ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 752 ขอข้าลองดูบ้าง!
“พลังงานเหล่านั้นไม่ใช่พลังวิญญาณฟูาดินที่บริสุทธิ์อย่างเดียว”
กวานฉีสีหน้าเคร่งเครียด “พลังงานส่วนใหญ่ในนั้นกลับเป็นปราณ เลือดน่ากลัวซึ่งระเบิดออกมาหลังจากการต่อสู้ระหว่างสัตว์โบราณกับชน ต่างเผ่าจำนวนมาก”
“ท่ามกลางเลือดลมเหล่านั้นยังนาบประทับพรสวรรค์ทางสายเลือด และเจตจำนงทางจิตวิญญาณของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าเอาไว้”
“ตามหลักแล้วหลังจากที่การต่อสู้สิ้นสุดลง พลังปราณเลือดของ สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจะต้องค่อยๆ สลายไปจากฟูาดิน”
“ทว่าแผ่นดินใหญ่นี้ค่อนข้างพิเศษ พลังงานที่ทิ้งไว้หลังสงครามกลับ รวมตัวกันไม่สลายไป”
“แผ่นดินใหญ่ผืนนั้นน่าจะเคยเป็นสนามรบที่ดุเดือดระหว่างสิ่งมีชีวิต ยิ่งใหญ่หลากหลายชนิด สัตว์โบราณกับชนต่างเผ่าที่ต่อสู้กันนั้นมีหลายคน ที่มีสายเลือดระดับแปดถึงระดับเก้า!”
“พรสวรรค์ทางสายเลือดของพวกเขายังมีพลังงานที่ไม่จางหายไป ซึ่ง พลังงานพวกนั้นน่ากลัวมาก อีกทั้งยังปะปนกันให้วุ่นวายไปหมด”
“ส่วนพลังเลือดลมเหล่านั้นที่เมื่อผ่านการกัดกร่อนของกาลเวลามา นานหลายปี จึงยังคงต่อสู้ปะทะกันเอง”
“ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากผู้ที่มีขอบเขตต่ำเข้าไปข้างในก็จะ ได้รับผลกระทบ ทำให้เดินทางได้อย่างยากลำบาก ข้าและเจี่ยนก่าวทดล
องดูแล้ว แต่ต่อให้เป็นตบะของพวกเราก็ยังมิอาจเข้าไปลึกมากนัก ได้แต่ ทอดถอนใจด้วยความเสียดาย”
เนี่ยเทียนตะลึง “พลังเลือดลม!”
“พวกเจ้าเห็นพวกเหยาจื่อหลันจากเขาสุขาวดี เห็นเรือโบราณทองคำ ลำนั้นหรือไม่?” อินย่าหนันลังเลอยู่ครู่จึงพูดว่า “พวกเขาล่วงหน้ามาก่อน แล้ว หากไม่มีข้อผิดพลาดล่ะก็ พวกเขาน่าจะมาถึงที่นี่ก่อนพวกเจ้า ตอนนี้พวกเขาไม่อยู่ใกล้ๆ หรือว่าเข้าไปข้างในแล้ว?”
“กลุ่มของพวกเขาก็ไม่มีแดนว่างเปล่าเหมือนกัน หากเข้าไปแล้วจะ อาศัยอะไร?”
เจี่ยนก่าวตอบ “ข้าไม่เห็นพวกเขาหรอก แต่ว่าก็มีความเป็นไปได้ที่ พวกเขาจะเข้าไปข้างในจริงๆ เพราะอย่างไรซะเจียงเฟิงและมู่ปี้ฉงจาก เขาสุขาวดีก็ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว หากพวกเหยาจื่อหลันมาถึงแล้วเจอกับ เจียงเฟิงก็สามารถอาศัยอานุภาพแดนว่างเปล่าของเจียงเฟิงข้ามผ่านพื้นที่ พลังงานยุ่งเหยิงเข้าไปยังจุดศูนย์กลางได้”
“ศิษย์น้องเฉียว ยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าได้รับมาได้บอกสถานการณ์ที่ ซับซ้อนนี้ไว้บ้างไหม?” อินย่าหนันมองมาทางเฉียวอวิ๋นซี
ตามคำบอกของเฉียวอวิ๋นซี พวกเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ พบที่แห่งนี้ก่อนผู้ใด
สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ทิ้งยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ตามทาง ทว่ากลับไม่เห็น ร่องรอยของคน เกรงว่าพวกเขาคงเข้าไปข้างในนานแล้ว
“ยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้บอกความลี้ลับพวกนี้ไว้อย่างละเอียด” เฉียวอวิ๋นซีขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยปากอีกครั้ง “แต่ข้าเดาเอาว่าคน ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของข้าคงเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว พวกเขาน่าจะรู้ว่า หลังจากที่ข้ากับเนี่ยเทียนมาถึงย่อมไม่มีทางเข้าไปข้างในได้ ซึ่งผ่านไปอีก พักหนึ่งผู้อาวุโสใหญ่ก็คงออกมาตามหาพวกเขา”
“หากผู้อาวุโสใหญ่ไม่ออกมาเสียที นั่นก็มีความเป็นไปได้อย่างเดียว คือหากพวกเขาไม่เจอกับปัญหาอะไรข้างในก็คงเจอกับพวกเจียงเฟิงแล้ว มิอาจแยกตัวออกมาได้”
กวานฉีกล่าว “พวกเรามาถึงได้ไม่นาน ยังไม่เคยได้เจอกับคนของ สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ พวกเราไม่รีบร้อน เราจะรอต่อไปก่อน รอให้แดนว่าง เปล่าของตระกูลมาถึง”
“พวกเราเองก็รอไปอีกสักพักก็แล้วกัน” เฉียวอวิ๋นซีแสดงท่าที
เนี่ยเทียนมองแผ่นดินใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งคล้ายถูกปราณพลังงาน จำนวนมากห่อหุ้มเอาไว้ เขาก็แอบขมวดคิ้ว
ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงตรงหน้าอกของเขาร้อนลวกราวเปลว เพลิง เห็นได้ชัดว่าถูกพลังงานบางอย่างของแผ่นดินนั้นชักนำ เขาจึง อยากจะเข้าไปดู
แต่พอได้ยินคำพูดของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานที่บอกว่าต่อให้ เป็นเขตวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ยังยากจะเข้าไปข้างในนั้นได้ แล้วเขาเล่าจะ โชคดีผ่านไปได้จริงๆ หรือ?
“ขอข้าลองดูหน่อย!”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังสองจิตสองใจว่าจะลองดีหรือไม่นั้น อินย่า หนันกลับเป็นฝุายทนไม่ไหวแล้วคิดจะลงมือเสียก่อน
พอนางกล่าวจบ ลายสักรูปงูเหลือมเลือดน้ำแข็งตรงหน้าท้องของนาง ก็เปลี่ยนมาเลื้อยขยุกขยิกเหมือนมีชีวิตจริง
ลายสีดำสลับขาวของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเหมือนคลื่นน้ำที่กระเพื่อม ไหว บนร่างที่เร่าร้อนผิดปกติของนางพลันมีเกล็ดผลึกน้ำแข็งโผล่ขึ้นมา
ผลึกทุกชิ้นล้วนส่งไอความเย็นเสียดลึกถึงกระดูก
พริบตาเดียวผิวหนังที่เปิดเปลือยของนางก็ถูกผลึกน้ำแข็งห่อหุ้ม ทำ ให้ร่างของนางกลายเป็นเหมือนทวยเทพแห่งน้ำแข็ง
“ฟิ้ว!”
ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน ร่างของนางก็พุ่งฉิวไปยังแผ่นดินผืน นั้นเหมือนแท่งน้ำแข็งแท่งหนึ่ง
เนี่ยเทียนเองก็จับจ้องมองไปอย่างมีสมาธิ
พอเรือนกายราวผลึกน้ำแข็งของอินย่าหนันพุ่งเข้าไปในพื้นที่ที่คลื่น พลังงานเหล่านั้นก็พลันมีเลือดลมสีเขียว สีม่วงเข้มจำนวนไม่น้อยที่ได้รับ การกระตุ้น
พลังงานเลือดลมที่เห็นได้ชัดว่ามาจากภูตผีปีศาจและอสูรกาย ระดับสูงเหมือนถูกท้าทายจึงพลันพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่อินย่าหนัน
“เพล้งๆๆ!”
ผลึกน้ำแข็งบนร่างของอินย่าหนันแตกกระจายออกอย่างรวดเร็ว
ไอความเย็นสีขาวขุ่นระเบิดลอยกรุ่นออกมาจากในผลึกน้ำแข็งพวก นั้น ทว่ากลับถูกพลังงานหลายขนิดโจมตีทำให้ไอน้ำแข็งที่เข้มข้นเปลี่ยน มาเป็นอ่อนจาง
อินย่าหนันมาอยู่แค่ริมขอบของแผ่นดินได้เพียงไม่กี่สิบวินาทีก็ร้อง อุทานด้วยความเจ็บปวด แล้วก็ต้องบินถอยกลับมาอย่างรวดเร็ว
นางหอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนหน้าอกอิ่มเอิบกระเพื่อมไหว
เพียงแค่ครู่เดียวนี้ ผลึกน้ำแข็งที่ปกคลุมไปรอบกายนางก็หายไปแล้ว เกินครึ่ง ตอนนี้เหลือเพียงม่านแสงน้ำแข็งบางๆ ชั้นหนึ่งที่ห่อหุ้มนางไว้ อย่างแน่นหนา
ทว่าแสงน้ำแข็งพวกนั้นกลับเกิดบิดเบือนเหมือนว่าหลังจากที่นางจาก มาก็ยังมีคลื่นพลังงานเป็นระลอกไล่ตามมาโจมตี
นางกัดริมฝีปากล่างเบาๆ เมื่อคนมากมายมองไป นางก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ส่ายหัว “ร้ายกาจจริงๆ ข้าแค่เข้าไปแวบเดียวก็สัมผัสได้ถึงปราณที่ภูตผี ปีศาจ อสูรกายและสัตว์โบราณทิ้งเอาไว้ ท่ามกลางเลือดลมพวกนั้นยังมี ความลี้ลับทางสายเลือดที่ต่อให้ผ่านไปเป็นพันเป็นหมื่นปีก็ไม่สลายไป ปราณเลือดเหล่านั้น…เหมือนสิ่งมีชีวิต เหมือนมีจิตวิญญาณเป็นของ ตัวเอง ถึงได้โจมตีข้าอย่างรุนแรง”
“น่าเสียดายจริงๆ” เจี่ยนก่าวถอนหายใจเบาๆ “พรสวรรค์ของเจ้าไม่ ธรรมดา ทั้งยังเชี่ยวชาญเวทเรือนกาย นอกจากนี้ยังอาศัยพลังของงู เหลือมเลือดน้ำแข็งได้อีก ทว่ากลับยังมิอาจเข้าไปได้”
“คลื่นพลังงานที่ไหลวนอยู่รอบนอกของแผ่นดินแห่งนั้นนาบประทับ ความลี้ลับทางสายเลือดของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งเอาไว้ สำหรับเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราแล้ว สถานที่แห่งนี้อาจเต็มไปด้วยอันตราย ใหญ่หลวง ยากจะเข้าลึกไปข้างในได้”
“แต่หากเป็นผู้แข็งแกร่งต่างเผ่า บางทีที่นี่อาจเป็นสถานที่วิเศษ”
“หากผู้แข็งแกร่งของเผ่าอื่นๆ สามารถสัมผัสได้ถึงปราณสายเลือดที่ผู้ เก่าแก่บรรพกาลเหล่านั้นทิ้งไว้ และดึงเอาตราประทับสายเลือดที่อยู่ข้าง ในมาทำความเข้าใจ เอามาผสานรวมกับเรือนกาย เกรงว่าระดับ สายเลือดของพวกเขาคงเพิ่มพูนขึ้นไปอีก ทั้งยังอาจจะคลำทางเจอเวทลับ ทางสายเลือดที่เป็นของตัวเองได้ด้วย”
“เจ้ามีปราณของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ทว่ากลับยังไม่ได้ผลพวงใดๆ กลับมา มิอาจยืนอยู่บนแผ่นดินนั้นได้ คนอื่นๆ ก็ยิ่งทำให้ยาก”
ตอนที่อินย่าหนันเข้าไปใกล้แผ่นดินผืนนั้น คนมากมายของตระกูล เจี่ยนและตระกูลกวานต่างก็รู้สึกว่านางมีหวังที่จะได้ทำความเข้าใจกับ ความลี้ลับของที่แห่งนั้นผ่านทางงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
แต่กลับนึกไม่ถึงว่านางเองก็ไม่สามารถยืนอยู่บนแผ่นดินนั้นและไม่ อาจสัมผัสถึงความลี้ลับทางสายเลือดของสัตว์โบราณได้
เดิมทีเฉียวอวิ๋นซีจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็คิดอยากจะลองดูเหมือนกัน แต่พอได้ยินคำวิเคราะห์จากคนทั้งสองและเห็นว่าอินย่าหนันเองก็ ล้มเหลว นางจึงล้มเลิกจินตนาการเพ้อฝันนี่ไป แม้แต่ลองก็ยังไม่กล้า
“ฮะแฮ่ม” เนี่ยเทียนกระแอมเบาๆ ยิ้มน้อยๆ ก่อนกล่าวว่า “เอ่อ ขอ ข้าลองดูบ้างแล้วกัน”
รู้ว่าในพลังงานเหล่านั้นปะปนไปด้วยพลังเลือดลมของชนต่างเผ่าและ สัตว์โบราณที่ยิ่งใหญ่ มีความลี้ลับทางสายเลือดของแต่ละเผ่าพันธุ์ซ่อน เอาไว้ เขาเองก็เกิดความปรารถนาขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
เขารู้สึกว่าหากสามารถเอาพลังงานเลือดลมที่เหลืออยู่มาให้ปราณ เลือดสีเขียวในหัวใจชุบหลอม ทำให้มันจำศีลได้อีกครั้ง บางทีพรสวรรค์ อย่างใหม่ของเขาก็อาจถือกำเนิดขึ้นมา
เขามีร่างเป็นมนุษย์ แต่กลับมีสายเลือดแห่งชีวิต นี่ก็คือสิ่งที่เขาต่าง จากอินย่าหนัน
และก็ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่อินย่าหนันล้มเหลว เขาจึงยังกล้าทดลอง
“เจ้า?” กวานฉีหรี่ตาลงน้อยๆ เป็นครั้งแรกที่เขามองเนี่ยเทียนอย่าง เต็มตา “เจ้ารู้สึกว่า เจ้าทำได้?”
เจี่ยนก่าวอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่กลับหันไปถามเฉียวอวิ๋นซีแทน “น้องชาย คนนี้เป็นลูกศิษย์ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์พวกเจ้าหรือ?”
“ไม่ใช่” เฉียวอวิ๋นซีอธิบาย “เขาคือแขกของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ข้า”
“แขก…” เจี่ยนก่าวมีสีหน้าประหลาด
เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจพวกเขา เพียงทำสมาธิเล็กน้อยแล้วบินเอื่อยๆ ไป ยังแผ่นดินผืนนั้น
เขาไม่ได้ใช้เรือดารา ไม่ได้เรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมา แล้วก็ ไม่ได้สวมเกราะมังกรเพลิงด้วย
ในสายตาของคนตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน เขาเป็นเพียงแค่ผู้ฝึก ลมปราณธรรมดาที่มีเขตสามัญช่วงต้นคนหนึ่งเท่านั้น เรียกได้ว่าไม่มีค่า อะไรพอให้พูดถึง
“ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย” กวานฉีขมวดคิ้ว
เจี่ยนก่าวหัวเราะเบาๆ “ขอให้เขาโชคดีก็แล้วกัน”
เห็นได้ชัดว่าคนทั้งสองต่างก็ไม่เห็นดีกับเนี่ยเทียน พวกเขาไม่คิดว่า หลังจากอินย่าหนันล้มเหลวจะยังมีใครยืนหยัดอยู่ข้างในนั้นได้อีก
“หากเขาทำไม่ได้ เกรงว่าคงต้องรอให้ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่ามาพา พวกเราเข้าไปแล้วจริงๆ” อินย่าหนันพูดเบาๆ
“โอ้?”
กวานฉีและเจี่ยนก่าวที่พอได้ยินนางพูดอย่างนี้ก็นิ่วหน้า
“หรือว่าเขามีความพิเศษอะไร?” กวานเหอที่เรือนกายอ้วนใหญ่ถาม ขึ้นอย่างอดไม่ได้
“ดูต่อไปก็รู้เองแหละ” อินย่าหนันสีหน้าลึกล้ำเกินคาดเดา และส่วน ลึกในใจนางก็เกิดความคาดหวังเสี้ยวหนึ่งต่อตัวเนี่ยเทียน