ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 768 ค ำตัดสินสุดท้ำย
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นลอยตามลมมาพร้อมกับหินอุกกาบาตที่กระจาย ตัวออกไป
จุดที่ก่อนหน้านี้ชนต่างเผ่าหยุดพัก ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเหมือนนรก บนดิน กลายมาเป็นสนามสังหารชนต่างเผ่า เศษซากของศพกระจาย เกลื่อนทุกหนแห่ง มองไปมีแต่จะทำให้คนฝันร้าย
ชนต่างเผ่าที่ระดับสายเลือดค่อนข้างต่ำถูกหินอุกกาบาตกระแทก โจมตีจนกลายมาเป็นเพียงหมอกเลือด
ไท่รุ่ยและโหยวน่าสองคนมองไปยังจุดที่มีซากศพเกลื่อนพื้นพร้อม หนังตาที่กระตุกไม่หยุด
ลูกหลานคนสำคัญของตระกูลอย่างอาหมู่ซือที่ถูกพวกเขาปกปูองจึง รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เวลานี้แม้แต่จะพูดก็ยังพูดไม่ออก นัยน์ตา ของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่เป็นสุข
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!” ไท่รุ่ยสีหน้าบิดเบี้ยว “ต้องเป็นผู้ แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่อยู่ในจุดลึกของแผ่นดินแห่ง นั้นใช้ค่ายกลมหัศจรรย์มาลอบโจมตีเราแน่นอน!”
โหยวน่าไม่รู้ว่าจะตอบรับเช่นไร
ข่าวที่พวกเขาสองคนได้รับมาคือรู้ว่าพื้นที่มหัศจรรย์ซึ่งถูกปิดผนึกมา นับสิบล้านปีแห่งนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงรวบรวมกำลังมาทำการ สำรวจ แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะเจอการโจมตีร้ายแรงเช่นนี้
คนชนเผ่าปักษา เผ่าเกล็ดดำและเผ่าหินเทาที่ถูกพวกเขาจับมัดไว้ใน รถศึกต่างก็ตายกันหมด
แม้แต่คนของเผ่าพวกเขาเองก็ยังตายไปหลายคน ตอนนี้เหลือแค่พวก เขาไม่กี่คนเท่านั้น
กลับไปควรจะอธิบายให้กับคนเผ่าปักษา เผ่าเกล็ดดำและเผ่าหินเทา ฟังอย่างไรดี?
ไม่กลับไป หรือจะให้บุกเข้าไปในจุดลึกของแผ่นดินที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามี ยอดฝีมือของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอยู่จริงๆ น่ะหรือ?
บางทีหินอุกกาบาตมากมายที่บินมาเหล่านั้นอาจเป็นเพียงคำเตือน เล็กๆ ครั้งหนึ่งก็ได้
หากพวกเขายังไม่รู้จักรักตัวกลัวตาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าแผ่นดินผืนนี้มี เจ้าของ และเจ้าของคือพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แต่ยังบุกเข้าอย่าง ไม่รู้อะไรควรไม่ควร พวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไร?
โหยวน่าและไท่รุ่ยต่างก็ไม่กล้าคิดลึก แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเดินหน้าหรือ ถอยหลังดี
แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นอีกว่าเมื่อหินอุกกาบาตพวกนั้นไม่ถูกแผ่นดิน ชักนำก็ได้ค่อยๆ ลอยกระจายไปแปดทิศ ทว่าซากศพของคนในตระกูล พวกเขาที่เหลืออยู่ซึ่งตอนแรกลอยนิ่งกลับเริ่มเคลื่อนไหว
หมอกเลือดเป็นกลุ่มๆ ที่ปะปนไปด้วยเศษเนื้อลอยเข้าไปหากระแส พลังงานหลากสีที่เต็มไปด้วยเลือดลมของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณก่อน
จากนั้นศพที่ระเบิดกระจายเป็นชิ้นๆ ถึงถูกชักนำให้ลอยเข้าไปข้างใน เช่นกัน
“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้?”
ผ่านไปพักใหญ่ อาหมู่ซือจากเผ่าอสูรกายถึงได้พึมพำกับตัวเองด้วย น้ำเสียงเจ็บปวด
หินอุกกาบาตลอยออกไปข้างนอก ทว่าซากศพกลับถูกแผ่นดินที่ปก คลุมด้วยเลือดลมดูดเข้าไปข้างใน
ความผิดปกนี้หากจะให้บอกว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ เกรงว่าผีก็คงไม่ เชื่อ
เห็นได้ชัดว่าในแผ่นดินใหญ่ต้องมีพลังงานบางอย่างหรือคนบางคนที่ ชักนำให้เกิดเรื่องทุกอย่างนี้อย่างลับๆ
ไท่รุ่ยนิ่งคิดไปพักใหญ่ ก่อนจะข่มกลั้นความจนใจเอาไว้แล้วกล่าวว่า “ในเมื่อสถานที่แห่งนี้มีผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเฝูา พิทักษ์ เขาแค่ส่งคำเตือน ไม่ได้ออกมาฆ่าพวกเรา พวกเราก็…อย่าไปมี เรื่องกับเขาจะดีกว่า รีบไปจากที่นี่กันเถอะ”
เขาคือประมุขของตระกูลปาตุ้น สายเลือดระดับแปดขั้นสูงสุด อนาคตมีหวังจะได้กลายเป็นมหาราชา
ทั้งที่รู้ดีว่าต้องเผชิญกับอะไร เขาจึงไม่อยากเอาชีวิตไปทิ้งเปล่า ทำให้ ตระกูลปาตุ้นตกต่ำและกลายมาเป็นตระกูลที่มิอาจเจริญรุ่งเรืองของภูตผี ปีศาจ
ขอแค่เขายังมีชีวิตอยู่ และได้พักรักษาตัว วันหน้าพลังชีวิตที่หายไปก็ อาจฟื้นคืนกลับมาได้
แต่หากเขาตายไป ตระกูลปาตุ้นก็คงจบเห่เข้าจริงๆ
“ข้าก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน” โหยวน่าถอนหายใจหนักๆ “พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวคือสำนักเผ่ามนุษย์ที่เก่าแก่และแข็งแกร่งมากที่สุด ใน จุดลึกของทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สามารถยืนอยู่บนตำแหน่งที่ทัดเทียมกับชนเผ่ายิ่งใหญ่ได้มากมาย หาก พวกเรารนหาที่ตาย คิดจะสู้กับคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวให้ได้ นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย”
พอคนทั้งสองได้ข้อตกลงร่วมกันก็พาคนในตระกูลที่เหลืออยู่จากไป อย่างเงียบเชียบ
……
แผ่นดินที่ถูกเลือดลมของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณปกคลุมไว้เป็น ชั้นๆ ยามนี้มีฝนเลือดตกลงมาจากท้องฟูา และบางครั้งก็มีเศษเนื้อของชน ต่างเผ่าปะปนสอดแทรกมากับฝนเลือดพวกนั้นด้วย
“ตุ้บ!”
ร่างกายท่อนล่างของภูตผีปีศาจตนหนึ่งตกลงมาบนเรือโบราณทองคำ ทำเอามู่ปี้ฉงตกใจสะดุ้งโหยง
นางพลันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟูาด้วยสายตาที่ฉายความตะลึงพรึง เพริด
“ฝนเลือดเต็มฟูา! เศษซากศพของชนต่างเผ่ามากมาย!”
ผู้ฝึกลมปราณของเขาสุขาวดีที่รอดชีวิตต่างก็เงยหน้ามองท้องฟูาแล้ว พากันร้องอุทานเสียงหลง
เจียงเฟิงขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียด พึมพำเบาๆ “ศพของชนต่าง เผ่า”
เนี่ยเทียนรับปากว่าจะปรับค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้วให้กลับมา โคจรอีกครั้ง แต่นี่ค่ายกลก็ยังไม่โคจรตามที่บอก
พลังวิญญาณของเขาจึงยังไม่ฟื้นคืนกลับมา
พอมีฝนเลือดตกลงมาจากกลางท้องฟูา คนของเขาสุขาวดีจึงไม่ สามารถสร้างม่านแสงพลังวิญญาณมาต้านทานเลือดของชนต่างเผ่าได้
ไม่นานนัก ร่างของผู้ฝึกลมปราณเขาสุขาวดีก็กลายมาเป็นคนเลือดที่ เลือดสดชุ่มโชกไปทั้งตัว
“เลือดสดที่มีเลือดลมเปี่ยมล้น” เส้นผมของเจียงเฟิงจากเขาสุขาวดี ถูกเลือดสดอาบย้อม เห็นได้ชัดว่าสภาพกระเซอะกระเซิงอย่างมาก เขา หันไปมองแขนของภูตผีปีศาจแล้ววิเคราะห์ออกมา “ภูตผีปีศาจสายเลือด ระดับเจ็ด!”
อีกฝั่งหนึ่ง พวกเคอจินเผิงจากสำนักภูเขาพันกระบี่ก็กำลังอาบไล้อยู่ ท่ามกลางฝนเลือดเช่นกัน
“เหตุใดถึงมีเศษซากของชนต่างเผ่าจำนวนมากตกลงมาจากท้องฟูา!” สิ่งเปุยเฉินฉงนสนเท่ห์ “หรือว่าชนต่างเผ่าพวกนั้นก็ทยอยกันมาถึงแล้ว?
แต่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกเขา? เศษซากของชนต่างเผ่ามากมายขนาดนี้ แสดงว่าพวกเขาต้องเจอการโจมตีบางอย่างถึงได้บาดเจ็บล้มตายกันอย่าง หนัก!”
“มีศพของชนต่างเผ่าหลายคนที่มีสายเลือดระดับเจ็ด เทียบเคียงได้ กับผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ” ซาเหยียนกล่าวอย่างตกตะลึง
“เนี่ยเทียน! สาเหตุต้องมาจากเนี่ยเทียนผู้นั้นแน่นอน!” เคอจินเผิง คำรามเบาๆ
……
นอกพระราชวัง
เนี่ยเทียนท่าทางอ่อนระโหย จำต้องหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณออกมา ฟื้นคืนพลังจิตวิญญาณโดยเร็วที่สุด
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาบัดนี้ มืดมนกว่าเดิมเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเผาผลาญพลังจิตวิญญาณมากเกินไป
เขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะสามารถอาศัยพระราชวังหลัง นี้และอาศัยค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้วที่อยู่ใต้ดินมาร่ายใช้คาถาดาวตก ได้!
หินอุกกาบาตหลายร้อยก้อนที่เดิมทีอยู่ห่างกันไกลมากล้วนถูกใต้ดิน ถูกพระราชวังแห่งนี้ดึงดูดมา
เขาจึงพลันเข้าใจว่า คาถาดาวตกที่บันทึกอยู่ในตราประทับสะเก็ดดาว ดวงแรก แท้จริงแล้วสามารถอาศัยค่ายกลโบราณของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวมาสำแดงอานุภาพอันน่าหวาดกลัวได้!
ร่ายใช้คาดาดาวตกเผาผลาญพลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวมาก เกินไป แต่ทว่าพลังดวงดาวในน้ำวนดวงดาวกลับหายไปแค่ส่วนหนึ่ง เท่านั้น
สิ่งที่ขับเคลื่อนคาถาดาวตกและชักนำหินอุกกาบาตมาอย่างแท้จริง กลับเป็นพระราชวังต่างหาก!
ตอนที่เขาใช้คาถาดาวตก พลังดวงดาวเปี่ยมล้นที่สะสมไว้บนผนังของ พระราชวังมานับสิบล้านปีได้ถูกคาถาดาวตกดึงเอาพลังออกมาใช้ กลาย มาเป็นพลังสังหารที่ร้ายกาจจนแม้แต่ฝันเขาก็ยังไม่กล้าฝันถึง
อีกอย่างตอนที่เขาใช้คาถาดาวตก กระแสจิตวิญญาณของเขาก็ เหมือนทอดขยายออกไปนอกแผ่นดินใหญ่จนแม้แต่การเคลื่อนไหวของ ชนต่างเผ่าก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ตอนที่หินอุกกาบาตบินลอยมา ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดอย่าง ไท่รุ่ยและโหยวน่าได้พาลูกหลานคนสำคัญของตระกูลหนีผ่านไปตามรอย แยกระหว่างหินอุกกาบาต ซึ่งภาพนี้เขาเองก็เห็นอย่างชัดเจน
“หนี…หนีไปทั้งอย่างนี้น่ะหรือ”
ตอนที่เลือดลมอันเข้มข้นของโหยวน่าและไท่รุ่ยหายไปอย่างไร้ ร่องรอย จิตสำนึกของเขาถึงได้หวนกลับคืนมา
เขามั่นใจว่าผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าสองคนนี้ได้ตกใจจนขวัญบิน และไม่มีทางกล้ากลับมาอีกแน่นอน
เพราะการโคจรคาถาดาวตก เพราะการบินมาถึงของหินอุกกาบาต หลายร้อยก้อน ปัญหาใหญ่ที่รบกวนเขาจึงถูกคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย เช่นนี้
“ใช้พระราชวัง ใช้แผ่นดินใต้ฝุาเท้าเป็นรากฐาน คาถาดาวตกก็ สามารถชักนำหินอุกกาบาตที่กระจายอยู่ห่างไกลให้มาโจมตีสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่รุกรานเข้ามา นี่ก็คือที่พึ่งสำคัญของข้า!”
“ไม่เพียงแต่ตอนนี้ วันหน้าหากข้าตั้งตนอยู่ที่นี่ก็ยังสามารถร่ายใช้ คาถานี้ได้อีก!”
“ด้านในมีค่ายกลใหญ่พลิกกลับสองขั้วมาใช้กำราบผู้แข็งแกร่งเผ่า มนุษย์ ส่วนด้านนอกก็มีหินอุกกาบาตที่กลืนกินทุกชีวิตราวสัตว์ร้ายที่ล่า จับเหยื่อเป็นอาหาร!”
“แผ่นดินนี้แข็งแกร่งดุจหินผา รอให้ข้าพาญาติมิตรคนสนิทที่ดินแดน ดาวตกย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีกแล้ว ที่นี่จะกลายมาเป็น แดนสุขาวดีของคนในดินแดนดาวตก!”
ใบหน้าเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประตูหินอ้าเต็มที่ แล้วบอกเป็นนัยให้พวกเยว่เหยียนสี่มองไปข้างนอก
เยว่เหยียนสี่ กวานฝูุและเจี่ยนถงยื่นหน้าออกไปจากในพระราชวังจึง สังเกตเห็นว่าฝนเลือดที่ตกลงมาจากฟูามีซากศพของชนต่างเผ่าปนมา ด้วย
ก่อนหน้านี้คนทั้งสามมัวแต่รีบสะสมพลัง จึงไม่ทันสังเกตเห็นการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายนอก
บัดนี้พอมองไป พวกเขาก็พลันอึ้งค้าง
“ชนต่างเผ่าที่มารุกราน นอกจากคนเพียงหยิบมือที่รอดชีวิตไปได้ คน ส่วนใหญ่ล้วนตายอนาถอยู่ที่นี่” เนี่ยเทียนยิ้มอย่างลำพองใจ “ไม่ จำเป็นต้องกังวลเรื่องชนต่างเผ่าอีกแล้ว ข้าเชื่อว่าพวกเขาไม่กล้าย้อนกลับ มาอีกแน่นอน”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” เยว่เหยียนสี่กล่าวอย่างตกตะลึง
“สำนักของข้าทิ้งของดีๆ ไว้ให้ข้าเยอะเลยล่ะ” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเรื่อยๆ “สถานที่แห่งนี้เป็นรากฐานที่สำนักตั้งใจทิ้งไว้ ให้กับข้า ต่อให้ตอนนี้ขอบเขตของข้าจะไม่มากพอ แต่ขอแค่ข้าอยู่ที่นี่ ก็ ไม่จำเป็นต้องกลัวคนที่เข้ามารุกรานอีกต่อไป”
“เจ้าคิดจะจัดการกับพวกคนของเขาสุขาวดีและสำนักภูเขาพันกระบี่ อย่างไร?” เยว่เหยียนสี่ถาม
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง แล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีค่าอะไร แล้ว”