ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 75 สัมผัสได้้ล่วงหน้า
หลังจากที่เนี่ยเทียนและพันเทาจากมาจึงเลือกเด้ินมั่วๆ ไปยังทิศทางหนึ่ง เด้ินมาได้้ครู่เด้ียวกมหยุด้ชะงักลง
“อาหารเหล่านั้นของอารามเสวียนอู้ หากคิด้จะรอจนกว่า ประตูโลกลับจะเปิด้ออก ต่อไปทุกคนคงหิวโหยกันทุกวัน” พันเทา ทอด้สายตามองออกไปไกล กล่าว: “ต้องโทษพวกเราที่เอาแต่เร่งรุด้ เด้ินทาง ระหว่างทางทิ้งอาหารไปตั้งมาก”
เนี่ยเทียนหัวเราะ “ฮ่าๆ อันที่จริงแล้วต้องโทษข้าต่างหาก ก่อนหน้าที่พวกเจ้ายังมาไม่ถึง เจิ้งปินนึกว่าอาหารที่พวกเขาเกมบไว้มี มากพอจึงให้ข้ากินได้้ตามสบาย พวกเขาเองกมคิด้ไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะ กระเซอะกระเซิง มาถึงด้้วยมือเปล่ากันแบบนี้”
เขาไม่ได้้รู้สึกอคติอะไรกับเจิ้งปินนัก
หลังจากที่ได้้อยู่กับพวกผู้ประลองของอารามเสวียนอู้มา พักหนึ่ง จึงรู้ว่าภายใต้การนำาของเจิ้งปิน บรรยากาศภายในของ อารามเสวียนอู้นั้นสมัครสมานสามัคคีกันมากทีเด้ียว
อีกทั้งเจิ้งปินผู้นี้กมไม่ใช่คนแล้งน้ำาใจ มิฉะนั้นคงไม่ตอบ สนองปริมาณอาหารที่มากมายตามความต้องการของเขาเช่นนั้น
“อืม แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่ได้้รู้จักกับเจิ้งปินมาก่อน แต่ข้า กมได้้ยินมาว่าคนผู้นี้ได้้รับคำาสรรเสริญจากคนไม่น้อย” พันเทาเองกมยิ้ม เช่นกัน “เพียงแต่ว่า เขารู้สึกว่าเจ้ากับข้าออกมาจากคนกลุ่มใหญ่ เขาสามารถยอมรับได้้ เหมนได้้ชัด้ว่าเขาดู้ถูกพวกเรา”
“ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่หาของกินเจอ ทำาให้ทุกคนไม่ต้อง หิวโหยกันอีก กมถือว่าข้าได้้ตอบแทนบุญคุณของพวกเขาแล้ว” เมื่อ พูด้เช่นนี้ เนี่ยเทียนจึงหลับตาลงเบาๆ ปลด้ปล่อยกระแสจิตที่ มหาศาลของเขาออกไปสำารวจความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตรอบ ด้้าน
พันเทารู้ความมหัศจรรย์ของเขา พอเหมนว่าเขาหลับตาลง จึงไม่พูด้อะไรรบกวนอีก
ผ่านไปครู่หนึ่งเนี่ยเทียนกมส่ายหัว กล่าว: “บริเวณใกล้เคียง นี้ไม่มีสิ่งมีชีวิต พวกเราเปลี่ยนที่กัน”
“ตกลง”
ทั้งสองคนเด้ินเตร่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เนี่ยเทียนใช้ พลังจิตออกไปรับสัมผัสคลื่นพลังชีวิตอยู่ตลอด้เวลา
น่าเสียด้ายที่พื้นที่ใกล้เคียงประตูโลกลับ คล้ายจะไม่มีสัตว์ วิเศษตัวใด้มาเด้ินเพ่นพ่านจริงๆ
เขาเด้ินวนอยู่รอบหนึ่ง สำารวจอยู่หลายครั้งกมยังไม่ค้นพบ อะไรสักอย่าง
มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่เนี่ยเทียนหลับตาลงรับสัมผัส อยู่ๆ เขา กมสัมผัสได้้ถึงคลื่นเลือด้ลมผิด้ปกติที่ส่งตรงออกมาจากจุด้ลึกใต้ด้ิน
สีหน้าเขาตื่นเต้น เข้าใจไปว่าจุด้ลึกใต้ด้ินมีสัตว์วิเศษ ประเภทเด้ียวกับกิ้งก่าด้ินซ่อนตัวอยู่ จึงรีบรวบรวมกระแสจิต แทรกซึมเข้าไปยังใต้ด้ินทันที
การรับสัมผัสครั้งนี้เขาพลันพบว่าส่วนลึกของใต้ด้ิน มี เส้นเลือด้ที่คล้ายกับลำาธารเส้นเลมกมากมายหลายเส้นค่อยๆ คืบคลาน มาอย่างเชื่องช้า
เส้นเลือด้เหล่านั้นทำาให้เขารู้สึกคุ้นเคยได้้อย่างเลือนราง…
“ปราณเลือด้ที่มาจากร่างของอวี๋ถง!”
ครู่ใหญ่ หน้าของเขาพลันเปลี่ยนสี ยิ่งตั้งใจรับสัมผัส มากกว่าเด้ิม
เขาสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าเส้นเลือด้มากมายหลายเส้นที่ ซุกซ่อนปราณเลือด้เอาไว้ แต่กลับไม่มีปราณของจิตวิญญาณใด้ๆ กำาลังยืด้ขยายออกไปยังจุด้ที่พวกเจิ้งปินรวมตัวกันอยู่
ปราณเลือด้แต่ละเส้นเหล่านั้นตัด้สลับกันเป็นก้อน คล้าย ตาข่ายคาวเลือด้ขนาด้ยักษ์ที่ตาถี่หนาแน่น ราวกับต้องการด้ักจับสิ่ง มีชีวิตทุกอย่าง
เขาพลันเบิกตากว้าง มองเหลียวซ้ายเหลียวขวา กล่าว เตือนพันเทาด้้วยความระมัด้ระวัง: “ผิด้ปกติ! จุด้ลึกของใต้ด้ินมีเส้น เลือด้เลมกๆ มากมาย! เส้นเลือด้พวกนั้นข้ามั่นใจว่าถูกปล่อยออกมา จากร่างของนางมารอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิต! ทิศทางที่เส้นเลือด้ไหลไป คือจุด้ที่พวกเจิ้งปินรวมตัวกันอยู่!”
“เส้นเลือด้หลายเส้น มาจากนางมารอวี๋ถง?” พันเทาตกใจ จากนั้นกมขมวด้คิ้วฉับ ครุ่นคิด้ทันที
ผ่านไปหลายวิ พันเทาพลันตัวสั่นเยือก ใบหน้าเตมไปด้้วย ความหวาด้ผวา “ตาข่ายปฐพี! คือตาข่ายปฐพี เวทต้องห้ามของ สำานักโลหิต! คนของสำานักโลหิตและสำานักภูติผีน่าจะอยู่ใกล้ๆ กับ พวกเรา! พวกเขามีเขมทิศโลหิตจึงรู้ตำาแหน่งที่แน่นอนของพวกเรา! แย่แล้ว เนี่ยเทียน พวกเราต้องรีบกลับไป!”
“ตาข่ายปฐพีคืออะไร?” เนี่ยเทียนสงสัย
“ไม่มีเวลามาอธิบายแล้ว พวกเราต้องรีบกลับไปให้เรมว ที่สุด้!” พันเทากล่าวอย่างร้อนรน
เนี่ยเทียนเองกมตื่นเต้นตามพันเทาไปด้้วย กล่าว: “อย่าบอก ใครนะว่าข้าเป็นคนหาความผิด้ปกติใต้พื้นด้ินเจอ พันเทา ช่วยกุม ความลับให้ข้าด้้วย”
“ข้าเข้าใจ” พันเทาพยักหน้า
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในโลกมายามรกต เขากมเด้าออกแล้ว ว่าการที่อยู่ๆ อันซืออี๋กมจัด้ตัวลูกหลานตระกูลเนี่ยให้มาอยู่กลุ่มเด้ียว กับพวกเขา ต้องมีเปอาหมายอื่นอย่างแน่นอน
ทั้งอันอิ่งยังแอบบอกเป็นนัยกับเขาลับๆ อยู่หลายครั้งว่าให้ เขาและเจิ้งรุ่ยคอยหยั่งเชิงเนี่ยเทียน นั่นจึงยิ่งทำาให้เขามั่นใจมากขึ้น
ทว่าวันนี้ ในใจของเขาได้้มองเนี่ยเทียนเป็นสหายร่วมต่อสู้ ที่ขาด้ไม่ได้้คนหนึ่งแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเพื่อนอย่างเนี่ยเทียนไป เขารู้ด้ี ว่าควรจะทำาเช่นไร
ไม่นานคนทั้งสองที่จากไปไม่นานกมกลับมารวมตัวกับทุกคน อีกครั้ง
“พวกเจ้าพบอะไรหรือไม่? เจอสัตว์วิเศษไหม?” หันซิน แห่งอารามเสวียนอู้ พอเหมนว่าพวกเขากลับมาเรมวขนาด้นี้จึงเริ่มเย้ย หยันทันที “บอกกับพวกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วว่าบริเวณใกล้เคียงนี้ไม่มี
สัตว์วิเศษอยู่สักตัว แต่พวกเจ้ากมยังจะด้ึงด้ัน ต้องเพิ่มความเสี่ยงให้ กับทุกคนให้ได้้ พวกเจ้าถึงจะพอใจสินะ?”
“หุบปาก!” พันเทาตวาด้เสียงเยมน
“เจ้าบอกให้ใครหุบปาก? เจ้ากินของของพวกเรา ด้ื่มของ ของพวกเรา เจ้ากลับมีหน้ามาตวาด้ใส่ข้า?” หันซินโมโหปรีกด้ขึ้นมา ทันที
ผู้ประลองหลายคนของอารามเสวียนอู้ลุกพรวด้ขึ้นยืน มองพันเทาด้้วยความโกรธแค้น ทำาท่าพร้อมลงไม้ลงมือทุกเมื่อ
เจิ้งปินเองกมีสีหน้าไม่เป็นมิตร “พันเทา ขอโทษหันซิน ด้้วย!”
“หากขอโทษแล้วสามารถแก้ไขปัญหาได้้ข้าถึงจะขอโทษ!” พันเทาสีหน้ามืด้คล้ำา ไม่ได้้สนใจเจิ้งปิน แต่หันไปพูด้กับอันอิ่งและ เจียงหลิงจู: “เกิด้เรื่องใหญ่แล้ว สำานักภูติผีและสำานักโลหิตไม่เพียง แต่อยู่ใกล้ ทั้งยังเริ่มร่ายเวทลับของสำานักโลหิต—ตาข่ายปฐพีแล้ว!”
“ว่าไงนะ? ตาข่ายปฐพี!” เจียงหลิงจูตะลึงพรึงเพริด้
“จะเป็นไปได้้อย่างไร? อวี๋ถงเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่ขั้น ท้ายสวรรค์ นางไม่น่าจะมีความสามารถมากพอที่จะกระตุ้นตาข่าย ปฐพีได้้สิ?” อันอิ่งร้องอุทาน
“เวทต้องห้ามสำานักโลหิต ตาข่ายปฐพี?!” เจิ้งปินหน้า เปลี่ยนสีฉับพลัน ไม่สนใจจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับหันซินอีก “เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นตาข่ายปฐพี? เจ้าเจอได้้อย่างไร?”
เวลานี้ เนี่ยเทียนที่กลับมาพร้อมกับพันเทากมแอบเริ่มเป็น กังวลแล้ว
เจียงหลิงจู อันอิ่ง และเจิ้งปิน ต่างกมเป็นลูกศิษย์ผู้เป็น จุด้ศูนย์กลางของสำานักหลิงอวิ๋น หอหลิงเป่าและอารามเสวียนอู้ ทั้ง ยังเป็นผู้นำาของทั้งสามฝ่าย
ก่อนหน้านี้พวกเขาจึงได้้ทำาความเข้าใจกับความลับของ สำานักภูติผีและสำานักโลหิตจากผู้อาวุโสในสำานักมาแล้ว
เหมนได้้ชัด้ว่าพวกเขาล้วนรู้ว่าตาข่ายปฐพีหมายถึงสิ่งใด้
คนสามคน พอได้้ยินว่าสำานักโลหิตร่ายตาข่ายปฐพีกมพากัน หน้าถอด้สีทันควัน นี่มากพอจะพิสูจน์ได้้ถึงความน่ากลัวของตาข่าย ปฐพี
“พันเทา เป็นตาข่ายปฐพีจริงๆ หรือ เจ้าแน่ใจไหม?” อันอิ่ งกล่าวด้้วยน้ำาเสียงเคร่งเครียด้
บัด้นี้ทุกคนล้วนหันมามองพันเทา รวมไปถึงหันซินที่ก่อน หน้านี้ปะทะฝีปากกับเขาซึ่งตอนนี้ใบหน้าซีด้ขาว ในใจเริ่มลนลาน
พันเทาลังเลเลมกน้อย แอบเหลือบมองเนี่ยเทียน เมื่อเขา พบว่าเนี่ยเทียนมีสีหน้าราบเรียบ ไม่ได้้มีความตื่นตระหนกใด้ๆ พัน เทาถึงได้้พยักหน้าอย่างแรง “ข้าเอาหัวเป็นประกัน!”
เมื่อเขาพูด้เช่นนี้ อันอิ่งจึงไร้ซึ่งความลังเลอีก รีบพูด้: “ก่อนหน้าที่ตาข่ายปฐพีจะก่อตัวสำาเรมจ พวกเราต้องหาคนของสำานัก ภูติผีและสำานักโลหิตให้เจอก่อน พวกเราจะเอาแต่นั่งรอความตายไม่ ได้้!”
“มีเพียงวิธีนี้แล้วล่ะ” เจียงหลิงจูตวาด้เบาๆ
เจิ้งปินพยักหน้า และตระหนักได้้ถึงความร้ายแรงของ สถานการณ์เช่นกัน รีบกล่าว: “ทุกคนใช้ที่แห่งนี้เป็นจุด้ศูนย์กลาง เริ่มตามหาร่องรอยของคนสำานักภูติผีและสำานักโลหิต หากพบตัว พวกเขาเมื่อใด้ให้ตะโกนด้ังๆ ทันที ในเมื่ออวี๋ถงผู้นั้นเพิ่งเหยียบย่าง เข้าสู่ขั้นท้ายสวรรค์ได้้ไม่นาน ต่อให้นางอาศัยอาวุธวิเศษกมไม่มีทาง ขยายขอบเขตของตาข่ายปฐพีได้้กว้างนัก!”
“นางต้องอยู่ไม่ไกลจากพวกเราแน่! ขอแค่หานางเจอ โจมตีนาง ไม่ให้ตาข่ายปฐพีก่อตัวได้้สำาเรมจ พวกเรากมจะหลุด้พ้นจาก กับจับกุมของตาข่ายเลือด้ได้้!”
อันอิ่งพูด้อย่างเด้มด้ขาด้: “แยกกันไปหาพวกเขา!”
“เนี่ยเทียน! พวกเราไปด้้วยกัน ข้ามีอาวุธที่พิเศษอย่าง หนึ่ง สามารถรับสัมผัสได้้ถึงคลื่นเคลื่อนไหวของตาข่ายปฐพี มีความ เป็นไปได้้มากที่สุด้ที่พวกเราจะตามเจอพวกเขา!” พันเทาเอ่ยกับเนี่ย เทียนอย่างรู้กันแล้วกมพุ่งพรวด้ออกไปทันที ไม่คิด้อยู่ต่อแม้แต่นาที เด้ียว
เขารู้ว่าเนี่ยเทียนจำาเป็นต้องแยกตัวออกจากทุกคนถึงจะไม่ เผยความสามารถในการรับสัมผัสที่มหัศจรรย์นั้น
“ตกลง!” เนี่ยเทียนเองกมตามออกไปทันทีทันใด้
พริบตาเด้ียวพวกเขาสองคนกมนำาทุกคนไปไกลก่อนใคร
“เขามีอาวุธพิเศษ…” เจิ้งปินสีหน้าตื่นเต้น คิด้อยู่ครู่หนึ่งกม กล่าวว่า: “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนกมไม่จำาเป็นต้องแยกกันแล้ว ตาม เขาไปกมแล้วกัน!”
“ไป!”
ผู้ประลองของสามสำานัก เวลานี้ต่างกมละทิ้งความขัด้แย้ง ก่อนหน้านั้น ไม่มีใครคิด้เลมกคิด้น้อยกับคำาพูด้ที่ไม่เป็นมิตรของพัน เทาอีก รีบไล่ตามไปยังทิศทางที่พวกเขาจากไปทันที
เนี่ยเทียนที่กำาลังเด้ินตามมา ครู่เด้ียวกมตามทันพันเทา เขา ปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาต้นกำาเนิด้ของ กระแสเส้นเลือด้เหล่านั้น
ส่วนพันเทากมหันไปตะโกนใส่พวกคนที่เด้ินตามมา “รักษา ระยะห่างกับข้าช่วงหนึ่ง อาวุธบนร่างของข้าจะถูกปราณเลือด้เนื้อ มากเกินไปรบกวน!”
ผู้ประลองสามสำานักเหล่านั้นที่ตามเขามาติด้ๆ พอได้้ยิน เขาพูด้แบบนี้จึงพากันลด้ความเรมวลงเลมกน้อย รักษาระยะที่ไม่ใกล้ กับเขานัก
และเนี่ยเทียนกมไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะมีคนจับได้้ ใช้กระแส จิตรับสัมผัสหาที่มาของกระแสเส้นเลือด้ ค่อยๆ เข้าไปใกล้อวี๋ถงมาก ขึ้นเรื่อยๆ