ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 755 ดินแดนในฝัน
ตอนที่เรือดาราบินออกไป อินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีต่างก็มีสีหน้าตึง เครียด เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นกระวนกระวายใจ
ผลึกน้ำแข็งหลายชิ้นที่ก่อตัวขึ้นมาจากพลังสายเลือดของงูเหลือม เลือดน้ำแข็งประหนึ่งเพชรที่เกาะอยู่บนเรือนกายเย้ายวนเร่าร้อนของอิน ย่าหนัน
นางกำลังเตรียมตัวให้พร้อมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
เฉียวอวิ๋นซียิ้มเจื่อน แล้วก็รีบรวบรวมพลังวิญญาณมาสร้างม่านแสง เปลวเพลิงหลายชั้นปกป้องตัวเองเอาไว้
นางไม่เหมือนอินย่าหนันที่มีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับเจ็ดให้ใช้ จึงได้ แต่อาศัยพละกำลังของตัวเองมาต้านทานการโจมตีของกระแสพลังงาน พวกนั้น
ทว่าขนาดอินย่าหนันที่มีงูเหลือมเลือดน้ำแข็งให้ใช้กลับยังไม่สามารถ อยู่ในพื้นที่นั้นได้นานนัก แล้วนางจะสามารถอาศัยความเร็วของเรือดารา ทะยานผ่านอุปสรรคชั้นนั้นไปได้จริงๆ หรือ?
คนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานต่างก็มีสีหน้างุนงง พวกเขา เหม่อมองเนี่ยเทียนที่เรียกเอาเรือดาราออกมาและทิ้งประโยคอวยพรไว้ ก่อนจะพุ่งฝ่าเข้าไปยังกระแสพลังงาน
เรือดาราเร็วเกินดาวตก ทั้งยังมีความเร็วเหนือกว่าวิหคเพลิง นี่จึงทำ ให้พวกเขาทั้งตะลึงทั้งแปลกใจ ยิ่งใคร่รู้ในตัวตนของเนี่ยเทียนมากขึ้น
แต่ต่อให้เรือดาราจะเร็วแค่ไหน เมื่อเข้าไปในอยู่กระแสพลังงานที่ อันตรายแห่งนั้นจะยังทำอะไรได้อีก?
เด็กรุ่นเล็กสามคนนี่น่ะหรือที่จะสามารถลอดผ่านพื้นที่อันตรายที่ แม้แต่พวกเขาก็ยังข้ามผ่านไปไม่ได้?
“ฟิ้ว!”
ทันใดนั้นแสงดวงดาวพร่างพราวเส้นหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากหัวเรือ ดารา
แสงดาวนั้นประหนึ่งพลังดวงดาวที่รวบรวมมาจากทางช้างเผือก ลึกลับนอกโลก ทั้งกว้างใหญ่ไพศาลทั้งบริสุทธิ์ ทั้งแหลมคมทั้งร้ายกาจ
“สวบๆๆ!”
กระแสพลังงานหลากหลายชนิดที่รวมตัวกันไม่จางหายถูกแสงดาว เจิดจ้าเส้นนั้นทะลวงผ่านไปโดยตรง
ทุกที่ที่แสงดาวพร่างพราวพุ่งผ่าน กระแสพลังงานมากมายที่มา รวมตัวกันก็คล้ายช่องทางที่ถูกสว่านเจาะออก
และเรือดาราก็พุ่งตามเส้นทางที่แสงดาวนำทางตรงดิ่งไปเบื้องหน้า ราวสายฟ้าแลบ พริบตาเดียวก็พุ่งวาบเข้าไปข้างใน
ขณะที่เรือดาราทะยานไปข้างหน้าตามช่องทางที่แสงดาวเจิดจ้าเจาะ ไว้อย่างรวดเร็ว ช่องทางที่ถูกเจาะด้านหลังของเรือดาราก็ถูกพลังเลือดลม หลายกลุ่มก้อนกลบทับไว้อีกครั้ง
ทว่าแสงดาวเจิดจ้าเส้นที่อยู่ข้างหน้าเรือดารากลับยังคงทะลวง ช่องทางไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
หินดวงดาวใต้ท้องเรือที่เนี่ยเทียนปูเอาไว้ทยอยกันแตกกระจายเป็น ฝุ่นผงก้อนแล้วก้อนเล่า พลังดวงดาวที่อยู่ข้างในก้อนหินถูกดึงพลังไปจน เกลี้ยงอย่างเผด็จการ
อินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีสองคนมองอึ้งไปที่ข้างหลังตัวเอง ก่อนจะ คอยหันมามองทิศทางเบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึง
ช่องทางที่ถูกแสงดาวเส้นนั้นขุดเจาะไม่มีเลือดลมขุ่นมัวแม้แต่เสี้ยว เดียว ขอแค่บินอยู่ในช่องทางเส้นนี้ พวกนางก็ไม่โดนพลังเลือดลมที่ผู้ แข็งแกร่งต่างเผ่าทิ้งไว้แทรกซึมมาโดน
อีกทั้งเรือดารายังเร็วมากพอ ก่อนหน้าที่ช่องทางด้านหลังจะถูกกลบ ทับด้วยกระแสพลังงานมากมายอีกครั้ง มันก็บินจากไปไกลแล้ว
และนั่นทำให้การเตรียมตัวของหญิงสาวทั้งสองกลายมาเป็นสิ่งเกิน ความจำเป็นไปในทันที
“เจ้ารู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ว่าอาวุธวิเศษประเภทบินของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวลำนี้สามารถช่วยให้เจ้าลอดผ่านกระแสพลังงานข้าง นอกมาได้?” เฉียวอวิ๋นซีถามขึ้นอย่างอดไม่อยู่
“ไม่แน่ใจ พอเข้ามาแล้วถึงได้รู้ว่ามันทำได้” เนี่ยเทียนพิงตัวเรือด้วยสี หน้าผ่อนคลาย
ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงตรงหน้าอกใต้อาภรณ์ของเขายิ่ง เปลี่ยนมาเป็นร้อนลวก
เมื่อเห็นว่าทุกที่ที่แสงดาวเจิดจ้าผ่านไปจะมีช่องทางใหม่ถูกเจาะ ขึ้นมาเสมอ สีหน้าของเขาก็ยิ่งนิ่งขรึม แอบครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง “ค่ายกล นำส่งโบราณที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงพอดี เรือดาราก็เป็นสิ่งที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้ง ไว้ให้ข้า อานุภาพของเรือดาราทำให้มันสามารถขุดช่องทางหนึ่งพาข้าเข้า มาข้างใน…”
เขาหรี่ตาลง นัยน์ตาเป็นประกายสดใส
“เกรงว่าตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานคงเจอปัญหาใหญ่แล้วล่ะ” อิน ย่าหนันถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “หากไม่เพราะอาวุธวิเศษประเภทบินลำ นี้ของเจ้ามหัศจรรย์มากพอ ถ้าพวกเรายังรออยู่ข้างนอก เกรงว่าก็คงต้อง เจอกับสิ่งเป่ยเฉินอีกครั้ง สิ่งเป่ยเฉินสมคบคิดกับคนนอกดินแดนก็คง เพราะคิดจะฮุบสถานที่แห่งนี้เอาไว้เอง”
เฉียวอวิ๋นซีแค่นเสียงในลำคอ “รอเข้าไปแล้วพบผู้อาวุโสใหญ่ของ สำนักข้า ก็ใช่ว่าเราจะต้องกลัวกองเสริมของสิ่งเป่ยเฉินเสมอไป”
อินย่าหนันเต็มไปด้วยความกังวลใจ นางไม่ได้โต้กลับ แต่ในใจนั้นคิด ว่าสิ่งเป่ยเฉินรู้ดีว่าเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงต่างก็อยู่ที่นี่ด้วย
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาสุขาวดีและสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ส่งตัวบุคคลผู้ ยิ่งใหญ่แดนว่างเปล่ามาที่นี่ ทว่าคนผู้นี้ยังกล้าทำตัวกำเริบเสิบสาน แสดง ว่าเขาต้องมีที่พึ่งที่แข็งแกร่งมากแน่นอน
“อู้!”
เวลาสั้นๆ เพียงแค่หนึ่งนาทีกว่า เรือดาราก็ลอดผ่านกระแสพลังงานที่ รวมตัวกันเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ได้สำเร็จ
เนี่ยเทียนและอินย่าหนันสองคนเคยทดลองข้ามผ่านพื้นที่ข้างนอกนั้น มาก่อน แต่ยิ่งเข้ามาภายใน แรงกดดันที่ได้รับก็ยิ่งมีมาก ดังนั้นพวกเขา สองคนจึงไม่ได้เข้ามาลึกมากนัก เพียงแค่รออยู่รอบนอกเท่านั้น
ทว่าเรือดารานั้นต่างออกไป เรือดาราทะยานไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้ง เมื่ออยู่ในช่องทางแห่งนี้ก็ยังไม่ได้รับผลกระทบ นั่นถึงทำให้มันข้ามผ่าน ตราผนึกที่น่ากลัวมาได้
“ช่างเป็นปราณวิญญาณฟ้าดินที่เข้มข้นยิ่งนัก!”
ชั่วขณะที่เรือดาราจอดนิ่ง เฉียวอวิ๋นซีก็สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง แล้วก็ต้องร้องอุทานด้วยความดีใจทันที
ยามนี้ด้านหลังของเรือดารายังมีกระแสพลังงานของแต่ละเผ่าพันธุ์ที่ รวมตัวกันอยู่หลายพันหลายหมื่นปีไม่จางหายลอยอวล เรือดาราไม่มีแสง ดาวพร่างพราวปลดปล่อยออกมาอีก มันเพียงจอดลอยอยู่นิ่งๆ เท่านั้น
เนี่ยเทียนยืนอยู่บนหัวเรือ แล้วเขาก็ค้นพบทันทีว่าเขาลอยตัวอยู่ เหนือแผ่นดินผืนใหญ่ ทอดสายตาห่างออกไปไกลมากจะสามารถมองเห็น เทือกเขา ทะเลสาบและดอกไม้ใบหญ้าแปลกตามากมาย
ปราณวิญญาณฟ้าดินเข้มข้นที่ปะปนไปด้วยจิงชี่พืชหญ้าบริสุทธิ์ อบอวลอยู่เต็มแผ่นดินใหญ่แห่งนี้
เทือกเขาที่ห่างออกไปไกลมีพืชพรรณเขียวขจีขึ้นเต็มไปหมด ธารน้ำ มากมายที่อยู่ตามหุบเขาก็ใสกระจ่างจนเห็นไปถึงก้นน้ำ มีทะเลสาบที่ใส แวววาวราวอัญมณีแต่งแต้มอยู่บนแผ่นดิน ดอกไม้งดงามจำนวนมากที่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาก็กระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
อากาศของที่แห่งนี้อบอุ่น ปราณวิญญาณเข้มข้น ดอกไม้ต้นไม้เติบโต หนาแน่น ประหนึ่งดินแดนแห่งความฝัน ไม่ต่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของ เทพเซียน!
“ระดับความเข้มข้นของปราณวิญญาณในที่แห่งนี้เหนือกว่าทุก อาณาจักรในดินแดนปราการดวงดาวของเราเสียอีก!” อินย่าหนันรับ สัมผัสเล็กน้อยก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันใด “หากมีสำนักมาตั้งรกรากฝึกตนอยู่ ที่นี่ ความเร็วในการฝึกตนของคนในสำนักต้องเพิ่มขึ้นสูงมากแน่นอน!”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ
พวกเขาต่างก็คิดไปว่าด้านในของแผ่นดินใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังเลือด ลมของชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษจำนวนมากแห่งนี้จะต้องมีพลังงานที่ วุ่นวายมากกว่าข้างนอก
แต่คาดไม่ถึงเลยว่า ข้างในกับข้างนอกจะต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้
นอกแผ่นดินมีพลังเลือดลมของชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษเจือปนยุ่ง เหยิง ก่อกลายมาเป็นอุปสรรคที่เหมือนเขตอาคมอย่างหนึ่งซึ่งทำให้คน นอกยากที่จะข้ามผ่านมาได้
ทว่าด้านในกลับเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต ปราณวิญญาณเปี่ยมล้น พืช หญ้าดอกไม้มากมายเหลือคณานับ เป็นดินแดนวิเศษที่เหมาะสมให้เผ่า มนุษย์ขยายเผ่าพันธ์ตั้งสำนักฝึกตนมากที่สุด
“กริ๊ง!”
หินส่งข้อความเสียงในชายแขนเสื้อของเฉียวอวิ๋นซีพลันมีเสียง ประหลาดส่งออกมา ใบหน้าของนางฉายความยินดีทันใด “ตอนที่พวก เราอยู่ข้างนอก หินส่งข้อความเสียงของข้าไม่มีการตอบสนอง เกรงว่า น่าจะเพราะได้รับผลกระทบจากกระแสพลังงานพวกนั้น พอเข้ามาในนี้ หินส่งข้อความเสียงกลับมีการขานรับทันที แสดงว่าที่นี่ไม่มีพันธนาการ จำกัด!”
พูดจบนางก็รีบหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมา ก่อนจะ ปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณเชื่อมการติดต่อกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
ดวงตาของนางพลันเป็นประกายเจิดจ้า หันมาพูดกับเนี่ยเทียน น้ำเสียงดีใจ “ผู้อาวุโสใหญ่อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!”
“ถามสถานการณ์สิ!” เนี่ยเทียนตวาดเบาๆ
เฉียวอวิ๋นซีพยักหน้า หรี่ตาลงน้อยๆ แล้วคอยบอกข้อมูลที่นางสื่อสาร กับคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ให้เนี่ยเทียนฟังอย่างต่อเนื่อง “พวกผู้อาวุโส ใหญ่มาถึงนานแล้ว พวกเขาสำรวจสถานที่แห่งนี้อย่างละเอียด พบว่า แผ่นดินครึ่งลูกกลมแห่งนี้แบ่งออกเป็นหกพื้นที่ ห้าพื้นที่ในนั้นนอกจาก ปราณวิญญาณฟ้าดินที่เข้มข้นแล้วยังมีพลังห้าธาตุอย่างทอง ไม้ ดิน ไฟ และน้ำที่เปี่ยมล้นอยู่ด้วย!”
“พื้นที่ที่พวกเราอยู่ในตอนนี้มีสถานที่แห่งนี้ที่มีจิงชี่พืชหญ้าแฝงเร้น อยู่”
“นอกจากนี้แล้วยังมีพื้นที่อย่างทะเลทรายร้าง ป่าภูเขาไฟที่ภูเขาไฟ ทุกลูกต่างก็ยังมีชีวิต ซึ่งผ่านไปทุกช่วงระยะเวลาหนึ่งก็จะมีเปลวเพลิง ร้อนแรงปะทุออกมา”
“นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ทะเลสาบกระจายตัวอยู่ทั่ว ไอน้ำอบอวล ใน ทะเลสาบแห่งนั้นมีพลังวิญญาณธาตุน้ำ ใต้ทะเลสาบมีหินวิเศษธาตุน้ำอยู่ เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงพืชธาตุน้ำอีกหลายชนิด”
“ยังมีอีกที่หนึ่งซึ่งมีภูเขาสีทองอร่ามอยู่หลายลูก”
“ส่วนอีกที่คือพื้นที่น้ำแข็งเย็นเยียบ พื้นที่แห่งนั้นเกาะตัวเป็นน้ำแข็ง ตลอดทั้งปี เทือกเขาน้ำแข็งสูงตระหง่านเสียดฟ้า…”
“ห้าพื้นที่ต่างก็สอดคล้องกับห้าธาตุอย่างทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน คล้าย พื้นที่วิเศษห้าแห่งซึ่งมีพลังห้าธาตุที่น่าตะลึง แต่ละสถานที่มีพืชวิเศษ หิน วิเศษที่ธาตุต่างกันออกไป เหมาะสมให้ผู้ฝึกวิญญาณที่มีธาตุหลากหลาย มาฝึกตนเพื่อเพิ่มความเร็วในการเลื่อนขั้น”
“จุดศูนย์กลางของสถานที่ห้าแห่งนี้คือพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่งที่มี พระราชวังโบราณหลังหนึ่งตั้งตระหง่าน”
“ตอนนี้พวกผู้อาวุโสใหญ่อยู่ที่หน้าพระราชวังแห่งนั้น แต่น่าเสียดายที่ ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้”
“เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีก็อยู่ที่นั่นเหมือนกัน ทั้งสองฝ่ายต่างมี พละกำลังสูสีกัน แต่ไม่ได้รีบร้อนเปิดศึก พวกเขาต่างก็กำลังหาวิธีเข้าไป ข้างในพระราชวังแห่งนั้น”
“ผู้อาวุโสใหญ่ไม่กล้าจากมาก็เพราะกังวลว่าหากเขาจากไป คนอื่นๆ ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะถูกคนของเขาสุขาวดีเล่นงาน”
เฉียวอวิ๋นซีที่กำลังพูดคุยกับคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์กำหินส่ง ข้อความเสียงเอาไว้ในมือพลางนำข้อมูลที่ได้รับมาถ่ายทอดให้กับเนี่ย เทียนและอินย่าหนันฟังอย่างไม่มีปิดบัง
“พระราชวังแห่งหนึ่ง!” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “งั้นก็ถูกแล้ว!”