้าเก็บไว้คงไม่ พอให้ใช้!”
“ต่อให้อานุภาพการโจมตีของเรือดาราจะเป็นรองปืนใหญ่ผลึกแหวก นภาของเผ่าอสูรกาย แต่ก็น่าตะลึงมากพอ”
“มีเรือดารา วันหน้าหากพลังเลือดลมของโครงกระดูกปีศาจเลือด หมดลง ข้าก็ยังสามารถอาศัยเรือดารามารับมือกับศัตรูตัวฉกาจได้เช่นกัน! นับว่าเจ้าพวกคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยังมีน้ำใจอยู่บ้าง ถึงได้ ยอมทิ้งของดีๆ ไว้ให้บุตรแห่งดวงดาวอย่างข้า”
ใบหน้าเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พอความคิดเปลี่ยน เรือดารา ก็ เปลี่ยนทิศทาง พริบตาเดียวก็ขยับเข้าไปใกล้เหยียนซาน
ด้านหลังของเขาคือโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ลอยตัวอยู่นิ่งๆ และ กำลังใช้เวทลับหลอมเลือดของสำนักโลหิตมาดูดซับฝนเลือดและเศษเนื้อ เพื่อรวบรวมจิงชี่เลือดเนื้อขึ้นมาใหม่
“แย่แล้ว!”
เหยียนซานที่เหยียบอยู่บนเศษหินก้อนหนึ่งและพยายามหนีอย่างสุด ชีวิตเพื่อคิดจะส่งข่าวออกไป พอหันมาเห็ฯเนี่ยเทียนก็ตกใจจนขวัญดีหนี ฝุอ
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าพวกสายเลือดระดับหกในเผ่าของตัวเอง ที่ช่วยเขาสกัดกั้นเนี่ยเทียนเอาไว้จะถูกโจมตีได้ง่ายดายขนาดนี้
ที่ยิ่งทำให้เขารับไม่ได้ก็คือแสงดาวพร่างพราวของเรือดารากลับ สังหารสายเลือดระดับหกคนหนึ่งไปด้วย
อานุภาพน่าหวาดกลัวที่เรือดาราแสดงออกมาสยบขวัญผู้คน ทำให้ เขาชาไปทั้งร่าง
“ไร้ประโยชน์ อย่าได้ต่อต้านอย่างไม่มีความหมายอยู่เลย”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม หลังจากที่เรือดาราขยับเข้าไปใกล้เหยียนซาน เขาก็กระตุ้นใช้อานุภาพจากแสงดาวพร่างพราวอีกครั้งจนที่หินดวงดาว ถูกเผาผลาญไปเกินครึ่ง
“ตูม!”
เรือดาราพลันโจมตีไปโดนเหยียนซาน ทำให้เขาที่มีฐานะไม่ธรรมดา ในเผ่าหินเทาตายอนาถคาที่ ร่างกระจายกลายเป็นเศษเนื้อ
“กระจอกจริงๆ”
เนี่ยเทียนก้มลงมองเรือดาราที่อยู่เบื้องล่าง มองหินดวงดาวที่เหลือ เพียงหยิบมือแล้วรู้สึกเสียดายไม่น้อย ก่อนจะรีบหยิบเอาหินดวงดาวที่อยู่ ในแหวนเก็บของออกมาปูเพิ่มบนพื้นเรือเพื่อเพิ่มพลังให้กับเรือดาราต่อไป
——