ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 746 นางพญาแมลงสีทอง
เนี่ยเทียนยืนนิ่งไม่ขยับ มองสิ่งเป่ยเฉินที่ลงไปด้านล่างด้วยสายตาเย็น ชา มุมปากเผยแววเย้ยหยัน
“ครืนๆๆ!”
ทันใดนั้นในหลุมที่สิ่งเป่ยเฉินบินลงไปก็มีเสียงแผ่นดินไหวดังกัมปนาท ลอยมา
ปราณกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ไพศาลซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยความอ่อนโยนพลันลอย ออกมาจากในหลุมนั้น
“เคร้งๆๆ!”
ทุกที่ที่ปราณกระบี่สาดกระเซ็น ก้อนหินที่แข็งแกร่งราวกับหินเหล็กก็ พากันระเบิดกระจาย
ปราณกระบี่ที่คมกริบเป็นกลุ่มๆ เหล่านั้น เนี่ยเทียนเพียงแค่ลองใช้ กระแสจิตวิญญาณของตัวเองไปสำรวจ ความเจ็บร้าวก็ส่งมาสู่สมอง ทำ เอาเขาหน้าเปลี่ยนสีทันใด
“คนผู้นี้แข็งแกร่งขนาดนี้เชียวรึ!”
เนี่ยเทียนรู้จักกับสิ่งเป่ยเฉินมาช่วงหนึ่งแล้ว ทว่ายังไม่เคยเห็นคนผู้นี้ ลงมือ จึงไม่เคยเดาพลังการต่อสู้ของเขาได้อย่างแม่นยำ
แต่เมื่อดูจากการป้องกันตัวที่อินย่าหนันมีต่อสิ่งเป่ยเฉิน เขาก็เดาได้ว่า คนผู้นี้ไม่ธรรมดา หาไม่แล้วทำไมเวลาผู้กล้าอย่างอินยาหนันและ เฉียวอวิ๋นซีจะต้องระวังตัวเมื่ออยู่กับเขา
ต่อให้จะเตรียมใจมาแล้ว ทว่าพอได้เห็นพลังที่แผ่ออกมาจากปราณ กระบี่นั้นอย่างแท้จริง เขาก็ยังหน้าเปลี่ยนสีได้อยู่ดี
ปราณที่ส่งมาจากในกระบี่ของสิ่งเป่ยเฉินมีความเผด็จการและความ แหลมคมราวกับสามารถผ่าท้องฟ้า ฟาดฟันทุกสิ่งอย่างให้แหลกลาญ
ในสายตาของเนี่ยเทียน หากปราณกระบี่ของสิ่งเป่ยเฉินไม่กระจายตัว ออกจากกัน แต่รวมเป็นหนึ่ง เกรงว่าคงมากพอจะต่อสู้กับเขตลี้ลับช่วง กลางได้เลย!
“ระวังสิ่งเป่ยเฉิน!” ดูเหมือนเฉียวอวิ๋นซีจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเป็น แบบนี้ นางจึงไม่รู้สึกแปลกใจกับการที่อยู่ดีๆ สิ่งเป่ยเฉินก็แสดงพลัง ออกมา เพียงพูดต่อไปว่า “หากไม่ใช่เพราะมีเจ้าและอินย่าหนันอยู่ด้วย ข้าก็ไม่กล้าเดินทางกับเขาเพียงลำพัง ตอนนั้นที่เขาคิดจะโดยสารวิหค เพลิง ที่ข้ากับอินย่าหนันไม่ยอมรับปากก็เพราะว่ากลัวเขา”
เนี่ยเทียนหรี่ตาแล้วกล่าวว่า “หากข้าไม่มีหุ่นเชิดเลือดตัวนั้น อิน ย่าหนันไม่มีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับเจ็ด ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ เลย”
“เขาเป็นถึงบุคคลมหัศจรรย์ของเด็กรุ่นเล็กแห่งดินแดนปราการ ดวงดาวเชียวนะ!” เฉียวอวิ๋นซีอธิบาย “ปีนั้นตอนที่เขาเลื่อนสู่เขตสามัญ ช่วงท้ายได้ไม่นาน เขาก็สามารถสังหารเขตลี้ลับช่วงต้นข้ามระดับได้ เรื่อง
นี้เคยครึกโครมไปทั่วดินแดนอยู่พักหนึ่ง คนผู้นี้มีที่มาไม่แน่ชัด แต่จู่ๆ ก็ ปรากฏตัวในสำนักสามกระบี่ และถูกสำนักสามกระบี่มองเป็นความหวัง ในวันข้างหน้า”
“ตอนที่เขาเพิ่งมาอยู่สำนักสามกระบี่ เขาก็มีตบะแค่เขตสามัญช่วงต้น เท่านั้น ทว่าในเวลาสั้นๆ กลับเลื่อนสู่ช่วงท้าย”
“ตอนที่ผู้กล้าคนเก่าของสำนักสามกระบี่ประลองฝีมือกับเขาก็ เสียชีวิตอย่างน่ากังขา การประลองครั้งนั้นสำนักสามกระบี่ส่งคนเข้าไปใน โลกลับทั้งหมดสิบกว่าคน แต่คนที่รอดชีวิตกลับมีเขาแค่คนเดียว”
“ข้างนอกเล่าลือกันว่าเขาเป็นคนสังหารสหายร่วมสำนัก เพื่อให้ได้นั่ง อยู่บนตำแหน่งสูงสุดของสำนักสามกระบี่เพียงผู้เดียว”
“เขาล้วนเชี่ยวชาญวิชากระบี่หลายชนิดที่สำนักสามกระบี่สืบทอดกัน มาอย่างลับๆ ทั้งหมด อีกทั้งยังได้ยินมาว่ามีวิชากระบี่ชนิดหนึ่งที่หลายปี มานี้คนของสำนักสามกระบี่ไม่มีใครฝึกสำเร็จ แต่เขากลับเป็นคนที่บรรลุ ความมหัศจรรย์ของมันได้”
เฉียวอวิ๋นซีสีหน้าซับซ้อน นางพูดเบาๆ ต่อว่า “ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะ ไม่ผูกพันธ์กับสำนักสามกระบี่เท่าไหร่นัก สำนักสามกระบี่ตั้งใจปลูกฝังเขา มานานหลายปี ทว่าเขากลับปฏิเสธความหวังดีของสำนักสามกระบี่ใน หลายๆ เรื่อง เดิมทีสำนักสามกระบี่คิดจะให้เขาเชื่อมสัมพันธ์โดยการ แต่งงานกับตระกูลกวาน จึงเลือกกวานเหอมาให้เขา แต่เขากลับปฏิเสธ อย่างละมุนละม่อม”
“ทางฝ่ายของตระกูลกวานจึงเลือกหาหญิงในตระกูลที่ยังสาวและ หน้าตาสวยงามมาให้เขาใหม่อีกครั้ง ทว่ากลับถูกเขาปฏิเสธเช่นเดียวกัน”
“ด้วยเหตุนี้สำนักสามกระบี่และตระกูลกวานยังเคยมีปัญหากันครั้ง หนึ่ง”
ตอนที่เฉียวอวิ๋นซีพูดถึงสิ่งเป่ยเฉิน สีหน้าของนางเคร่งเครียดอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่านางกริ่งเกรงคนผู้นี้อย่างมาก
“ฟิ้ว!”
สิ่งเป่ยเฉินพลันบินออกมาจากในหลุม เก็บเอาปราณกระบี่ทั้งหมดที่ ระเบิดออกมาก่อนหน้านี้ให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขายิ้มแห้งๆ ประจบ แล้วเอ่ยด้วยเสียงดัง “ดูเหมือนว่าจะไม่มีแมลง กัดทองตัวใหม่”
“ต้องมีแน่อยู่แล้ว แต่จะหาเจอหรือไม่ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนหา” เนี่ย เทียนแสยะยิ้ม “เอาคำพูดไม่น่าฟังมาพูดกันก่อน แมลงกัดทองที่อยู่ในหิน อุกกาบาตด้านล่างนั้น ใครที่หาเจอก็เป็นของคนนั้น”
สิ่งเป่ยเฉินพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจนใจ “ตกลง”
เนี่ยเทียนร่ายใช้เลือดลมแห่งชีวิต ให้พวกมันแทรกซอนลงไปยังหิน อุกกาบาตด้านล่างเพื่อรับสัมผัสกับการเคลื่อนไหวของปราณเลือดที่อ่อน จางอย่างเงียบเชียบ
ผ่านไปพักหนึ่งเขาก็พุ่งตัวไปยังหลุมอีกแห่งด้วยสีหน้านิ่งเฉย พอลงไป ในหลุมได้ก็ใช้ดาราเพลิงกาฬฟาดฟันอย่างต่อเนื่อง
“ตึง!”
ไม่นานนักสีทองเจิดจ้าก็แผ่ออกมาจากในหินอุกกาบาตก้อนหนึ่งที่ปริ แตก
พอปาดหินที่เกาะอยู่ชั้นนอกออกไปได้ แมลงสีทองขนาดเท่าหัวแม่มือ ตัวหนึ่งก็ถูกเนี่ยเทียนหาเจอ
“ยัง ยังมีอยู่จริงๆ ด้วย!” สิ่งเป่ยเฉินสีหน้าฮึกเหิม
เฉียวอวิ๋นซีอึ้งไปครู่ก็พลันคืนสติ นางหันไปมองเนี่ยเทียนและร้อง อุทานด้วยความยินดี ก่อนจะพุ่งไปยังหลุมอื่น คิดจะร่ายเวทตามหาดูบ้าง
สิ่งเป่ยเฉินมองสังเกตเนี่ยเทียนอยู่ไกลๆ ด้วยความฉงนสนเท่ห์ ไม่ เข้าใจว่าอีกฝ่ายใช้วิธีการใดกันแน่ถึงได้หาแมลงกัดทองเจออย่างแม่นยำ ขนาดนี้
เขาเองก็เข้าใจว่าเนี่ยเทียนไม่มีทางบอกวิชาการตามหาให้เขารู้ เมื่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ได้แต่เลือกหลุมอื่นแล้วลงมือขุดตามหาอย่างไร้ เป้าหมายอีกครั้ง
แม้ว่าขอบเขตของเขาจะสูงมาก แต่จะอย่างไรก็ไม่มีสายเลือดแห่ง ชีวิต ไม่สามารถรับสัมผัสถึงปราณเลือดอันอ่อนจางของแมลงกัดทองได้
เขาและเฉียวอวิ๋นซีสองคนเที่ยวหาไปทั่ว คอยเปลี่ยนหลุมต่อเนื่อง และฟาดฟันหินให้แตกออกอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังไม่ได้ผลพวงใดๆ กลับมา
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่ทุกครั้งพอเข้าไปในหลุมก็จะต้องได้แมลง กัดทองมาหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโลหะปะทะ ได้เห็นแสงสีทองเจิดจ้า พวกเขาก็ เข้าใจว่าเนี่ยเทียนได้ผลเก็บเกี่ยวอีกแล้ว นี่จึงยิ่งทำให้พวกเขาหดหู่เข้าไป ใหญ่
ไม่นานเวลาสองชั่วโมงก็ผ่านพ้นไป และเนี่ยเทียนก็ได้แมลงกัดทองมา หลายสิบตัวแล้ว
มาถึงเวลานี้ อินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ก็จัดการให้งูเหลือมเลือด น้ำแข็งไปชุบหลอมพลังที่เหลืออยู่ของงูเหลือมน้ำแข็งยักษ์ระดับแปดใน หินอุกกาบาตอีกก้อนหนึ่งแล้ว
เมื่อเห็นว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็งเริ่มเข้ารูปเข้ารอย อินย่าหนันที่อยู่ ว่างๆ ถึงได้สังเกตเห็นท่าทางผิดปกของพวกเขา
นางมองอย่างสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้กระแสจิตวิญญาณไปสื่อสาร กับงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง แล้วจึงบินเอื่อยๆ ไปจากหินอุกกาบาตก้อนนั้น
ระหว่างทางนางพลันสังเกตเห็นว่าเนี่ยเทียนบิดเอาแมลงกัดทองสี ทองอร่ามออกมาจากก้นหลุมแห่งหนึ่งแล้วเก็บมันเข้าไปไว้ในแหวนเก็บ ของ
“แมลงกัดทอง! ในหินอุกกาบาตก้อนนั้นมีแมลงกัดทองด้วยหรือนี่!”
อินย่าหนันพลันบังเกิดความสนใจ แล้วก็ค้นพบทันใดว่าเฉียวอวิ๋นซี และสิ่งเป่ยเฉินสองคนกำลังตามหาแมลงกัดทองไปทั่วไม่ต่างจากเนี่ย เทียน
นางจึงปรี่เข้าไปยังหินอุกกาบาตก้อนที่ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน เคยสำรวจมาก่อนแล้วเริ่มตามหาแมลงกัดทองโดยไม่รอขออนุญาตผู้ใด
ไม่เหมือนกับเฉียวอวิ๋นซีและสิ่งเป่ยเฉิน นางมีการรับสัมผัสที่เฉียบไว ต่อเลือดลม ทว่าแมลงกัดทองตัวเล็กมาก ปราณเลือดลมที่เหลืออยู่จึงมี น้อยนิด อีกทั้งยังอยู่จุดลึกในหินอุกกาบาต ต่อให้เป็นนางก็ไม่สามารถ ตามหาแมลงกัดทองมาจากด้านใต้ก้อนหินได้อย่างแม่นยำเช่นเนี่ยเทียน
ครึ่งชั่วยามต่อมา
“ตูมๆ!”
เนี่ยเทียนใช้ดาราเพลิงกาฬขุดหลุมใหม่ขึ้นมาจึงเกิดเสียงระเบิดดัง กัมปนาท ก่อนที่แสงทองจะพร่างพราวออกมาจากด้านใน
คนทั้งสามที่ไม่ได้รับผลพวงใดๆ มารวมตัวกันโดยอัตโนมัติ พวกเขา ยืนอยู่ตรงปากหลุมแล้วก้มมองลงไป
หินอุกกาบาตขนาดเท่าศีรษะก้อนหนึ่งปริแตกออก ด้านในมีแมลงกัด ทองอยู่ตัวหนึ่ง
แมลงกัดทองตัวนี้ใหญ่เกินว่าแมลงกัดทองตัวอื่นๆ ที่เนี่ยเทียน รวบรวมมาเกินสิบเท่า บนเปลือกแข็งของแมลงกัดทองมีลวดลายสีทอง หลายเส้นที่เบียดกันแน่นขนัด
ลวดลายสีทองเหล่านี้คล้ายนาบประทับความมหัศจรรย์ของพลังสี ทองที่คมกริบเอาไว้ ลี้ลับไร้ที่สิ้นสุด
“ตัวนี้นี่แหละ!”
ดวงตาของเนี่ยเทียนฉายแสงประหลาด ยังไม่ทันรอให้พวกสิ่งเป่ยเฉิน สามคนมองเห็นอย่างชัดเจน เนี่ยเทียนก็รีบเอาศพของแมลงกัดทองตัวนั้น เก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของแล้ว
ท่ามกลางการรับสัมผัสด้วยสายเลือดแห่งชีวิตของเขา แมลงกัดทอง ตัวนี้ก็คือตัวสุดท้ายที่อยู่ใต้หินอุกกาบาต
พลังเลือดลมที่เหลืออยู่ในแมลงกัดทองตัวนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเอาหลาย สิบตัวที่เขาเก็บก่อนหน้านั้นมารวมกันเสียอีก!
ที่เขาเหลือมันไว้ท้ายสุดก็เพราะจุดที่ซ่อนแมลงกัดทองตัวนี้อยู่ไกล จากหลุมทั้งหมดที่ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานขุดไว้
เขาจำเป็นต้องขุดหลุมใหม่ ต้องระเบิดหินให้แตกออกแล้วทุ่มแรง มหาศาลถึงจะได้มันมาครอง
เขาเลือกหาแมลงกัดทองที่เก็บได้ง่ายและเก็บมาอย่างรวดเร็วก่อน สุดท้ายถึงได้รวบรวมพละกำลังทั้งหมดไว้ที่ตัวสุดท้าย ซึ่งก็คือแมลงกัด ทองที่แข็งแกร่งมากที่สุด
“นั่นคือนางพญาแมลง” ดวงตาของสิ่งเป่ยเฉินโชนแสงคมกล้า “เกรง ว่าแมลงกัดทองทั้งหมดที่อยู่ที่นี่น่าจะเกิดมาจากมัน มันแข็งแกร่งยิ่งกว่า แมลงกัดทองทุกตัวหลายเท่านัก นางพญาแมลงตัวนี้…”
“เป็นของข้า” เนี่ยเทียนที่อยู่ในหลุมเอ่ยแทรกขึ้นมา
สิ่งเป่ยเฉินกระตุกมุมปาก รอยยิ้มแฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่าง “เนี่ยเทียน ผลึกจิตวิญญาณที่อยู่ใต้ทะเลสาบล้วนเป็นของเจ้าทั้งหมด แมลงกัดทองพวกนี้เจ้าก็คิดจะฮุบเอาไปเองคนเดียวอีกหรือ?”
“ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้ข้าพูดอย่างชัดเจนมากพอแล้วว่าแมลงกัดทอง ทุกตัวที่ซ่อนอยู่ใต้หินอุกกาบาต ใครหาเจอก็เป็นของคนนั้น” เนี่ยเทียน ขมวดคิ้ว
“แต่แมลงกัดทองทุกตัวก็อยู่ในมือของเจ้าทั้งหมดนี่นา เนี่ยเทียน คนเราไม่ควรทำอะไรตายตัวเกินไปนัก เอาแมลงกัดทองมาแบ่งให้พวกเรา สักสองตามตัวดีไหม?” สิ่งเป่ยเฉินกล่าว
“เห็นทีจะไม่ได้” เนี่ยเทียนปฏิเสธ
“ศิษย์น้องอิน ข้ามีข้อเสนอเล็กๆ” สิ่งเป่ยเฉินไม่สนใจเขาอีก แต่มอง ไปทางอินย่าหนันแล้วกล่าวอย่างตั้งใจว่า “เจ้าร่วมมือกับข้า งูเหลือม เลือดน้ำแข็งระดับเจ็ดของเจ้าน่าจะต้านทานความร้ายกาจของหุ่นเชิด เลือดตนนั้นได้ ส่วนข้าจะรับผิดชอบจัดการเขากับเฉียวอวิ๋นซีเอง พอจบ เรื่องเจ้ากับข้าก็มาแบ่งผลึกจิตวิญญาณและแมลงกัดทองกัน และตัวที่ ใหญ่ที่สุดจะเป็นของเจ้า เจ้าคิดว่ายังไง?”
“ว่าไงนะ?” เฉียวอวิ๋นซีหน้าเปลี่ยนสี
เนี่ยเทียนสีหน้ามืดคล้ำ
อินย่าหนันงงงัน ขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีคล้ายกำลังตั้งใจประเมินผล ได้ผลเสีย
——