ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 785 เลื่อนขอบเขต! เหตุเปลี่ยนแปลง!
การฝ่าทะลุขอบเขตเล็กๆ มักจะไม่ชักนำการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้า พลิกดินใดๆ มีเพียงการเลื่อนขั้นระดับใหญ่เท่านั้นถึงจะทำให้มีการ เปลี่ยนแปลง
การที่เนี่ยเทียนเลื่อนขั้นจากเขตสามัญช่วงต้นมาสู่ช่วงกลางก็เป็น เพียงแค่การพัฒนาในขอบเขตเล็กๆ เท่านั้น
และการเลื่อนขั้นของเขาก็ราบรื่นเกินคาดคิด
เมื่อผลึกจิตวิญญาณห้าก้อนทยอยกันแตกออกเป็นผุยผงและลอด หายไปจากนิ้วมือของเขา ความผิดปกติมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ สงบลงอย่างรวดเร็ว
จิตวิญญาณที่แท้จริง จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงของเขาถูกชุบ หลอมเพียงรอบเดียวเท่านั้น
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงของเขายิ่งเปล่งประกายเจิดจ้า ขนาด ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ทว่าคุณภาพกลับยังไม่เปลี่ยนแปลงไป
จากข้อมูลเกี่ยวกับจิตวิญญาณแห่งดวงดาวที่บันทึกไว้ในตราประทับ สะเก็ดดาวดวงที่สอง เมื่อจิตวิญญาณแห่งดวงดาวแข็งแกร่งได้ถึงระดับ หนึ่งแล้วดูเหมือนว่ามันจะมีความลี้ลับคล้ายคลึงกับจิตวิญญาณที่แท้จริง
ต่อให้จิตวิญญาณที่แท้จริงจะมอดดับ ขอแค่มีจิตวิญญาณแห่ง ดวงดาวเหลืออยู่อีกหนึ่งดวง เนี่ยเทียนก็สามารถสร้างต้นกำเนิดแห่งจิต วิญญาณขึ้นมาได้ใหม่
ทว่าตอนนี้การชุบหลอมของจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวงกลับยัง อยู่ไกลเกินกว่าจะถึงจุดนั้น
แต่จิตวิญญาณที่แท้จริงของเนี่ยเทียนที่พอผ่านการชุบหลอมครั้งนี้ กลับมีการเปลี่ยนแปลงที่เล็กละเอียดบางอย่างเกิดขึ้น
เดิมทีจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาเป็นภาพมายาพร่าเลือน ทว่าตอนที่ เขาฝ่าทะลุสู่เขตสามัญช่วงกลาง ภายในของจิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งพร่า เลือนของเขากลับมีเส้นลวดลายที่เล็กละเอียดจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏ ขึ้น
เส้นลวดลายเหล่านั้นคือเส้นของจิตวิญญาณที่ผ่านการชุบหลอมให้ บริสุทธิ์ ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในจิตวิญญาณที่แท้จริง เป็นราวกับเส้นชีพ จรที่ซับซ้อนในร่างกายมนุษย์
“นับแต่เขตสามัญเป็นต้นมา การฝ่าทะลุขั้นแต่ละครั้งจะเริ่มเกี่ยวข้อง กับจิตวิญญาณอย่างแนบแน่น ทุกครั้งที่มีการเลื่อนขั้น มหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียนอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จิตวิญญาณที่แท้จริงจะ มีความมหัศจรรย์อย่างใหม่เกิดขึ้น”
เนี่ยเทียนพลันกระจ่างแจ้ง
เขาหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณอีกก้อนออกมาโดยอัตโนมัติ
คราวนี้เขาจงใจไม่ใช่จิตวิญญาณแห่งดวงดาวเก้าดวง แต่ทดลองใช้จิต วิญญาณที่แท้จริงมาดึงเอาพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในผลึกจิตวิญญาณไป แทน
เขามองเห็นทันทีว่าเส้นจิตวิญญาณในจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขา เริ่มทำการดูดซับพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในผลึกจิตวิญญาณไปราวกับ ฟองน้ำซับน้ำ
ความเร็วเวลาพลังจิตวิญญาณบินเข้าไปหาจิตวิญญาณที่แท้จริง เพิ่มขึ้นจากตอนที่เขาอยู่เขตสามัญช่วงต้นเยอะมาก
“ที่แท้คำว่าจิตวิญญาณก็คือเอาจิตสำนึกทั้งหมดมารวบรวมขึ้นเป็น จิตวิญญาณที่แท้จริง เมื่อแรกเริ่ม จิตวิญญาณที่แท้จริงอยู่ในลักษณะของ ภาพมายาที่จับต้องไม่ได้ แต่เมื่อขอบเขตฝ่าทะลุ จิตวิญญาณที่แท้จริง แข็งแกร่ง เส้นจิตวิญญาณที่เกิดจากการหลอมรวมของพลังจิตวิญญาณก็ จะแผ่ไปทั่วร่างวิญญาณเหมือนเส้นชีพจรในร่างกายของมนุษย์ แล้ว หลังจากนั้น จิตวิญญาณที่แท้จริงก็จะกลายมาเป็นวัตถุที่ก่อตัวกันออกมา เหมือนอวัยวะภายในของมนุษย์หรือไม่?”
“การรวมตัวขึ้นเป็นจิตวิญญาณที่แท้จริง เปลี่ยนจากเดิมทีที่ไม่มีมา เป็นมี จากนั้นก็ผ่านการชุบหลอมครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างวิญญาณเกิดการ แปรสภาพอย่างต่อเนื่อง เส้นจิตวิญญาณเป็นเหมือนเส้นชีพจร ก้อนจิต วิญญาณเป็นเหมือนอวัยวะภายใน จิตวิญญาณที่แท้จริงจะค่อยๆ กลาย มาเป็นเหมือนร่างของตัวจริง มองดูเหมือนเป็นภาพมายา ทว่าเส้นจิต วิญญาณและก้อนจิตวิญญาณกลับมีความมหัศจรรย์เสียยิ่งกว่าเลือดเนื้อที่ แท้จริง นั่นเป็นเหตุให้พลังจิตวิญญาณเริ่มกร้าวแกร่ง…”
เนี่ยเทียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของจิตวิญญาณที่แท้จริงอย่าง ละเอียดคล้ายจับทิศทางการฝึกตนในอนาคตได้อย่างฉับพลัน ราวกับว่า แม้แต่การฝ่าทะลุขอบเขตในครั้งหน้า จิตวิญญาณที่แท้จริงจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงที่มหัศจรรย์แค่ไหน เขาก็เหมือนจะคาดการณ์ไว้ได้ล่วงหน้า แล้ว
การฝ่าทะลุขอบเขตเล็กๆ ของเขตสามัญแต่ละครั้งจะมีความอัศจรรย์ เช่นไร อูจี้ไม่เคยบอกเขามาก่อน
แต่ตอนที่จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง เขา ก็ค้นพบว่าไม่จำเป็นต้องให้ใครมาอธิบายให้ฟัง สิ่งที่ต้องปรากฏจะ อย่างไรก็ต้องปรากฏ เขาแค่รอรับมันก็พอ
กระแสจิตวิญญาณของเขาเคลื่อนไปทำการสำรวจมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียนอย่างละเอียดอีกครั้ง
โอสถวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นมาตอนเลื่อนสู่เขตสามัญยังคงมีขนาดเท่า กำปั้น อยู่ในลักษณะของของเหลว ด้านในมีพลังวิญญาณไหลรินราว กระแสน้ำ
ขนาดของโอสถวิญญาณไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทว่าในความรู้สึกของ เขา พลังวิญญาณที่โอสถวิญญาณสามารถรองรับได้มีการแผ่ขยายไปอีก หลายเท่า
ก่อนหน้าที่เขายังไม่ฝ่าทะลุขั้น พลังวิญญาณเปี่ยมล้นอยู่ในโอสถ วิญญาณ และไม่สามารถรองรับพลังวิญญาณได้อีกแม้แต่เสี้ยวเดียว
ทว่าเวลานี้เอง เขามองเห็นว่าพลังวิญญาณในโอสถวิญญาณกินพื้นที่ ในโอสถวิญญาณเพียงแค่หนึ่งในห้าเท่านั้น นี่หมายว่าขนาดของโอสถ วิญญาณไม่ได้เปลี่ยนแปลง ทว่าพื้นที่ว่างที่อยู่ข้างในกลับมีขนาดเพิ่มขึ้น จากเดิมห้าเท่า
ขอแค่เขารวบรวมพลังวิญญาณช้าๆ เติมโอสถวิญญาณให้เต็ม ถ้า เช่นนั้นพลังวิญญาณที่เขาสามารถเอามาใช้ได้ก็จะมากกว่าเก่าถึงห้าเท่า
จากนั้นจิตสำนึกของเขาก็มารวมกันอยู่ที่น้ำวนพลังวิญญาณต่างธาตุ สามลูก
น้ำวนพลังวิญญาณสามลูกยังคงโคจร ทะเลสาบวิญญาณตรงก้นของ น้ำวนที่รองรับพลังวิญญาณสามธาตุก็ขยายขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง ประมาณสามเท่า
ไม่ว่าจะเป็นโอสถวิญญาณหรือทะเลสาบวิญญาณตรงก้นน้ำวนทั้งสาม ต่างก็มีสภาพเป็นของเหลว พลังวิญญาณที่มารวมกันมีหยดพืชหญ้า หยด ดวงดาวและน้ำเปลวเพลิง ทุกอย่างล้วนเป็นของเหลวทั้งสิ้น
พลังวิญญาณที่เป็นของเหลวเกิดจากการหลอมรวมของพลังวิญญาณ ที่มีลักษณะเป็นหมอกควันซึ่งแฝงเร้นพลังงานในปริมาณที่มากกว่าเดิม
จิตสำนึกของเขาย้ายไปสังเกตบุปผาเก้าดาราที่อยู่ตรงก้นน้ำวน ดวงดาว
เขาค้นพบด้วยความตกตะลึงว่าบุปผาเก้าดาราต้นนั้นเดิมทีมีกลีบดอก แค่สามดอกเท่านั้นที่โปร่งใสแวววาว เป็นประกายสุกใสราวดวงดารา
ทว่าตอนนี้กลับมีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งดอก
กลีบดอกแต่ละดอกของบุปผาเก้าดาราสี่ดอกคล้ายครอบคลุมดินแดน ดวงดาวที่ย่อขนาดเล็กนับพันล้านเท่าเอาไว้ ดาวดารดาษดวงเล็กๆ จึง ส่องสว่างพร่างพราว
เขาตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนที่กระแสจิตวิญญาณจะค่อยๆ กลับคืนสู่ ตำแหน่ง
เรือดาราที่เขานั่งอยู่มีเศษหิน เศษผลึกเพิ่มขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว แม้แต่น้อย
พวกฉางเซินและฝางฮุยแอบปกป้องเขาอย่างลับๆ มาได้หลายวันแล้ว
พวกเขามองเห็นว่าเนี่ยเทียนหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณ หยกวิเศษ หิน ดวงดาว หินเปลวเพลิงและวัตถุดิบประเภทพื้นหญ้าออกมาดูดซับพลัง วิญญาณหลากชนิดอย่างบ้าคลั่งเพื่อปลอบพลังงานที่พลุ่งพล่านในร่างให้ สงบลง
ผลึกจิตวิญญาณ หยกวิเศษ และวัตถุดิบวิเศษสามธาตุจำนวนมากต่าง ก็ถูกเขาดูดซับพลังงานไปหมด
สุดท้ายเขาถึงสงบลงได้
พวกฉางเซินต่างก็เข้าใจดีว่าชั่วขณะที่เขานิ่งสงบลงนั้น เขาก็สามารถ เลื่อนขอบเขตใหม่ได้อย่างมั่นคงแล้ว
“เนี่ยเทียน!”
เสียงตะโกนดังลั่นดังมาจากทิศทางของเขาหลิงอวิ๋น เสียงนั้นมา จากต่งลี่
เนี่ยเทียนที่เพิ่งฝ่าทะลุขั้นได้ยินเสียงตะโกนของต่งลี่ก็มีสีหน้าอึ้งงัน ไม่ รู้ว่านางมาที่นี่ด้วยเหตุใด
แต่ไม่นานเขาก็เห็นต่งลี่โดยสารอาศัยอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่ง ทะยานมาถึง
สีหน้าของต่งลี่ผิดปกติ
“ไหนว่าจะรอข้าที่อาณาจักรเลี่ยคงอย่างไรล่ะ?” เนี่ยเทียนถามอย่าง แปลกใจ
“ท่านเจินตายแล้ว” ต่งลี่เอ่ยขึ้นเบาๆ
“ว่าไงนะ?” เนี่ยเทียนหน้าเผือดสีไปในทันที
เขาได้ยินหัวมู่บอกว่าเจินฮุ่ยหลันและเผยฉีฉีสองคนค้นพบรอยแยก ห้วงมิติเส้นหนึ่งที่ถูกอำพรางอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง ซึ่งที่นั่นอาจ เกี่ยวข้องกับซวีเฉิง คนทั้งสองจึงไปสำรวจกันนานแล้ว
แต่เหตุใดจู่ๆ เจินฮุ่ยหลันถึงมาตาย?
“ศพของท่านเจินลอยออกมาจากในรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งของ เทือกเขาฮว้านคง คนของกะโหลกเลือดเป็นผู้ค้นพบ” ต่งลี่สีหน้า เคร่งเครียด “เผยฉีฉีไม่ได้กลับมาด้วย”
ในใจของเนี่ยเทียนพลันบังเกิดความเสียใจอย่างลึกล้ำ
เขาพลันนึกถึงช่วงเวลาที่เขาไปจากอาณาจักรหลีเทียนและใช้ชีวิตอยู่ ในอาณาจักรเลี่ยคง
อยู่ที่นั่น เขาได้รู้จักกับเผยฉีฉี หลี่เหย่ และได้รับการดูแลจากเจินฮุ่ยห ลัน
หากเจินฮุ่ยหลันไม่ยอมรับเขา เขาก็ไม่มีที่ยืนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง และช่วงเวลาที่ยาวนานหลังจากนั้น เจินฮุ่ยหลันก็คอยยืนหยัดอยู่ด้านหลัง ของเขา ช่วยดูแลเขาแทนหัวมู่มาตลอดเวลา
ตอนนั้นก็เป็นเจินฮุ่ยหลันที่พาเขาไปยังฟ้าดินที่มีแผ่นดินสองผืนนั้น
ตอนที่พวกเขาโดนลอบทำร้าย เจินฮุ่ยหลันก็ให้เขาและเผยฉีฉีจากมา ก่อน ส่วนตัวเองกลับเผชิญหน้ากับการลอบสังหารจากพวกเหยาโซ่ว เฉิง กันแห่งวังวิญญาณและกงซุนผู่จากตำหนักเทพเพลิงเพียงลำพัง สุดท้าย พวกป๋ายอวี้จากสำนักอาวุธตายอนาถ เจินฮุ่ยหลันหนีรอดมาได้
หลายปีมานี้ อาจารย์และศิษย์อย่างเจินฮุ่ยหลันและเผยฉีฉีให้ความ ช่วยเหลือเขามามากมาย
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่าจู่ๆ เจินฮุ่ยหลันจะมาตายไปอย่างนี้
เจินฮุ่ยหลันคือคู่ชีวิตของหัวมู่ กว่าหัวมู่จะได้ผลไม้แห่งชีวิตมา คลี่คลายขีดจำกัดด้านอายุขัยไม่ใช่เรื่องง่าย และในที่สุดเขากับเจินฮุ่ยห ลันก็ได้เปิดใจให้แก่กัน แต่เจินฮุ่ยหลันกลับต้องมาตายอย่างไม่ทันคาดคิด เช่นนี้
นางยังเป็นศิษย์น้องของฉีป๋ายลู่และจ้าวซานหลิง
นางคืออาจารย์ของหลี่เหย่ หลี่เหย่คือเด็กที่นางเอามาเลี้ยงแทนหลี่มู่ หยางจากสำนักหยางและสิ่งหวนเยว่จากสำนักหยินตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่
นางตายไปแล้ว เนี่ยเทียนเจ็บปวดหัวใจ แล้วก็เศร้าอาลัยแทนพวก หัวมู่
“พวกเรารีบกลับ!”
เนี่ยเทียนที่สีหน้าดำคล้ำรีบโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบินของต่งลี่ก ลับไปยังค่ายกลนำส่งของสำนักหลิงอวิ๋น ตรงดิ่งไปยังป่าไผ่เขียวใน อาณาจักรเลี่ยคง
“เสี่ยวเทียน ท่านเจินมีพระคุณต่อเจ้า” เนี่ยตงไห่เอ่ยขึ้นเบาๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับอย่างเคร่งเครียด “ข้าทราบ!”
เขาขับเรือดารามุ่งหน้าไปยังเทือกเขาฮว้านคงอย่างเต็มกำลัง
มุมหนึ่งของเทือกเขาฮว้านคง เบื้องใต้จุดที่มีรอยแยกห้วงมิติมากมาย ตัดสลับกันมีศพที่เย็นเฉียบของเจินฮุ่ยหลันนอนนิ่งอยู่
หัวมู่ หลี่เหย่ ฉีป๋ายลู่ และยังมีพวกหลี่มู่หยาง สิ่งหวนเยว่ที่ได้ข่าวต่าง ก็มารวมตัวกันอยู่นานแล้ว
หัวมู่มองศพของเจินฮุ่ยหลันด้วยร่างที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัว
หลี่เหย่คุกเข่าฟุบหน้าร้องไห้อยู่กับพื้นอย่างเศร้าเสียใจ
ฉีป๋ายลู่ไม่เอ่ยคำใด แต่ในดวงตาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
เนี่ยเทียนบินลงมาจากเรือดารา มองปราดเดียว เขาก็สั่นเยือกไป ทั้งตัว
ร่างของเจินฮุ่ยหลันถูกพลิกคว่ำไว้กับพื้น แผ่นหลังของนางเต็มไปด้วย รอยบาดแผลที่ลึกถึงกระดูก รอยแผลเหล่านั้นแฝงเร้นไว้ด้วยพลังเย็น เยียบ ทำให้ร่างของนางเกาะตัวเป็นน้ำแข็ง
ปราณกระบี่อำมหิตแผ่ออกมาจากในรอยแผลเหล่านั้นโดยไม่จางหาย
แผลแต่ละเส้นเห็นได้ชัดว่าเกิดจากกระบี่ที่แหลมคมเล่มหนึ่ง และ กระบี่เล่มนั้นก็กรีดเนื้อของนางสลักเป็นรูปภูเขาแห่งหนึ่งอยู่บนแผ่นหลัง ของเจินฮุ่ยหลัน
บนภูเขาปักเต็มไปด้วยกระบี่
“ดินแดนพงฟ้า! สำนักภูเขาพันกระบี่!” เนี่ยเทียนคำรามเดือดดาล
ภาพนั้นเขาเห็นมาจากสาบเสื้อของผู้ฝึกลมปราณสำนักภูเขาพันกระบี่ อย่างพวกเคอจินเผิง ซาเหยียนอย่างชัดเจน
เขาพลันเข้าใจทันทีว่าฆาตกรที่สังหารเจินฮุ่ยหลันคือคนของสำนัก ภูเขาพันกระบี่!
สำนักภูเขาพันกระบี่นี้มาจากดินแดนพงฟ้า และนั่นคือดินแดน ดวงดาวของผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่มีศักยภาพสูงยิ่งกว่าดินแดน ปราการดวงดาว