ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 777 ดอกไม้ปีศาจสองสี
มู่ปี้ฉงจากไปได้ไม่ไกลมากนัก
เนี่ยเทียนสองคนทะยานตัวมาได้แค่พันเมตรก็มองเห็นเงาร่างของนาง
มู่ปี้ฉงที่เปิดเปลือยครึ่งร่างนั่งขัดสมาธิบนพื้นและสวมกระโปรงชุด ใหม่เรียบร้อยแล้ว
รอจนเนี่ยเทียนมาถึงก็พบว่านางได้หยิบผ้าคลุมหน้าผืนใหม่ขึ้นมา และกำลังจะเอามาคลุมใบหน้าเพื่อปกปิดดอกไม้ประหลาดทั้งสองดอก และใบหน้างามล้ำไว้อีกครั้ง
“ปัง!”
ชั่วขณะที่ผ้าคลุมหน้าสีขาวสะอาดกำลังปกปิดลงไปบนซีกหน้าของ นางอย่างอ่อนโยนกลับระเบิดกระจัดกระจายเป็นเศษส่วนกะหันทัน
ดวงตาของมู่ปี้ฉงมีความเจ็บปวดวาบผ่าน รอจนนางสังเกตเห็นว่าเนี่ย เทียนและอินย่าหนันมาถึงก็มีท่าทางไม่เป็นสุขอย่างเห็นได้ชัด
“อู้ๆๆ!”
เนี่ยเทียนสัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่าปราณพืชหญ้าประหลาดจาก เถาวัลย์หนาใหญ่ประดุจภูเขาริมแผ่นดินได้ลอยเข้ามา
ในความรู้สึกของทิพย์จักษุ จิงชี่พืชหญ้าเหล่านั้นไม่ใช่สีเขียว แต่เป็นสี น้ำตาลอ่อนที่ดูแปลกประหลาด
จิงชี่พืชหญ้าสีน้ำตาลอ่อนนั้นเหมือนถูกมู่ปี้ฉงชักนำให้แทรกซึมเข้ามา ในร่างของนาง
อาภรณ์ที่มู่ปี้ฉงเพิ่งจะสวมเข้าไปพลันแตกกระจายและลอยละล่องไป ทั่วด้านราวเมล็ดต้นหลิว
เพียงแค่พริบตาเดียวนางก็เปิดเปลือยไปทั้งตัว ไม่เหลืออาภรณ์ติด กายอีกแม้แต่ชิ้นเดียว
ดอกไม้สดบนใบหน้าของนาง ดอกหนึ่งยิ่งเปล่งประกายสีสันเจิดจ้า อีกดอกหนึ่งเป็นสีดำแวววาว
รากที่มีร่วมกันของดอกไม้สดสองดอกได้ทอดยาวจากลำคอ หน้าอก สองข้าง ก่อนตรงไปยังจุดตันเถียนใต้สะดือของนาง
รากไม้นั้นพลันมีพลังชีวิตมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมา
จิงชี่พืชหญ้าสีน้ำตาลอ่อนหายเข้าไปในรากทีละนิด แล้วก็ทำให้ราก นั้นมีกิ่งเล็กละเอียดแตกกิ่งก้านสาขาออกมา
แรกเริ่มกิ่งก้านพวกนั้นยังอ่อนจางอยู่มากจนแทบจะสังเกตไม่เห็น
ทว่าเมื่อได้รับจิงชี่พืชหญ้าสีน้ำตาลอ่อนมากขึ้น กิ่งก้านเหล่านั้นก็ เหมือนถูกทาทับด้วยน้ำหมึกหนาหนัก ทำให้เปลี่ยนมาเป็นชัดเจนทีละนิด
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน จิงชี่พืชหญ้าสีน้ำตาลอ่อนที่บินมาจาก เถาวัลย์ยักษ์ริมขอบแผ่นดินคล้ายช่วยให้ดอกไม้ดอกนี้เติบโตเร็วขึ้นและ ทำให้มันแตกกิ่งก้านใหม่ๆ ออกมามากมาย
เขารู้สึกว่ากิ่งก้านใหม่ที่แตกออกมาจะผลิดอกใหม่ในวันหน้า
แต่เนื่องจากรากนั้นเป็นตัวแบ่งขอบเขต ดอกไม้ที่งอกขึ้นมาสองข้าง ผิวหนังของนางเกรงว่าคงมีสีสันแตกต่างกันออกไป
มู่ปี้ฉงขมวดคิ้วแน่น หลับตาลงเบาๆ ด้วยสีหน้าเจ็บปวด
เนี่ยเทียนรับสัมผัสอย่างละเอียดก็พบว่าดอกไม้สดทั้งสองดอกเหมือน ใช้ร่างกายของมู่ปี้ฉงเป็นสนามรบต่อสู้กันอย่างเงียบเชียบ ดอกไม้ที่มีสีสัน สดใสเหมือนยืนอยู่ฝั่งเดียวกับมู่ปี้ฉงและผสานรวมกับจิตวิญญาณของนาง
ส่วนดอกไม้ที่เป็นสีดำกลับแผ่ความกระหายและอึมครึมออกมา
“เฮอๆ”
อินย่าหนันพลันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะมองนางด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วย ความหมายลึกล้ำ “ใครจะไปคาดคิดว่าในเวลาไม่นานหลังจากข้าเจอ ปัญหา นางก็จะเจอด้วยเหมือนกัน? ข้าฝึกเวทเรือนกาย เนื่องจากเลือด สัตว์วิเศษในร่างปะปนกันมากเกินไปจึงเกิดการปะทะกันทุกๆ ช่วงเวลาที่ กำหนด”
“ส่วนนาง กลับมีดอกไม้ปีศาจดอกหนึ่งเติบโตขึ้นมาในเลือดเนื้อ”
“ขอแค่ดอกไม้สองดอกที่งอกมาจากดอกไม้ปีศาจปรากฏกาย มันก็จะ ต่อสู้กันเอง ดอกหนึ่งเป็นฝุายเดียวกับนาง ส่วนอีกดอกหนึ่งเป็นฝุายที่มี เจตนาชั่วร้าย”
“ก็ไม่รู้ว่าดอกไม้ปีศาจต้นนั้นได้รับความปรารถนาดีจากเถาวัลย์ยักษ์ จนมันยอมมอบพลังให้ได้อย่างไร”
“พลังที่กรอกเทเข้ามาช่วยให้ดอกไม้ปีศาจเติบโต ทำให้กิ่งก้านของ มันแตกออกมา บางทีอีกไม่นานเท่าไหร่ กิ่งก้านพวกนั้นก็จะมีดอกไม้ใหม่ ผลิดอก ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้การเข่นฆ่ากันของดอกไม้ทั้งสองในร่างของ นางดุเดือดยิ่งกว่าเดิม”
“ตามความเห็นข้า สักวันเรือนกายนี้ของนางจะต้องถูกสงครามของ ดอกไม้ทั้งสองทำลายจนย่อยยับ”
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด “ดอกไม้ดอกหนึ่งฝังรากอยู่ในร่างกาย…”
เนี่ยเทียนนึกถึงหัวมู่ขึ้นมากะทันหัน
กลางหว่างคิ้วของหัวมู่มีเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นหนึ่งงอกขึ้นมา ซึ่ง เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์คือพืชพรรณปีศาจที่อยู่อันดับสามของอาณาจักร ปีศาจ
เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นนั้นก็มีสติปัญญาเช่นกัน มันเคยช่วงชิงเรือน กายของหัวมู่ โดยใช้ร่างของเขามาสำแดงอำนาจของปีศาจสวรรค์ที่น่า ครั่นคร้าม
หากหัวมู่ผู้แข็งแกร่งอ่อนกำลังลงเมื่อไหร่ เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็ สามารถรุกรานร่างเขาได้อยู่ดี และจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่มีวิธีจัดการปัญหา จากเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ได้
ยิ่งหัวมู่แข็งแกร่ง เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็ยิ่งแข็งแกร่ง รอจนเถาวัลย์ ปีศาจสวรรค์แข็งแกร่งได้ถึงระดับที่แน่นอน มันจะช่วงชิงร่างของหัวมู่และ กลายมาเป็นเจ้านายคนใหม่ของร่างกายเขา
เขาเคยเห็นความร้ายกาจของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์มาก่อน และตอนนี้ ก็ยังได้มาเห็นดอกไม้ปีศาจบนร่างของมู่ปี้ฉงอีก นี่จึงทำให้สีหน้าของเขา ค่อยๆ มืดทะมึน
“เจ้ากังวลอะไรอยู่?” อินย่าหนันเหลือบตามองเขา แล้วเอ่ยด้วย น้ำเสียงผ่อนคลาย “ดอกไม้ปีศาจนั้นเพิ่งจะออกดอกแค่สองดอก เห็นได้ ชัดว่ายังอ่อนแออยู่มาก อีกไม่นานงูเหลือมเลือดน้ำแข็งของข้าก็จะเลื่อน ขั้นสู่ระดับแปดได้สำเร็จ งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่มีสายเลือดระดับแปดย่อม ไม่มีทางกลัวดอกไม้ปีศาจที่ยังเติบโตไม่เต็มที่แน่นอน”
“แล้วนับประสาอะไรกับที่สถานที่แห่งนี้ก็คือพื้นที่พิเศษที่ผู้ยิ่งใหญ่ ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งใจทิ้งไว้ให้กับเจ้าโดยเฉพาะ”
“เมื่ออยู่ที่นี่ ดอกไม้ปีศาจต้นนั้นจะกินเจ้าได้อย่างนั้นหรือ?”
พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนคิดตามอย่างละเอียดก็เริ่มค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงได้
หลังจากนั้นเขาก็ย้ายสายตาออกไปจากร่างของมู่ปี้ฉง มองไปยัง จุดสิ้นสุดของผืนแผ่นดิน “เถาวัลย์ยักษ์ที่ล้อมพันแผ่นดินใหญ่เอาไว้ เกรง ว่าคง…”
อินย่าหนันพยักหน้ารับเงียบๆ “ถูกต้อง มันก็น่าจะมีสติปัญญา เหมือนกัน ดูจากขนาดที่ใหญ่ยักษ์ของเถาวัลย์นั้น เมื่อเทียบกับดอกไม้ ปีศาจในร่างของมู่ปี้ฉงแล้วก็ไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งกว่ากี่เท่า นอกจากนี้จุด ลึกของแผ่นดินยังซ่อนหินเทพคืนพลังที่มีสติปัญญาไว้เช่นเดียวกัน แผ่นดินแห่งนี้ซุกซ่อนความลี้ลับไว้มากมายยิ่งนัก”
“แต่ไม่ว่าจะเป็นเถาวัลย์ยักษ์หรือหินเทพคืนพลังก็เหมือนว่าจะถูก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกำราบเอาไว้ หรือไม่ก็มีข้อตกลงบางอย่าง กับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจึงแอบทำการปกปูองแผ่นดินแห่งนี้อย่าง ลับๆ”
“มีของสองอย่างนี้อยู่ บวกกับพระราชวังหลังนั้น รวมไปถึงค่ายกล ลึกลับ เจ้ายังจะต้องกลัวอะไรอีก?”
ระหว่างที่นางพูด เนี่ยเทียนก็พบว่าจิงชี่พืชหญ้าสีน้ำตาลอ่อนที่ลอย มาจากริมขอบของแผ่นดินไม่กรอกเทเข้าร่างของมู่ปี้ฉงอีกแล้ว
ราวกับว่าเถาวัลย์ยักษ์ที่มีสติปัญญาจะรู้ว่าหากยังคงมอบพลังให้กับ ดอกไม้ปีศาจต้นนั้นต่อไป จะเป็นเหตุให้มู่ปี้ฉงแบกรับไม่ไหวและอาจต้อง ตายอยู่ที่นี่
แม้มู่ปี้ฉงจะเจอกับความเจ็บปวด แต่ตอนนี้นางยังพอต้านทานได้ จิต วิญญาณของนางขานรับกับดอกไม้สีสันสดใส เหมือนรวมเป็นหนึ่ง เดียวกัน
เนี่ยเทียนจับสังเกตอย่างละเอียดอีกพักหนึ่งก็รู้ว่าความผิดปกติของมู่ ปี้ฉงคงต้องให้นางแก้ไขด้วยตัวเอง
“ไปกันเถอะ เจ้ากลับไปที่พระราชวังพร้อมข้า แล้วอย่าเพิ่งออกมา เร็วๆ นี้” เนี่ยเทียนพูดขึ้นฉับพลัน
อินย่าหนันอึ้งงัน “ทำไมล่ะ?”
“ข้ากลัวเจ้าจะฉวยโอกาสสังหารนาง” เนี่ยเทียนตอบรับ
“เจ้าไม่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายหรอกหรือ? หากดอกไม้ปีศาจที่อยู่ ในร่างของนางเติบโตได้อย่างแท้จริงเมื่อไหร่ เกรงว่าคงสร้างภัยคุกคาม ไม่ใช่เล็กๆ” อินย่าหนันหรี่ตา แล้วให้คำแนะนำที่ค่อนข้างจริงจัง “ข้ารู้สึก ว่าเก็บนางไว้ไม่ใช่เรื่องดี แบบนี้ก็สู้ฆ่าทิ้งเสียดีกว่า”
“ไหนเจ้าบอกว่าเมื่ออยู่ที่นี่นางก็ไม่น่าจะสร้างภัยคุกคามอะไรให้ข้าได้ ไงล่ะ” เนี่ยเทียนแค่นเสียง “พอเถอะ เจ้าอย่าอยู่ต่ออีกเลย!”
เขามีความรู้สึกว่าหากปล่อยอินย่าหนันไว้ที่นี่ นางต้องอดใจไม่ไหว แล้วลงมือสังหารมู่ปี้ฉงแน่นอน
“เจ้าไม่อยากอยู่ดูอีกหน่อยหรือ? ตอนนี้นางเปลือยไปทั้งเนื้อทั้งตัว หากพลาดครั้งนี้ไป เกรงว่าหลังจากนี้เจ้าคงไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ” อิน ย่าหนันเอ่ยหยอก
“ไม่จำเป็น อะไรที่ควรดู ข้าก็ได้ดูหมดแล้ว” เนี่ยเทียนตวาด
เห็นว่าเขาเริ่มหงุดหงิด อินย่าหนันจึงไม่ดึงดัน เพียงพยักหน้ารับแล้ว เดินทางกลับไปยังพระราชวังร่วมกับเขา
เนี่ยเทียนเปิดประตูหินออก พอนางเข้ามาเรียบร้อย เขาก็ปล่อยมือ ประตูหินจึงปิดสนิทอีกครั้ง “เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับไปที่ดินแดนดาวตกเสีย หน่อย” เขากล่าวกับอินย่าหนัน
ไม่ว่าจะอินย่าหนันหรือมู่ปี้ฉง เมื่ออยู่ที่นี่ก็ล้วนได้ผลประโยชน์หลาย อย่าง
เลือดสัตว์ที่อยู่ในร่างของอินย่าหนันชักนำเลือดลมที่สัตว์โบราณหลาย ตัวทิ้งเอาไว้ ทำให้มีการพัฒนาที่มากพอจนนางเลื่อนขั้นสู่เขตลี้ลับได้ สำเร็จ
ดอกไม้ปีศาจในร่างของมู่ปี้ฉงก็ชักนำความสนใจจากเถาวัลย์ยักษ์ ทำ ให้นางได้รับพลังพืชหญ้าที่บริสุทธิ์
สถานที่แห่งนี้ยังมีพื้นที่วิเศษห้าธาตุซึ่งนาบประทับความลี้ลับเอาไว้ มากมาย..
เขาจะกลับไปยังดินแดนดาวตกและนำพวกญาติมิตรมาที่นี่ มอบโชค วาสนาให้กับพวกเขา ให้พวกเขาได้สั่งสมพลังไว้เพื่ออนาคตของตัวเอง
เดิมทีเขายังไม่รีบร้อนเท่าไหร่ แต่พอเห็นว่าทั้งมู่ปี้ฉงและอินย่าหนัน ต่างก็ได้รับผลประโยชน์ เขาจึงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ดินแดนดาวตก?” อินย่าหนันพลันเกิดความสนใจ “ดินแดนที่เจ้าถือ กำเนิด? ข้าได้ยินเฉียวอวิ๋นซีพูดว่าดินแดนดวงดาวแห่งนั้นเหมือนจะเทียบ ดินแดนปราการดวงดาวไม่ได้ด้วยซ้ำ มันมีแค่เก้าอาณาจักร แม้แต่ผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าก็ยังไม่ถือกำเนิดแม้แต่คนเดียว ข้าอยู่ว่างๆ ก็ไม่มี อะไรทำ ถ้าไม่งั้นเจ้าก็พาเข้าไปเปิดหูเปิดตาที่ดินแดนดาวตกด้วยดีไหม?”
เนี่ยเทียนจะปฏิเสธ ทว่าจู่ๆ กลับเลิกคิ้วขึ้นแล้วตอบรับทันที “ก็ดี เหมือนกัน”
หากทิ้งอินย่าหนันไว้ในพระราชวัง เขากังวลว่าผู้หญิงคนนี้จะทำลาย ค่ายกลจนเขากลับมาไม่ได้
แต่หากทิ้งนางไว้ข้างนอก เขาก็กังวลอีกว่าผู้หญิงคนนี้จะฉวยโอกาส สังหารมู่ปี้ฉงตอนที่เขาไปดินแดนดาวตก
พอเห็นว่าเขารับปาก ดวงตาอินย่าหนันก็เป็นประกายทันใด “เจ้า วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางทำตัวเหลวไหลแน่นอน”