ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 774 ช่วยเหลือ
อินย่าหนันได้ยินบทสนทนาระหว่างเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉง ในใจก็ให้ ร้อนรนราวมีไฟเผา
พลังโจมตีกลับที่นางได้รับครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ หลายเท่านัก มี เลือดลมของสัตว์วิเศษที่เคยถูกนางชุบหลอมหลายขุมที่ลิงโลดผิดปกติ
นางเองก็ไม่แน่ใจว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ปกติแล้วเวลาที่ถูกเลือดสัตว์โจมตีกลับ ต่อให้ไม่อาศัยพลังของงู เหลือมเลือดน้ำแข็ง นางก็ยังสามารถกำราบพวกมันได้อย่างง่ายดาย
ทว่าคราวนี้เลือดลมของสัตว์วิเศษหลายขุมเหล่านั้นเกิดพลุ่งพล่าน บ้า ระห่ำเกินปกติ ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ งูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็ดันมาอยู่ใน สภาวะการแปรสภาพทางสายเลือดพอดีเสียด้วย
ไม่สามารถใช้พลังของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ลำพังเพียงแค่พลังของ นางคนเดียว คิดจะระงับพลังโจมตีกลับของเลือดลมที่ปุาเถื่อนพวกนี้ทำ ให้นางรู้สึกกดดันอย่างแท้จริง
นางพยายามใช้พลังวิญญาณมากำราบความปั่นปุวนที่เลือดลม เหล่านั้นสร้างขึ้นอย่างยากลำบาก ทว่าก็ยังมีปราณเลือดเป็นเส้นๆ กลุ่มๆ ที่ปะทะกันเองและหลุดออกมาจากในรูขุมขนของนาง
ปราณเลือดที่ทั้งพลุ่งพล่านทว่ากลับแข็งแกร่งมากเหล่านั้นเมื่อปะทะ พุ่งชนกันอยู่ในหลอดเลือดของนาง ก็เหมือนกับม้าพยศตัวแล้วตัวเล่าที่ห้อ ตะบึงอยู่ด้านใน
ทุกวินาทีนางล้วนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดรุนแรงเกินจะรับได้ไหว
เวลานี้นางยังต้องมาทนฟังคำพูดเย้ยหยันจากมู่ปี้ฉง ทั้งยังเป็นกังวล ว่าเนี่ยเทียนและมู่ปี้ฉงสองคนจะฉวยโอกาสลงมือกับนางหรือไม่ นี่จึงยิ่ง ทำให้นางหงุดหงิดมากกว่าเดิม
นางหอบหายใจหนักๆ ไม่หยุด เม็ดเหงื่อที่ผุดออกมาจากใต้ผิวหนังใส กระจ่างราวผลึกใส
บางครั้งที่นางลืมตาขึ้นมา ดวงตานั้นก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและ กระวนกระวาย ทั้งยังมีความบ้าคลั่งวาบผ่านจุดลึกในดวงตาของนาง
“เนี่ยเทียน เจ้าจะตัดสินใจเช่นไร จะทำอย่างไร ข้าไม่อยากสน แล้วก็ ไม่คิดจะสนใจด้วย” มู่ปี้ฉงจากเขาสุขาวดีที่พอด่าเขาไปคำหนึ่งก็พลันสงบ สติอารมณ์ได้ “เจ้าให้ข้าเข้าไปในพระราชวังนั่นเพื่อหลบภัยก่อนได้ไหม?”
มู่ปี้ฉงรู้สึกว่าอินย่าหนันที่ไม่มีพลังจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งคอย ช่วยเหลือ เกรงว่าคงหนีไม่พ้นเคราะห์ครั้งนี้
หากนางตายไปก่อน งูเหลือมเลือดน้ำแข็งเลื่อนขั้นสู่สายเลือดระดับ แปดได้สำเร็จ มันต้องบ้าคลั่งแน่นอน
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดตัวหนึ่งที่บ้าคลั่งสามารถฉีกทึ้งร่างนาง ได้อย่างง่ายดาย มู่ปี้ฉงจึงไม่อยากจะเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าเพียงเพราะ อุบัติเหตุจากอินย่าหนัน
สถานที่แห่งนี้มีเพียงพระราชวังแห่งนี้เท่านั้นที่ปลอดภัย เพราะขนาด เจียงเฟิงจากเขาสุขาวดีก็ยังไม่มีทางรับมือกับมันได้
หากเข้าไปในพระราชวัง ต่อให้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับแปดสร้าง ปัญหาพลิกฟูาพลิกดินแค่ไหน ขอแค่นางปลอดภัย นางก็ไม่คิดจะแยแส เรื่องอื่น
“ฝันไปเถอะ” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น “พระราชวังหลังนั้นไม่ใช่ว่า ใครก็เข้าไปได้ง่ายๆ หากไม่ได้ความเชื่อใจจากข้า ได้ไม่ได้รับการยอมรับ จากข้า ก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว!”
“เจ้า!” ดวงตามู่ปี้ฉงฉายความเย็นชาในบัดดล
“เอาล่ะ เจ้ารอข้าอยู่ข้างนอกนี่แหละ หากอินย่าหนันตายไปก่อน แล้วงูเหลือมเลือดน้ำแข็งบ้าคลั่งขึ้นมาจริงๆ ก็ถือว่าเจ้าดวงซวยก็แล้ว กัน” เนี่ยเทียนเห็นว่าสภาพของอินย่าหนันย่ำแย่มากขึ้นเรื่อยๆ จึงคร้าน ที่จะหยอกล้อมู่ปี้ฉงต่อ เขาเรียกเรือดาราออกมาอีกครั้งแล้วพลันบินไป หยุดอยู่ข้างกายอินย่าหนัน ก่อนจะตวาดเสียงดัง “ขึ้นมานี่!”
อินย่าหนันพลันเงยหน้าขึ้น ทั่วกายล้อมวนไปด้วยปราณเลือดดุดัน สี หน้าของนางทั้งฉงนสนเท่ห์ทั้งจนใจ
นางอยากจะยืนขึ้น ทว่าตอนนี้เรือนกายที่แข็งแกร่งของนางกลับ กลายมาเป็นเหมือนลูกพลับนิ่มที่ถูกลมพัดอย่างแรงจึงส่ายไหวอย่างหนัก แม้แต่จะบินเข้าไปในเรือดาราก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เนี่ยเทียนลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขับเคลื่อนเรือดาราให้เข้าไปใกล้นาง มากที่สุด
แล้วทันใดนั้นเขาก็พลันมาหยุดอยู่ด้านหลังของอินย่าหนัน แล้วเอามือ สอดไปไต้รักแร้ของนาง
พลังเลือดลมสิบกว่าขุมพลันระเบิดออกมาจากจุดที่ผิวหนังของเขา และอินย่าหนันปะทะกันทันที
พลังของสัตว์วิเศษที่มีความดุเดือด ปุาเถื่อนไร้เหตุผลกลับตรงเข้ามา ระบายความเดือดดาลใส่เขาแทน
เขาร้องอุทานเบาๆ หนึ่งทีแล้วออกแรงอุ้มอินย่าหนันเข้ามาไว้ในเรือ ดารา จากนั้นก็ปล่อยมือออกอย่างเด็ดเดี่ยว
พอเขาปล่อยมือออก พลังเลือดลมที่แผ่ออกมาจากในเลือดเนื้อของ อินย่าหนันก็พลันหุบเข้าไปข้างในและไปรวมตัวอยู่ข้างกายอินย่าหนันอีก ครั้ง
“ฟิ้ว!”
เรือดาราพลันลอยตัวขึ้นสูง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปยังพื้นที่ที่กระแส เลือดลมของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าตรงริมขอบแผ่นดินใหญ่ราวดาว ตกเส้นหนึ่ง
มู่ปี้ฉงที่อยู่ด้านล่างเหม่อมองเขาอุ้มอินย่าหนันเข้าไปไว้ในเรือดารา แล้วขับเรือดาราขึ้นฟูาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย นางคิดไม่ออก จริงๆ ว่าเนี่ยเทียนคิดจะทำอะไรกันแน่
กระแสพลังงานที่ปะปนไปด้วยเลือดลมของสัตว์โบราณและชนต่าง เผ่าคือพื้นที่ที่นางมิอาจย่างกรายเข้าไปได้ ตอนนั้นนางต้องซ่อนตัวอยู่ใต้ ม่านแสงสีทองอร่ามจากเรือโบราณทองคำถึงจะเข้ามาในนี้ได้
ไม่มีการปกปูองจากเรือโบราณทองคำ ด้วยตบะขอบเขตของนางหาก เข้าไปในพลังงานเลือดลมที่ยุ่งเหยิงนั้นก็ต้องตายอย่างมิต้องสงสัย
แล้วก็เพราะเข้าใจดีว่าเมื่อสูญเสียเรือโบราณทองคำไป นางไม่ สามารถหนีไปจากกระแสพลังงานเหล่านั้นได้ ตอนที่เนี่ยเทียนฝึกตน นาง ถึงได้รออยู่ที่เดิมอย่างว่าง่ายโดยไม่คิดจะหนีไป
ทว่าจู่ๆ เนี่ยเทียนกลับเรียกเรือดาราออกมาพาอินย่าหนันที่กำลัง เผชิญกับปัญหาเข้าไปยังกระแสพลังงานเลือดลมนั้น ทำให้นางรู้สึกว่าเนี่ย เทียนคงพาอินย่าหนันไปทิ้งให้ตายก่อนเวลา
“หรือว่าเขาคิดจะอาศัยกระแสพลังงานพวกนั้นมาสังหารอินย่าหนัน เพื่อจัดการปัญหาเรื่องของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง?”
“งูเหลือมเลือดน้ำแข็งยังไม่มีเลื่อนสู่สายเลือดระดับแปด ทั้งยังอยู่ใน ช่วงเวลาที่เป็นกุญแจสำคัญ เข้าไปในกระแสพลังงานพวกนั้นจะได้รับ ผลกระทบหรือเปล่า หากการแปรสภาพทางสายเลือดของมันล้มเหลว ถูก ปราณดุเดือดของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่ามากมายกลืนกินก็จะตายไป พร้อมกับอินย่าหนันหรือไม่?”
มู่ปี้ฉงครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง
“ฟิ้ว!”
เรือดาราพลันมาจอดนิ่งอยู่ท่ามกลางกระแสพลังงานหลากสี
ชั่วขณะที่เรือดาราจอดนิ่งก็มีปราณเลือดที่นาบประทับปณิธานแห่ง การไม่ยอมแพ้ของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าซึ่งได้กลิ่นเหยื่อจึงกระโจน เข้าใส่ทันที
เนี่ยเทียนหรี่ตาลงน้อยๆ ปล่อยให้เลือดลมพวกนั้นแทรกซึมเข้ามาทำ ร้ายเรือนกายที่แข็งแกร่งของเขา
ตอนนั้นเขาก็อาศัยพลังเลือดลมที่สัตว์โบราณและชนต่างเผ่าทิ้งไว้หลัง ตายไปมาทำลายเรือนกาย ให้เส้นเอ็นและเลือดเนื้อปริแตก ก่อนจะใช้ เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาชุบหลอมเรือนกายในขั้นเอ็นทนทานเป็นรอบที่ สอง
เขาจึงไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
เขาเพียงหรี่ตาจับสังเกตการเปลี่ยนแปลงเล็กละเอียดบนร่างของอิน ย่าหนัน
พลังเลือดลมหลากสีเหล่านั้นพลันแทรกซึมเข้าไปในร่างของอิน ย่าหนันทันที
เลือดลมที่บ้าระห่ำพลุ่งพล่านอยู่ในร่างของอินย่าหนันพอเจอการ รุกรานจากศัตรูภายนอกก็พลันสงบนิ่ง แล้วกลับมาปรองดองกันโดยการ ร่วมมือกันรับมือกับศัตรู
“หึ ได้ผลจริงๆ ด้วย” เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ
คัมภีร์ที่อูจี้เคยให้เขาไว้มีบันทึกเกี่ยวกับความพิเศษของเลือดลมของ สัตว์โบราณและชนต่างเผ่า ทำให้เขาค่อนข้างมีเขาคุ้นเคยกับพวกมัน
ปัญหาของอินย่าหนันก็คือหลังจากที่จิงชี่เลือดเนื้อของสัตว์วิเศษถูก ชุบหลอมและผสานรวมเข้ามาในเลือดเนื้อแล้ว พวกมันยังคงปะทะกันเอง อย่างต่อเนื่อง
ทว่าจิงชี่เลือดเนื้อพวกนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนางนาน แล้ว หากเจอกับศัตรูภายนอกเข้ามารุกรานเมื่อไหร่ก็จะรวมตัวเป็นหนึ่ง เดียวกันเพื่อคลี่คลายภัยคุกคามจากภายนอกก่อนทันที
เลือดลมที่แทรกซึมเข้ามาในร่างของอินย่าหนันมีหลายส่วนที่เป็นของ ผู้แข็งแกร่งจากชนต่างเผ่า ซึ่งปราณเลือดของผู้แข็งแกร่งจากชนต่างเผ่า ต่อสู้พัวพันอยู่กับสัตว์โบราณมานานหลายปี เมื่อเกิดมาจึงมีความขัดแย้ง กับปราณเลือดของสัตว์วิเศษอยู่แล้ว
ในสายตาของปราณเลือดผู้แข็งแกร่งจากชนต่างเผ่า การเข้ามาของ อินย่าหนันจึงเท่ากับว่ามีศัตรูคนใหม่เพิ่มเข้ามา
ปราณเลือดของชนต่างเผ่าจึงแทรกซึมเข้ามาหมายจะต่อสู้กับปราณ เลือดสัตว์วิเศษให้รู้ดำรู้แดง
นอกจากนี้ เมื่อเลือดลมของชนต่างเผ่าคิดจะเขมือบกลืนร่างของอิน ย่าหนันก็มีปราณเลือดของสัตว์วิเศษหลายขุมที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน กับปราณเลือดของสัตว์วิเศษในร่างของอินย่าหนันเป็นฝุายพากันมา รวมตัวจากทิศไกล แล้วมุดเข้าไปในร่างของนาง คล้ายต้องการจะช่วย เลือดสัตว์วิเศษในร่างนางรับมือกับเลือดของชนต่างเผ่า
เลือดลมของสัตว์โบราณที่บินมาน่าจะมีความสัมพันธ์กับเลือดสัตว์ที่ ถูกอินย่าหนันชุบหลอม หรืออาจถึงขั้นมาจากเผ่าพันธ์เดียวกันก็เป็นได้
ในปราณเลือดที่ไม่ใช่ของอินย่าหนันยังมีการนาบประทับทาง สายเลือดและเจตจำนงที่ไม่ดับสลายแฝงเร้นอยู่ด้วย
พอปราณเลือดพวกนั้นบินเข้ามา อินย่าหนันที่เคยมีสีหน้าเจ็บปวด ทรมานก็ค่อยๆ สงบนิ่งลง
ดวงตานางยังฉายแววสดใสขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งด้วย
นางไม่โง่ พอรู้ถึงความผิดปกติในร่างตัวเองก็เข้าใจทันทีว่าที่เนี่ยเทียน ทำไป แท้จริงแล้วเพราะต้องการช่วยนาง
นางเองก็เคยผ่านเข้ามาในกระแสเลือดลมริมขอบของแผ่นดินใหญ่มา ก่อน ทว่าตอนนั้นที่นางเข้ามา นางได้อาศัยพลังของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ให้ช่วยปูองกันเรือนกายไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ
ตอนนั้นปราณเลือดลมที่พุ่งเข้ามาหานางก็เหมือนว่าจะเป็นปราณ เลือดของชนต่างเผ่าทั้งหมด
คราวนี้ต่างออกไป คราวนี้ที่เข้ามาในร่างของนางมีพลังเลือดลมซึ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นของสัตว์โบราณซึ่งค่อนข้างมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับ พลังเลือดสัตว์ที่ลิงโลดร่าเริงอยู่ในร่างของนางเป็นพิเศษ
เลือดลมของสัตว์โบราณเหล่านั้นเป็นฝุายตรงเข้ามาช่วยให้นางรับมือ กับเลือดลมของชนต่างเผ่าด้วยตัวเอง
พอมาคิดอีกทีนางก็พลันบังเกิดการคาดเดาที่ใจกล้าอย่างหนึ่ง
ตอนแรกที่เข้ามา นางใช้ปราณเลือดของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งปกปูอง ตัวเอง จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้รับการดูแลจากปราณเลือดของสัตว์โบราณ
หรือไม่ก็เป็นเพราะในกระแสพลังงานเลือดลมเหล่านั้นไม่มีพลังที่เป็นของ งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
หรือไม่อาจเพราะงูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับเจ็ดนับว่าแข็งแกร่งมาก พอแล้ว เลือดลมของสัตว์โบราณตัวอื่นๆ จึงมองมันเป็นระดับเดียวกัน คิด ว่านางมีพลังให้ปกปูองตัวเองถึงได้ไม่ได้ยื่นมือเข้าแทรก
คราวนี้งูเหลือมเลือดน้ำแข็งอยู่ในสภาวะจำศีลเต็มตัว เลือดสัตว์วิเศษ มากมายที่ปะปนอยู่ในร่างของนางอ่อนแอเกินไป อีกทั้งเลือดสัตว์วิเศษ หลายขุมยังมีต้นกำเนิดเดียวกันกับเลือดลมของสัตว์โบราณที่อยู่ในกระแส โบราณ
เมื่อเลือดลมของสัตว์โบราณสัมผัสได้ว่าเลือดลมของชนต่างเผ่าลงมือ กับนางจึงแบ่งพลังส่วนหนึ่งออกมาให้ความช่วยเหลือนาง
เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังเลือดสัตว์ที่ปะทะกันเองในร่างของนางจึงไม่ เพียงแต่สามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ยังได้รับกองหนุนจากเลือดลมของสัตว์ โบราณมาช่วยกันรับมือการรุกรานจากเลือดลมของสัตว์วิเศษด้วย
เลือดลมของสัตว์โบราณมีความลี้ลับอยู่ในสายเลือด ซึ่งแตกต่างจาก เลือดของสัตว์วิเศษที่นางชุบหลอมมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
หากนางสามารถผสานรวมเลือดลมของสัตว์โบราณเหล่านั้นเข้ามาใน เรือนกายได้ และทำความเข้าใจกับความลี้ลับของมัน นางก็จะได้รับ ผลประโยชน์อย่างที่คาดไม่ถึง
ดังนั้นเมื่อนางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย นางจึงไม่ตกใจแต่ กลับดีใจ สายตาที่มองไปยังเนี่ยเทียนยังมีแววซาบซึ้งอยู่เสี้ยวหนึ่ง
“เจ้าเอาอาวุธวิเศษประเภทบินออกมา แล้วอยู่ที่นี่ไปก่อน จะจากไป ตอนไหน เจ้าตัดสินใจเอาเอง”
และเวลานี้เลือดเนื้อของเนี่ยเทียนก็ถูกทำลายไปอย่างสาหัสมากแล้ว เขาจำเป็นต้องเอาตัวออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุดเพื่อใช้เวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่มาชุบหลอมเอ็นทนทานต่อไป
อินย่าหนันเรียกอาวุธวิเศษประเภทบินออกมาแล้วย้ายออกไปจากเรือ ดาราตามคำบอกของเขา
“ขอบคุณมาก” นางผินหน้ามาพูดกับเขา
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับแล้วขับเรือดาราออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก พอ พุ่งตรงเข้าไปยังพื้นที่ที่มีจิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นก็เรียกค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณออกมาแล้วลงมือฝึกตนทันที