ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 781 ร่วมใจ
ผู้แข็งแกร่งของหลายสำนักในดินแดนดาวตกต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ทุกคนล้วนตั้งใจรับฟังทุกถ้อยคำที่เนี่ยเทียนถ่ายทอดออกมา
พื้นที่ที่ถูกปิดผนึก แผ่นดินแห่งหนึ่งที่เปี่ยมล้นไปด้วยปราณวิญญาณมี พืชพรรณวิเศษมากมาย พื้นที่ห้าแห่งต่างก็นาบประทับสัจธรรมแห่งห้า ธาตุเอาไว้…
สำหรับทะเลสาบที่ชุบหลอมซากวิญญาณ รวมไปถึงการตายของ สำนักภูเขาพันกระบี่และสิ่งเปุยเฉิน และยังมีเรื่องบางอย่าง เนี่ยเทียน ล้วนปิดบังเอาไว้ไม่พูดถึง
ทว่าเรื่องที่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลกวาน ตระกูลเจี่ยน รวมไปถึงเขา สุขาวดีเข้าไปในฟูาดินแห่งนั้น เนี่ยเทียนกลับบอกว่าพวกเขาได้รับ อนุญาตจากตนให้จากไปได้
ในส่วนเหตุการณ์ที่เนี่ยเทียนพูดถึงทำให้พวกเขาทั้งตื่นตะลึงและทั้ง ตื่นเต้น ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความปรารถนา
พวกหัวมู่ จงเจิงต่างก็มีเขตวิญญาณ จะอย่างไรพวกเขาก็ยังต้องการ ตามหาวัตถุที่หายากหลายอย่างซึ่งจำเป็นสำหรับการเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า เฉกเช่นฝานข่าย
ทว่าวัตถุดิบล้ำค่าในดินแดนดาวตกมีจำกัด ต่อให้เป็นฝานข่ายเองก็ยัง จำเป็นต้องแอบแลกเปลี่ยนกับภูตผีปีศาจอย่างลับๆ ถึงจะรวบรวม วัตถุดิบที่จำเป็นในการเลื่อนขอบเขตได้
ที่พวกเขาให้ความสำคัญกับเนี่ยเทียนก็เพราะรู้สึกว่าเนี่ยเทียนมีวิธีที่ จะช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากพันธนาการของดินแดนดาวตก
เดิมทีความหวังของพวกเขาอยู่ที่ดินแดนปราการดวงดาว
เพราะเหลยเทียนฉี่ เยว่เหยียนสี่ที่มาจากดินแดนปราการดวงดาวล้วน เป็นแดนว่างเปล่า ตามคำบอกของเยว่เหยียนสี่ พวกเขาจึงรู้ว่าในดินแดน ปราการดวงดาวยังมีแดนว่างเปล่าอยู่อีกหลายคน
นี่จึงทำให้พวกเขาเข้าใจว่าที่ดินแดนปราการดวงดาวต้องมีวัตถุดิบที่ จำเป็นสำหรับการฝุาดินแดนเป็นจำนวนมากแน่นอน
เมื่อพวกเขารู้จากปากเนี่ยเทียนว่าพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกซึ่งอยู่ระหว่าง ดินแดนดาวตกและดินแดนปราการดวงดาวได้ถูกเปิดออกแล้ว ทั้งยังมี แผ่นดินมหัศจรรย์อยู่แห่งหนึ่ง มีหรือที่พวกเขาจะไม่ดีใจ?
พอเนี่ยเทียนกล่าวจบ ทุกคนก็วิจารณ์กันอย่างออกรส ต่างก็เผยท่าที ว่าอยากไปที่นั่นเพื่อสำรวจให้รู้ว่ามีอะไรอยู่กันแน่
“ที่นั่นคือสถานที่ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ให้นายน้อยเนี่ย โดยเฉพาะ” เหลยเทียนฉี่เอ่ยขึ้นเบาๆ
ทุกคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อนค่อยๆ เงียบเสียงลงแล้วครุ่นคิด ตามอย่างห้ามไม่ได้
เหลยเทียนฉี่กวาดสายตาไปมองรอบด้านแล้วพูดอีกครั้งว่า “สำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลเจี่ยนและตระกูลกวานคือสามขั้วอิทธิพลของผู้ฝึก ลมปราณจากห้าสำนักสามตระกูลในดินแดนปราการดวงดาวเรา พวกเขา
อยู่ที่นั้นล้วนถูกจำกัด ชนต่างเผ่าที่เข้ามารุกรานก็พากันตายอนาถอยู่ข้าง นอก นี่หมายความว่าแผ่นดินแห่งนั้นมิอาจปล่อยให้คนนอกไปก้าวก่าย ได้”
“ข้าเดาว่าต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าช่วงท้ายของดินแดน ปราการดวงดาวเรา เกรงว่าก็คงไม่กล้าทำตัวเหลวไหลเมื่ออยู่ที่นั่น”
“เมื่อมีที่นั่นอยู่ เนี่ยเทียนสามารถตั้งสำนักขึ้นเป็นของตัวเอง และอีก ไม่นาน ที่นั่นก็ต้องเชื่อมโยงไปถึงดินแดนปราการดวงดาว หากพวกเจ้าไป ที่นั่น บางทีอีกไม่นานก็คงสามารถเดินทางไปถึงดินแดนปราการดวงดาว ได้”
“เพียงแต่ว่าด้วยพลังการต่อสู้ของดินแดนดาวตกของพวกเจ้า ในตอนนี้ยังไม่มากพอให้ตั้งตนอยู่ในดินแดนปราการดวงดาว”
“หากได้รับการดูแลจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลเจี่ยนและตระกูล กวาน และเมื่อดินแดนปราการดวงดาวเห็นแก่หน้าเนี่ยเทียน พวกเจ้าถึง จะเข้าออกดินแดนปราการดวงดาวได้อย่างปลอดภัย”
“กลุ่มอิทธิพลของดินแดนปราการดวงดาวก็น่าจะสนใจวัตถุดิบของที่ แห่งนั้นมากเหมือนกัน บางทีวัตถุดิบวิเศษเหล่านั้นหรือไม่ก็สมบัติ บางอย่างในดินแดนดาวตกของพวกเจ้าอาจจะเอามาแลกเป็นวัตถุดิบหา ยากที่ช่วยให้พวกเจ้าเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้”
“ทว่าทุกอย่างล้วนอยู่ที่เนี่ยเทียนทั้งสิ้น”
บัดนี้เหมือนเหลยเทียนฉี่ได้กลายมาเป็นตัวแทนของเนี่ยเทียน เขา ช่วยพูดทุกอย่างที่เนี่ยเทียนคิดออกมา
หลังจากที่เขาเปิดปาก เนี่ยเทียนก็แค่รับฟังพร้อมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้รีบ ร้อนพูดอะไร
การมาถึงของฝานข่ายแห่งวิมานสวรรค์ และการที่ฝานข่ายเป็นฝุาย ยอมอ่อนข้อให้ แท้จริงแล้วเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้าเพราะอีกฝุาย หวาดกลัวอนาคต
ที่เขาพูดถึงแผ่นดินแห่งนั้นและเน้นย้ำถึงความลี้ลับของมันออกมา อันที่จริงก็เพื่อหลอกล่อให้ทุกฝุายเห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ
หากคิดจะกุมสำนักใหญ่ต่างๆ ในดินแดนดาวตกเอาไว้ในมือตัวเอง อย่างอยู่หมัด เขาจำเป็นต้องมีผลประโยชน์ที่น่าดึงดูดใจมากพอ
สำหรับวิมานสวรรค์ เขาสามารถใช้การบีบบังคับ แต่สำหรับพวกคนที่ อยู่เบื้องหน้านี้ เขาได้แต่ล่อลวงด้วยผลประโยชน์เท่านั้น
นับตั้งแต่ที่เขาเข้าใจความหมายของบุตรแห่งดวงดาว รู้ว่าบุตรแห่ง ดวงดาวทุกคนต่างครอบครองดินแดนดวงดาวกว้างใหญ่ไว้ในมือ และมีขั้ว อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่อยู่ในสังกัด เขาก็ได้วางแผนการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้เขายังไม่แข็งแกร่งมากพอ อีกทั้งเมื่อเทียบกับสำนักของ ดินแดนปราการดวงดาวแล้ว สำนักของดินแดนดาวตกก็นับกว่าอ่อนด้อย กว่าเยอะมาก
เขาสามารถมอบแผ่นดินที่เหมาะสมในการเติบโตให้กับสำนักและผู้ แข็งแกร่งเขตวิญญาณของดินแดนดาวตก ให้สำนักเหล่านั้นเปลี่ยนมาเป็น แข็งแกร่ง ให้เหล่าเขตวิญญาณมีความหวังในการเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า
ที่เขาต้องการคือสักวันหนึ่งเมื่อเขาเดินทางกลับไปยังพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว สำนักเหล่านั้น ผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นจะกลายมาเป็นโล่ หนุนหลังที่แข็งแกร่งให้กับเขาได้
“เนี่ยเทียน ตอนที่เจ้าจะกลับไปที่นั่น จำไว้ว่าต้องมาเรียกข้าด้วยนะ”
ต่งลี่ที่อยู่ในกลุ่มคนเม้มปากยิ้ม ก่อนพูดต่อว่า “ไม่ได้มาปุาไผ่เขียว ครึ่งเดือนแล้ว ข้าจะไปพบท่านตากับท่านปูาใหญ่สักหน่อย พวกเจ้าคุยกัน ไปก็แล้วกันนะ”
กล่าวจบนางก็ยักย้ายเรือนกายเดินออกไปจากกลุ่มคน แล้วมุ่งหน้าไป ยังปุาไผ่เขียวราวกับเดินกลับบ้านของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
เห็นนางมีท่าทางสบายๆ ไม่รอให้ทุกคนเอ่ยตอบรับก็เดินไปยังปุาไผ่ เขียวเช่นนี้ สาวงามอย่างพวกฉินแยนก็ให้รู้สึกอิจฉาอย่างมาก
ฉินแยนย่อมรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยเทียนและต่งลี่นั้นไม่ ธรรมดา ไม่ว่าตระกูลต่งจะทำเช่นไร เนี่ยเทียนก็ย่อมยอมรับต่งลี่ ยอม อนุญาตให้ต่งลี่เดินทางไปยังพื้นที่มหัศจรรย์แห่งนั้นด้วย
ต่งลี่เองก็รู้ดีในเรื่องนี้ ดังนั้นพอฟังเนี่ยเทียนเล่าประสบการณ์ที่พบ เจอมาในโลกภายนอกจบถึงได้ตรงดิ่งไปยังปุาไผ่เขียวทันที
“ฮ่าๆ!” ต่งหวังหลิงหัวเราะเสียงดัง “จะอย่างไรซะตระกูลต่งของพวก เราก็ลงเรือโจรของเจ้าแล้ว (ลงเรือโจร ความหมายคล้ายๆ ลงเรือลำ เดียวกัน แต่ความหมายจะบ่งบอกไปในทางชื่นชอบ เต็มใจ ไม่อยากจาก ไปไหน) ไม่ว่าวันหน้าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตระกูลต่งก็จะปกปูองเจ้า”
ตระกูลต่งแสดงท่าทีก่อนผู้ใด
“ไม่ช้าก็เร็วดินแดนดาวตกต้องเปิดเผยต่อหน้าดินแดนปราการ ดวงดาว เรื่องนี้มิอาจปิดบังได้นานนัก” เหลยเทียนฉี่มองมาทางเนี่ยเทียน อีกครั้ง “ในเมื่อพื้นที่ต้องห้ามแห่งนั้นสามารถเดินทางผ่านได้อย่าง ปลอดภัย ต่อให้ไม่ผ่านทางสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ไม่ผ่านทางเจ้า สำนักอย่าง สำนักคุมสัตว์ หรือเขาสุขาวดีต้องตามหาดินแดนดาวตกเจอเช่นเดียวกับ พวกเรา”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ข้ารู้”
“ดังนั้นดินแดนดาวตกไม่เพียงแต่ต้องปรองดองกันเอง ยังจำเป็นต้อง พยายามเพิ่มพลังในการต่อสู้ด้วย” เหลยเทียนฉี่หันมามองทุกคน “หาก ในดินแดนดาวตกมีผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าอย่างฝานข่ายเพิ่มขึ้นอีก หลายคน บวกกับตัวตนผู้สืบทอดแห่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของ เนี่ยเทียน ต่อให้ที่นี่ถูกเปิดเผย สำนักต่างๆ ในดินแดนปราการดวงดาวก็ ไม่แน่ว่าจะกล้าทำตัวเหลวไหล”
“พวกเจ้ายังพอมีเวลา ขอให้พวกเจ้าโชคดี”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เหลยเทียนฉี่ก็โค้งตัวให้เนี่ยเทียนน้อยๆ ก่อนจะหมุน กายจากไป
เขานับว่าพูดมากพอแล้ว
“ไม่มีอะไรให้ต้องลังเล” หัวมู่จากพรรคคิชฌกูฏยิ้มอย่างสง่างาม “สองครั้งที่ชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามาในดินแดนดาวตก ครั้งแรกเนี่ยเทียน ปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรหลีเทียน
และอาณาจักรเชียนแจว๋ ส่วนครั้งที่สอง เนี่ยเทียนเปิดใช้ค่ายกลที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้โจมตีให้เรือรบทางช้างเผือกและปืน ใหญ่ผลึกแหวกนภาของเผ่าอสูรกายย่อยยับ พวกเราจึงรอดพ้นการถูกฆ่า ล้างสำนักมาได้”
“ไม่มีเนี่ยเทียน ดินแดนดาวตกต้องกลายมาเป็นแดนสุขาวดีของชน ต่างเผ่า จะมีพวกเราในวันนี้ได้อย่างไร?”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เขาก็พูดอีกว่า “อันที่จริงพวกเราผูกตัวติดกับเนี่ย เทียนนานแล้ว มีเนี่ยเทียนอยู่ด้วย พวกเราถึงสามารถเดินออกไปจาก ดินแดนดาวตก และถึงจะมีแดนว่างเปล่าเพิ่มขึ้นมาอีก และเมื่อมีพวกเรา ดินแดนดาวตกถึงจะเจริญรุ่งเรืองตลอดเวลา”
“และจะอย่างไรดินแดนดาวตกก็ถือว่าเป็นของเนี่ยเทียน เป็นของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว”
เขากล่าวประโยคนี้จบ จงเจิงฉีป๋ายลู่และยังมีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ อีกหลายคนต่างก็พากันพยักหน้ารับเบาๆ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของหัวมู่
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “ทุกสำนักโปรดเตรียมตัวกันสักหน่อย เรียกรวมผู้ มีพรสวรรค์ในสำนักมาให้หมด อีกไม่นานข้าจะพาพวกเขาไปที่นั่น”