ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 764 ขอปรองดอง?
“น่าจะเป็นที่นี่แหละ”
นอกแผ่นดินทรงครึ่งวงกลม โหยวน่าจากเผ่าอสูรกายยืนอยู่บนเรือรบ ทางช้างเผือก ทอดสายตามองมาเบื้องหน้า
ห่างออกไปไม่ไกลนัก เรือรบอีกลำหนึ่งที่บรรทุกภูตผีปีศาจ เผ่าเกล็ด ดำ เผ่าปักษามาจนเต็มลำเรือมีชายหนุ่มหน้าตาสวยหวานราวหญิงสาว คนหนึ่งยืนอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ภายนอกมองดูเหมือนว่าเขายังหนุ่มอยู่มาก ทว่าความรู้สึกที่เขามอบ ให้กับผู้คนกลับเหมือนคนแก่ที่ผ่านกาลเวลานับไม่ถ้วนกล่อมเกลา
ภูตผีปีศาจ เผ่าเกล็ดดำ เผ่าปักษาทุกคนล้วนรักษาระยะห่างที่ เหมาะสมกับเขาคล้ายเป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่ง
“โหยวน่า เจ้าน่าจะสัมผัสได้ว่ารอบนอกของแผ่นดินนี้มีพลังเลือดลม ของสัตว์โบราณปะปนกับของเผ่าพันธุ์พวกเรา” เขาขมวดคิ้วน้อยๆ พลาง เอ่ยเบาๆ “จากบันทึกในตำราโบราณ สงครามที่พวกเราต่อสู้กับเผ่า วิญญาณโบราณอยู่ที่นี่ พวกเราคือฝุายที่พ่ายแพ้ มหาราชาหลายท่านของ เผ่าพวกเราล้วนสิ้นชีพอยู่ ณ ที่แห่งนี้”
โหยวน่าจากเผ่าอสูรกายมีใบหน้าท่าทางสง่างาม เรือนกายอรชร อ้อนแอ้นเย้ายวนประหนึ่งนางพญางู บนร่างของนางไม่มีส่วนใดที่ไม่ งดงาม ทั่วทั้งร่างอบอวลไปด้วยเสน่ห์แห่งความเป็นสาวเต็มตัว
นางพยักหน้ารับเบาๆ “ถูกต้อง พวกเราคือฝุายที่แพ้ แต่ว่าไท่รุ่ย เจ้า เองก็รู้ว่าหลังจากที่สงครามแห่งชนเผ่าครั้งนั้นสิ้นสุดลง เผ่าวิญญาณ โบราณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ เมื่ออยู่ท่ามกลางสงครามอัน ยาวนาน แผ่นดินมากมายของอาณาจักรดวงดาวผืนนี้ก็เหมือนจะแตก กระจายเป็นเสี่ยงๆ ทั้งหมด”
“หลังจากที่พวกเราจากไปได้ไม่นาน เผ่าวิญญาณโบราณก็สละที่แห่ง นี้ทิ้งไปตลอดกาล”
“ตามความเห็นของข้า ศึกครั้งนั้นสองฝุายก็แค่เสมอกันเท่านั้น เพียงแต่ปีนั้นผู้อาวุโสของพวกเรารีบร้อนจากไปเกินไป แม้แต่ศพของมหา ราชาก็ไม่ทันได้เก็บเอาไปด้วย”
ไท่ลุ่ยที่นางเรียกขาน คือผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับแปดของเผ่าภูตผี ปีศาจ เขากล่าวว่า “ทำไมแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ถึงยังอยู่มาได้จนถึงวันนี้? เมื่อ ผ่านกาลเวลานานนับสิบล้านปี เหตุใดเลือดลมของมหาราชาของพวกเรา แต่ละเผ่าและผู้แข็งแกร่งเผ่าวิญญาณโบราณถึงยังหลงเหลืออยู่โดยไม่ สลายหายไป?”
โหยวน่าเม้มปากยิ้ม “พวกเรามาที่นี่ก็ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ให้รู้แน่ชัดหรอกหรือ?”
ขณะที่คนทั้งสองพูดคุยกัน ชนต่างเผ่าที่เหลืออยู่ต่างก็รับฟังเงียบๆ ไม่ มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใด
ชนต่างเผ่ามีการแบ่งระดับชนชั้นกันอย่างเข้มงวด พวกสายเลือด ระดับสูงของแต่ละชนเผ่าจะมีตำแหน่งสูงส่งมาก
โหยวน่าและไท่ลุ่ยสองคนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง สายเลือดระดับแปด ขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็สามารถเลื่อนสู่ระดับเก้าได้ และพวกเขาก็จะกลาย มาเป็นมหาราชาของเผ่าอสูรกายและภูตผีปีศาจ นั่นคือตำแหน่งอันมี เกียรติสูงสุดของเผ่าพันธ์ซึ่งยากจะมีอะไรมาสั่นคลอนได้
คนทั้งสองมองสบตากันหนึ่งครั้ง ก่อนที่โหยวน่าจะเอ่ยถามอีกครั้ง “เจ้าจะเข้าไป หรือให้ข้าไปก่อน?”
“ข้าเข้าไปตรวจสอบดูก่อนก็แล้วกัน” ไท่รุ่ยยิ้มบางๆ ครั้นจึงทะยาน ตัวออกไปจากเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าภูตผีปีศาจ ก่อนจะเดินก้าวย่าง อย่างผ่อนคลายไปยังกระแสพลังงานเหล่านั้น
……
ด้านในแผ่นดินใหญ่
เนี่ยเทียนที่เปิดประตูหินออกมาไม่ได้รีบร้อนเดินสำรวจไปทั่วด้าน แต่ เงยหน้ามองท้องฟูาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดสองตนมีพลังเลือดลมมากไพศาล ต่อ ให้อยู่ห่างกันไกลมากก็ยังทำให้สายเลือดแห่งชีวิตของเขาสัมผัสได้ถึงแรง กดดันมหาศาลอยู่ดี
เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าชนต่างเผ่าที่ไล่ตามมา ตอนนี้ได้รออยู่ข้างนอกแล้ว
ตอนนี้เขากำลังเป็นกังวล กังวลว่ากระแสพลังงานที่อยู่ข้างนอกจะไม่ เพียงไม่สามารถขัดขวางการรุกรานของชนต่างเผ่าได้ กลับยิ่งจะเพิ่ม พละกำลังสายเลือดให้พวกเขาด้วย
เยว่เหยียนสี่เอ่ยเสียงหนัก “เนี่ยเทียน หินเทพคืนพลังนั่นใช้กับชน ต่างเผ่าได้ผลหรือไม่?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที “ชนต่างเผ่าที่บุกเข้ามามีสายเลือดระดับแปดสองคน”
“มีแค่สองคนรึ?” สีหน้าของเยว่เหยียนสี่พลันเปลี่ยนมาเป็นผ่อน คลาย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็พูดออกมาได้อย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าจะติดต่อไป หากวานฝูุและเจี่ยนถง! ให้พวกเขาพาคนในตระกูลเข้ามาหลบภัยใน พระราชวังชั่วคราว กวานฝูุและเจี่ยนถงต้องฟื้นคืนพลังให้ได้โดยเร็วที่สุด แบบนี้ต่อให้ชนต่างเผ่าบุกเข้ามา พวกเราก็มีพลังให้ต่อสู้ได้!”
กวานฝูุและเจี่ยนถงล้วนเป็นแดนว่างเปล่า คนหนึ่งอยู่ช่วงต้น ส่วนอีก คนอยู่ช่วงกลาง
ตอนที่เจี่ยนถงซึ่งเป็นแดนว่างเปล่าช่วงต้นเข้ามาที่นี่ เขาไม่ได้รับ บาดเจ็บใดๆ รอจนรวบรวมพลังวิญญาณได้ใหม่แล้วก็จะกลายมาเป็น กองหนุนที่แข็งแกร่ง
ที่สำคัญที่สุดก็คือสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับตระกูล กวานและตระกูลเจี่ยน อีกทั้งโดยส่วนตัวแล้วเยว่เหยียนสี่ก็ยังมี ความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับพวกเขา
ตอนที่ชนต่างเผ่ายังไม่เข้ามา เขาเองจึงไม่คิดจะให้เนี่ยเทียนเล่นงาน ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน ตอนนี้ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดสอง คนอาจบุกเข้ามาข้างใน เขาจึงจำเป็นต้องอาศัยพลังของตระกูลเจี่ยนและ ตระกูลกวาน
“งั้นก็ได้ ท่านลองทดลองติดต่อกับพวกเขาเถอะ” เนี่ยเทียนเองก็ พยักหน้ารับเบาๆ
เดิมทีเขาคิดว่าจะให้ค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้วดูดซับเอาพลัง วิญญาณของทุกคนไปให้หมดก่อน
หลังจากนั้นเขาก็จะจัดการกับเขาสุขาวดีและสำนักภูเขาพันกระบี่ที่ เขาเกลียดขี้หน้าให้สิ้นซาก สุดท้ายค่อยพูดคุยกับตระกูลเจี่ยนและตระกูล กวาน เพราะทำแบบนี้เขาย่อมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
ในเมื่อชนต่างเผ่ามาแล้ว ถ้าเช่นนั้นแผนการก็จำเป็นต้องมีการ เปลี่ยนแปลง ไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้อีก
“ค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้วของสถานที่แห่งนี้ไม่มีขีดจำกัดใดๆ ต่อ กระแสจิตวิญญาณ พลังจิตวิญญาณของพวกเขาจึงไม่ได้ไหลหายไปด้วย” ดวงตาของเยว่เหยียนสี่ที่หรี่ลงเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับว่าในเวลา สั้นๆ นี้เขาก็สามารถติดต่อกับตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานได้แล้ว
คนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานต่างก็นั่งนิ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีพืช หญ้าเข้มข้นกันอย่างห่อเหี่ยว แต่ละคนอยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก
พวกเขาไม่ได้เอาหินวิเศษออกมารวบรวมพลังให้เปลืองเวลาเปล่า
เพราะไม่ว่าพวกเขาจะรวบรวมพลังวิญญาณอย่างไร สุดท้ายมันก็ไหล หายไปเพราะได้รับผลกระทบจากค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้วอยู่ดี
ดังนั้นพวกเขาจึงนั่งเฉยๆ รอให้เนี่ยเทียนมาหา ดูว่าเนี่ยเทียนจะมี ท่าทีอย่างไร
“เป็นเยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์!” เจี่ยนถงสีหน้าฮึกเหิม พลัน หันหน้าไปมองทางทิศที่ตั้งของพระราชวัง “เยว่เหยียนสี่หยิบยื่นโอกาส มาให้พวกเรา อนุญาตให้พวกเราพาคนในตระกูลไปพักในพระราชวัง ชั่วคราว!”
“มีเงื่อนไขอะไรรึ?” กวานฝูุกล่าวอย่างไร้เรี่ยวแรง
ตอนที่เขาฝุาวงล้อมของคนจากสำนักภูเขาพันกระบี่มาก็ได้รับ บาดเจ็บสาหัส จิตวิญญาณจึงอ่อนระโหยโรยแรง ตอนนี้พลังวิญญาณยัง มาไหลหายไปจนเกลี้ยง แม้แต่ความคิดที่เยว่เหยียนสี่ปลดปล่อยออกมา เขาก็ยังมิอาจสัมผัสถึงในทันที
“ไม่มีเงื่อนไขอะไร” เจี่ยนถงเงยหน้ามองท้องฟูา “ชนต่างเผ่ามาถึง แล้ว โดยมีสายเลือดระดับแปดสองคนเป็นผู้นำ เยว่เหยียนสี่กับเจ้าเด็กที่ แซ่เนี่ยคนนั้นไม่แน่ใจว่าค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้จะ มีผลกับชนต่างเผ่าหรือไม่ ดังนั้นจึงนึกถึงพวกเรา”
“พวกเขามีแค้นล้ำลึกกับเขาสุขาวดีและสำนักภูเขาพันกระบี่ ย่อมไม่ สามารถยืมใช้กำลังของสองฝุายนั้น”
“พวกเราคือฝุายที่พวกเขาต้องการยืมใช้กำลัง”
กวานฝูุสีหน้าฮึกเหิม “เป็นแบบนี้ก็ดีเลย!”
เขาหันไปมองคนของตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวาน ก่อนจะพูดด้วย น้ำเสียงจริงจัง “พวกเจ้าจงจำไว้ว่าอย่ามีท่าทีไม่เป็นมิตรต่อเนี่ยเทียนผู้ นั้น ต่อให้ก่อนหน้านี้เขาจะไม่ยอมรับพวกเรา ทั้งยังปล่อยให้หินเทพคืน
พลังดูดพลังวิญญาณของพวกเราไปจนหมด แต่จะอย่างไรซะเขาก็คือ เจ้าของสถานที่แห่งนี้ พวกเราเป็นเพียงแค่แขกที่ผ่านทางมาเท่านั้น”
คนสองตระกูลที่เดิมทีขุ่นเคืองในตัวเนี่ยเทียน พอได้ยินเขากำชับด้วย ท่าทางเคร่งเครียดเช่นนี้ก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำใจ
“เยว่เหยียนสี่ฉลาดไม่เบา ไม่รู้ว่าไปผูกมิตรกับพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวตั้งแต่เมื่อไหร่” กวานฝูุมีสีหน้าอิจฉา “นั่นคือพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเชียวนะ ผูกไมตรีกับพวกเขา วันหน้าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในดินแดนปราการดวงดาวก็ย่อมมีความมั่นใจมากกว่าเดิม ในเมื่อ ตอนนี้พวกเรามีโอกาสแล้วก็ต้องคว้าไว้ให้แน่น!”
กล่าวจบพวกเขาก็ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินทะยานจากไป
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเผ่ามนุษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ ได้รับผลกระทบจากหินเทพคืนพลัง ทว่าอาวุธวิเศษประเภทบินที่ต้องใช้ หินวิเศษเป็นต้นกำเนิดพลังงานกลับไม่ได้ถูกพันธนาการจากหินเทพคืน พลัง
ด้วยเหตุนี้ต่อให้มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของคนตระกูลเจี่ยน และตระกูลกวานจะหมดสิ้นซึ่งพลังวิญญาณ ทว่าพวกเขากลับยังสามารถ อาศัยอาวุธวิเศษประเภทบินมาใช้เดินทางแหวกผ่าอากาศได้
เมื่อพวกเขาขยับตัว เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีก็พลันสัมผัสได้ “คนของ ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานย้อนกลับไปที่พระราชวังหลังนั้นอีกแล้ว พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่? หรือคิดจะยอมแพ้ให้กับเจ้าเด็กแซ่เนี่ยคน นั้น?”
“ผู้อาวุเจียง พวกเราควรจะทำอย่างไรกันต่อดี?” เถียนจื่อผิงถามด้วย น้ำเสียงสิ้นหวัง
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินไปดู เหตุการณ์ ดูสิว่า…จะสามารถยื่นข้อเสนอกับเนี่ยเทียนได้หรือไม่ เขาเองก็ คงไม่คิดจะฆ่าพวกเราให้สิ้นซากหรอกกระมัง? อันที่จริงเขาสุขาวดีของ พวกเราไม่ได้มีความแค้นลึกล้ำอะไรกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เพียงแค่มีข้อพิพาทกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนปราการดวงดาวก็ เท่านั้น”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เจียงเฟิงก็โดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งมุ่ง หน้าไปยังพระราชวังหลังนั้น
เคอจินเผิงที่ทดลองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถไปจากแผ่นดิน แห่งนี้ได้ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเช่นกัน
เขาลังเลอยู่นานมาก สุดท้ายก็กัดฟันพูดว่า “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะ ไปพูดคุยกับเนี่ยเทียนเพียงลำพังสักหน่อย!”
เขารู้ว่ากุญแจสำคัญที่จะบอกได้ว่าพวกเขาจะมีชีวิตรอดไปได้หรือไม่ อยู่ที่เนี่ยเทียน เขาจึงอยากจะลองดูว่าจะสามารถขอการอภัยจากเนี่ย เทียนได้หรือไม่