ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 775 อับอาย
ด้านหน้าพระราชวัง มู่ปี้ฉงไม่มีกะจิตกะใจจะฝึกตน นางคอยเงยหน้า ขึ้นมองท้องฟูาอยู่เป็นระยะ
ในขณะที่ยังไม่รู้สถานการณ์ของอินย่าหนัน นางกังวลว่างูเหลือมเลือด น้ำแข็งจะบ้าระห่ำแล้วบุกออกมาเปิดฉากสังหาร
“ไอ้หมอนั่นจัดการกับอินย่าหนันยังไงกันแน่?”
นางแอบสงสัย ในใจเป็นกังวล หัวสมองจึงเต็มไปด้วยความคิดฟุูงซ่าน
ทว่าไม่นานนักนางก็สังเกตเห็นแสงดาวเส้นหนึ่งที่บินออกมาจาก กระแสพลังงานหลากสี แล้วพุ่งไปยังจุดที่มีพืชหญ้าเขียวขจี
แน่นอนว่าแสงดาวนั้นต้องมาจากเรือดาราของเนี่ยเทียน
เพราะอยู่ห่างกันค่อนข้างไกล นางจึงมองเห็นไม่ชัดว่าในเรือดารานั้น มีอินย่าหนันอยู่ด้วยหรือไม่
ลังเลอยู่หลายวินาที จะอย่างไรนางก็ไม่มีสมาธิฝึกตนอยู่แล้ว นางจึง เรียกอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งออกมาแล้วมุ่งหน้าตามเรือดาราไป
“อู้ๆๆ!”
ไม่นานนางก็โดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินของเขาสุขาวดีมาถึงจุดที่ เนี่ยเทียนอยู่
กลางจุดลึกของเทือกเขาเขียวขจี ต้นไม้ดึกดำบรรพ์ขึ้นรกครึ้ม หนาแน่น มองไปมีแต่ดอกไม้ใบหญ้า
จิงชี่พืชหญ้าที่ตาเปล่ามองเห็นไม่ชัด แต่สามารถใช้จิตวิญญาณที่ แท้จริงรับสัมผัสได้พากันไหลบ่าไปรวมตัวอยู่ในหุบเขาลึกแห่งหนึ่ง
ด้านในหุบเขาลึกมีกิ่งไม้เขียวแวววาวจำนวนมากปักอยู่บนโคลนอ่อน นุ่ม และได้สร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณขึ้นมา ม่านแสงสีเขียวกระจ่างใส ชั้นหนึ่งปกคลุมพื้นที่แถบนั้นไปเกือบครึ่ง
เนี่ยเทียนนั่งสมาธิอยู่ข้างในค่ายกล กำลังรวบรวมจิงชี่พืชหญ้าให้ไหล บ่ามาหาเขา ขมีขมันตั้งใจฝึกฝน ทำราวกับว่ามองไม่เห็นมู่ปี้ฉงอย่างไร อย่างนั้น
มู่ปี้ฉงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะขับอาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นให้บิน เอื่อยๆ ไปตามเทือกเขาที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ
นางแอบปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกไปรับสัมผัสอย่างละเอียด
“เขาไม่ได้พาอินย่าหนันออกมาด้วย!”
ผ่านไปพักหนึ่งนางก็ย้อนกลับมาที่หุบเขาลึกซึ่งเนี่ยเทียนฝึกตนอยู่อีก ครั้ง สายตายิ่งฉายแววรังเกียจ
“ข้าเดาไม่ผิดจริงๆ เขามันเป็นคนไร้เมตตาไร้คุณธรรม ทั้งๆ ที่อินย่า หนันมีความสัมพันธ์อันคลุมเครือกับเขา ทว่าตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเจอกับ ปัญหา เขากลับทิ้งนางได้อย่างไม่ลังเล ทั้งยังอาศัยพลังงานที่ปะปนไป ด้วยเลือดลมของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณมาสังหารอินย่าหนันเพื่อ กำจัดภัยร้ายที่อาจตามมาทีหลัง!”
“งูเหลือมเลือดน้ำแข็งระดับเจ็ดยังแปรสภาพทางสายเลือดไม่สำเร็จ จึงตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงอันตราย และปุานนี้ก็คงตายไปด้วยแล้ว”
“เขาจัดการอินย่าหนันกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งไปในคราวเดียวกัน เลย!”
ดวงตาของมู่ปี้ฉงฉายแววเย็นชา มุมปากที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้ายกยิ้มเย็น เยียบ ความรังเกียจที่มีต่อเนี่ยเทียนเพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง
“อินย่าหนันรู้จักคนผู้นี้ ช่างเป็นเรื่องซวยโดยแท้ นางไม่ควรอยู่ต่อ แต่ ควรจะกลับไปพร้อมคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มากกว่า อยู่กับคนแบบนี้ มี แต่จะถูกเขาสลัดทิ้งได้ทุกเมื่อ”
คิดมาถึงตรงนี้ มู่ปี้ฉงก็เข้าใจไปว่าตัวเองรู้จักนิสัยของเนี่ยเทียนดี พอแล้ว และนั่นทำให้นางเริ่มเป็นห่วงตัวเองขึ้นมา
“ข้าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดใดๆ ขึ้นเด็ดขาด หาไม่แล้ว…”
หัวใจนางสั่นไหวน้อยๆ นางไม่กล้าอยู่กับเนี่ยเทียนเพียงลำพังจึง ขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินให้จากไปอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง ทว่า นางไม่ไปที่พระราชวังอีกแล้ว แต่กลับมุ่งหน้าไปยังจุดที่เต็มไปด้วย ทะเลสาบแทน
รอจนนางจากไปได้ไกลแล้ว เนี่ยเทียนที่ฝึกตนโดยใช้เวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่ร่วมกับค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก็พลันลืมตาขึ้น
“ประหลาดคนจริงเชียว”
มองทิศทางที่นางจากไป เนี่ยเทียนก็พึมพำหนึ่งประโยคแล้วหลับตา ลง จมจ่อมอยู่กับการฝึกตนของตัวเองอีกครั้ง
ชั่วขณะที่ออกมาจากพื้นที่ที่มีกระแสพลังงานของสัตว์โบราณและชน ต่างเผ่าปะปนกัน ปราณเลือดที่นาบประทับความดึงดันไม่ยอมแพ้ซึ่งเข้า รุกรานมาในร่างกายเขาเป็นจำนวนมากต่างก็หายวับไปไม่เหลืออยู่อีก
เลือดลมที่ยังเหลืออยู่ในร่างของเขาถูกเขาใช้สายเลือดแห่งชีวิตมา ควบคุม บวกผสานกับจิงชี่พืชหญ้าที่เข้มข้นเพื่อนำมาชุบหลอมเส้นเอ็น ต่อไป
เส้นเอ็นแต่ละเส้นของเขาที่ปริแตกออกเพราะเข้าไปในกระแส พลังงานริมขอบแผ่นดินก็ได้ผสานตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนมาเป็น นุ่มนวลราวปุยฝูาย ทว่าแข็งแกร่งราวเหล็กกล้า
แต่เขาก็ยังรู้ว่าขั้นที่สามของเอ็นทนทานจากเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่นั้น ยังฝึกไม่สำเร็จ
รอจนเส้นเอ็นจำนวนมากที่ปริแตกออกได้รับการซ่อมแซมเสร็จ เรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ได้เข้าไปในกระแสพลังงานนั่นอีก แต่เพียงเก็บเอา จิงชี่พืชหญ้ามาชุบหลอมมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนแล้วรวบรวมหยด พืชหญ้าขึ้นมา
เขาชุบหลอมน้ำวนพืชหญ้าครั้งแล้วครั้งเล่าก็เพื่อสร้างรากฐานสำหรับ การเลื่อนสู่เขตสามัญช่วงกลาง
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปอีกสิบกว่าวัน
น้ำวนพืชหญ้าของเขาได้รับการหล่อเลี้ยงบำรุงจากปราณวิญญาณพืช หญ้าที่เข้มข้นของที่แห่งนี้ ในที่สุดก็ไต่ทะยานไปสู่จุดสูงสุด
เวลานี้หลังจากที่โอสถวิญญาณ น้ำวนพืชหญ้า น้ำวนเปลวเพลิงของ เขาต่างก็ฝุาทะลุขั้นแล้วก็ถูกเขาหล่อหลอมซ้ำใหม่อีกครั้ง มีเพียงน้ำวน ดวงดาวเท่านั้นที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ
นิ่งคิดไปครู่ เขาก็ขับเรือดารากลับมาที่พระราชวังแล้วเข้าไปข้างใน
บนเพดานข้างในพระราชวังมีแสงดาวสาดส่องลงมา การดูดซับพลัง ดวงดาวที่นี่ย่อมเหมาะสมที่สุดสำหรับการหล่อหลอมน้ำวนดวงดาว และ เขาก็จมจ่อมอยู่ในการฝึกตนอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
“ฟิ้ว!”
อาวุธวิเศษประเภทบินที่อินย่าหนันโดยสารมาพลันบินออกมาจากใน เลือดลมที่ปะปนกันของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่า
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้าท้องนางยังคงอยู่ในสภาวะจำศีล ปราณของมันเลือนรางแทบไม่สามารถตรวจสอบได้
ทว่าตัวของอินย่าหนันเองกลับสดชื่นแจ่มใส ยามที่ลืมตาก็มีประกาย สายฟูาแลบผ่านดวงตาของนาง
พลังอำนาจที่ดุเดือดพลุ่งพล่านขุมหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างของนาง อย่างเป็นธรรมชาติ ผิวกายที่เปิดเปลือยอยู่ภายนอกของนางต่างก็เต็มไป ด้วยร่องรอยของพลังการโจมตีที่ระเบิดออก
อาวุธวิเศษประเภทบินของนางบินไปตามจุดต่างๆ ไม่รู้ว่ากำลังตาม หาอะไรอยู่
ผ่านไปพักหนึ่งอาวุธวิเศษประเภทบินของนางก็บินมาถึงพื้นที่วิเศษที่ มีทะเลสาบอยู่หลายแห่ง แล้วสีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนมาเป็นคึกคัก
มู่ปี้ฉงที่นั่งฝึกตนอยู่ข้างทะเลสาบแห่งหนึ่งเพียงลำพังมานานพลันลืม ตาขึ้น
“เจ้า เจ้ายังมีชีวิตอยู่รึ?”
มองเห็นอินย่าหนันที่ถูกเนี่ยเทียนเอาไปทิ้งไว้ในพื้นที่กระแสพลังงาน นางก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ ก่อนร้องอุทานตกใจ “ไม่เพียงแต่ไม่ตาย เจ้ายัง ฝุาทะลุขอบเขตเลื่อนสู่เขตลี้ลับแล้วด้วย!”
“ดูเหมือนว่าเจ้าอยากจะให้ข้าตายมากเลยสินะ?” อินย่าหนันเม้ม ปากยิ้ม รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยความมาดร้าย “ตอนที่ข้าถูกเลือดของ สัตว์โจมตี เจ้าแอบมาซุ่มดูด้วยเจตนาที่ไม่ดี พอเนี่ยเทียนจับได้ เจ้าก็ กระพือลมใส่ไฟให้เขาเล่นงานข้าอย่างไม่ลังเล!”
มู่ปี้ฉงสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว สายตานางจึงเย็นชาตามไปด้วย “แล้วเจ้าจะเอายังไง? เนี่ยเทียนเอาตัวข้าไว้เป็นตัวประกันเพื่อเตรียม แลกเปลี่ยนข้อเสนอกับสำนักข้า เจ้าคิดจะฆ่าข้าอย่างนั้นรึ?”
นางแสร้งวางท่าแข็งกร้าว แต่ในใจหวาดหวั่นไม่น้อย
ปีนั้นตอนที่นางเจอกับเนี่ยเทียนในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน นางมีเพียง เขตสามัญช่วงต้น พอผ่านการฝึกตนอย่างยากลำบากมาพักหนึ่ง แม้จะ เลื่อนขั้นได้ แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นแค่เขตสามัญช่วงกลาง
ทว่าอินย่าหนันไม่รู้ไปเจอกับปาฏิหาริย์อะไรมา ไม่เพียงแต่ไม่ถูกพลัง แว้งกลับ ยังเลื่อนสู่เขตลี้ลับได้สำเร็จอีกด้วย
อินย่าหนันมีร่างกายที่แข็งแกร่ง คนระดับเดียวกันมาเจอกับนางก็ยัง ต้องปวดหัวอย่างมาก แล้วนับประสาอะไรกับนางที่มีขอบเขตต่ำกว่าอีก ฝุายขั้นใหญ่?
เมื่อเผชิญหน้ากับอินย่าหนัน อันที่จริงนางไม่มีความมั่นใจใดๆ แม้แต่ น้อย แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกว่าต่อให้อินย่าหนันไม่พอใจนางแค่ไหนก็ยังต้อง เห็นแก่หน้าเนี่ยเทียน ไม่กล้าลงมือสังหารนางอยู่ดี
“ฆ่าเจ้า?” อินย่าหนันหัวเราะดังเฮอะ “ข้าจะกล้าฆ่าเจ้าได้ยังไง!”
“แล้วเจ้ามาทำไม?” มู่ปี้ฉงพอจะวางใจลงได้
“ข้าไม่จำเป็นต้องฆ่าเจ้า แต่ข้าก็มีวิธีทำให้เจ้าอับอายได้!” อินย่าหนัน พลันพลิ้วตัวลงมาจากอาวุธวิเศษประเภทบิน แล้วระเบิดพลังเลือดลมที่ พลุ่งพล่านปุาเถื่อนออกมา
มู่ปี้ฉงตะลึงพรึงเพริด
……
จุดลึกของพระราชวัง
เนี่ยเทียนนั่งนิ่ง ไม่ได้หยิบเอาหินดวงดาวที่ล้ำค่าออกมา เพียงรับเอา พลังดวงดาวในพระราชวังเข้ามาในมหาสมุทรวิญญาณแล้วชุบหลอม น้ำวนดวงดาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
น้ำวนดวงดาวของเขาผ่านการชำระล้างให้สะอาดหลายต่อหลายครั้ง พลังดวงดาวเป็นกลุ่มๆ ที่ก่อตัวขึ้นเป็นน้ำวนจึงยิ่งบริสุทธิ์เข้มข้น
การหมุนวนของน้ำวนจึงเร็วขึ้นเพราะเหตุนี้ ความเร็วในการฝึกฝน และดึงเอาพลังดวงดาวออกมาใช้ต่อสู้ของเขาก็เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาอีก เล็กน้อย
บวกกับมีบุปผาเก้าดาราดอกนั้น เขาไม่จำเป็นต้องใช้หินดวงดาวก็ สามารถรวบรวมพลังดวงดาวจากในพระราชวังมาได้อย่างรวดเร็ว
“เนี่ยเทียน!”
เสียงตะโกนดังออกมาจากนอกพระราชวัง เสียงนั้นมาจากอินย่าหนัน
เนี่ยเทียนที่ฝึกบำเพ็ญตบะอย่างยากลำบากมานานชุบหลอมน้ำวน ดวงดาวได้เกือบถึงขีดสูงสุดแล้ว พอได้ยินเสียงของนาง เขาจึงขยับตัว
พระราชวังแห่งนี้ตัดขาดเสียงและการรับสัมผัสทางกระแสจิต วิญญาณจากคนด้านนอก
ทว่าเมื่ออยู่ข้างในกลับได้ยินทุกอย่างชัดเจน อีกทั้งกระแสจิตวิญญาณ ก็ไม่ได้รับขีดจำกัด
เมื่ออินย่าหนันตะโกนเรียก เนี่ยเทียนก็รู้สึกสงสัยอย่างมาก ทว่ากลับ ไม่ได้ใช้กระแสจิตวิญญาณมาเปิดประตู แต่เดินออกไปช้าๆ ด้วยตัวเอง
มองปราดเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นอึ้งตะลึง
อินย่าหนันยืนอยู่ข้างมู่ปี้ฉงด้วยท่าทางลำพองใจ ส่วนเทพธิดาของเขา สุขาวดีเวลานี้อาภรณ์ถูกฉีกขาดไปเกินครึ่ง หลงเหลืออยู่เพียงเสื้อผ้าไหม ตัวบางปกปิดหน้าอก และกระโปรงผ้าไหมตัวเล็กๆ ที่ปกปิดจุดสงวน ระหว่างน่องขาขาวเรียวงามเอาไว้
ทว่าผ้าคลุมหน้าบางๆ ของนางกลับไม่ได้ถูกถอดออก ดวงหน้าของ นางจึงยังซ่อนตัวอยู่ด้านใต้ผ้าชิ้นนั้น
นางงอเข่าน้อยๆ มือทั้งสองปิดไขว้กันอยู่ที่หน้าอกเพื่อปูองกันไม่ให้ โดนแสงส่องผ่าน
เรือนกายที่เปิดเปลือยยิ่งกว่าอินย่าหนันของนางขาวกระจ่างราวหยก ขาว มองดูน่าหลงใหล
ดวงตานางเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น บนแขนขาวเนียนมีรอยเขียวช้ำ ขึ้นเป็นจ้ำเหมือนถูกอินย่าหนันสั่งสอนแรงๆ มาก่อน
พอเห็นว่าเนี่ยเทียนเดินออกมา นางก็ลนลาน ตวาดเสียงแค้นเคือง “อินย่าหนัน! เจ้าหมิ่นเกียรติข้าถึงเพียงนี้ ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”
“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้างั้นรึ?” อินย่าหนันหัวเราะหยัน ก่อนจะหันมา มองเนี่ยเทียนที่เดินออกมาแล้วกล่าวว่า “ใบหน้าที่แท้จริงของนาง มีแค่ คนของดินแดนปราการดวงดาวไม่กี่คนที่เคยเห็นมาก่อน เจ้าล่ะอยากเห็น ไหม?”
“นี่…” เนี่ยเทียนมีสีหน้าปั้นยาก
“ฟุบ!”
ไม่รอให้ได้รับคำตอบ อินย่าหนันก็ยื่นมือออกมากระชากผ้าคลุมหน้า ของมู่ปี้ฉงออก