ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 763 ค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้ว!
“ปัง!”
ในที่สุดประตูหินหนาหนักก็ถูกเนี่ยเทียนงับปิดสนิท
เมื่อประตูหินปิดลงก็หมายความว่าพวกเขาตัดขาดกับโลกภายนอก อย่างสิ้นเชิง พวกผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าจากสำนักภูเขาพันกระบี่ รวม ไปถึงกวานฝู่และเจี่ยนถงต่างก็ถูกปฏิเสธให้อยู่ข้างนอก
กระแสจิตวิญญาณจากนอกพระราชวังไม่สามารถแทรกซึมเข้ามาข้าง ในได้ จึงไม่รู้ความลี้ลับที่อยู่ข้างใน
ทว่าเมื่อเยว่เหยียนสี่ที่อยู่ด้านในปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกมา กลับไม่เจออุปสรรคใดๆ ทั้งยังรู้การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ข้างนอกได้อีกด้วย
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าคลื่นพลังวิญญาณที่ไหลบ่าอยู่ในร่างของ พวกซาเหยียนเคอจินเผิง กวานฝู่และเจี่ยนถงที่ล้อมรอบอยู่นอก พระราชวังเริ่มเปลี่ยนมาเป็นอ่อนจางมากขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้ดีว่าพลังวิญญาณมากมายที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถีย นของพวกเขากำลังถูกหินเทพคืนพลังดูดซับเอาไป
อีกทั้งยิ่งเป็นผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่า ความเร็วในการไหลหายไปของ พลังวิญญาณก็ยิ่งเร็วจนน่าตะลึง!
จากการวิเคราะห์ของเยว่เหยียนสี่ อย่างมากสุดสามวัน พลังวิญญาณ ทั้งร่างของพวกเคอจินเผิงคงเผาผลาญไปหมดสิ้น กลายมาเป็นคน ธรรมดาที่ไม่เหลือพละกำลังใด สามารถสังหารได้ทุกเมื่อ
“เนี่ยเทียน เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าใต้ดินของที่แห่งนี้มีหินเทพคืนพลัง อยู่?” เยว่เหยียนสี่ถามอย่างแปลกใจ
พวกอินย่าหนัน เฉียวอวิ๋นซีที่เห็นเขาเข้ามา และเนี่ยเทียนปิดประตู หินลงก็พากันผ่อนลมหายใจ
จากบทสนทนาระหว่างเขาและเนี่ยเทียนก็ทำให้พวกนางรู้ว่าเวลานี้ โลกภายนอกเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“ข้ารู้แค่ว่าตลอดทั้งแผ่นดินนี้แบ่งออกเป็นพื้นที่พิเศษหกแห่ง โดยมี พระราชวังแห่งนี้เป็นหลัก ซึ่งพระราชวังก็คือค่ายกลใหญ่ที่สร้างการพลิก กลับสองขั้ว” เนี่ยเทียนหรี่ตา จัดระเบียบความคิดและพูดอธิบายว่า “และเมื่อครู่นี้ตอนที่กระแสจิตวิญญาณของข้าผสานรวมกับตัวพระราชวัง ก็ได้ข้อมูลบางอย่างมา”
“ข้าทำความเข้าใจกับข้อมูลเหล่านั้นจึงรู้ว่าควรโคจรค่ายกลใหญ่พลิก กลับสองขั้วนี้อย่างไร”
“ตอนที่ข้าเดินออกไป ก็ได้กระตุ้นขั้วหนึ่งของค่ายกลใหญ่พลิกกลับ สองขั้วนี้แล้ว”
เยว่เหยียนสี่กล่าวอย่างตกตะลึง “ค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้ว! ค่าย กลใหญ่นี้มีความมหัศจรรย์อย่างไรรึ?”
“ตอนที่ไม่เปิดใช้งาน ทุกอย่างจะเป็นปกติ ผู้ฝึกลมปราณที่เข้ามาอยู่ ในนี้สามารถรวบรวมปราณวิญญาณที่เข้มข้นมาฝึกตนและทำความเข้าใจ กับความลี้ลับของคาถาวิเศษได้” เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ “แต่หากเปิดใช้งาน เมื่อไหร่ก็จะเป็นในทางตรงกันข้าม แผ่นดินใหญ่แห่งนี้จะเป็นฝ่ายดึงเอา
ปราณวิญญาณของผู้ที่เข้ามาแทน ทำให้คนที่เข้ามาที่นี่สูญเสียพลัง วิญญาณไปอย่างรวดเร็ว”
เฉียวอวิ๋นซีตะโกนตกใจ “พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจัดตั้งค่ายกล ใหญ่พลิกกลับสองขั้วไว้ที่นี่ เกรงว่าคงไม่มีเจตนาที่ดีเท่าไหร่นัก!”
เยว่เหยียนสี่พยักหน้ารับเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “บางที การที่ปราณวิญญาณของที่แห่งนี้เข้มข้นมากก็เป็นเพราะค่ายกลใหญ่พลิก กลับสองขั้วได้ล่อลวงให้ผู้แข็งแกร่งมากมายเข้ามาที่นี่อย่างลับๆ จากนั้นก็ ดึงเอาพลังวิญญาณที่พวกเขาสะสมมานานหลายพันหลายหมื่นปีออกมา เพื่อหล่อเลี้ยงแผ่นดินแห่งนี้”
“หึหึ” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงแปร่ง
อันที่จริงเขาเองก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน
“ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านเคยได้ยินชื่อของหินเทพคืนพลังหรือไม่ ?” เฉียวอวิ๋นซีเอ่ยถาม
“ไม่เคย” เยว่เหยียนสี่ส่ายหัว “แต่ว่าพวกคนของสำนักภูเขาพัน กระบี่ที่อยู่ข้างนอกเหมือนจะรู้จักวัตถุชิ้นนี้ ในเมื่อเป็นสมบัติระดับใต้ดิน หินเทพคืนพลังนี่ก็ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!”
“ระดับใต้ดิน!” อินย่าหนันคำรามเบาๆ “ว่ากันว่าวัตถุวิเศษระดับใต้ ดิน เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาก็มีสติปัญญาเป็นของตัวเอง หากเอาวัตถุเช่นนี้มา หล่อหลอมก็จะกลายมาเป็นอาวุธระดับเชื่อมโยงวิญญาณได้โดยตรง! สามารถพูดได้ว่าวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินทุกชิ้นล้วนถูกมองเป็นสมบัติล้ำ
ค่าระดับเชื่อมโยงวิญญาณ และที่สำคัญที่สุดก็คือเดิมทีวัตถุวิเศษระดับใต้ ดินก็มีวิญญาณอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มวิญญาณวัตถุไปให้กับมัน”
“หากอาวุธล้ำค่าที่เกิดมาจากวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินกับผู้ที่ใช้มีธาตุ สอดคล้องกัน อานุภาพของมันก็จะน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด”
“เจ้าพูดถูกแล้ว” เยว่เหยียนสี่มองนางด้วยสายตาชื่นชม “อาวุธระดับ เชื่อมโยงวิญญาณที่สร้างมาจากวัตถุดิบวิเศษระดับใต้ดินจะมีค่ามากยิ่ง กว่าเดิมอย่างแท้จริง”
“ทุกคนจงอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ สามวันให้หลัง ข้าจะเปลี่ยนค่ายกล ใหม่อีกครั้ง ถึงเวลานั้นทุกคนที่อยู่ข้างนอกคงไม่มีพลังวิญญาณใดๆ เหลืออยู่อีกแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มอย่างผ่อนคลาย ก่อนหันไปพูดกับเยว่เห ยียนสี่ว่า “รอจัดการกับคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ได้แล้ว พวกเราค่อย มาคุยเรื่องอื่นกัน”
เยว่เหยียนสี่พยักหน้ารับ “ก็ดี”
ทุกคนจึงเงียบสงบลงอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนหรี่ตา นั่งครุ่นคิดอยู่กับตัวเองเงียบๆ
“หินเทพคืนพลัง วัตถุชิ้นนี้…ในโบราณสถานของซวีหลิงจื่อก็มีอยู่ก้อน หนึ่ง แต่ว่าหินเทพคืนพลังในโบราณสถานของซวีหลิงจื่อเทียบกับของที่นี่ ไม่ติด หรือว่ามันเป็นเพียงแค่เศษหินชิ้นหนึ่งเท่านั้น?”
“ซวีหลิงจื่อจะเคยมาพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกแห่งนี้หรือไม่?”
“พื้นที่แห่งนี้ถูกม่านหมอกแห่งความลึกลับปกคลุมมาเป็นสิบล้านปี เรือรบทางช้างเผือกมิอาจลอดผ่านได้ ก่อนหน้านี้ผู้แข็งแกร่งหลายคนก็ เคยหายตัวไปในพื้นที่แห่งนี้”
“ทว่าซวีหลิงจื่อผู้นั้นกลับไม่เหมือนคนอื่น เขาเชี่ยวชาญเวทลับห้วง มิติ!”
“เขาน่าจะรู้ถึงความลึกลับของหินเทพคืนพลัง หากเขายังมีชีวิตอยู่ บางทีอาจจะได้ข้อมูลมากมายที่มีประโยชน์ไป”
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด พวกสิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ข้างนอกก็อยู่กันอย่าง กระวนกระวายไม่เป็นสุข
เคอจินเผิงหมดสิ้นซึ่งความเยือกเย็น สัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณไหล หายไปอย่างบ้าคลั่งโดยที่มิอาจทำอะไรได้
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก่อนหน้าที่จะเสียพลังวิญญาณไปหมด เจียงเฟิงก็ คำรามดังลั่นเอ่ยเร่งให้พวกเถียนจื่อผิงโคจรเรือโบราณทองคำลำนั้นต่อไป
เขาคิดจะอาศัยให้เรือโบราณทองคำฝ่าออกไปจากพื้นที่ที่แปลก พิสดารแห่งนี้ ไปให้ไกลจากที่นี่
“ครืนๆๆ!”
ไม่นานหลังจากนั้น เรือโบราณทองคำก็ถูกกระตุ้นให้ลอดผ่านกระแส พลังงานด้านนอกอีกครั้ง
แต่เพียงแค่ครู่เดียว เรือโบราณทองคำก็ตกกระแทกลงมาจากที่สูงอีก ครั้ง และมีแต่จะทำให้เขาสุขาวดีมีคนตายเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของสำนักภูเขาพันกระบี่อย่างพวกเคอจิน เผิงเองก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก พยายามจะหาทางออกไปจากที่แห่งนี้
แต่ไม่ว่าจะเป็นวิชาการหายตัวที่มหัศจรรย์ หรือเวทลับที่สามารถ แหวกห้วงมิติได้ก็ล้วนใช้ไม่ได้ผล
ขณะที่พวกเขาคิดจะข้ามผ่านกระแสพลังงานที่อยู่ข้างนอกต่างก็เจอ กับอุปสรรคชิ้นใหญ่ไม่ต่างจากเจียงเฟิง พริบตาเดียวพลังวิญญาณก็ไหล หายไปมากกว่าเดิม จำต้องถอยกลับมาแต่โดยดี
พวกกวานฝู่และเจี่ยนถงฉวยโอกาสตอนที่ยังมีพลังวิญญาณเหลือรีบ ออกไปให้ห่างจากพระราชวังหลังนั้น
หลังจากที่พวกเขารวมตัวกับคนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานที่ เหลืออยู่ก็ค้นพบว่าคนในตระกูลเป็นเหมือนพวกเขาที่พลังวิญญาณไหล หายไปอย่างบ้าคลั่งเช่นเดียวกัน นั่นทำให้ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วย ความสิ้นหวัง
“ท่านบรรพบุรุษ!”
พอกวานเหอเห็นกวานฝู่ก็ร้องโหวกเหวกด้วยความขลาดกลัว “พลัง วิญญาณ…พลังวิญญาณของพวกเรากำลังไหลหายไป ดูเหมือนว่าใต้ดิน ของที่แห่งนี้จะมีวัตถุประหลาดที่กำลังเขมือบกลืนพลังวิญญาณของพวก เรา”
“พวกเจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” กวานฝู่ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง “ไม่ ต้องร้อนใจไป อย่างมากก็แค่พลังวิญญาณหายไปสิ้นเท่านั้น พวกเราไม่มี ความแค้นกับคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เจ้าเด็กที่ชื่อเนี่ยเทียน
คนนั้น พวกเราก็ไม่เคยล่วงเกิน นอกจากนี้เยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ก็มีความสัมพันธ์เก่าก่อนกับพวกเรา พวกเขาไม่น่าคิดจะฆ่าพวก เราทิ้ง”
กวานฉีกล่าว “หากได้เจอกับเฉียวอวิ๋นซีอีกครั้ง ข้าจะมอบศพของ สัตว์เพลิงฟ้าให้นางก็แล้วกัน หวังว่าศพของสัตว์เพลิงฟ้าจะทำให้พวกเรา ไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”
“อย่าเป็นกังวลมากนัก พวกเราไม่มีทางเป็นอะไรหรอก” เจี่ยนถงเอง ก็เอ่ยปลอบใจทุกคน “ที่ต้องเป็นกังวลควรจะเป็นคนของสำนักภูเขาพัน กระบี่กับเขาสุขาวดี พวกเขาผูกปมแค้นกับเนี่ยเทียนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แล้ว อีกทั้งเมื่ออยู่ที่นี่ยังเคยเกิดการปะทะกับเนี่ยเทียนมาก่อน รอจนพลัง วิญญาณของพวกเขาถูกหินเทพคืนพลังดูดไปจนสิ้น เนี่ยเทียนย่อมต้องลง มือกับพวกเขาก่อนผู้ใด”
พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ทุกคนลองคิดตามอย่างละเอียดก็พบว่าพวก เขาไม่เคยมีข้อพิพาทกับเนี่ยเทียนมาก่อนจริงๆ
……
สามวันต่อมา
พลังวิญญาณของทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินแห่งนี้ถูกหินเทพคืนพลังดูดไป จนไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวเดียว ไม่ว่าพวกเขาจะใช้หินวิเศษมาดึงเอาพลัง วิญญาณที่อยู่ข้างในอย่างไรก็ล้วนเปล่าประโยชน์
พอพลังวิญญาณที่เกิดขึ้นมาใหม่เข้าไปอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนก็จะต้องไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
หลายคนจึงล้มเลิกความพยายามที่เปลืองแรงเปล่านี้
“แอด!”
ประตูหินหนาหนักถูกเนี่ยเทียนผลักออกมา พอเห็นว่าฟ้าดินไม่มีการ เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ เขาก็ยกยิ้มเย็นชา
“เนี่ยเทียน!” เยว่เหยียนสี่ที่อยู่ในพระราชวังขมวดคิ้วเบาๆ “หากที่ พวกเขาถูกดึงดูดไปมีเพียงพลังวิญญาณ เจ้าออกไปอย่างนี้ก็ยังไม่ ปลอดภัยอยู่ดี”
“กระแสจิตวิญญาณของผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าสามารถลอดทะลวง หินและโลหะได้ เมื่อยังมีพลังจิตวิญญาณอยู่ เจ้าก็ยังสู้พวกเขาไม่ได้อยู่ดี”
เนี่ยเทียนยิ้มสง่างาม กำลังจะเอ่ยตอบๆ แต่จู่ๆ กลับขมวดคิ้วมุ่น
เขาสัมผัสได้ว่าคลื่นเลือดลมเข้มข้นที่ปกคลุมแผ่นดินใหญ่แห่งนี้เอาไว้ พลันเกิดคลื่นกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวเร็วกว่าเดิม หลายเท่า
อยู่ห่างกันไกลมาก แต่เขาก็ยังสัมผัสได้รำไรว่ามีคลื่นเลือดลมที่น่า กลัวสองขุมตั้งตระหง่านอยู่ด้านนอก
พลังเลือดลมที่พลุ่งพล่านนั้น เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนจากบนร่างของ สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตาม “สายเลือดระดับแปด!”
“สีหน้าเจ้าผิดปกตินะ” เยว่เหยียนสี่กล่าวเสียงหนัก
“ชนต่างเผ่าที่เข้ามาที่นี่เหมือนกันน่าจะอาศัยยันต์ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่พวก ท่านทิ้งไว้จนตามมาเจอที่แห่งนี้แล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
“ชนต่างเผ่า!” เยว่เหยียนสี่ “พลังของพวกเขาไม่ใช่พลังวิญญาณ หากปล่อยให้พวกเขาเข้ามาที่นี่ได้ เกรงว่าคงไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากหิน เทพคืนพลัง!”
นี่ก็เป็นปัญหาที่เนี่ยเทียนเป็นกังวลเหมือนกัน