ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 748 ศึกดุเดือด
“เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่!”
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด เขาแอบใช้เวทลับอย่างเงียบเชียบ ทำให้ จิงชี่พืชหญ้าและจิงชี่เลือดเนื้อเข้มข้นมารวมตัวกัน
เลือดสดจากบาดแผลที่ปริแตกบนแขนขวาของเขาก็พลันหยุดไหล
จิงชี่สองอย่างที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกันมารวมอยู่ตรงแขนขวาของ เขา ผิวเนื้อที่ปริแตกจึงประสานตัวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
เวลาสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาที เนี่ยเทียนก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป อาการบาดแผลตรงแขนของเขาก็มั่นคงไปด้วย
“สวบๆๆ!”
ม่านแสงหลายชั้นที่อินย่าหนันเรียกออกมาพลันปริแตก แสงกระบี่ ของสิ่งเปุยเฉินคล้ายเข็มทองที่แทงไปยังหน้าอกของนาง
ปราณเลือดเก่าแก่และปุาเถื่อนขุมหนึ่งไหลบ่าขึ้นมาตรงเกราะหนังที่ ห่อหุ้มหน้าอกอวบใหญ่ของนาง เกราะหนังนั้นเปลี่ยนมาเป็นสีเงินสว่าง ไสวที่ช่วยปูองกันแสงกระบี่แหลมคมของสิ่งเปุยเฉินไว้ข้างนอก ไม่ให้มัน แทรกซึมเข้ามาในเลือดเนื้อได้
อินย่าหนันร้องอึกอักในลำคออีกครั้ง เรือนกายเร่าร้อนแข็งแกร่งราว เสือดาวเพศเมียของนางเหมือนถูกรถศึกโลหะกระแทกเข้าใส่จนถอยกรูด ไม่เป็นท่า
“อู้!”
เฉียวอวิ๋นซีล้มเลิกความคิดที่จะพุ่งไปหาวิหคเพลิง นางพลันกระโจน เข้าใส่สิ่งเปุยเฉินราวนกเพลิงที่สยายปีกโบยบิน
เมื่อมือทั้งคู่ของนางทำมุทรา พลังงานร้อนแรงในมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียนของนางพลันก่อตัวขึ้นมาเป็นลูกไฟสีชาดหลายลูก
ด้านในลูกไฟสีชาดทุกลูกมียันต์ลักษณะคล้ายยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ ยันต์ พวกนั้นส่องแสงเจิดจ้าคล้ายนาบประทับสัจธรรมความจริงของเปลวเพลิง เอาไว้ ทำให้เปลวเพลิงของลูกไฟสีชาดลุกโชติช่วง
“ลูกไฟเก้าสุริยา!”
ลูกไฟสีชาดเก้าดวงหมุนติ้วคล้ายดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงเก้าดวง
อินย่าหนันอึ้งงันไปเพียงครู่เดียวก็พลันคืนสติ เหมือนนางจะรู้ว่าหาก ไม่สังหารหรือทำให้สิ่งเปุยเฉินบาดเจ็บ ใครก็หนีไม่พ้นจากตราผนึกค่าย กระบี่วิญญาณแตกเจ็ดชั้นนี้ไปได้
“คาถาจำแลงสัตว์!”
พลังวิญญาณและพลังงานปราณเลือดเป็นกลุ่มๆ ตัดสลับกันอยู่หน้า เรือนกายของนาง ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นงูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวหนึ่ง
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้นไม่ใช่ร่างจริง แต่เป็นการรวมตัวกันของ พลังวิญญาณและเลือดลม ทว่าหลังจากที่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้น ปรากฏตัวมันก็เลื้อยขยับราวกับมีชีวิตจริง แม้แต่คลื่นเลือดลมที่แผ่
ออกมาจากในร่างของมันก็มีความคล้ายคลึงกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัว จริงถึงเจ็ดแปดส่วน
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่จำแลงออกมาส่ายสะบัดหาง ร้องคำรามไร้ เสียงแล้วพุ่งเข้าใส่สิ่งเปุยเฉินอย่างบ้าคลั่ง
พอเห็นว่าเฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันได้ข้อตกลงร่วมกันในเสี้ยววินาที โดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่ส่งมาจากมหาสมุทรจิตวิญญาณ ทั้งยังรวม พลังกันโจมตีสิ่งเปุยเฉิน เนี่ยเทียนก็พลันแผดเสียงคำราม แล้วก็เรียกใช้ พลังงานต่างธาตุทั้งหมดในร่างยกเว้นพลังจิตวิญญาณเช่นกัน
พลังงานมากมายมารวมตัวกัน ความเดือดดาลพวยพุ่งขึ้นในใจของ เขา มือซ้ายกำเป็นหมัดเตรียมจะเหวี่ยงหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธออกมา ตลอดเวลา
“น่าเสียดายที่ขอบเขตของพวกเจ้าทั้งสามคนไม่สูงมากพอ”
สิ่งเปุยเฉิยถือกระบี่สีดำด้วยสีหน้านิ่งเฉย ดวงตาเฉยเมย
“เวทรวมกระบี่กลางฟูา!”
กระบี่สีดำเล่มนั้นพลันลอยขึ้นสูงบนท้องฟูา
แค่กระบี่สีดำหมุนโคจรเบาๆ ก็มีแสงกระบี่นับร้อยนับพันสาดกระจาย ไปสี่ทิศ
แสงกระบี่ทุกเส้นเหมือนรวบรวมกระบี่เล็กๆ หลายเล่มไว้เป็นหนึ่ง เดียวกัน ซึ่งฝากฝังกระแสจิตวิญญาณของสิ่งเปุยเฉินที่แหลมคมอย่างถึง ที่สุดไว้ภายใน
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน สิ่งเปุยเฉินเหมือนผสานรวมเป็นหนึ่งกับ กระบี่สีดำและจำแลงร่างของตัวเองให้กลายมาเป็นกระบี่ยักษ์ที่แทงขึ้นไป บนท้องฟูา
เขาเหมือนเป็นนายแห่งแสงกระบี่นับพันนับหมื่น ความศักดิ์สิทธิ์ของ กระบี่นั้นสามารถควบคุมกระบี่ทุกเล่มบนโลกที่มีสติปัญญา แสงกระบี่แต่ ละลำที่สาดส่องลงมาทำให้พื้นที่ที่เขาอยู่กลายเป็นมหาสมุทรแห่งกระบี่
ลูกไฟเก้าสุริยาที่เฉียวอวิ๋นซีใช้พลังงานความร้อนสร้างขึ้นมาถูกแสง กระบี่หลายสิบเส้นโจมตีตั้งแต่ยังอยู่ห่างจากเขาหลายสิบเมตร
ลูกไฟเก้าสุริยาแต่ละดวงคล้ายดวงอาทิตย์ลูกเล็กที่พากันระเบิด กระจาย
ส่วนพลังงานความร้อนก็กลายมาเป็นเมฆเปลวเพลิงที่รวมตัวกันไม่ สลายไปไหน
ทว่าแสงกระบี่จำนวนมากกว่าเดิมซึ่งพกพาเอาปราณกระบี่แหลมคม ราวต้องการฉีกกระชากนภากาศของสิ่งเปุยเฉินกลับยังคงบินเข้ามาอีก ครั้ง แสงกระบี่พวกนั้นเป็นเหมือนแมลงเต่าทองตัวเล็กๆ ที่กัดแทะเมฆ เปลวเพลิง ทำให้กลุ่มเมฆแต่ละกลุ่มยิ่งหดเล็กลงเรื่อยๆ
แทบจะขณะเดียวกัน แสงกระบี่นับร้อยก็มารวมตัวกันกลายเป็น กระบี่แสงโปร่งใสที่เล็กเรียวทว่ากลับยาวเหยียดเล่มหนึ่ง
กระบี่แสงตวัดฟันงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อินย่าหนันสร้างขึ้นจากเลือด ลมและพลังวิญญาณให้ขาดออกเป็นสองท่อน
“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
อินย่าหนันแผดเสียงร้องราวสัตว์ที่ติดกับดัก จุดลึกในดวงตาที่สดใส ทว่ากลับเต็มไปด้วยความปุาเถื่อนเหมือนมีวิญญาณสัตว์เก่าแก่ตัวหนึ่ง ลอยขึ้นมาและร้องคำรามเอาเรื่องสรรพชีวิต
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ถูกกระบี่แสงโปร่งใสเล่มนั้นฟันขาดเป็นสอง ท่อนพลันกลายมาเป็นงูสองตัวที่ลักษณะแตกต่างกัน
งูสองตัวนั้น ตัวหนึ่งเป็นสีขาวใสราวผลึกน้ำแข็ง อีกตัวหนึ่งเป็นสีแดง ฉานราวงูเลือด ตัวหนึ่งอยู่ซ้ายตัวหนึ่งอยู่ขวา แล้วพลันลอดทะลุผ่านแสง กระบี่แต่ละเล่มกระโจนเข้าใส่ชายโครงสองฝั่งของสิ่งเปุยเฉิน
เพียงแค่ครู่เดียว งูสองตัวนั้นก็หายวับไปตรงกระดูกชายโครงของสิ่ง เปุยเฉิน
ร่างของสิ่งเปุยเฉินครึ่งหนึ่งกลายมาเป็นผลึกเย็นเหมือนก้อนน้ำแข็ง เนื้อหนังและกระดูกล้วนมีน้ำแข็งจับตัวเป็นก้อน ส่วนร่างอีกครึ่งหนึ่งกลับ มีแสงสีเลือดสาดกระเซ็น คล้ายกำลังถูกงูวิญญาณกัดทึ้งเลือดเนื้อ
“ไม่เสียแรงที่เป็นคนซึ่งสร้างภัยคุกคามให้ข้าได้มากที่สุด”
สิ่งเปุยเฉินแสยะปากแยกเขี้ยว เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ได้รับความ เจ็บปวดเช่นกัน ทว่าเขากลับยังใช้สายตาชื่นชมมองมายังอินย่าหนันอย่าง ลึกล้ำ
“แต่กลับไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก”
ขาดคำ สิบนิ้วบนมือทั้งคู่ของเขาก็มีแสงแวววาวราวอัญมณีลอยขึ้นมา
ในชั่วพริบตาทั้งสิบนิ้วของเขาก็คล้ายกลายมาเป็นกระบี่เล่มเล็กที่ แหลมคม ก่อนที่เขาจะเอานิ้วทั้งสิบของสองมือที่เหมือนกระบี่แทงสวบลง ไปยังชายโครงของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“เปรี๊ยะๆ!”
ผลึกใสบนร่างฝั่งที่จับตัวเป็นน้ำแข็งพลันมีเศษน้ำแข็งปลิวว่อน
ร่างอีกฝั่งหนึ่งที่มีแสงสีเลือดแผ่ออกมาก็เหมือนว่างูตัวเล็กจะถูกนิ้ว แหลมคมแทงตาย แสงสีเลือดจึงค่อยๆ หายไป
เฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันสองคนที่เห็นว่าเขาสามารถรับมือกับลูกไฟ เก้าสุริยาและคาถาจำแลงสัตว์ได้อย่างง่ายดาย ดวงตาก็เต็มไปด้วยความ ขมขื่น ใจพลันบังเกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง
วิธีการที่พวกนางสามารถร่ายใช้ย่อมไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ทว่าอาวุธและ ของวิเศษชิ้นสำคัญที่พวกนางสามารถพึ่งพิงได้กลับยังอยู่ในแหวนเก็บของ
เมื่อไม่สามารถเรียกของพวกนั้นออกมา อาศัยเพียงแค่พลังวิญญาณ และเวทคาถาแค่ไม่กี่ชนิดก็เห็นได้ชัดว่าฝีมือของพวกนางอยู่คนละชั้นกับ สิ่งเปุยเฉิน
เพราะสิ่งเปุยเฉินไม่ได้รับการพันธนาการจากค่ายกระบี่วิญญาณแตก เจ็ดชั้น เขาจึงสามารถเรียกใช้วัตถุ กระบี่วิเศษและยังมีอาวุธวิเศษทุกชิ้น ในแหวนเก็บของมาเพิ่มพลังของตัวเองให้มากขึ้นได้
“ขอข้าลองบ้างสิ!”
และเวลานี้เอง หญิงสาวสองคนก็พลันได้ยินเสียงคำรามมาจากเนี่ย เทียน
นัยน์ตาของพวกนางฉายแสงแปลกใจ หันไปมองเนี่ยเทียนโดย อัตโนมัติ ทว่าส่วนลึกในใจ…กลับไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก
ก็เป็นอย่างที่สิ่งเปุยเฉินกล่าวไว้ สิ่งที่เนี่ยเทียนทำให้พวกนางหวั่นเกรง ได้ก็มีเพียงโครงกระดูกปีศาจเลือดที่อานุภาพน่าเกรงขามตนนั้น และเรือ ดาราที่ลึกลับเกินคาดเดาเท่านั้น
ทว่าตัวเนี่ยเทียนเองมีตบะเพียงแค่เขตสามัญช่วงต้น ต่อให้จะฝึกวิชา เรือนกาย ทว่าเมื่ออยู่ในโลกที่ผู้มีขอบเขตสูงคือผู้สูงส่ง เขาก็ไม่มีทางจะ สร้างภัยคุกคามใดๆ ให้กับสิ่งเปุยเฉินได้
เพราะอย่างไรซะสิ่งเปุยเฉินก็เป็นเขตลี้ลับช่วงต้น ซึ่งเหนือกว่าเนี่ย เทียนขั้นใหญ่
กระนั้นการแสดงออกของเนี่ยเทียนก็ยังทำให้พวกนางแปลกใจไม่ น้อย
เพียงแค่ครู่เดียว เนี่ยเทียนก็หายตัวไปจากเส้นสายตาของพวกนาง
“อ๊ะ!”
สิ่งเปุยเฉินหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ เมื่อเห็นเนี่ยเทียนที่ใช้ดาวเปล่ง ประกายระยะสั้นหายตัวมาอยู่เบื้องหน้าตัวเอง เขาก็ร้องอุทานเบาๆ
มือซ้ายที่กำแน่นของเนี่ยเทียนซึ่งรวบรวมพลังงานเกินครึ่งในร่างของ เขาเอาไว้พลันต่อยลงไปตรงหัวใจของสิ่งเปุยเฉินอย่างแรง
สิ่งเปุยเฉินมองเห็นความเดือดดาลที่เหมือนกองเพลิงซึ่งลุกโชนอยู่ใน สายตาของเนี่ยเทียน
เมื่อหมัดนั้นต่อยออกมา เขายังได้ยินเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธ แค้นที่เหมือนมาจากทวยเทพบรรพกาลได้แว่วๆ อีกด้วย นี่ทำให้จิตใจที่ มั่นคงดุจหินผาของเขาได้รับผลกระทบตามไปด้วย
สิ่งเปุยเฉินรีบประสานนิ้วให้กลายเป็นกระบี่ นิ้วทั้งห้าของเขาพลันมี แสงสีทองลึกลับส่งออกมา ก่อนที่เขาจะใช้ฝุามือกระบี่ฟันลงไปบนหลังมือ ของเนี่ยเทียน
“เคร้ง!”
เมื่อฝุามือกระบี่ปะทะกับหลังมือของเนี่ยเทียนก็เหมือนฟันลงไปบน เหล็กกล้า เห็นเพียงสะเก็ดไฟที่สาดกระเซ็นไปทั่ว
หมัดของเนี่ยเทียนลดต่ำลงน้อยๆ บนผิวหนังมีรอยแตกยับ ทว่าหมัด ที่หนักอึ้งดุจขุนเขา แฝงเร้นไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวไร้ที่สิ้นสุดกลับยังคง กระแทกลงมาบนหน้าอกของสิ่งเปุยเฉินอยู่ดี
“ตูม!”
อาภรณ์ตรงหน้าอกของสิ่งเปุยเฉินสลายกลายเป็นผุยผง เสื้อเกราะสี ทองใต้เสื้อผ้าที่ปกปูองหัวใจของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนาส่องแสงจ้าบาด ตาก่อนเป็นอันดับแรก
ทว่าต่อให้เป็นเสื้อเกราะระดับสูงตัวนี้ก็ยังมิอาจต้านทานพลังรุนแรง ทั้งหมดที่มาจากหมัดพิโรธของเนี่ยเทียนได้
คลื่นพลังงานที่แฝงเร้นไว้ด้วยความเดือดดาลค้ำฟูาลอดผ่านเกราะ วิเศษและยังคงโจมตีเข้ามา
โอสถวิญญาณในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของสิ่งเปุยเฉินที่เนี่ย เทียนมองไม่เห็นพลันขยายใหญ่
พลังวิญญาณสีทองคมกริบถี่ยิบจำนวนนับไม่ถ้วนเหมือนสายฟูาสีทอง ที่ล้อมพันหัวใจของสิ่งเปุยเฉินไว้แน่นขนัด ทำให้หน้าอกของเขาเหมือน กลายมาเป็นทองคำก้อนหนึ่ง
ความเดือดดาลไร้ที่สิ้นสุดจากในหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธยังคงพกพาเอา อานุภาพที่ไม่ลดน้อยลงโจมตีใส่เขาเป็นระลอก
สิ่งเปุยเฉินร้องอึกอักอยู่ในลำคอ พลางถอยหลังไปทีละก้าว
ทุกก้าวที่เขาถอยไป หน้าอกของเขาก็จะมีเสียงระเบิดดังออกมา พร้อมแสงสีทองที่สาดส่องราวเม็ดฝนร่วงพราว
ไม่นานร่างของสิ่งเปุยเฉินก็เหมือนกลายมาเป็นรูปปั้นที่ถูกราดรดด้วย โลหะสีทอง นิ้วมือของมือสองข้างของเขาแตะลงไปที่หน้าอกอย่าง ต่อเนื่องเพื่อใช้ปราณกระบี่อันคมกริบมาสลายพลังที่หลงเหลืออยู่ ตรงหน้าอก
“อู้!”
ขณะเดียวกันฝุามือที่เนี่ยเทียนต่อยหมัดเทพค้ำฟูาพิโรธออกมาก็มี ภาพค่ายกลดวงดาวซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของดวงดาวเจ็ดดวงเปล่ง วาบ
ดาวเปล่งประกายเจ็ดดวงที่เป็นเหมือนกลุ่มดาวจระเข้เจ็ดดวงที่ส่อง สว่าง แผ่กลิ่นอายแห่งความลึกลับไม่มอดดับพลันบินเข้าไปหาหว่างคิ้ว ของสิ่งเปุยเฉิน
“คาถาดาวเคลื่อนย้ายแห่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!”
สิ่งเปุยเฉินอุทานเบาๆ หนึ่งที กระบี่สีดำเล่มที่ลอยสูงอยู่กลางอากาศ ก็พลันขยับตามความต้องการของเขา มันกลายมาเป็นแสงกระบี่นับพัน เส้นราวฝูงแมลงที่กระโจนเข้าไปกลบทับภาพค่ายกลซึ่งเกิดจากการ รวมตัวกันของแสงดาวเจ็ดดวง
ติ๊งๆ เคร้งๆ เสียงกังวานใสดังออกมาจากในแสงกระบี่และภาพค่าย กลดวงดาว แสงดาวเจ็ดดวงที่ส่องแสงระยิบระยับเริ่มสลัวรางไปทีละนิด
“ฟิ้ว!”
เรือนกายที่เร่าร้อนของอินย่าหนันพลันขยับเข้ามาใกล้ แล้วก็มาโผล่ พรวดที่ด้านหลังของสิ่งเปุยเฉิน ทั้งยังลงมืออย่างโหดเหี้ยมโดยไม่มีลังเล
“โฮก!”
เงามายาของสัตว์วิเศษตัวหนึ่งส่ายสะบัดหางสีเงินราวหิมะให้กระแทก ลงบนหัวใจด้านหลังของสิ่งเปุยเฉิน
เฉียวอวิ๋นซีเองก็คว้าโอกาสนี้ไว้โดยการสร้างลูกไฟเก้าสุริยาขึ้นมาอีก ครั้ง ลูกไฟสีแดงฉานเก้าดวงระเบิดกระจายอยู่กลางอากาศ ก่อนกลายมา เป็นก้อนเมฆเปลวเพลิงที่ลดตัวลงมาปกคลุม
ดาราเพลิงกาฬในมือของเนี่ยเทียนก็ถูกเขากรอกเทพลังเปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาวลงไป แล้วตวัดใส่สิ่งเปุยเฉิน
สิ่งเปุยเฉินแค่นเสียงเบาๆ หนึ่งครั้ง แล้วจึงพลันเงยหน้ามองท้องฟูา
ตอนที่เขาเงยหน้าก็มีฝนแสงจำนวนมากกว่าเดิมบินออกมาจากค่าย กระบี่วิญญาณแตกเจ็ดชั้น
ทว่าฝนแสงเหล่านั้นไม่ได้แทรกซึมเข้ามายังมหาสมุทรจิตวิญญาณ ของคนทั้งสาม แต่ผสานรวมเข้าไปในแสงกระบี่เล็กละเอียดที่กระบี่สีดำ ของเขาปลดปล่อยออกมา ในแสงกระบี่ที่ถูกฝนแสงผสานรวมพลังก็ เหมือนจะกลายมามีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง
เวลาเพียงสั้นๆ แสงกระบี่นับพันนับหมื่นก็กลายมาเป็นกระบี่บินที่มี ชีวิต ในแสงกระบี่มีความคิดและจิตวิญญาณประหลาดแผ่ออกมาจาก อย่างบ้าคลั่ง
อานุภาพของแสงกระบี่พลันเพิ่มขึ้นสูง ก่อนที่พวกมันจะมาว่ายวนอยู่ รอบกายสิ่งเปุยเฉินราวกับฝูงปลานับหมื่นตัว
การโจมตีของเนี่ยเทียนสามคนถูกแสงกระบี่เหมือนฝูงปลากลุ่มนั้นกัด ทึ้งทำลายจนค่อยๆ สลายไป และไม่มีพลังงานแม้แต่เสี้ยวเดียวที่สามารถ ลอดผ่านแนวเส้นการปูองกันของแสงกระบี่มากมายเหล่านั้นมากระทบ ร่างกายของสิ่งเปุยเฉินได้
——