ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 740 รู้ทิศทางอีกครั้ง
อานุภาพร้ายกาจที่เรือดาราสำแดงออกมาทำให้เนี่ยเทียนเองก็ยัง แอบตกตะลึง
ทว่าทุกครั้งที่เรือดาราปลดปล่อยแสงดาวเจิดจ้าก็จะต้องเผาผลาญหิน ดวงดาวไปเป็นจำนวนมาก หินดวงดาวคือหินพิเศษที่หาได้ยาก ที่เนี่ย เทียนมีเก็บไว้ก็ไม่นับว่ามากมายนัก
หากใช้ทุกครั้งการโจมตีที่น่าหวาดกลัวของเรือดาราทุกครั้ง หิน ดวงดาวของเขาก็จะหมดลงอย่างรวดเร็ว
เขาจึงแอบตัดสินใจว่าคราวหลังหากไม่ถึงขีดสุดจริงๆ จะไม่ใช่เรือ ดาราเด็ดขาด
รอจนเขาหันหน้ากลับมาก็เห็นว่าอินย่าหนันกำลังบงการให้งูเหลือม เลือดน้ำแข็งสังหารชนเผ่าหินเทาที่เหลืออยู่ได้อีกไม่น้อย
โครงกระดูกปีศาจเลือดได้รับคำสั่งจากเขาจึงลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ แล้วคอยจับเอาเศษเลือดเศษเนื้อที่ลอยเต็มฟ้ามาชุบหลอมเรือนกายของ ตัวเอง
ไม่นานโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ใช้เวทหลอมเลือดดูดดึงเอาจิงชี่เลือด เนื้อในศพของเผ่าหินเทามาจนหมด
มันยังไม่พอใจจึงเคลื่อนตัวเข้าหาเผ่าหินเทาที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะใช้ มือกระดูกที่สามารถทะลวงหินเหล็กไล่สังหารเผ่าหินเทาไปทีละคนแล้ว ดึงเอาพลังชีวิตของพวกเขาออกมา
เนื่องจากความน่ากลัวของเรือดารา ความแข็งแกร่งของเผ่าหินเทา ระดับสายเลือดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่สยบศัตรูได้อย่างเหนือชั้น ศึก ครั้งนี้จึงยุติลงอย่างรวดเร็ว
รอจนเรือดาราของเนี่ยเทียนย้อนกลับมาก็เห็นว่านักรบเผ่าหินเทา สายเลือดระดับห้าที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวได้ถูกอินย่าหนันใช้พลังน้ำแข็ง ของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งทำให้กลายเป็นร่างเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ยังไม่ถูก สังหารในทันที
“ตามข้อตกลงของพวกเราก้อนหน้านี้ แหวนห้วงมิติของคนเผ่าหิน เทา วัตถุดิบทุกอย่างของพวกเขาล้วนเป็นของพวกเจ้า” เนี่ยเทียนหรี่ตา กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ “แต่ศพของพวกเขาต้องเป็นของข้า”
มาถึงเวลานี้ เหล่าเมล็ดพันธ์ของดินแดนปราการดวงดาวต่างก็มอง ออกแล้วว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดสามารถใช้วิธีการที่พิเศษมาดึงเอา เลือดสดในร่างของเผ่าหินเทาแล้วผสานรวมไปในร่างของตัวเองได้
พวกเขาล่วนเข้าใจดีว่าที่เนี่ยเทียนต้องการศพของเผ่าหินเทาก็เพราะ หมายจะเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือด
ศักยภาพที่เนี่ยเทียนแสดงออกมาน่าตะลึงมากเกินไป พวกเขาจึงไม่มี ข้อโต้แย้ง
“ตามใจเจ้า” อินย่าหนันแค่นเสียงในลำคอ
หลังจากนั้นพวกสิ่งเป่ยเฉินก็ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินทะยาน ขึ้นมาบนฟ้าแล้วรูดเอาแหวนเก็บของบนร่างของศพเผ่าหินเทาไปจนหมด
เนี่ยเทียนสั่งการโครงกระดูกปีศาจเลือด โครงกระดูกปีศาจเลือดที่มี เรือนหายใหญ่โตเท่าภูเขาจึงใช้พลังสายเลือดของมันมาเก็บศพทั้งหมดไป โดยเว้นชนเผ่าหินเทาที่ร่างกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง
เนี่ยเทียนกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนร่างโครงกระดูกปีศาจเลือด แล้วให้ มันพาไปยังจุดที่ค่อนข้างห่างไกลบนหินอุกกาบาต
“โปรดอย่างรบกวนข้า” ก่อนหน้าที่จะจากไป เนี่เยทียนได้ทิ้งประโยค นี้ไว้
อินย่าหนัน สิ่งเป่ยเฉินต่างก็ใช้สายตาประหลาดใจจ้องมองแผ่นหลัง ของเขา สีหน้าก็จนใจน้อยๆ
“ลองสอบปากคำดูหน่อย ดูสิว่าเผ่าหินเทาคนนี้รู้เรื่องอะไรบ้าง?” ฉู่ โป๋เหวินแห่งตระกูลฉู่เอ่ยอย่างร้อนใจ
“อืม” อินย่าหนันร่ายเวท คนหลายคนที่มารวมตัวอยู่ข้างกายนางต่าง ก็จับจ้องเผ่าหินเทาผู้นั้นด้วยความสนใจ
สิ่งเป่ยเฉินหยิบเอาแหวนเก็บของของเผ่าหินเทามาแล้วใช้กระแสจิต ตรวจสอบเพื่อค้นหาวัตถุที่มีค่า
เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจพวกเขา หลังจากหลบมาไกลพร้อมกับโครง กระดูกปีศาจเลือด เขาก็ให้โครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเลือดสดในร่างของ เผ่าหินเทาไปให้หมด
ทุกครั้งที่โครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเลือดของศพเผ่าหินเทาไป หมดแล้วโยนศพทิ้งไว้ที่พื้น เนี่ยเทียนก็จะขยับเข้าไปใกล้แล้วใช้การสูบดึง
พลังชีวิตดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อในกระดูกและอวัยวะภายในที่เหลืออยู่ของ ศพเผ่าหินเทาเข้าไปไว้ในหัวใจตัวเอง
ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นกลืนกินจิงชี่เลือดเนื้อที่เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าโซ่ผลึกสายเลือดในปราณเลือดสีเขียวกลับไม่ได้มีแสงสีเขียวเปล่ง ประกายมากนัก
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
ตามหลักแล้วจิงชี่เลือดเนื้อที่เขาดูดซับมาจากศพของชนเผ่าหินเทา ต้องเข้มข้นมากกว่าที่ได้มาจากหนามเลือดกระดูกหลายเท่าตัว
ถึงแม้จิงชี่เลือดเนื้อในศพของชนเผ่าหินเทาจะเข้มข้นมาก แต่ไม่รู้ ทำไมมันถึงกลับไม่สามารถกระตุ้นสายเลือดแห่งชีวิตของเขาได้ดีเท่าพลัง อ่อนจางซึ่งหลงเหลืออยู่ของปลิงแทะกระดูก
“ปลิงแทะกระดูกคือสัตว์ต่างเผ่าในยุคดึกดำบรรพ์ หรือว่าเพราะ สายเลือดของพวกมันเก่าแก่กว่าถึงได้มีประโยชน์กับสายเลือดแห่งชีวิต มากกว่า?”
ศพมากมายที่พอถูกเขาสูบดึงพลังชีวิตก็กลายมาเป็นซากแห้งที่ไม่ เหลือจิงชี่เลือดเนื้อแม้แต่เสี้ยวเดียว
หนึ่งเค่อต่อมา ศพของชนเผ่าหินเทาที่ถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดเก็บ มาก็ถูกเขาและโครงกระดูกปีศาจเลือดรวมพลังกันชุบหลอมจนหมด
เขาหรี่ตารับสัมผัสกับความผิดปกติของปราณเลือดสีเขียว แล้วก็เริ่ม แน่ใจว่าการคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง
ต่อให้เลือดลมที่ยิ่งเก่าแก่และหายากจะอ่อนจางมากแค่ไหน ทว่ากลับ มีประโยชน์สูงสุดต่อการแปรสภาพของปราณเลือดสีเขียว
“ปลิงแทะกระดูก สัตว์ต่างเผ่าดึกดำบรรพ์…”
ดังนั้นเขาจึงแน่ใจว่าหากเขาเจอสิ่งมีชีวิตเก่าแก่อย่างปลิงแทะกระดูก จำนวนมากกว่านี้แล้วเก็บเอาพลังเลือดลมของพวกมันมา ก็น่าจะช่วยให้ สายเลือดแห่งชีวิตของเขาแปรสภาพได้เร็วขึ้น
แต่ทว่าสัตว์ต่างเผ่าดึกดำบรรพ์หาได้ง่ายขนาดนั้นเสียเมื่อไหร่?
“อู้!”
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันก็พลันบินมาถึง
พออินย่าหนันบินมาถึงก็สังเกตเห็นศพของชนเผ่าหินเทาทันที เดิมที นางก็ฝึกวิชาเรือนกายอยู่แล้ว จึงมีการรับสัมผัสต่อเลือดลมที่เฉียบไวมาก เป็นพิเศษ
นางแค่รับสัมผัสเล็กน้อยก็หน้าเปลี่ยนสีทันที “ทำไมในร่างของเผ่าหิน เทาพวกนั้นถึงไม่เหลือปราณแม้แต่เสี้ยวเดียว? หุ่นเชิดเลือดของเจ้าเป็น แค่วัตถุที่ตายไปแล้วเท่านั้น แต่มันกลับดูดดึงพลังเลือดลมทั้งหมดไปได้ เลยหรือ? ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้ว่าเผ่าโครงกระดูกมีพรสวรรค์ทางสายเลือด เช่นนี้อยู่?”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเบาๆ “บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าไม่ต้องการให้ใคร มารบกวน? พวกเจ้ารีบร้อนมาที่นี่ทำไม?”
“เนี่ยเทียน! ข้าพบยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งในแหวนเก็บของของคน เผ่าหินเทา!” เฉียวอวิ๋นซีกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์?” เนี่ยเทียนเองก็ตะลึงไปเช่นกัน
“ใช่แล้ว ยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ของสำนักข้า!” เฉียวอวิ๋นซีดีใจที่รู้ว่าตัวเอง ควรจะไปทางใดต่อ “ผู้อาวุโสใหญ่สำนักข้าคงเห็นว่าข้าไม่ยอมไปหาเขา เสียที ดังนั้นถึงได้ให้คนในสำนักทิ้งยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ หวังว่าข้าจะหา เจอแล้วไปรวมตัวกับพวกเขา!”
“มียันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนั้น พวกเราแค่คลำทิศทางให้ถูกต้องแล้ว ค้นหาต่อไปก็จะต้องเจอยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ชิ้นใหม่ จากนั้นก็หาท่านผู้อาวุโส ใหญ่เจอ!”
“ชนเผ่าหินเทาได้ยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์มาไม่นานก็เจอกับพวกเว่ยอวี้ เสียก่อนจึงยังไม่ทันได้ไล่ตามไปหายันต์ชิ้นต่อไป!”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน “พูดอย่างนี้ก็แสดงว่าเจ้าเตรียมจะอาศัยยันต์ไฟ ศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนั้นไปตามหาผู้อาวุโสเยว่เหยียนสี่?”
“ถูกต้อง!” เฉียวอวิ๋นซีพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ข้าไม่คิดจะกลับไปที่ แห่งนั้นอีกแล้ว เจ้าล่ะ?”
“หากหายันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ชิ้นใหม่ได้เจอเรื่อยๆ จริง เขาเองก็ยินดีจะ ค้นหาต่อไป” เนี่ยเทียนแสดงท่าที
หยุดไปครู่เขาก็หันไปมองอินย่าหนันแล้วขมวดคิ้วนิดๆ “พวกเขามี ท่าทียังไง?”
“ฉู่โป๋เหวินจะไปรวมตัวกับคนของตระกูลฉู่พร้อมกับคนอื่นๆ อีก บางส่วนแล้วไปที่เรือรบทางช้างเผือกซึ่งจอดรออยู่ด้านนอก เพื่อขอกำลัง เสริมจากดินแดนปราการดวงดาว” เฉียวอวิ๋นซีเหลือบมองอินย่าหนัน แวบหนึ่งแล้วพูดต่อ “นางกับสิ่งเป่ยเฉินจากสำนักสามกระบี่หวังว่าจะ เดินทางไปกับพวกเรา เจ้าคิดว่ายังไง?”
“พวกเขาไม่คิดจะไปจากที่นี่รึ?” ดวงตาเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความดู แคลน “ช่างใจกล้ากันไม่เบา”
“เจ้าหมายความว่ายังไง?” อินย่าหนันถลึงตาเดือดดาลตอบกลับ
“ไม่หมายความว่ายังไง” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนพูดว่า “ข้าไม่มีปัญหา แต่ข้าขอพูดให้ชัดเจนแต่แรกว่าความปลอดภัยของพวก เขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า หากเจอสถานการณ์ที่จนตรอกไม่มีทางชนะได้ จริงๆ ข้าจะทิ้งพวกเขาทันที อย่างมากสุดข้าก็แค่พาเจ้าจากไป พวกเขา จะเป็นหรือตาย ข้าไม่สนใจ”
ได้เห็นอานุภาพร้ายกาจของเรือดารา บวกกับที่โครงกระดูกปีศาจ เลือดได้อาศัยศพของเผ่าหินเทาทำให้มีพลังคืนกลับมาอีกไม่น้อย เขาก็ พอใจมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาอีกนิด
ในเมื่อจะไปหาเยว่เหยียนสี่ เขาเองก็ไม่รีบร้อนจากไปไหน หากเจอ กับชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งจนสู้ไม่ได้จริงๆ เขายังสามารถอาศัยความเร็ว ของเรือดาราหนีไป ความหวังที่จะรอดชีวิตก็มีสูงมาก
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาดูแล!” อินย่าหนันแค่นเสียงเย็น
“งั้นก็เอาตามนี้ พวกเจ้าจัดการตัวเองกันให้เรียบร้อยแล้วพวกเราก็ ออกเดินทางกันทันที” เนี่ยเทียนหันไปพยักหน้าให้เฉียวอวิ๋นซี
หญิงสาวทั้งสองจึงจากไปทันที
ฉู่โป๋เหวินและชายหญิงของสามสำนักที่เหลือพักผ่อนกันครู่หนึ่งเพื่อ รักษาอาการบาดเจ็บให้มั่นคง ก่อนจะขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบิน จากไปพร้อมกัน
สิ่งเป่ยเฉินจากสำนักสามกระบี่และอินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ ตัดสินใจว่าจะเสี่ยงดวงอยู่ต่อ เพื่อไปดูว่าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์กำลังทำอะไร อยู่กันแน่
ที่เฉียวอวิ๋นซียอมร่วมเดินทางพร้อมกับพวกเขาก็เพราะเห็นแก่ อานุภาพร้ายกาจของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง อีกทั้งสิ่งเป่ยเฉินเองก็มีตบะสูง ล้ำ
นอกจากนี้คนทั้งสองต่างก็เป็นตัวแทนของสำนักคุมสัตว์และสำนัก สามกระบี่ เฉียวอวิ๋นซีเองก็กังวลว่าหากหลังจากนี้สองสำนักใหญ่นี้ทำ อะไรเนี่ยเทียนที่มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวไม่ได้จะพาลมาแก้ แค้นใส่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกนาง นางจึงคิดจะคลี่คลายความสัมพันธ์ ระหว่างกัน
ครึ่งวันต่อมา เฉียวอวิ๋นซีสามคนก็มาหาเนี่ยเทียนอีกครั้งเพื่อบอกกับ เขาว่าออกเดินทางได้แล้ว
เนี่ยเทียนที่ถือโอกาสฝึกตนไปครู่หนึ่งได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นยืน เก็บเรือ ดาราไปก่อน แล้วจึงกระโดดเข้าไปในวิหคเพลิงของเฉียวอวิ๋นซีพร้อม
กล่าวว่า “อาวุธวิเศษประเภทบินของข้ามีการเผาผลาญที่สิ้นเปลืองมาก ใช้วิหคเพลิงของเจ้าก็แล้วกัน”
พอเขาพูดอย่างนี้ อินย่าหนันก็มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ พูดขึ้นเสียงเย็น “พื้นที่ของวิหคเพลิงมีจำกัด!”
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งฝีมือต่อสู้ไม่ธรรมดา แต่เวลาทะยานตัวอยู่กลาง อากาศกลับไม่เร็วมากนัก ดังนั้นหลังจากที่นางให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งหด ตัวเล็กลงก็ให้มันอยู่ในวิหคเพลิงด้วย
นอกจากนี้ในวิหคเพลิงยังมีสิ่งเป่ยเฉินอีกคน พอเนี่ยเทียนเข้ามา วิหค เพลิงก็คับแคบไปถนัดตา
“คือว่า เนี่ยเทียนเป็นแขกสำคัญของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ข้า…” เฉียวอวิ๋นซีตั้งใจบอกเป็นนัย
สิ่งเป่ยเฉินยิ้มเจื่อน เมื่อเห็นว่าคนอื่นไม่มีท่าทีจะจากไป เขาก็ได้แต่ พูดขึ้นว่า “เอาอย่างนี้ เดี๋ยวข้าจะขับอาวุธวิเศษประเภทบินอีกลำ ตามหลังวิหคเพลิงก็แล้วกัน”
เขาเป็นฝ่ายลงจากวิหคเพลิง ก่อนจะเรียกเอาอาวุธวิเศษประเภทบิน ลำหนึ่งของสำนักสามกระบี่ออกมา
“ศิษย์น้องอิน เจ้าจะมากับข้าไหม?” สิ่งเป่ยเฉินตะโกนถาม
“ไม่ล่ะ!” อินย่าหนันปฏิเสธน้ำเสียงแข็งกระด้าง
——