ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 783 ความมหัศจรรย์ของผลึกจิตวิญญาณ
ตอนที่ขยับเข้าไปใกล้ภูเขาลูกเตี้ย เรือดารากลับหยุดชะงักกะทันหัน
ภูเขาลูกเตี้ยที่ถูกล้อมวนไปด้วยเมฆหมอกสีขาวเต็มไปด้วยปราณที่ทำ ให้เนี่ยเทียนไม่เป็นสุข ห้วงเวลาของบริเวณที่อยู่ใกล้กับภูเขาลูกเตี้ยถูกปิด ผนึกเอาไว้จึงไม่ไหลหายไปอีก
หมอกควันสีขาวโพลนคล้ายกลายมาเป็นทะเลวิญญาณของอูจี้ที่แฝง เร้นไว้ด้วยความจริงของพลังแห่งเวลา
เขาเพ่งสมาธิมองก็พบว่าเส้นสายตามิอาจมองทะลุหมอกควันไปได้ มิ อาจมองเห็นยอดเขาเล็กเตี้ย แล้วก็มองไม่เห็นเงาร่างของอูจี้อาจารย์เขา
เขานิ่งคิดไปครู่ ก่อนจะสร้างทิพย์จักษุเก้าข้างขึ้นมา
สร้างทิพย์จักษุเก้าข้างเป็นเพียงแค่ภาพมายามิอาจมองเห็นได้ พวก มันลอยไปทางภูเขาลูกเตี้ย ทว่าพอขยับเข้าไปใกล้หมอกสีขาวก็พลันชะงัก กึก
ดูเหมือนว่าทิพย์จักษุจะถูกพลังแห่งเวลาจำกัดเอาไว้เหมือนกัน ทำให้ มิอาจขยับได้
จิตสำนึกของจิตวิญญาณที่สร้างขึ้นมาเป็นทิพย์จักษุไม่สามารถหลุด ออกไปจากทิพย์จักษุได้ จึงไม่สามารถรับสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของอูจี้
ทว่าตัวทิพย์จักษุเองนั้นก็มีความสามารถในการมองเห็นอยู่แล้ว ทิพย์ จักษุเก้าข้างจึงเห็นว่าจุดลึกของหมอกสีขาวมีสมุนไพรและเม็ดยา หลากหลายชนิดลอยตัวอยู่
สมุนไพรและเม็ดยาเหล่านั้นล้วนมีพลังจิตวิญญาณที่อ่อนจาง น่าจะ เป็นยาและวัตถุดิบที่ช่วยในการบำรุงจิตวิญญาณซึ่งพวกฝางฮุย ฉางเซิน ส่งมาให้
เพียงแต่ว่าในความรู้สึกของเนี่ยเทียน จิตวิญญาณของอูจี้เหมือน กระจายตัวออกเป็นเสี้ยวๆ แล้วปะปนอยู่ในหมอกขาวโพลนเหล่านั้น
จิตวิญญาณของอูจี้พร่าเลือนไม่มั่นคง เหมือนไม่มีจิตสำนึกเป็นของ ตัวเอง พวกมันล่องลอยไปทั่วภูเขาลูกเล็กเหมือนกำลังทำความเข้าใจกับ ความลี้ลับของพลังแห่งห้วงเวลา
ยาและวัตถุดิบที่มีพลังจิตวิญญาณแฝงเร้นอยู่จำต้องให้จิตวิญญาณ ของอูจี้เข้ามาสัมผัสโดนเท่านั้นถึงจะแผ่พลังจิตวิญญาณที่อ่อนจางออกมา
ดูเหมือนว่าอูจี้ปิดผนึกร่างกายและจิตวิญญาณของตัวเองไว้ในห้วง เวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ลึกลับบางอย่าง
“อู้!”
พวกฉางเซิน ฝางฮุยและหลีจิ้งพลิ้วกายมายืนอยู่ข้างเรือดาราอย่าง เงียบเชียบ
“เขาอยู่ในสภาพนี้มาพักหนึ่งแล้ว” ฉางเซินเองก็ไม่ล้าขยับเข้าไปใกล้ ภูเขาลูกเตี้ยนั้น สีหน้าเขาซับซ้อนอย่างยิ่ง “ภูเขาลูกเตี้ยที่เขาอยู่เต็มไป
ด้วยพลังแห่งห้วงเวลา ต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่กล้าเข้าไปข้างใน ข้าเคยลองมา ก่อนแล้ว แต่ว่าวิญญาณและร่างกายข้ากลับจมจ่อมอยู่ในนั้น เกือบจะ เดินกลับออกมาไม่ได้”
“ขนาดท่านก็ไม่ได้งั้นรึ?” เนี่ยเทียนตกตะลึง
ฉางเซินแห่งวังยมบาลเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้สำเร็จแล้ว นับเป็นคน แรกของอาณาจักรหลีเทียนที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณในรอบระยะหลายร้อยปี
การเลื่อนขั้นของเขาเป็นอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
ส่วนอูจี้ก็เป็นคนที่สองที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณตามหลังเขา
ทว่าการฝุาทะลุขั้นของอูจี้กลับมีปัญหา เขาเพิ่งเลื่อนขั้นได้ไม่นานก็ ตกอยู่ในสภาพพิเศษอย่างตอนนี้ ตัวเขาเองมิอาจเดินออกมาจากสนาม พลังแห่งเวลาที่เขาสร้างขึ้นมาเองได้
“อาจารย์ของเจ้าฝึกวิชาแห่งห้วงเวลา ซึ่งเป็นวิชาที่หายากของโลก อย่าว่าแต่ดินแดนดาวตกเลย เกรงว่าในอาณาจักรดวงดาวแห่งอื่น พวก สำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งก็คงไม่มีใครทำความเข้าใจได้เช่นเขา” ฉางเซินยิ้มเจื่อน “แล้วก็เพราะอาศัยพลังแห่งห้วงเวลา ตอนนั้นที่เขาอยู่ เขตลี้ลับถึงสามารถสังหารชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดให้ตายอนาถได้”
“ปัญหาที่เขาพบเจอ ไม่มีใครรู้ ข้าเองก็แค่รู้สึกได้รำไรว่าตอนที่เขาฝุา ทะลุขั้น จิตวิญญาณที่แท้จริงอาจเจอปัญหาอะไรบางอย่าง”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วกล่าว “ยาและวัตถุดิบที่ช่วยบำรุงจิตวิญญาณไม่ สามารถช่วยเขาได้ใช่หรือไม่?”
“ข้าคิดว่าน่าจะได้” ฉางเซินพยักหน้า “เพียงแต่ว่ายาวิเศษที่มีผลต่อ จิตวิญญาณนั้นหาได้ยากเกินไป ในดินแดนดาวตก ยาประเภทนี้อาจพอมี ประโยชน์ต่อวิญญาณของเขตสามัญ หรือเขตลี้ลับ แต่สำหรับเขต วิญญาณแล้ว…” เขาถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “ยาและสมุนไพรที่พวกเรา เอามามีพลังจิตวิญญาณจำกัด”
“ข้อนี้ง่ายเลย” เนี่ยเทียนกล่าว
พูดจบก็มีผลึกใสสีดำหลายก้อนลอยออกมาจากในแหวนเก็บของของ เขา
ผลึกใสสีดำที่รูปร่างไม่เท่ากันเหมือนดวงดาวสีดำที่ทยอยกันถูกเนี่ย เทียนโยนไปยังภูเขาลูกเตี้ยที่อยู่เบื้องหน้า
ผลึกใสสีดำแต่ละก้อนล้วนมีพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์เปี่ยมล้นยิ่งกว่า ในสมุนไพรและยาที่พวกฉางเซินหามาไม่รู้กี่เท่า
พวกฝางฮุย หลีจิ้งใช้กระแสจิตวิญญาณรับสัมผัสเล็กน้อยก็พลันตัวสั่น สะท้าน
พวกเขาสัมผัสได้ว่าในผลึกใสสีดำทุกก้อนมีพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถผสานรวมเข้ากับจิตวิญญาณที่แท้จริงได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ จิตวิญญาณที่แท้จริงนำไปหล่อหลอมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ตัวเองได้
พลังจิตวิญญาณที่อยู่ในผลึกใสสีดำไม่มีสิ่งเจือปนอยู่แม้แต่เสี้ยวเดียว ราวกับว่าไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตใดก็ล้วนสามารถดูดซับมัน ไปได้
“เนี่ยเทียน ผลึกนั่นคืออะไรรึ?” ฝางฮุยถามขึ้นอย่างอดใจไม่ไหว
“ผลึกจิตวิญญาณ” เนี่ยเทียนอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ “วัตถุชิ้นนี้สามารถ เอามาชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริงได้ ตามคำบอกของคนจากดินแดน ปราการดวงดาว ในดินแดนดวงดาวของพวกเขา ผลึกจิตวิญญาณนับเป็น ของที่หาได้ยากมาก ข้าโชคดีเก็บเอาผลึกจิตวิญญาณมาได้บางส่วน ซึ่งมัน น่าจะช่วยอาจารย์ของข้าได้”
ผลึกจิตวิญญาณก้อนแล้วก้อนเล่าบินเข้าไปหาภูเขาลูกเตี้ย พอสัมผัส โดนหมอกสีขาวกลับไม่ได้ร่วงดิ่งลง
ผลึกจิตวิญญาณสีดำเหมือนดวงดาวสีดำสนิทที่ลอยเข้าไปในจุดลึก ของกลุ่มหมอกก็ปลดปล่อยแสงสีดำเจิดจ้า
พอสัมผัสเข้ากับผลึกจิตวิญญาณเหล่านั้น จิตวิญญาณที่ล่องลอยไป รอบด้านของอูจี้ก็พลันบินเข้าไปในผลึกจิตวิญญาณพวกนั้นอย่าง มหัศจรรย์ ทำให้ด้านในผลึกจิตวิญญาณสีดำแต่ละก้อนมีเงาวิญญาณของ อูจี้ลอยขึ้นมา
ผลึกจิตวิญญาณที่เนี่ยเทียนเก็บมาจากก้นทะเลสาบมีทั้งหมดสองร้อย กว่าก้อน ครั้งนี้เขาเอาโยนไปที่ภูเขาลูกเตี้ยทีเดียวห้าสิบก้อน
เวลานี้ผลึกจิตวิญญาณทั้งห้าสิบก้อนนั้นมีสามสิบกว่าก้อนที่ด้านในมี เงาวิญญาณพร่าเลือนของอูจี้ลอยขึ้นมา
ขอแค่กระแสจิตวิญญาณที่อูจี้แบ่งออกมาสัมผัสโดนผลึกจิตวิญญาณก็ เหมือนจะผสานรวมกับพลังจิตวิญญาณที่อยู่ข้างในผลึกจิตวิญญาณได้ จึง ก่อเกิดขึ้นมาเป็นเงาวิญญาณของเขา
ริมขอบของภูเขาลูกเตี้ย พวกฝางฮุยที่เห็นว่าด้านในผลึกจิตวิญญาณมี เงาวิญญาณของอูจี้ลอยขึ้นมาไม่หยุดก็ให้รู้สึกตื่นตะลึงอย่างหนัก
“กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งสามารถสร้างขึ้นเป็นเงาวิญญาณได้เงา หนึ่ง ในผลึกพวกนั้นต้องมีพลังจิตวิญญาณที่มากล้นจนน่าตกใจแน่นอน!” หลีจิ้งอิจฉาอย่างมาก “พลังจิตวิญญาณในผลึกบริสุทธิ์จนไม่มีสิ่งเจือปน มีเพียงแบบนี้เท่านั้นถึงทำให้กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของอูจี้จำแลง ขึ้นมาเป็นรูปร่างดั้งเดิมของเขาได้”
“หากพลังจิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณมีปราณอย่างอื่นเจือปน เงา วิญญาณที่อูจี้จำแลงออกมาก็จะมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไป”
ฉางเซินพยักหน้ารับเบาๆ “ข้ารู้สึกว่าอูจี้ยังทำความเข้าใจอยู่กับ ความลับของพลังแห่งเวลา เพียงแต่ว่าการทำความเข้าใจกับวิชานี้ต้องใช้ จิตวิญญาณมากเกินไป ทำให้เขาสูญเสียพลังจิตวิญญาณไปมากมหาศาล ถึงทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาอ่อนกำลังจนกระจายตัวจากกัน มิ อาจกลับมารวมเป็นหนึ่ง เป็นเหตุให้ไม่สามารถหลุดพ้นออกมาจากเขต แดนที่เขาสร้างขึ้นได้”
“ผลึกจิตวิญญาณที่เจ้าโยนเข้าไปช่วยให้พลังจิตวิญญาณของเขา แข็งแกร่ง เงาวิญญาณของเขาที่ลอยขึ้นมาในผลึกจิตวิญญาณก็คือ หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพลังจิตวิญญาณของเขากำลังแกร่งขึ้นอย่าง รวดเร็ว”
“มีผลึกจิตวิญญาณพวกนั้น ข้าก็รู้สึกว่าปัญหาของเขาน่าจะคลี่คลาย ลงได้”
“พรวด!”
สัตว์วิเศษตัวหนึ่งพลันบินมาจากท้องฟูาทิศไกล และพริบตาเดียวก็มา ปรากฏตัวอยู่เหนือภูเขาลูกเตี้ย
“สัตว์สายฟูานิลกาฬ!”
เนี่ยเทียนมองปราดเดียวก็รู้ว่าสัตว์วิเศษตัวนั้นก็คือสัตว์สายฟูานิล กาฬที่อาจารย์ของเขาเลี้ยงเอาไว้
เวลาผ่านไปนานหลายปี สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับห้าได้เลื่อนขั้นมาสู่ ระดับหกแล้ว
สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับหกมีความสามารถเท่าเทียมกับเขตลี้ลับของ เผ่ามนุษย์
ดวงตาของสัตว์สายฟูานิลกาฬจ้องเขม็งไปยังผลึกจิตวิญญาณที่ลอย อยู่ในหมอกขาว สายตานั้นแฝงความปรารถนาและโลภมาก แต่เห็นได้ชัด ว่ามันเองก็รู้ว่าผลึกจิตวิญญาณพวกนั้นมีความสำคัญต่ออูจี้อย่างมาก จึง ไม่กล้าเข้าไปแย่งชิง
มันได้แต่เบิกตากว้างมองผลึกจิตวิญญาณแต่ละก้อนอย่างกระหาย ใคร่
“เจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ก็ต้องการผลึกจิตวิญญาณด้วยรึนี่” เนี่ยเทียน หัวเราะเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกสัตว์สายฟูานิลกาฬให้มาหา “มานี่!”
สัตว์สายฟูานิลกาฬก็จำเขาได้ พอเห็นเขากวักมือ สายตามันฉาย ความดูหมิ่น และไม่มีท่าทีว่าจะขยับเข้าใกล้
“ปีนั้นเจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้เคยมีบุญคุณกับข้า มันเคยช่วยข้าอยู่ หลายครั้ง” เนี่ยเทียนคลี่ยิ้ม ก่อนจะหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณห้าก้อน ออกมาจากในแหวนเก็บของ แล้วกวักมือเรียกสัตว์สายฟูานิลกาฬอีกครั้ง
พอเห็นผลึกจิตวิญญาณ สัตว์สายฟูานิลกาฬก็ดีใจขึ้นมาทันควัน ใน ที่สุดมันก็กางปีกบินมาหาเขา
ดูเหมือนมันจะรู้ว่าพวกฉางเซิน หลีจิ้งที่สร้างภัยคุกคามให้กับมันได้ไม่ คิดจะทำอะไรกับมัน ดังนั้นมันจึงไม่เป็นกังวล
รอจนสัตว์สายฟูานิลกาฬขยับเข้ามาใกล้ เนี่ยเทียนก็โยนผลึกจิต วิญญาณห้าก้อนออกไป
สัตว์สายฟูานิลกาฬอ้าปากเขมือบผลึกจิตวิญญาณห้าก้อนเข้าปากไป ในคราวเดียว
มันเปล่งเสียงร้องคำรามที่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่ามันดีใจอย่างบ้าคลั่ง ออกมาครั้งหนึ่ง ไม่รอให้เนี่ยเทียนเอ่ยถาม มันก็บินกลับไปยังท้องฟูาที่อยู่ ด้านหลังของภูเขาลูกเตี้ยคล้ายรีบร้อนอยากชุบหลอมผลึกจิตวิญญาณห้า ก้อนให้ได้โดยเร็วที่สุด
“ผลึกจิตวิญญาณก็มีแรงดึงดูดที่รุนแรงกับสัตว์วิเศษถึงเพียงนี้เชียว หรือ” หลีจิ้งตกตะลึง
“สัตว์วิเศษเองก็มีจิตวิญญาณ พลังจิตวิญญาณในผลึกจิตวิญญาณ พวกนั้นบริสุทธิ์ไร้ราคี เห็นได้ชัดว่าสัตว์วิเศษก็สามารถเอาไปชุบหลอม ได้” ฉางเซินหรี่ตากล่าว “ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของสัตว์วิเศษ จะยิ่งทำให้สัตว์วิเศษมีสติปัญญา ช่วยให้สายเลือดของสัตว์วิเศษฝุาทะลุ
ขั้นได้เร็วขึ้น ตอนนี้มันมีสายเลือดระดับหก ผลึกจิตวิญญาณห้าก้อนอาจ ช่วยให้มันเลื่อนสู่สายเลือดระดับเจ็ดก็เป็นได้”
“วัตถุล้ำค่าเช่นนี้ เอามาให้เจ้าสัตว์วิเศษตัวนั้น ช่างสิ้นเปลืองยิ่งนัก” ฝางฮุยทอดถอนใจ
“ไม่น่าเสียดายหรอก จะอย่างไรซะมันก็เป็นสัตว์ที่อาจารย์ข้าเลี้ยงไว้ และมันก็เคยช่วยชีวิตข้า” เนี่ยเทียนยิ้ม จากนั้นก็สัมผัสได้ว่าในผลึกจิต วิญญาณที่เงาวิญญาณของอูจี้ปรากฏขึ้นเริ่มมีจิตสำนึกที่ชัดเจนก่อเกิด ขึ้นมา
ทันใดนั้นจิตวิญญาณของเขาและอูจี้ก็เชื่อมโยงเข้าด้วยกันทันที