ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 784 มองย้อนไปในอดีต!
วินาทีที่จิตวิญญาณของเนี่ยเทียนและอูจี้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อูจี้ก็ อธิบายให้เขาเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนที่อูจี้เลื่อนสู่เขตวิญญาณได้สำเร็จ ความเข้าใจที่เขามีต่อพลังแห่ง ห้วงเวลาก็เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด!
ตอนที่อูจี้เลื่อนขั้น เขาอยู่ในห้วงแห่งเจตนารมณ์ที่ลึกลับอย่างหนึ่ง เมื่ออยู่ในห้วงแห่งเจตนารมณ์นั้น กระแสจิตวิญญาณของอูจี้เหมือนได้ ล่องลอยไปในธารแห่งกาลเวลาอันยาวไกล
ท่ามกลางห้วงแห่งเจตนารมณ์นี้ พลังจิตวิญญาณของอูจี้ได้ไหลหายไป อย่างบ้าคลั่ง ทว่าอูจี้กลับ…ได้มองย้อนกลับไปในอดีต!
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับเขาหลิงอวิ๋นในช่วงเวลา หลายสิบปีที่ผ่านมา อูจี้ล้วนมองเห็นอย่างชัดเจนและครอบคลุมประดุจ ทวยเทพแห่งกาลเวลา
อูจี้ให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ
เนี่ยจิ่นมารดาของเขาก็ได้รับความสำคัญจากอูจี้ยิ่งกว่าใคร!
อดีตกาลที่ผ่านพ้นไปแล้ว อูจี้มองเห็นว่าเนี่ยจิ่นได้พบเจอกับคนผู้หนึ่ง …
คนผู้นั้นต่อให้เข้ามาอยู่ในห้วงแห่งเจตนารมณ์ของกาลเวลาที่ มหัศจรรย์ของอูจี้ก็ยังเป็นเพียงแค่เงาร่างพร่าเลือน ไม่สามารถมองเห็น รูปร่างหน้าตาของเขาได้ชัด
และคนผู้นั้นก็เป็นเพียงผู้เดียวที่อูจี้มิอาจมองเห็นได้ชัดเจน
ตามคำบอกของอูจี้ เวทลับห้วงเวลาที่เขาบรรลุมาจะทำให้เขาเข้าไป ในห้วงแห่งเจตนารมณ์ที่มหัศจรรย์ได้ในบางครั้ง และเขาจะสามารถ มองเห็นทุกเหตุการณ์และทุกคนที่อยู่ในอดีตหลายสิบปีได้อย่างชัดเจน ทว่าการที่เขามองเห็นคนผู้นั้นได้ไม่ชัดก็บอกได้อย่างเดียวว่าความ แข็งแกร่งของคนผู้นั้นมีมากจนพลังแห่งห้วงเวลาก็ยังมิอาจแตะต้องได้
ภายใต้การลอบมองของอูจี้ คนผู้นั้นเป็นเพียงเงาพร่าเลือน เขาได้รู้จัก และผูกสมัครรักใคร่กับเนี่ยจิ่น คนทั้งคู่เดินทางท่องเที่ยวชื่นชมทัศนียภาพ กันอย่างหวานชื่น
ทว่าเขาอยู่กับเนี่ยจิ่นได้ไม่นานก็หายตัวไปอย่างลึกลับ
ภายหลังอูจี้เห็นเนี่ยจิ่นตั้งครรภ์และรอคอยให้คนผู้นั้นกลับคืนมา อย่างระทมทุกข์
ทว่าสุดท้ายแล้วเนี่ยจิ่นก็มิอาจรอจนได้เห็นคนผู้นั้นกลับมา นางให้ กำเนิดเนี่ยเทียนได้ไม่นานก็สิ้นใจ
เนี่ยจิ่นถูกฝังอยู่ในตระกูลเนี่ย
ทว่าเรื่องพวกนี้กลับไม่ใช่เรื่องที่ทำให้อูจี้แปลกใจ
ที่ทำให้กระแสจิตวิญญาณซึ่งแยกตัวกันและยังไม่ทันได้รวมเป็นหนึ่ง ของอูจี้รีบร้อนบอกเล่าเรื่องราวให้เนี่ยเทียนฟังนั้นคืออีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องที่ทำให้อูจี้ตะลึงลานได้อย่างแท้จริง!
หลังจากที่เนี่ยเทียนลืมตาดูโลกได้ไม่นาน อูจี้ที่อยู่ในห้วงเวลาแห่ง อดีตกาลก็ได้เห็นเงาที่พร่าเลือนนั่นอีกครั้ง
เงาร่างนั้นเดินทางไปยังสุสานที่คนตระกูลเนี่ยฝังศพของเนี่ยจิ่นเอาไว้
หลังจากที่เขามาถึง ศพของเนี่ยจิ่นที่เดิมทีตายไปได้ช่วงระยะเวลา หนึ่งแล้วกลับคล้ายฟื้นคืนมามีชีวิตอีกครั้ง!
เงาร่างนั้นเอาศพของเนี่ยจิ่นที่ตายไปขึ้นมาจากหลุม เนี่ยจิ่นที่บิน ออกมาจากหลุมศพไม่ต่างอะไรจากที่ตอนมีชีวิตอยู่แม้แต่น้อย ผิวพรรณ ของนางเปล่งปลั่งราวหยกใส ไฟแห่งจิตวิญญาณของเนี่ยจิ่นก็ลุกไหม้ ขึ้นมาอีกครั้ง พลังชีวิตก็ปรากฏขึ้นมาใหม่อีกรอบ!
เขาพาตัวเนี่ยจิ่นไป กลบหลุมฝังศพให้อยู่ในสภาพเดิมและจากไปอีก ครั้ง
ทว่าก่อนที่เขาและเนี่ยจิ่นจะจากไป คนทั้งสองได้ไปดูเนี่ยเทียนที่ยัง เป็นเด็กทารกร่วมกันหนึ่งครั้ง
ตอนนั้นเนี่ยเทียนยังอยู่ในการดูแลอย่างเอาใจใส่ของเนี่ยเฉี่ยน
ทว่าตอนที่คนผู้นั้นพาเนี่ยจิ่นเดินมาถึงห้องเนี่ยเทียน เนี่ยเฉี่ยนกลับ หลับลึก ทุกคนของตระกูลเนี่ยที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็หลับใหลไม่รู้เรื่อง รู้ราวเลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น
และในห้องนั้น เนี่ยจิ่นที่ตายไปนานแล้วกลับลืมตาขึ้นมา
เนี่ยจิ่นที่ฟื้นคืนชีพจ้องมองเนี่ยเทียนพร้อมกับคนผู้นั้น คนทั้งสองมอง ลูกของตัวเองอยู่นานหลายชั่วยาม
อูจี้มองเห็นทุกการกระทำของเนี่ยจิ่น มองเห็นว่าเนี่ยจิ่นโอบอุ้มเนี่ย เทียนที่ยังเป็นทารกเอาไว้ เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของนาง ทว่ากลับมองไม่ เห็นคนผู้นั้น และไม่ได้ยินประโยคใดๆ จากปากคนผู้นั้นแม้แต่ประโยค เดียว
สุดท้ายคนทั้งสองก็จากไปก่อนที่ฟูาจะสาง
นับแต่นั้นมาพวกเขาก็หายไปจากอาณาจักรหลีเทียนตลอดกาล และ เหมือนว่าจะไม่ได้หวนคืนกลับมาอีก
นี่ต่างหากถึงจะทำให้วิญญาณของอูจี้ที่ยังไม่ทันรวมตัวกันก็รีบร้อน ถ่ายทอดเรื่องนี้ให้กับเนี่ยเทียนฟัง
ข้างภูเขาลูกเตี้ย เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนเรือดาราไหล่สั่นสะท้านน้อยๆ เขาหลับตาลง ทว่าในร่องดวงตากลับมีน้ำตาไหลรินออกมาไม่หยุด
“ท่านแม่ไม่ได้ตาย เขาไม่ได้ทรยศท่านแม่ เพียงแต่มาช้าไปเท่านั้น”
หลายปีที่ผ่านมานี้ ในใจของเนี่ยเทียนมีความเจ็บแค้นคนผู้นั้นอยู่ ตลอดเวลา
นับตั้งแต่ที่เขาเริ่มตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของสายเลือดแห่ง ชีวิต รู้ว่าสายเลือดแห่งชีวิตของเขามาจากคนผู้นั้น เขาก็รู้แล้วว่าคนผู้นั้น ไม่ใช่คนธรรมดา
ในเมื่อไม่ใช่คนธรรมดา ทั้งยังมีพลังที่น่ากลัว แต่เหตุใดถึงปล่อยให้ ท่านแม่ตายไปโดยไม่ทำอะไร?
หลายปีที่ผ่านมา เหตุใดถึงไม่เคยกลับคืนมาตามหาตน?
เขาคิดมาตลอดว่าคนผู้นั้นทรยศท่านแม่ ทอดทิ้งตนเอง
จนกระทั่งบัดนี้
เมื่ออูจี้ฝุาทะลุขอบเขตอันเป็นกุญแจสำคัญที่สุดและในเข้าไปยังห้วง แห่งเจตนารมณ์ที่พิเศษ จนกระทั่งสามารถเดินทางย้อนกลับไปมอง เหตุการณ์ในอดีต ปมที่อยู่ในใจของเขา ทิฐิที่อยู่ในใจของเขาก็คล้าย กระจกที่แตกออกอย่างเงียบเชียบ
แท้จริงแล้วมารดาของเขายังไม่ตาย
เรื่องที่นางตายและกลับมามีชีวิตอีกครั้งเป็นเพียงคำเล่าลือที่เลื่อน ลอย เมื่อก่อนเขาไม่เคยเชื่อ
ทว่ามาบัดนี้ เขากลับเลือกที่จะเชื่อ
เขาเชื่อในตัวอูจี้อาจารย์ของเขา ในเมื่ออูจี้เลือกที่จะเล่าภาพ เหตุการณ์นั้นให้เขาฟังในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ ก็แสดงว่ามันต้องเคย เกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยิ่งได้ตระหนักถึงความลี้ลับของสายเลือดแห่งชีวิต เขาก็ยิ่ง เข้าใจว่าสายเลือดแห่งชีวิตมีความมหัศจรรย์มากเพียงไหน
สายเลือดแห่งชีวิตที่ผสานรวมกับเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ เมื่อฝึกไปได้ ถึงขีดสูงสุด เลือดสดหยดเดียวก็สามารถทำให้เส้นเอ็นและอวัยวะภายใน ของเขาถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ มีเลือดเนื้อและกระดูกงอกขึ้นมาอีกครั้ง นี่ยัง ไม่นับเป็นการเกิดใหม่อีกหรือ?
ในเมื่อสายเลือดแห่งชีวิตของเขามาจากคนผู้นั้น การที่คนผู้นั้นทำให้ มารดาของเขาซึ่งตายไปแล้วหวนคืนมาชีวิตได้ใหม่ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ เป็นไปไม่ได้
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้วยว่าที่มารดาของเขาตายไปครั้งนั้นก็เป็นเพราะว่า ก่อนหน้าที่เขาจะลืมตาดูโลก เนื่องจากสายเลือดแห่งชีวิตได้ค่อยๆ ก่อตัว เข้าด้วยกันจึงดึงเอาพลังชีวิตทั้งหมดในร่างของมารดาไป ทำให้มารดา ของเขาถูกบีบให้ต้องตายก่อนกำหนด
แต่ตอนนี้เขาเชื่อว่าการที่นางตายไปก่อนหน้านี้ บางทีอาจไม่ได้เป็น การตายในความหมายที่แท้จริง
คนผู้นั้นน่าจะรู้แต่แรกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นจึงวางแผนรับมือ เอาไว้นานแล้ว
รู้ว่าคนผู้นั้นไม่ได้ทรยศมารดา รู้ว่ามารดายังมีชีวิต แต่เพียงเพราะ สาเหตุบางประการจึงต้องไปจากอาณาจักรหลีเทียนพร้อมคนผู้นั้น หัวใจ เขาก็พลันปลื้มปิติ ขณะเดียวกันพันธนาการที่กางกั้นการฝุาขอบเขตของ เขาก็ได้ทลายลงอย่างง่ายดาย
ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาเป็นจุดแรกที่บังเกิดคลื่นลูก ยักษ์โถมตัว
ปมในใจถูกคลายลงก็คล้ายได้เร่งรัดชุบหลอมตราประทับทางจิต วิญญาณของเขา ทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริงถูกนาบประทับไว้ด้วยความ ทรงจำที่ลึกล้ำที่สุด ทำให้สภาพจิตใจของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง
จิตวิญญาณที่แท้จริง จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวง มหาสมุทรจิต วิญญาณต่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ
ผลึกจิตวิญญาณหลายก้อนถูกเขาเอาออกมาจากในแหวนเก็บของ และมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ดูดซับเอาพลังจิตวิญญาณในผลึกจิต วิญญาณไปอย่างเป็นธรรมชาติ
แทบจะขณะเดียวกัน โอสถวิญญาณในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถีย นของเขา น้ำวนต่างธาตุสามลูกก็รับเอาพลังงานใหม่มาอย่างบ้าคลั่ง หมายจะชุบหลอมพลังงานเหล่านั้น ทำให้น้ำวนทั้งสามเกิดการแปรสภาพ ต่อไป
เนี่ยเทียนตัวสั่นสะท้าน เข้าใจโดยพลันว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงรีบหยิบ เอาหยกวิเศษออกมาพร้อมกับหินวิเศษต่างธาตุอีกหลายก้อน
รอบด้าน
ฉางเซินจากวังยมบาล หลีจิ้งจากสำนักโลหิต ฝางฮุยและเจียงจือซู ต่างก็มองมายังเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
“นี่คือ…” เจียงจือซูกล่าวน้ำเสียงตื่นเต้น
“ดูเหมือนเขาจะหลุดพ้นพันธนาการทางจิตใจ ทำลายปราการที่กาง กั้นขอบเขตไว้ได้ เลื่อนสู่เขตสามัญช่วงกลางในพริบตา” ฉางเซินสีหน้า ฉงนสนเท่ห์ “ข้าแค่รู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขากับอูจี้มีการพูดคุยกัน แต่ ข้าไม่รู้ว่าอูจี้พูดอะไรกับเขา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเกิดความสะเทือน อารมณ์อย่างลึกล้ำจึงฝุาทะลุขั้นได้โดยตรงเช่นนี้!”
ฝางฮุยกล่าวอย่างตกตะลึง “ทำไมถึงได้เร็วขนาดนี้?”
“หากไม่ผิดจากที่คาด ก่อนหน้านี้จิงชี่เสินของเขาน่าจะเปี่ยมล้นถึงขีด สุดแล้ว และอยู่ในสภาพที่พร้อมเลื่อนสู่เขตสามัญช่วงกลางได้ทุกเมื่อ” ฉางเซินส่ายหน้าเบาๆ “มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน มหาสมุทรจิต วิญญาณ และร่างกายของเขาได้เตรียมการพร้อมสำหรับเลื่อนขั้นมาไว้ แล้ว เพียงแค่ขาดโอกาสเหมาะๆ เท่านั้น ประโยคที่อูจี้พูดกับเขาคงเป็น โอกาสเหมาะๆ ที่ว่านั่น เลยผลักให้เขาเลื่อนสู่เขตสามัญช่วงกลางได้อย่าง พอเหมาะพอเจาะ”
“อูจี้พูดอะไรกับเขากันแน่?” ฝางฮุยใคร่รู้อย่างหนัก เขาอยากจะแล่น ไปลากตัวอูจี้ออกมาจากภูเขาลูกเตี้ยแล้วถามให้รู้ชัดกันไปเลย
แต่เขาเข้าใจดีว่า การที่อูจี้สื่อสารผ่านทางจิตวิญญาณกับเนี่ยเทียน ย่อมเสียพลังจิตวิญญาณไปไม่นาน เวลานี้มิอาจไปรบกวนเขาได้อีก
“ไม่เสียแรงที่อูจี้คืออาจารย์ผู้ขึ้นชื่อแห่งดินแดนดาวตก” ฉางเซินเอ่ย ชื่นชม รู้สึกนับถืออีกฝุายอย่างถึงที่สุด
ลำพังเพียงแค่การสื่อสารผ่านทางจิตวิญญาณง่ายๆ ไม่กี่คำก็สร้าง ความสะเทือนอารมณ์ให้กับเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนฝุาทะลุขั้นในชั่ว พริบตา การสั่งสอนที่อูจี้มีต่อลูกศิษย์นับว่าเป็นเอกล้ำเลิศในดินแดนดาว ตก!
ทุกคนพากันทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง
“ก่อนหน้าเนี่ยเทียน อูจี้ยังมีลูกศิษย์อีกสองคน พอลูกศิษย์ทั้งสอง ของเขาไปจากอาณาจักรหลีเทียนก็ไม่เคยปรากฏตัวในแปดอาณาจักรที่
เหลือ” ฝางฮุยหรี่ตา “ข้าได้ยินมาว่าลูกศิษย์สองคนของเขาทยอยกันไปที่ เทือกเขาฮว้านคง จากนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นพวกเขาอีก”
“ตอนนี้ข้าอยากรู้มากๆ ว่า คนทั้งสองไปอยู่ที่ไหน แล้วตอนนี้มี ขอบเขตอะไร”
พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ทุกคนถึงนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ก็มีบุคคลที่มี พรสวรรค์เลิศล้ำสองคนซึ่งเคยอยู่กับอูจี้มาช่วงเวลาหนึ่ง
คนทั้งสองเคยมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่พักใหญ่ ทว่าสุดท้ายกลับหายตัวไป ราวดอกราตรีที่บานแค่ชั่วข้ามคืน
ฝางฮุยเองก็เคยถามอูจี้ ทว่าตอนที่อูจี้พูดถึงลูกศิษย์สองคนนั้นสีหน้า ของเขากลับหม่นหมอง บอกเพียงว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าคนทั้งสองไปที่ไหน แต่เชื่อว่าพวกเขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ฝางฮุยจึงอยากรู้มากว่าหากคนทั้งสองยังอยู่ พวกเขาจะกลาย มาเป็นที่จับตามองเช่นเนี่ยเทียนหรือไม่?