ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 762 หินเทพคืนพลัง
“ตกลง” เยว่เหยียนสี่คลี่ยิ้มแล้วเดินเข้าไปในพระราชวัง
เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้ตัว แม้แต่เจียงเฟิงก็ยังออกไปจากที่แห่งนี้ไม่ได้ อารมณ์ของเขากลับกลายมา เป็นเยือกเย็น
ทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนเกิดขึ้นเพราะเนี่ยเทียน
ตอนที่อยู่ดินแดนดาวตกแล้วเขารู้ถึงตัวตนของเนี่ยเทียน เขาก็ตำหนิ ตระกูลเหลยอย่างหนักและตั้งใจผูกมิตรกับเนี่ยเทียน
เวลานี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่ตนตัดสินใจทำลงไปในคราวนั้นนับเป็นการ กระทำที่ฉลาดอย่างยิ่ง
ในเมื่อเนี่ยเทียนได้รับการยอมรับจากพระราชวังหลังนั้น ทั้งยังเป็น เหตุให้แผ่นดินเกิดการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งความสัมพันธ์ของเขาและเนี่ย เทียนก็ไม่ธรรมดา แน่นอนว่าเขาจึงไม่ถูกอีกฝ่ายหมายหัว
“ศิษย์พี่!” ซาเหยียนจากสำนักภูเขาพันกระบี่ตวาดด้วยเสียงหนัก
“อาจารย์ลุง!” สิ่งเป่ยเฉินเองก็เริ่มร้อนใจ “หากให้เนี่ยเทียนและตา แก่เยว่เข้าไปในพระราชวังนั่นได้ คิดจะบีบพวกเขาออกมาสอบถาม สถานการณ์ให้แน่ชัด เกรงว่าคงยากแล้วล่ะ”
เคอจินเผิงพยักหน้ารับเบาๆ
“อู้!”
แสงสีทองเส้นหนึ่งบินพรวดออกมาจากหว่างคิ้วของเขา แรกเริ่มแสง สีทองนั้นยังมีขนาดแค่เมล็ดข้าวสาร แต่เพียงแค่ครู่เดียวกลับขยายใหญ่ นับพันเท่า!
นั่นคือเขตพื้นที่ที่เป็นแสงสีทองเจิดจ้า ด้านในพื้นที่แห่งนั้นเต็มไปด้วย ปราณกระบี่แหลมคมนับพันนับหมื่น
“แดนแห่งฟ้าทองคำ!”
ปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนมารวมกันอยู่ในพื้นที่แสงสีทองอร่าม แล้วกลายมาเป็นกระบี่ใหญ่ยักษ์เล่มหนึ่ง
ชั่วขณะที่กระบี่เล่มนั้นก่อตัวขึ้นมันก็ชักนำให้ปราณวิญญาณฟ้าดิน เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปราณวิญญาณที่ทั้งเข้มข้นทั้งเปี่ยมล้นพา กันระเบิดกระจัดกระจาย
กระบี่ยักษ์สีทองเล่มนั้นเหมือนถูกทวยเทพที่คนมองไม่เห็นหลายองค์ ร่วมกันจับแล้วตวัดฟัน เป็นเหตุให้ห้วงอากาศบิดเบือน จุดที่ปราณกระบี่ แทรกซึมเข้าไป แผ่นดินล้วนถูกฟาดฟันให้กลายมาเป็นร่องลึกที่มองไม่ เห็นก้น
ตรงหน้าประตูหิน เนี่ยเทียนแค่ปรายตามองกระบี่ยักษ์สีทองเล่มนั้น ปราดเดียวก็เจ็บดวงตาจนน้ำตาไหลลงมา
เขาเพิ่งจะปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกไปเพื่อพยายามทำความ เข้าใจกับปราณกระบี่ของกระบี่ยักษ์สีทองเล่มนั้น ทว่าขณะที่กำลังจะทำ ความเข้าใจกับมัน มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขากลับมีรอยเส้นปริแตกสี ทองที่เล็กละเอียดปรากฎขึ้นเป็นจำนวนมาก
“เข้าไปซะ!” เยว่เหยียนสี่ตวาดเสียงดัง
เนี่ยเทียนร้องอึกอักอยู่ในลำคอหนึ่งที รีบเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังประตู หินทั้งตัว ก่อนจะกดมือทั้งสองที่มีแสงดาวเจิดจ้าแผ่ออกมาลงไปบนบาน ประตูอย่างแรง
ภาพดวงดาวโบราณที่ลึกลับเกินคาดเดาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอีก ครั้ง แล้วจู่ๆ พระราชวังทั้งหลังก็ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แสงดาวที่มีลักษณะเหมือนของเหลวราดรดลงบนผนังหินคล้าย กระแสธารเส้นเล็กจำนวนมากที่ไหลริน
เขารีบย้ายดวงตาที่จ้องเขม็งไปยังกระบี่ยักษ์สีทองเล่มนั้นออกมา แล้วก็ไม่ใช้กระแสจิตวิญญาณไปพยายามทำความเข้าใจกับปราณกระบี่ ค้ำฟ้านั้นอย่างกำเริบเสิบสานอีก
“อู้!”
เปลวเพลิงร้อนแรงดั่งลาวาเดือดพุ่งบ่าออกมาจากในร่างเยว่เหยียนสี่ อย่างบ้าคลั่ง และเปลวเพลิงนั้นก็กลายมาเป็นโลกลับเปลวเพลิงแห่งหนึ่ง เยว่เหยียนสี่ปานประหนึ่งทวยเทพที่ควบคุมเปลวเพลิง ซึ่งยามนี้กำลังหัน ไปมองเคอจินเผิงด้วยสายตาเย็นชา
“สวบ!”
กระบี่ยักษ์สีทองที่แปลงมาจาก “แดนแห่งฟ้าทองคำ” พลันตวัดฟัน ลงมาจากกลางอากาศ ทำให้รอยแยกห้วงมิติเล็กละเอียดจำนวนนับไม่ ถ้วนเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่
ปราณวิญญาณฟ้าดินของที่แห่งนี้ รวมไปถึงเทือกเขาสีทองหลายลูกที่ ห่างออกไปไกลต่างก็สั่นสะเทือนไปพร้อมกับการบังคับกระบี่ของเคอจิน เผิง
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน อานุภาพของกระบี่สีทองเล่มนั้นได้รวมกัน กลายมาเป็นความคมกริบที่แฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมแห่งความลี้ลับของ พลังธาตุทองหลายสิบชนิด
ทว่าบนใบหน้าของเนี่ยเทียนกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว กลับมีสีหน้า เหมือนคนที่รอสมน้ำหน้าคนอื่นด้วยซ้ำ
“ผู้อาวุโสเยว่ ไม่ต้องไปสู้กับเขา ไม่มีความจำเป็น” เขาพลันเอ่ยเตือน
เยว่เหยียนสี่ตะลึงงัน
และเวลานี้เอง พลังแหลมคมและพลังวิญญาณที่เคอจินเผิงเรียกมาให้ ผสานรวมเข้าไปในกระบี่ยักษ์สีทองเล่มนั้นก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง
จู่ๆ กระบี่ยักษ์สีทองที่สาดแสงเจิดจ้าก็ส่ายไหวอย่างรุนแรง พลัง แหลมคมและพลังวิญญาณที่ไม่ใช่ของเคอจินเผิงซึ่งถูกเขาดูดดึงมาพลัน เปลี่ยนจากแขกมาเป็นนาย โดยหันกลับมากลืนกินพลังงานจากตัวเขา อย่างบ้าคลั่ง!
“เคร้งๆ!”
เคอจินเผิงเหมือนได้ยินเสียงประหลาดดังลอยมา พร้อมกับที่พลังงาน ซึ่งเขารวบรวมขึ้นเป็นกระบี่ยักษ์สีทองเล่มนั้นได้ละลายไปอย่างช้าๆ
ขณะที่กระบี่ยักษ์ซึ่งกว้างขวางราวแม่น้ำสีทองเล่มนั้นส่ายไหวอย่าง รุนแรง มันก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน จุดลึกใต้ดินที่ทุกคนยืนอยู่ก็มีแรงดึงดูดขุมหนึ่งส่งออก มา
เมื่อแรงดึงดูดเกิดขึ้น พลังงานที่อยู่โอสถวิญญาณและน้ำวนพลัง วิญญาณกลางมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ทุก คนที่มาอยู่ที่นี่ต่างก็ไหลหายไปอย่างบ้าคลั่ง
จุดลึกในพื้นดินเหมือนมีแม่เหล็กลึกลับก้อนหนึ่งซ่อนเอาไว้ ก้อน แม่เหล็กสามารถชักนำพลังวิญญาณและพลังงานหลากหลายธาตุ
ขนาดเยว่เหยียนสี่ก็ยังอุทานอย่างตกใจ สัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่า เปลวเพลิงที่ไหลบ่าอยู่ในพื้นที่เปลวเพลิงของเขากลายเป็นกลุ่มกองไฟที่ พุ่งเข้าไปยังใต้ดิน
“นี่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เยว่เหยียนสี่หน้าเปลี่ยนสี
“เข้ามาเถอะ เข้ามาข้างในก็ไม่ได้รับผลกระทบแล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว ด้วยรอยยิ้ม
ยามนี้เคอจินเผิงไม่มีอารมณ์จะต่อสู้กับเยว่เหยียนสี่ต่ออีกแล้ว ได้ เพียงพยายามต้านทานไม่ให้พลังวิญญาณไหลหายไปอย่างสุด ความสามารถ
“ฟิ้ว!”
เยว่เหยียนสี่พุ่งตัวเข้าไปในประตูหิน พอเข้าไปในพระราชวังในเกิน ครึ่งตัว เขาก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าความผิดปกติก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว
แค่ร่างของเขาเข้าไปอยู่ในพระราชวัง พลังวิญญาณในร่างก็ไม่ได้ไหล หายไปอีกแม้แต่เสี้ยวเดียว
“อ๊าก!”
มุมหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ จุดที่เรือโบราณทองคำร่วงกระแทกลงไป ลูกศิษย์ของเขาสุขาวดีพากันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แล้วก็มีคน ไม่น้อยที่ทนรับแรงโจมตีจากการร่วงกระแทกของตัวเรือไม่ไหว ร่างจึงถูก กระเทือนจนตาย
มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดียืนอยู่ตรงหัวเรือ นางเงยหน้ามองกระแส พลังงานเป็นกลุ่มๆ ที่อยู่เบื้องหน้าด้วยดวงตาที่ฉายแววแห่งความ เจ็บปวด
“เทพธิดา! ที่นี่ ที่นี่…” เหยาจื่อหลันตะโกนเสียงดัง “ทำไมถึงได้ เหมือนกับโบราณสถานของซวีหลิงจื่อขนาดนี้ล่ะ?!”
การไปช่วงชิงโบราณสถานของซวีหลิงจื่อ เดิมทีก็คือแผนการที่เกิด จากความคิดของมู่ปี้ฉง และก่อนจะเข้าไป มู่ปี้ฉงก็ไปทำการสำรวจมา หลายครั้ง
นางไม่ใช่อินย่าหนันที่เรือนกายมีความพิเศษ ไม่เชี่ยวชาญเวทลับ เรือนกาย ดังนั้นเมื่อนางไปที่นั่นและพบว่าพลังวิญญาณไหลหายไปอย่าง รวดเร็วจึงรีบถอยกลับมา จากนั้นก็ปลูกฝังเด็กกลุ่มหนึ่งให้ฝึกวิชาเรือน กายเป็นพิเศษ
เมื่อเข้าไปในโบราณสถานของซวีหลิงจื่อ ปราณวิญญาณของผู้ แข็งแกร่งก็จะไหลหายไปโดยอัตโนมัติ
เวลานี้สถานที่แห่งนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดในแบบ เดียวกัน พลังวิญญาณไหลหายไปอย่างบ้าคลั่ง มีหรือที่จะไม่ทำให้พวก เขาตกใจ?
“หรือว่าซวีหลิงจื่อเคยมาที่แห่งนี้แล้วได้อะไรไปครอง?” เถียนจื่อผิงสี หน้ามืดคล้ำ “สถานที่ที่ฝังร่างของเขาคล้ายคลึงกับสถานที่แห่งนี้ถึงเพียง นี้! หรือเป็นเพราะเขาเองก็ได้อะไรไปจากสถานที่แห่งนี้ พอสร้างดินแดน แห่งนั้นขึ้นมาและตายไป ดินแดนนั้นของเขาถึงได้มีความมหัศจรรย์ เหมือนที่แห่งนี้?”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน” มู่ปี้ฉงยิ้มเจื่อน
“อู้!”
เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีพลันเยื้องกรายมาถึงแล้วพลิ้วตัวลงบนเรือ โบราณทองคำลำนั้น
“ผู้อาวุโสเจียง ท่าน ท่านเองก็เป็นเหมือนกันหรือ?” เหยาจื่อหลันทั้ง ตกใจทั้งหวาดกลัว
นางมองเห็นว่ามีเส้นแสงพลังวิญญาณที่เล็กละเอียดหลุดออกมาจาก ในร่างของเจียงเฟิง ซึ่งเจียงเฟิงมิอาจควบคุมเอาไว้ได้เลย
“แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเรามีสมบัติระดับใต้ดิน สมบัติประเภทนี้ ผสานรวมเป็นหนึ่งกับแผ่นดิน เหมือนว่าจะถูกควบคุมด้วยพระราชวัง
โบราณสะเก็ดดาว มันสามารถดูดซับพลังวิญญาณหลากหลายชนิดใน ร่างกายของสิ่งมีชีวิต” เจียงเฟิงสีหน้าเคร่งเครียด “สมบัติระดับใต้ดินนี้ไม่ เหมือนกับวัตถุดิบระดับต้น ระดับกลาง หรือระดับสูง พวกมันมีสติปัญญา เป็นของตัวเอง มีจิตสำนึกและความคิดที่พร่าเลือน”
“สมบัติระดับใต้ดิน!” เถียนจื่อผิงตะลึงพรึงเพริด
“สมบัติระดับใต้ดิน!”
แทบจะเวลาเดียวกัน ซาเหยียนจากสำนักภูเขาพันกระบี่เองก็มอง แผ่นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าแล้วร้องคำรามเสียงแหบแห้ง “หินเทพคืนพลัง! ต้องเป็นหินเทพคืนพลังแน่นอน! มีเพียงหินเทพคืนพลังเท่านั้นถึงจะมี ประสิทธิภาพที่พิเศษขนาดนี้ มันสามารถดึงดูดเอาปราณวิญญาณฟ้าดินที่ ผู้ฝึกลมปราณรวบรวมมาได้อย่างยากลำบากให้มารวมกัน!”
เคอจินเผิงเองก็หน้าเปลี่ยนสี “น่าจะไม่ผิดแล้วล่ะ จุดลึกใต้แผ่นดิน แห่งนี้ต้องมีหินเทพคืนพลังอยู่แน่นอน! แย่แล้ว เมื่ออยู่ที่นี่ พลังวิญญาณที่ พวกเราสะสมไว้ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนมานับพันนับหมื่นปี จะต้องถูกดูดดึงไปหมด แล้วเอามาหล่อเลี้ยงแผ่นดินแห่งนี้ ทำให้ปราณ วิญญาณฟ้าดินของมันเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม!”
“สถานที่บ้าๆ แห่งนี้คงเป็นกับดักของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แน่นอน! กระแสพลังงานที่อยู่ข้างนอกชั้นนั้นมองดูเหมือนเป็นปราการ ขัดขวาง แต่แท้จริงแล้วกลับกระตุ้นให้คนเกิดความใคร่รู้และพร้อมจะบุก เข้ามาโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด!”
“ข้ายังถึงขั้นสงสัยด้วยว่าที่ปราณวิญญาณฟ้าดินของที่แห่งนี้เข้มข้น ขนาดนี้ก็ล้วนเป็นเพราะหินเทพคืนพลังดึงปราณวิญญาณออกมาจากตัวผู้ แข็งแกร่งที่บุกเข้ามา นานวันเข้าปราณวิญญาณฟ้าดินถึงได้เข้มข้นถึง ระดับนี้!”
กวานฝู่จากตระกูลกวานและเจี่ยนถงจากตระกูลเจี่ยนไม่เคยได้ยินชื่อ หินเทพคืนพลังมาก่อน ทว่าเมื่อได้ยินเคอจินเผิงพูดถึงความพิเศษของ วัตถุนี้ก็พากันหน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน
“สมบัติระดับใต้ดิน!” เจี่ยนถงคำรามเบาๆ “วัตถุแบบนี้มันร้ายกาจ มากเลยนะ!”
“ระดับใต้ดิน หินเทพคืนพลัง…” เนี่ยเทียนลูบคลำปลายคาง หันไป พูดกับเยว่เหยียนสี่ “ผู้อาวุโสเยว่ ของวิเศษระดับใต้ดิน มีความมหัศจรรย์ เพียงใดหรือ?”
เยว่เหยียนสี่อารมณ์ห้าวเหิม “วัตถุดิบวิเศษหลายประเภทนอกจาก จะแบ่งออกเป็นระดับต้น ระดับกลางและระดับสูงแล้วยังมีอีกสองระดับ นั่นคือ ระดับใต้ดินและระดับเพาะฟ้า วัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินและระดับ เพาะฟ้าถึงจะเรียกว่าสมบัติหายากของโลกอย่างแท้จริง วัตถุดิบวิเศษ เช่นนี้เมื่อเกิดมาก็มีจิตสำนึกที่พร่าเลือน ไม่สามารถมองเป็นของที่ตาย แล้วได้”
“คำที่ว่าหมื่นสรรพสิ่งมีชีวิตก็หมายถึงว่านอกจากว่าสิ่งมีชีวิตที่มีเลือด เนื้อแล้ว วัตถุอย่างพืชหญ้าดอกไม้ ก้อนหินภูเขามีความเป็นไปได้น้อยนิด ที่จะมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง”
“วัตถุดิบที่เกิดมาก็มีสติปัญญาเป็นของตัวเองนับเป็นวัตถุดิบวิเศษ ระดับใต้ดินและระดับเพาะฟ้า มีความลี้ลับไร้ที่สิ้นสุด”
“วัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดิน ดินแดนปราการดวงดาวของพวกเราแค่ เคยได้ยินมาเท่านั้น แต่ก็แค่เคยได้ยิน ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนใน อาณาจักรใดๆ ของดินแดนเรา”