ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 782 ปัญหาของอูจี้
หลังจากที่เนี่ยเทียนแสดงท่าทีว่าอีกไม่นานเท่าไหร่จะพาคนส่วนหนึ่ง เดินทางไปยังแผ่นดินแห่งนั้นเพื่อทำความเข้าใจกับความลี้ลับของที่นั่น ผู้ แข็งแกร่งของแต่ละฝุายก็พากันจากไปพร้อมความพึงพอใจ
พวกเขาล้วนร้อนใจอยากรีบไปเตรียมตัวให้พร้อมโดยเร็วที่สุด
หลังจากที่ทุกคนทยอยกันจากไปหมดแล้ว ก็เหลือหัวมู่เพียงคนเดียว ที่อยู่คุยกับเนี่ยเทียน
“ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็รีบไปที่อาณาจักรหลีเทียนเพื่อไปพบอูจี้ อาจารย์ของเจ้าเถอะ” หัวมู่นิ่งคิดไปครู่แล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ไม่นานข้า ไปที่สำนักหลิงอวิ๋นมาครั้งหนึ่งแล้วสัมผัสได้ว่าอาจารย์ของเจ้าเหมือนจะ ฝุาทะลุสู่เขตวิญญาณแล้ว เพียงแต่ว่าดูเหมือนจิตวิญญาณที่แท้จริงของ เขาจะไม่มั่นคงนัก ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด”
เนี่ยเทียนกล่าว “ข้าเตรียมจะไปพบท่านผู้อาวุโสพอดี”
“อืม แบบนั้นก็ดี” หัวมู่พยักหน้า “ท่านเจินและนังหนูเผยพบรอย แยกห้วงมิติเส้นหนึ่งในจุดลึกของเทือกเขาฮว้านคง คนทั้งสองจึงพากันไป สำรวจ ตอนนี้ยังไม่กลับมา นังหนูนั่นไม่เคยละทิ้งความคิดที่จะตามหาซวี เฉิง ไม่ว่าข้อมูลใดที่อาจเกี่ยวข้องกับซวีเฉิง นางล้วนไม่ยอมปล่อยผ่าน”
“นางรู้สึกว่ารอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นอาจเกี่ยวข้องกับซวีเฉิงที่หาย สาบสูญไป”
“พวกนางไปกันได้พักหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังไม่กลับมา ก็ไม่รู้ว่าค้นพบ อะไรหรือไม่”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว “จะมีอันตรายอะไรหรือเปล่า?”
“น่าจะไม่มี” อันที่จริงหัวมู่เองก็เป็นกังวลเหมือนกัน “ข้าเองก็อยาก ตามไปดู แต่น่าเสียดายที่ไม่เข้าใจวิชาห้วงมิติ รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้น ค่อนข้างจะแปลกประหลาด ข้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะลอดผ่านไปได้อย่าง ราบรื่น”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “มีข่าวของจ้าวซานหลิงบ้างหรือไม่?”
หัวมู่ส่ายหัว “นับตั้งแต่ที่เจ้าจากไป ไอ้หมอนั่นก็หายตัวไปอย่าง ลึกลับ ไม่เคยมีใครพบเห็นเขาที่ดินแดนดาวตก ตามความเห็นข้า เจ้าหมอ นั่น…น่าจำลังปิดด่าน เขาเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายแล้ว ทั้งยังได้เจดีย์ซ วีหลิงมาครอง ย่อมต้องอยากเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าโดยเร็วแน่นอน!”
“หลังจากที่เขารู้ว่าข้ากลับมาก็อาจจะมาหาข้า ข้าเคยรับปากเขาว่า จะพาเขาออกไปจากดินแดนดาวตก” เนี่ยเทียนกล่าว
“จ้าวซานหลิงผู้นี้เจ้าควรระวังเอาไว้หน่อย” หัวมู่ขมวดคิ้ว “ข้าหวัง ว่าเขาจะไม่หาปัญหามาให้เจ้าก็พอ ตอนนั้นที่ตระกูลเหลยมาเยือนได้บีบ ให้สำนักอาวุธถอนตัวออกจากอาณาจักรต้าฮวาง ทั้งยังทำลายปูาย วิญญาณของอาจารย์เขา ด้วยนิสัยของจ้าวซานหลิง เขาไม่มีทางยอม เลิกราง่ายๆ แน่”
“หากเขาเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าเมื่อไหร่ คนแรกที่เขาจะลงมือด้วยก็คือ เหลยเทียนฉี่”
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “ข้าเข้าใจ”
ปีนั้นตอนที่เขาและจ้าวซานหลิงกลับมายังอาณาจักรต้าฮวาง จ้าว ซานหลิงที่เห็นว่าปูายวิญญาณของอาจารย์ที่เขาตั้งไว้ในพื้นที่ลับที่ใช้ฝึก ตนของตัวเองถูกทำลายย่อยยับ เขาก็เดือดดาลอย่างหนัก
ภายหลังต่อให้ตระกูลเหลยยอมมอบอาณาจักรต้าฮวางกลับคืน ให้ สำนักอาวุธได้คืนถิ่น แต่เกรงว่าคงยังมิอาจทำให้จ้าวซานหลิงพอใจได้
คนผู้นี้ก็คือคนบ้า เขาไม่มีห่วงผูกคอ หากเขามีความสามารถในการ สังหารเหลยเทียนฉี่เมื่อไหร่ เกรงว่าเขาคงไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น
“จ้าวซานหลิงคือปัจจัยที่ไม่มีใครคาดเดาได้อยู่เสมอ” หัวมู่ถอน หายใจ “ยังดีที่หากเขาคิดจะเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าสำเร็จยังจำเป็นต้องใช้ เวลาอีกนาน ตอนนี้จึงยังไม่ต้องเป็นกังวล”
“ท่านลุงหัว เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ในร่างของท่าน ท่านควบคุมมันได้ หรือไม่?” เนี่ยเทียนถามขึ้นกะทันหัน
หัวมู่สีหน้ามืดมน “ตอนนี้ยังพอควบคุมได้ แต่เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้น นั้น ก็คือปัญหาตลอดกาลของข้า ตอนนี้ข้ายังไม่มองไม่เห็นความเป็นไป ได้ที่จะคลี่คลายปัญหาข้อนี้ มันฝักรากลงกลางหว่างคิ้วของข้า ผสานรวม เป็นหนึ่งเดียวกับร่างของข้า อีกทั้งยังเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ข้ารู้สึก ว่าความเร็วในการฝุาทะลุขั้นของข้าเริ่มจะตามไม่ทันความเร็วในการ เติบโตของมันแล้ว”
“บางทีวันหนึ่งข้าอาจจะถูกมันช่วงชิงร่างได้สำเร็จและกลายมาเป็น หุ่นเชิดของมันอย่างสมบูรณ์แบบ”
“เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าห้ามออมมือเด็ดขาด ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ต้อง สังหารข้าให้ได้ หากไม่ได้จริงๆ เจ้าก็พยายามพาข้าออกไปจากดินแดน ดาวตก เอาข้าไปปล่อยไว้ที่อาณาจักรปีศาจหรือไม่ก็ฟูาดินแห่งอื่น ปล่อย ข้าไปตามยถากรรมก็แล้วกัน”
“ท่านลุงหัว ตอนที่อยู่ในแผ่นดินแห่งนั้น ข้าก็ได้เห็นเถาวัลย์ยักษ์เส้น หนึ่งเหมือนกัน เถาวัลย์เส้นนั้นใหญ่มากจนเกินจินตนาการ!” เนี่ยเทียน บอกเล่าเรื่องที่เขาปิดบังไว้ให้หัวมู่ฟัง “เถาวัลย์ยักษ์นั้นรัดพัน แผ่นดินใหญ่เอาไว้ ทำให้เศษส่วนของแผ่นดินใหญ่ไม่หลุดออกจากกัน ดู เหมือนว่ามันจะมีสติปัญญาเป็นของตัวเองด้วย เพียงแต่ว่าข้าไม่สามารถ สื่อสารกับมันได้”
“เถาวัลย์ยักษ์เส้นหนึ่งที่ใหญ่ราวกับเทือกเขา!” หัวมู่ตะลึงลาน
พอสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง เนี่ยเทียนก็กล่าวว่า “เถาวัลย์ยักษ์ เส้นนั้นอาจไม่ใช่เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เสมอไป บางทีมันอาจเป็นพืชพรรณ ดึกดำบรรพ์แบบอื่น เถาวัลย์ยักษ์ที่น่ากลัวเช่นนี้ย่อมมีสติปัญญาเป็นของ ตัวเอง เขาคิดว่าตอนที่ท่านไป ท่าน็ควรจะไปดูมันบ้างเหมือนกัน ดูสิว่า จะอาศัยเถาวัลย์ยักษ์เส้นนั้นมาหาวิธีไขปัญหาเรื่องเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ ได้หรือไม่”
“แต่ข้าก็กังวลว่าผลที่ได้อาจเป็นในทางตรงกันข้าม” เนี่ยเทียนยิ้ม เจื่อน “มีผู้หญิงของเขาสุขาวดีคนหนึ่งที่ในร่างมีดอกไม้ปีศาจเติบโต ดอกไม้ปีศาจนั้นมีสองสี ตอนที่อยู่บนแผ่นดินแห่งนั้น นางดึงดูดความ สนใจได้จากเถาวัลย์ยักษ์ เถาวัลย์ยักษ์จึงช่วยมอบพลังให้กับดอกไม้ปีศาจ ทำให้ดอกไม้ปีศาจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว”
“หา!” หัวมู่ยิ่งตกตะลึง
“ข้ากลัวว่าหากท่านไปจะไปเพิ่มความเร็วในการเติบโตของเถาวัลย์ ปีศาจสวรรค์ ทำให้ท่าน…” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเป็นกังวล
“เรื่องนี้ขอให้ข้าได้พิจารณาดูดีๆ ก่อน” หัวมู่ครุ่นคิด “เดี๋ยวข้าจะ พลิกตำราโบราณดูว่ามีบันทึกอะไรเกี่ยวกับเถาวัลย์ยักษ์และดอกไม้ปีศาจ สองสีในร่างของผู้หญิงคนนั้นที่เจ้าพูดถึงหรือไม่ เถาวัลย์ยักษ์นั่นคืออะไร ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าข้าจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับดอกไม้ ปีศาจที่เติบในร่างของผู้หญิงจากเขาสุขาวดีนั่นมาบ้าง”
“จะไปแผ่นดินแห่งนั้นหรือไม่ ข้าจะลองใคร่ครวญดูอีกครั้ง แล้วจะ ตัดสินใจให้ได้ก่อนที่เจ้าจะจากไป”
“ก็ดี”
เนี่ยเทียนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงของฝุายต่างๆ ใน ดินแดนดาวตกอยู่กับหัวมู่อีกพักใหญ่ หัวมู่ถึงได้จากไป
เนี่ยเทียนจึงย้อนกลับไปในปุาไผ่เขียวอีกครั้ง
จุดลึกของปุาไผ่ที่สงบร่มเย็น ต่งลี่กำลังพูดคุยกับเนี่ยตงไห่และเนี่ย เฉี่ยนอย่างสนุกสนาม
รอบๆ มีเด็กของตระกูลเนี่ยโอบล้อมเป็นวง เด็กน้อยเหล่านั้นเหมือน จะสนิทสนมกับต่งลี่มานานแล้ว แต่ละคนเรียก “พี่หญิงต่ง” กันได้อย่าง คล่องปาก และดูเหมือนว่าพวกเขาจะชื่นชอบต่งลี่จากใจจริง
สายตาของเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนสองคนที่มองมายังต่งลี่ก็เต็มไปด้วย ความพึงพอใจ ประหนึ่งมองนางเป็นภรรยาของเนี่ยเทียน
ต่งลี่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในอาณาจักรอื่น ทว่าคนในตระกูลเนี่ยเทียนที่ไม่ ว่าจะแก่หรือเด็กกลับชื่นชอบนางอย่างมาก
อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่านางมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับเนี่ยเฉี่ยนและเนี่ยตงไห่ บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่มาก็ยังพกเอาของขวัญเล็กๆ มามอบให้กับเด็กๆ ด้วย แน่นอนว่าย่อมได้ใจเด็กๆ เหล่านั้นไป
ตอนที่เนี่ยเทียนเดินเข้ามา ดวงตาคู่งามของต่งลี่ที่เป็นประกายสดใส หันมามองเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
“เสี่ยวเทียน แม้ว่าเจ้ายังกลับมาได้ไม่นาน แต่เจ้าควรรีบไปพบหน้า อาจารย์ของเจ้าสักหน่อย” เนี่ยตงไห่มีสีหน้าเคร่งขรึม “หากไม่มีอาจารย์ ของเจ้า ก็ไม่มีเจ้าในวันนี้ ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ของเขา ในเมื่อเจ้ากลับ มาแล้วก็ควรจะรีบไปพบเขาที่อาณาจักรหลีเทียนโดยเร็วที่สุด ข้าได้ยิน เจียงจือซูเจ้าสำนักหลิงอวิ๋นพูดว่าดูเหมือนอาจารย์ของเจ้าจะเจอปัญหา อะไรบางอย่าง”
เนี่ยเทียนกล่าว “ข้ากำลังจะไปที่นั่นพอดี”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” เนี่ยตงไห่พยักหน้า
ในปุาไผ่เขียวมีค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังหนึ่งที่เพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นาน ซึ่งสามารถเดินทางไปยังสำนักหลิงอวิ๋นได้
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังนั้น สำนักหลิงอวิ๋นจ่ายวัตถุดิบไปไม่น้อยเพื่อ ไหว้วานให้เจินฮุ่ยหลันสร้างขึ้นมา
“คือว่า ข้าจะไปสำนักหลิงอวิ๋นสักหน่อยนะ” เนี่ยเทียนหันมาพูด กับต่งลี่
ต่งลี่ยิ้มน้อยๆ “เจ้าไปทำธุระของเจ้าเถอะ ช่วงนี้ข้าจะยังอยู่ที่ปุาไผ่ เขียว จนกว่าเจ้าจะกลับมา”
“ตกลง”
ต่งลี่พลันเลิกคิ้วสูง “ได้ยินว่าเจ้ากลับมาครั้งนี้ ไม่ได้มาคนเดียวเสีย ด้วย”
“เอ่อ มีผู้หญิงจากสำนักคุมสัตว์คนหนึ่งตามมาด้วย ปล่อยทิ้งไว้ที่ แผ่นดินแห่งนั้น ข้าไม่วางใจ เลยจำเป็นต้องพานางมาด้วย” เนี่ยเทียน อธิบาย
ต่งลี่เพียงยิ้มแต่ไม่เอ่ยตอบ
“เจ้าอยู่ข้างนอกอย่าได้ทำตัวเจ้าชู้เสเพลให้มันมากนัก!” เนี่ยเฉี่ยน เอ่ยตำหนิ
“ข้าทำอย่างนั้นเสียที่ไหน!” เนี่ยเทียนโอดครวญ ก่อนจะรีบตรงดิ่งไป ยังค่ายกลนำส่งที่เชื่อมโยงไปยังสำนักหลิงอวิ๋น เมื่อเปิดใช้ค่ายกลก็ เดินทางไปยังสำนักหลิงอวิ๋นทันที
พอเดินออกมาจากค่ายกลนำส่งของสำนักหลิงอวิ๋น เขาก็ได้ยินเสียง อุทานด้วยความยินดี “เนี่ยเทียนกลับมาแล้ว!”
เพ่งมองไปจึงเห็นว่าสายตาของลูกศิษย์สำนักหลิงอวิ๋นมากมายที่มอง มายังเขาล้วนเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและเคารพเลื่อมใส
ตรงหุบเขาของสำนักหลิงอวิ๋นมีอาวุธวิเศษประเภทบินจอดไว้หลายลำ ฉางเซินจากวังยมบาล หลีจิ้งจากสำนักโลหิต และยังมีพวกฝางฮุยจาก หอหลิงเปุาต่างก็ยืนอยู่ตรงนั้นคล้ายกำลังรอคอยเขา
คนเหล่านั้นล้วนไม่ได้รีบร้อนเดินทางไปยังอาณาจักรเลี่ยคงเพื่อไปพบ เขาอย่างพวกหัวมู่ จงเจิง
ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่าเนี่ยเทียนต้องมาสำนักหลิงอวิ๋นเพื่อมาพบ อาจารย์ของเขา ดังนั้นจึงพากันมารออยู่ที่นี่
“คารวะผู้อาวุโสหลี ผู้อาวุโสทุกท่าน” เนี่ยเทียนกุมมือคารวะ
“ไม่ต้องเกรงใจแล้ว” หลีจิ้งจากสำนักโลหิตโบกมือ ก่อนจะชี้นิ้วไปยัง ภูเขาด้านหลังสำนักหลิงอวิ๋น “สถานการณ์ของอาจารย์เจ้าไม่ค่อยดี เท่าไหร่นัก เจ้ารีบไปดูเถอะ ตอนที่เขาฝุาสู่เขตวิญญาณ จิตวิญญาณที่ แท้จริงของเขาค่อนข้างอ่อนแอ พวกเราหายาที่ช่วยบำรุงวิญญาณส่งไปให้ แต่ดูเหมือนว่าจะช่วยเขาไม่ได้มากนัก”
“วัตถุดิบและยาที่มีประโยชน์ต่อจิตวิญญาณหายากและล้ำค่าเกินไป ของที่พวกเราส่งไปให้ ระดับค่อนข้างต่ำ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่มากพอ” ฝาง ฮุยเอ่ยเบาๆ
“จิตวิญญาณ…” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ แล้วจึงเรียกเรือดาราให้ ทะยานไปยังภูเขาด้านหลัง