ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 754 วิกฤตที่กำลังจะมาเยือน
ความผิดปกติของเนี่ยเทียนดึงดูดความสนใจจากคนตระกูลเจี่ยนและ ตระกูลกวานได้อย่างรวดเร็ว
เพราะหลายวันต่อมา เนี่ยเทียนก็ยังคงเข้าๆ ออกๆ พื้นที่กระแส พลังงานแห่งนั้นซ้ำไปซ้ำมา
และทุกครั้งที่เนี่ยเทียนเข้าไปอยู่ในนั้น เวลาก็จะต้องเพิ่มมากกว่าเดิม
จากแรกเริ่มที่เขาอยู่ได้แค่ไม่กี่วินาทีมาจนถึงหลายนาทีกลับใช้เวลา แค่สามวันเท่านั้น
เจี่ยนก่าวเริ่มสงสัยในตัวตนของเนี่ยเทียนจึงเป็นฝุายขยับเข้ามาใกล้ ด้วยตัวเอง และขณะที่เนี่ยเทียนกำลังใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ฝึกตน เขาก็ เอ่ยถามเอาจากเฉียวอวิ๋นซี
เฉียวอวิ๋นซียังคงให้คำตอบเขาเช่นเดิม นั่นคือเนี่ยเทียนเป็นแขกของ สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
เจี่ยนก่าวไม่เข้าใจวิชาเรือนกาย แต่ตอนที่เนี่ยเทียนฝึกตนเขายังพอ สัมผัสได้ถึงพลังเลือดลมจากร่างเนี่ยเทียนที่ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากร่างกายของเผ่ามนุษย์มีขีดจำกัด พวกเขาจึงมักจะไม่เปลือง เวลาอยู่กับการชุบหลอมเรือนกายให้แข็งแกร่ง
มีเพียงบุคคลที่พรสวรรค์เลิศล้ำทั้งยังมีเวทลับการฝึกเรือนกายที่ เก่าแก่อย่างอินย่าหนันเท่านั้นที่อาจจะมีความสนใจหันมาฝึกด้านเรือน กาย
เขาเดาเอาว่าเนี่ยเทียนเองก็เป็นคนประเภทนี้เช่นกัน
คนประเภทนี้หาได้น้อยมากในดินแดนปราการดวงดาว อีกทั้ง เจี่ยนก่าวยังรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี และเห็นได้ชัดว่าเนี่ยเทียนไม่ได้เป็น หนึ่งในคนเหล่านั้น
“แขกจากต่างดินแดนรึ?” เจี่ยนก่าวคิดอยู่กับตัวเอง
พริบตาเดียวเวลาก็ล่วงผ่านไปแล้วครึ่งเดือน
ครึ่งเดือนมานี้เนี่ยเทียนยังคงอาศัยกระแสพลังงานนั้นมาเก็บเอาจิงชี่ พืชหญ้า ทั้งยังใช้พลังการทำลายล้างของกระแสพลังงานมาฉีกกระชาก เส้นเอ็นของตัวเองออก ก่อนจะชุบหลอมเรือนกายใหม่อีกครั้ง
เอ็นทนทานขั้นที่สามของเขาจึงพัฒนาไปอย่างรุดหน้า
ครึ่งเดือนมานี้เขาไม่ได้พูดคุยกับใคร ทว่าอินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ กลับคอยจับตามองเขาอย่างใกล้ชิด
เจี่ยนก่าวที่ไม่สามารถรู้ที่มาของเนี่ยเทียนไปได้มากกว่านั้นก็เริ่มถอด ใจ และยังคงรอคอยด้วยความร้อนใจ หวังให้ผู้อาวุโสแดนว่างเปล่าของ ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานมาถึงในเร็ววัน
พวกเขากังวลว่าผู้แข็งแกร่งในตระกูลยังไม่ทันมาถึง ชนต่างเผ่าก็จะชิง มาเจอพื้นที่แห่งนี้ก่อนแล้ว
เฉียวอวิ๋นซีเองก็เป็นกังวลอย่างมาก เพราะนางรออย่างยากลำบากมา ครึ่งเดือน ทว่ากลับยังไม่เห็นวี่แววว่าเยว่เหยียนสี่จะบินออกมาจาก แผ่นดินแห่งนั้นแล้วมารับนางเข้าไป
นางนึกว่าคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ต้องเจอกับปัญหาอะไรข้างในนั้น แน่นอน หาไม่แล้วทั้งๆ ที่พวกเขาทิ้งยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ไว้มากมาย แถมยังรู้ ถึงความมหัศจรรย์ของกระแสพลังงานที่อยู่ข้างนอก พวกเขาก็ไม่มีทางที่ จะไม่คอยออกมาเพื่อตรวจดูว่านางพาเนี่ยเทียนมาถึงหรือยัง
ผ่านไปอีกหลายวัน
วันนี้หินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่งที่อยู่ในชายแขนเสื้อของเจี่ยนก่าว พลันมีเสียงอื้ออึงเร่งร้อนดังออกมา
“ผู้อาวุโสในตระกูลใกล้จะมาถึงแล้ว!”
ทุกคนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานต่างก็มีสีหน้าคึกคัก เข้าใจไป ว่าความหวังที่พวกเขารอคอยกำลังจะมาถึงแล้ว
มุมปากของเจี่ยนก่าวเองก็ยกยิ้มยินดี ก่อนจะใช้กระแสจิตวิญญาณ เข้าไปรับเอาข้อมูลออกมาจากในหินส่งข้อความเสียง
และทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นไม่น่ามองอย่างยิ่งยวด
“มีอะไรหรือ?” กวานฉีถามเสียงหนัก
“เกิดอุบัติเหตุขึ้น!” เจี่ยนก่าวหันหน้าไปมองทิศทางหนึ่งแล้วคำราม เดือดดาล “ผู้อาวุโสของตระกูลพวกเราถูกลอบโจมตีระหว่างทาง พวก เขาบาดเจ็บล้มตายกันอย่างหนัก!”
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” กวานฉีไม่อยากจะเชื่อ “คนในตระกูลได้ ข้อมูลที่พวกเราส่งไปก็ต้องรู้ว่าแดนว่างเปล่าอย่างเจียงเฟิงอยู่ที่นี่ด้วย กองกำลังเสริมที่พวกเขาส่งตัวมาก็ต้องมีแดนว่างเปล่าอยู่ด้วยสิ!”
เสียงอุทานตกใจของคนทั้งสองก็ดึงดูดความสนใจจากอินย่าหนันและ เฉียวอวิ๋นซีเช่นกัน หญิงสาวทั้งสองจึงตั้งใจเงี่ยหูรับฟัง
“เป็นพวกสารเลวเขาสุขาวดีหรือเปล่า?” กวานเหอด่ากราด
“ไม่ใช่เขาสุขาวดี” เจี่ยนก่าวสีหน้าหนักอึ้ง
“ชนต่างเผ่า! ต้องเป็นชนต่างเผ่าแน่นอน!” กวานเหอกล่าว
เจี่ยนก่าวส่ายหน้า “ไม่ใช่ชนต่างเผ่าเหมือนกัน แต่เป็นกองกำลังผู้ฝึก ลมปราณไม่รู้ที่มากองหนึ่ง! ผู้แข็งแกร่งของพวกเขามากันเป็นขบวน และ แดนว่างเปล่าก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว!”
“ที่น่าเหลือเชื่อก็คือสิ่งเปุยเฉินจากสำนักสามกระบี่ก็เป็นหนึ่งในคน พวกนั้นด้วย”
“ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะถูกสิ่งเปุยเฉินเรียกตัวมาจากที่ไหนสัก แห่ง!”
อินย่าหนันคำรามกร้าว “สิ่งเปุยเฉิน!”
“ถูกต้อง! คือสิ่งเปุยเฉินผู้นั้นแหละ ดูจากข่าวที่ข้าได้มา สิ่งเปุยเฉินดู จะเป็นคนสำคัญของคนกลุ่มนั้นด้วย!” เจี่ยนก่าวเอ่ยเสียงหนัก
“สิ่งเปุยเฉิน…” อินย่าหนันลังเลไปครู่ก็กล่าวว่า “เขาถูกเจ้าสำนัก สามกระบี่พาเข้ามาอยู่ในสำนักสามกระบี่กะทันหัน คนผู้นี้ไม่ใช่ผู้ฝึก ลมปราณของดินแดนปราการดวงดาวเรา”
ความลับนี้มีคนรู้ไม่มาก หลังจากที่กวานฉีและเจี่ยนก่าวได้รู้ต่างก็พา กันหน้าเปลี่ยนสี
“มิน่าเล่า มิน่าเล่าสิ่งเปุยเฉินผู้นั้นถึงได้บ้าคลั่งขนาดกล้าลงมือกับ พวกเรา” เฉียวอวิ๋นซีเข้าใจในฉับพลัน “พอเขาเข้ามาในพื้นที่ต้องห้าม แห่งนี้ได้ไม่นานก็อาจจะนำความมหัศจรรย์ของที่นี่ไปบอกให้กองกำลัง สำนักเดิมของเขาทราบ กองกำลังของเขาจึงน่าจะใช้ค่ายกลนำส่งที่พิเศษ อะไรบางอย่างเยื้องกรายมาถึงที่นี่”
“ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าหลายคนล้วนให้ความสำคัญกับเขา นี่ หมายความว่าตำแหน่งของเขาในสำนักแห่งนั้นต้องไม่ธรรมดา”
“สำนักแห่งนี้อาจยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าสำนักสามกระบี่ เมื่อเป็น เช่นนี้เขาจึงไม่เห็นเจ้าและข้าอยู่ในสายตา กล้าลงมือลอบสังหาร แบบนี้ก็ ถือว่าพอจะอธิบายได้”
อินย่าหนันพยักหน้ารับ “ข้าเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน”
คนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานที่พอได้รับข่าวก็เริ่มลนลาน ไม่รู้ ว่าควรจะทำอย่างไรกันดี
แผ่นดินที่อยู่เบื้องหน้าถูกกระแสพลังงานประหลาดห่อหุ้มเอาไว้ ยาก ที่จะเข้าไปได้ คนในตระกูลที่มาช่วยพวกเขาก็ถูกสิ่งเปุยเฉินที่มาจากต่าง ดินแดนซุ่มโจมตี แล้วแบบนี้พวกเขาควรจะไปที่ไหนกันดี?
“ฟิ้ว!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็ออกจากพื้นที่กระแสพลังงานปั่นปุวนกลับ เข้ามาในวิหคเพลิงอีกครั้ง
ขณะที่เตรียมจะใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาฝึกฝนเอ็นทนทานต่อ เขา กลับสัมผัสได้ถึงความเคร่งเครียดของทุกคนอย่างเฉียบไว
พอเอ่ยถาม เขาจึงเข้าใจสถานการณ์ผ่านการบอกเล่าจากเฉียวอวิ๋นซี
ช่วงเวลานี้เขาใช้พลังเลือดลมที่ผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าและสัตว์ โบราณทิ้งไว้มาฝึกตน จึงไม่รีบร้อนที่จะเข้าไปในแผ่นดินผืนนั้น
ในสายตาของเขา การที่สามารถหาสถานที่วิเศษแห่งหนึ่งมาชุบหลอม เอ็นทนทานให้ได้อย่างมั่นคง คือเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
คาดไม่ถึงว่าเขาที่ตั้งใจฝึกตนจะต้องมาถูกผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของโลกภายนอก
การตอบรับของหินส่งข้อความเสียงมีการจำกัดระยะทาง ในเมื่อ เจี่ยนก่าวได้รับข่าวก็หมายความว่าคนที่สิ่งเปุยเฉินนำมาอยู่ไม่ห่างจากคน ของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานที่ตามมาช่วยเหลือเท่าไหร่นัก
บางทีอีกไม่นานเท่าไหร่คนเหล่านั้นก็อาจมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
กองกำลังเสริมของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ คนเหล่านั้น ต่อให้เพิ่มพวกเจี่ยนก่าวเข้าไปก็ยังเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ ดี
มีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าอยู่ ทุกวิธีการของพวกเขาก็ล้วนใช้ไม่ได้ผล รีบถอนกำลังออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดและไปรวมตัวกับเยว่เหยียนสี่ถึงจะ เป็นความหวังเดียวที่จะมีชีวิตรอดได้
“สมควรตายนัก! มาตอนไหนไม่มา ดันจะมาเอาตอนนี้!” อินย่าหนัน สบถด่า “ตอนนี้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งของข้ายังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ไม่ สามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาไม่ได้ หาไม่แล้วข้าก็น่าจะข้ามผ่าน อุปสรรคของกระแสพลังงานพวกนั้นไปได้!”
เฉียวอวิ๋นซีเองก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข “คราวนี้ซวยแน่ๆ เลย”
“เก็บวิหคเพลิงของเจ้าไปเถอะ” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็พลันเรียกเรือ ดาราออกมาแล้วขึ้นนำไปก่อนใคร ก่อนจะหันมากวักมือเรียกหญิงสาว สองคน “ข้าไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะอาศัยวัตถุนี้ลอดผ่านกระแสพลังงาน พวกนั้นไปได้ แต่ก็จำต้องลองดูสักครั้ง พวกเจ้าอยากจะลองพร้อมข้า หรือไม่?”
หญิงสาวสองคนพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเรือดาราเป็นของวิเศษของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ในใจพวกนางจึงเกิดความหวังขึ้นมาเสี้ยว หนึ่ง
พวกนางไม่ได้ลังเลกันนานนัก เฉียวอวิ๋นซีรีบเก็บวิหคเพลิงแล้วจึง ทะยานเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
“ขอให้พวกเจ้าโชคดี”
เนี่ยเทียนมองพวกเจี่ยนก่าว กวานฉีครั้งหนึ่ง แล้วจึงเอาหินดวงดาว ในแหวนเก็บของออกมาปูไว้เต็มพื้นเรือดารา จากนั้นก็กระตุ้นให้เรือดารา พุ่งสวบเข้าไปในกระแสพลังงานยุ่งเหยิงอย่างรวดเร็วราวดาวตกดวงหนึ่ง