ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 753 เอ็นทนทาน
คนตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานหลายคนบ้างก็ใช้สายตาดูหมิ่น บ้าง ก็ใช้สายตาสงสัยมองไกลๆ ไปยังเนี่ยเทียน
คนเหล่านี้ไม่เคยเจอกับเนี่ยเทียนมาก่อน ไม่รู้ว่าเขามาจากที่ไหน ตอนนั้นที่อยู่บนหินอุกกาบาตสามก้อนก็ไม่มีใครให้ความสนใจเขามากนัก
ในสายตาของพวกเขามีเพียงเมล็ดพันธ์สามคนจากสำนักคุมสัตว์ สำนักสามกระบี่และสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
เนี่ยเทียนที่มีขอบเขตแค่เขตสามัญซึ่งไม่มีภูมิหลังที่แข็งแกร่ง มีหรือที่ พวกเขาจะเห็นอยู่ในสายตา?
ทว่าเมื่ออินย่าหนันบอกว่าบางทีเนี่ยเทียนอาจมีความหวังที่จะลอด ผ่านพื้นที่พลังงานเข้าไปยังแผ่นดินใหญ่นั้นได้ พวกเขาถึงได้หันมาจับ สังเกตเนี่ยเทียนอย่างจริงจัง
แต่กระนั้นลึกๆ ในใจของพวกเขาก็ไม่คิดว่าเนี่ยเทียนจะทำได้
“ฟิ้ว!”
เรือนกายที่ล่องลอยไปช้าๆ ของเนี่ยเทียนมาถึงพื้นที่พลังงานปะปน กันนอกแผ่นดินใหญ่ในที่สุด ชั่วขณะที่เขาเข้าไปข้างในนั้น ทุกคนล้วน มองเห็นว่าเนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี
ร่างของเนี่ยเทียนก็หยุดชะงัก ใบหน้าพลันเปลี่ยนมาเป็นดุร้าย
พลังงานเลือดลมหลายเส้นของชนเผ่าต่างๆ เหมือนฝูงปลาฉลามเห็น เหยื่อที่พุ่งเข้ามากัดทึ้งเขาอย่างบ้าคลั่ง
เพียงแค่ครู่เดียว ลำคอและแขนของเนี่ยเทียนที่เปิดเปลือยอยู่นอก อาภรณ์ก็มีรอยบาดแผลเล็กละเอียดเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
เนี่ยเทียนที่อยู่ท่ามกลางพลังงานเหล่านั้นตัวสั่นไม่หยุด เหงื่อก็หยด แหมะๆ ลงมาจากหน้าผาก
พลังเลือดลมหลากหลายชนิดแฝงเร้นไว้ด้วยปราณของอสูรกาย ภูตผี ปีศาจและสัตว์โบราณอีกหลายประเภทซึ่งเหมือนกำลังเปิดฉากสังหารกัน อยู่ในร่างของเขา เลือดลมที่สีสันมากมายก็กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ราวกับมีชีวิตจริง
ผิวเนื้อของเนี่ยเทียนปริแตก เส้นเอ็นแต่ละเส้นก็ทำท่าเหมือนจะหัก ท่อนตามไปด้วย
ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงกระดูกลามไปทั่วร่าง ทำให้เขาแทบจะ เปล่งเสียงร้องโหยหวนดั่งคนใกล้ตายออกมา
เขาข่มกลั้นความเจ็บปวดที่เหมือนมีเหล็กแทงเข้ามาในใจ ทดลองใช้ การสูบดึงพลังชีวิตหมายจะดูดซับเอาพลังเลือดลมของชนต่างเผ่าที่ทิ้งไว้ ในสนามรบแห่งนี้มาอีก
สายเลือดแห่งชีวิตที่แต่ไรไหนมาก็ใช้ได้ผลมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับ ไม่ได้นำความดีใจมาให้แก่เขา
ทั้งๆ ที่เขาใช้การสูบดึงพลังชีวิต ทว่าปราณเลือดลมที่บ้าคลั่งและ กระหายเลือดพวกนั้นกลับไม่แยแสแม้แต่น้อย
พลังเลือดลมที่ปะปนไว้จากหลายเผ่าพันธุ์ที่ต่อให้ผ่านกาลเวลา ยาวนานกัดกร่อนก็ยังคงแข็งแกร่งไม่มอดดับ
นี่แตกต่างไปจากเวลาที่เขาใช้จิงชี่เลือดเนื้อมาดึงพลังจากร่างของชน ต่างเผ่าและสัตว์โบราณที่ตายไปอย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดพวกนั้นตายไป พลังเลือดลม ที่เหลืออยู่ในร่างของพวกเขาค่อนข้างจะบริสุทธิ์ แม้ว่าจะมีพลังเลือดลมที่ เปี่ยมล้น แต่กลับไม่ได้นาบประทับเจตจำนงแห่งการโจมตีไม่มอดดับ เช่นนี้เอาไว้
เมื่อวิญญาณของเจ้าของดับสลายไปแล้ว ในสายตาของเขา พลังงาน เลือดลมเหล่านั้นก็เป็นแค่ของที่ตายไปแล้วเท่านั้น
ทว่าพลังงานเลือดลมของที่แห่งนี้กลับยังมีปณิธานแห่งการต่อสู้ที่ไม่ ยอมแพ้ของเจ้าของดำรงอยู่ เหมือนกับว่าพวกมันมีชีวิตและจิตวิญญาณ เป็นของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
นี่จึงทำให้พลังเลือดลมเหล่านั้นที่พอเข้ามาอยู่ในร่างของเนี่ยเทียนก็ ยังคงต่อสู้กันเอง อีกทั้งยังมองเมินการชักนำจากการสูบดึงพลังชีวิตไป ด้วย
เพียงแค่ไม่กี่วินาที ร่างของเขาก็เหวอะหวะไปด้วยบาดแผล มีเส้นเอ็น มากมายที่ถูกทำลาย เนื้อหนังเจ็บปวดแสบร้อน
เขารีบใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ หมายจะฟื้นฟูอาการบาดเจ็บให้ได้ โดยเร็วที่สุด แล้วก็สังเกตเห็นทันทีว่าน้ำวนพืชหญ้าของเขากำลังหมุน โคจรเร็วจี๋
จิงชี่พืชหญ้าเป็นกลุ่มๆ คล้ายมาจากเถาวัลย์ยักษ์ที่รัดพันแผ่นดินผืน ใหญ่เอาไว้ เมื่อถูกเนี่ยเทียนใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มากระตุ้นจึงมีส่วน หนึ่งที่ถูกดูดซับเข้ามา
แต่ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ว่าหากตัวเขายังอยู่ในพื้นที่ที่พลังงาน ซับซ้อนตัดสลับกัน เขาก็จะได้รับการโจมตีจากพลังงานเลือดลมมาก กว่าเดิม
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาย่อมไม่มีทางฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้ใน เวลาสั้นๆ
“อู้!”
ลังเลแค่ไม่กี่วินาที เขาก็ใช้ความเร็วที่มากกว่าเดิมบินออกมา
พลังงานประหลาดหลายกลุ่มยังคงไหลวนอยู่ในร่างของเขาอย่างบ้า คลั่ง แต่ปณิธานแห่งความไม่ยอมแพ้ที่มีอยู่ในพลังเลือดลมซึ่งทำลาย ร่างกายของเขากลับลดฮวบฮาบไปอย่างรวดเร็ว
เขาร้องอุทาน ดวงตาก็เป็นประกายน้อยๆ
เมื่อไม่มีปณิธานแห่งการต่อสู้ เลือดลมที่หมายจะบินออกจากร่างของ เขากลับไปผสานรวมกับพื้นที่พลังงานยุ่งเหยิงอีกครั้งจึงถูกตราผนึก สายเลือดแห่งชีวิตของเขากักกันเอาไว้ในร่าง
นอกจากพลังเลือดลมพวกนั้นแล้วยังมีจิงชี่พืชหญ้าที่เต็มไปด้วยพลัง ชีวิตซึ่งปะปนอยู่ในร่างของเขาอีกด้วย
เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็กระตุ้นเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่อีกครั้ง ทั้งยังถือ โอกาสดำเนินการชุบหลอมเอ็นทนทานขั้นที่สามไปด้วย
เอ็นทนทานนี้คือขั้นตอนแห่งการหล่อหลอมเส้นเอ็นของเขาให้ แข็งแกร่ง และหากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับเส้นเอ็นของเขา เส้นเอ็นของ เขาก็จะได้รับการซ่อมแซมที่ดียิ่งกว่าเดิม
การดำเนินการของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่อาศัยจิงชี่เลือดเนื้อและจิงชี่ พืชหญ้า จิงชี่เลือดเนื้อจะทำลายตัวเองก่อน จากนั้นค่อยผสานรวมพลัง สองอย่างเข้าด้วยกันแล้วทำการซ่อมแซมตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ทุกการซ่อมแซมจะทำให้จุดที่ได้รับความเสียหายยิ่งถูกปรับเปลี่ยนให้ แข็งแกร่งทนทานมากขึ้น แบกรับการโจมตีได้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
การที่เส้นเอ็นของเขาถูกทำลายก็ช่วยในการชุบหลอมเอ็นทนทานของ เขาพอดี และเมื่อสูญเสียปณิธานแห่งการต่อสู้ไป พลังเลือดลมรวมไปถึง จิงชี่พืชหญ้าที่ถูกดูดซับมาซึ่งตอนนี้ถูกกักขังด้วยสายเลือดแห่งชีวิตของ เขาก็จะกลายมาเป็นต้นกำเนิดพลังงานในการชุบหลอมเส้นเอ็นครั้งใหม่ ของเขา
เขาพุ่งตัวเข้าไปในกระแสพลังงานอีกครั้ง ก่อนจะหนีออกมาด้วย ความเร็วที่มากกว่า
จากนั้นเขาก็ลอยตัวอยู่นอกพื้นที่กระแสพลังงานแล้วใช้เวทไม้สวรรค์ เกิดใหม่มาชุบหลอมเส้นเอ็นอยู่เงียบๆ
“นึกว่าจะร้ายกาจแค่ไหนกัน นี่หนีมาเร็วยิ่งกว่าศิษย์พี่หญิงอินเสีย อีก”
“เขาก็แค่เขตสามัญช่วงต้น อีกทั้งยังไม่มีความช่วยเหลือจากงูเหลือม เลือดน้ำแข็งระดับเจ็ดอย่างศิษย์พี่หญิงอิน ย่อมมิอาจทนได้นานอยู่แล้ว”
“ก็จริงนะ ดูท่าพวกเราคงคิดมากกันเกินไปแล้ว”
“เขายังเดินออกมาได้โดยที่ไม่ตาย แค่นี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว”
“…”
คนหนุ่มสาวมากมายของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานต่างก็พูดคุย กันเบาๆ ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
กวานฉีและเจี่ยนก่าวสองคนขมวดคิ้ว แล้วก็ไม่ได้สนใจเนี่ยเทียนอีก แต่มารวมตัวกันเพื่อปรึกษากันว่าหากชนต่างเผ่าตามมาถึงควรจะรับมือ เช่นไร
หลังจากเนี่ยเทียนเข้าไปก็จะหยุดอยู่แค่สิบกว่าวินาที จากนั้นก็จะ ถอยกลับมาอย่างรวดเร็วราวสายฟูาแลบ นี่จึงทำให้พวกเขาหมดความ สนใจ
แม้ว่าขอบเขตของพวกเขาจะสูงส่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่เชี่ยวชาญเวท ลับทางเรือนกาย ไม่มีเลือดลมมากมหาศาลให้ใช้ จึงมองไม่ออกว่าเนี่ย เทียนกำลังทำอะไร และไม่รู้ว่าในร่างของเขาเกิดเรื่องอะไรขึ้น
แม้แต่อินย่าหนันก็ยังแค่รู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าในร่างของเนี่ยเทียน มีพลังเลือดลมที่อ่อนจางแผ่ออกมา ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาก็ยิ่งไม่รู้ความลี้ ลับเข้าไปใหญ่
และอินย่าหนันก็ไม่ได้อธิบายให้พวกเขาฟัง นางแค่เอ่ยเร่งเฉียวอวิ๋นซี เบาๆ ให้เฉียวอวิ๋นซีขยับเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน
เฉียวอวิ๋นซีจึงขับวิหคเพลิงไปหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?”
พอเห็นว่าพวกนางมาหา เนี่ยเทียนก็ลอยเข้าไปในวิหคเพลิงโดยไม่ เกรงใจ
หลังจากเข้ามาในวิหคเพลิงแล้ว เนี่ยเทียนก็หลับตาลง ใช้เวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่มาฝึกฝนเรือนกายต่อไป
รอยแผลเป็นเส้นๆ ที่ปริแตกบนผิวเนื้อของเขาเหมือนถูกเข็มและด้าย ที่มองไม่เห็นเย็บประสานเข้าด้วยกัน ไม่นานเท่าไหร่นัก ไม่เพียงแต่เลือด สดของเขาหยุดไหล แม้แต่บาดแผลก็หายดีไปเกินครึ่งด้วย
ปีกที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟของวิหคเพลิงช่วยบดบังสายตาของคน ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานเอาไว้ และคนพวกนั้นเองก็ไม่ได้สนใจเนี่ย เทียนเท่าไหร่นัก
พวกเขาจึงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงน่าตกใจที่เกิดขึ้นกับตัวของเนี่ย เทียน
ทว่าอินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีกลับเห็นได้อย่างชัดเจน
ต่อให้เป็นเฉียวอวิ๋นซีที่ไม่เข้าใจเวทหลอมเรือนกายมากนัก แต่พอเห็น การเปลี่ยนแปลงบนร่างของเนี่ยเทียนนางก็ยังต้องยกมือขึ้นอุดปาก พยายามไม่ร้องอุทานออกมา
ดวงตาของอินย่าหนันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “นี่ นี่มันเวทเรือน กายอะไร? ประสานบาดแผลได้รวดเร็วจนน่ากลัวแบบนี้เกรงว่าคง เทียบเคียงได้กับร่างไม่ดับของภูตผีปีศาจ กระดูกไม่สลายของเผ่าโครง กระดูกได้เลย!”
ขนาดนางที่เชี่ยวชาญเวทลับเก่าแก่และพิเศษก็ยังไม่สามารถผสาน บาดแผลได้รวดเร็วทันตาเห็นได้อย่างเนี่ยเทียนเช่นนี้
ว่ากันว่ามีเพียงเผ่าภูตผีปีศาจและเผ่าโครงกระดูกระดับสูงเท่านั้นที่ สามารถใช้พรสวรรค์ทางสายเลือดรวมกับเวทลับสองชนิด ถึงจะสามารถ รักษาอาการบาดเจ็บบนร่างได้รวดเร็วขนาดนี้
“จะ…จะอย่างไรเขาก็เป็นผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว” เฉียวอวิ๋นซีเอ่ยเบาๆ
อินย่าหนันนิ่งไปพักใหญ่ถึงพึมพำขึ้นว่า “พระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวร้ายกาจขนาดนั้นจริงๆ หรือ?”
จากนั้นหญิงสาวทั้งสองก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงมองเนี่ยเทียนด้วย สายตาซับซ้อน
ครึ่งชั่วยามต่อมา
บนร่างของเนี่ยเทียนยังคงมีคราบเลือด เลือดสดที่ก่อนหน้านี้ไหล ออกมาแห้งกรังติดกับผิวหนังของเขา มองดูแล้วสภาพน่าสยดสยองไม่ น้อย
แต่อินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีกลับรู้ดีว่าอาการบาดเจ็บของเขาหายดี หมดแล้ว
และเวลานี้เขาก็พลันลืมตาขึ้นพยักหน้าให้พวกนาง ก่อนจะบินออกไป จากวิหคเพลิงอีกครั้ง
อินย่าหนันขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามปราม เหมือนจะรู้ว่าอย่าง น้อยเนี่ยเทียนก็ไม่ถึงตาย
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนบินเข้าไปในกระแสพลังงานอีกครั้ง
คนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานที่กำลังพูดคุยกันก็มีคน สังเกตเห็นการกระทำของเขาจึงหันกลับมามองอีกครั้ง ทว่าสายตาก็ยังคง เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม รู้สึกว่าเขาโง่เง่า
แล้วก็เป็นดังคาด
เนี่ยเทียนเข้าไปได้สิบกว่าวินาที ผิวหนังก็ปริแตกออกจำต้องถอย กลับมายังวิหคเพลิงอย่างกระเซอะกระเซิงอีกครั้ง
“ยืนหยัดได้เพิ่มขึ้นหลายวิ” อินย่าหนันพึมพำในใจเบาๆ
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม เนี่ยเทียนก็พุ่งออกไปอีกครั้ง เมื่อเขาไปอยู่ใน กระแสพลังงานได้ประมาณยี่สิบกว่าวินาที เขาก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันถอย กลับเข้ามาในวิหคเพลิงอีกครั้งดังคาด
“เวลาเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆ คลื่นเลือดลมบนร่างของเขาก็เห็นได้ชัดว่า ผ่านการชุบหลอมจนแข็งแกร่งมากขึ้น” อินย่าหนันพูดอยู่กับตัวเอง