ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 788 พื้นที่ฝังกระดูก
จุดลึกของภูเขาที่โอบล้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย พวกเนี่ย เทียนทยอยกันเดินแหวกรอยแยกห้วงมิติออกมา
ท้องฟูามองไม่เห็นดาวและเดือน มีเพียงก้อนเมฆสีเทาขมุกขมัวปก คลุมตลอดทั้งปี เทือกเขาหลายสายที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไม่ได้สูงใหญ่ มากนัก แต่กลับปลดปล่อยปราณแห่งความตายที่ดับทำลายสรรพชีวิตให้ มอดม้วยออกมา
เมื่อมองอย่างละเอียดจะพบว่าเทือกเขาเหล่านั้นแท้จริงแล้วคือกอง กระดูกขาวโพลนที่กองทับถมกันเหมือนภูเขา
รอยแยกห้วงมิติที่พวกเขาลอดผ่านมาเดิมทีปริแตกเป็นเส้นใหญ่ ทว่า พอพวกเขามาถึงที่นี่ รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่าง ต่อเนื่อง ก่อนจะค่อยๆ หดเล็กลงจนกระทั่งหายวับไปไม่เหลือเงา
สถานที่แห่งนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่สบายตัวอย่างถึงที่สุด
ที่นี่ไม่มีปราณวิญญาณฟูาดินให้ใช้แม้แต่เสี้ยวเดียว อากาศที่พวกเขา สูดเข้าไปในปอดก็แฝงเร้นไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่เงียบสงัดซึ่งทุก คนสัมผัสได้อย่างชัดเจน
“รอยแยกห้วงมิติเส้นนี้มิอาจดำรงอยู่ได้ยาวนานตลอดกาล” จ้าว ซานหลิงมองไปยังรอยแยกห้วงมิติที่อยู่กลางหุบเขาซึ่งค่อยๆ หดตัวแล้ว หายวับไปพลางกล่าวว่า “ตามความเห็นของข้า สถานที่แห่งนี้ไม่
เหมาะสมให้คนเผ่ามนุษย์ฝึกตน กลับคล้ายพื้นที่ลับของเผ่าโครงกระดูก มากกว่า”
ระหว่างที่พูดจ้าวซานหลิงก็หรี่ตาลง แล้วจู่ๆ ก็ปลดปล่อยเขตแห่ง ความตายออกมา
เขตแห่งความตายของเขาถูกสร้างขึ้นมาจากวัตถุมหัศจรรย์ของเผ่า โครงกระดูกที่เขาหาเจอในอาณาจักรต้าฮวางแล้วเอามาหลอมเป็นอาวุธ พิเศษ
เขตแห่งความตายที่เป็นสีเทาขมุกขมัวลอยออกมาจากกลาง กระหม่อมของจ้าวซานหลิงและบินไปยังภูเขากระดูกที่อยู่ห่างไปไกล
เขตแห่งความตายเหมือนน้ำวนสีเทาที่ด้านในประทับสัจธรรมแห่ง ความตายเอาไว้ พอเข้าไปใกล้ภูเขากระดูกเหล่านั้นก็พลันแผ่ไอหมอกสี เทาซีดออกมาเป็นจำนวนมาก
หมอกควันเหล่านั้นผสานรวมเข้าไปในเขตแห่งความตายอย่างรวดเร็ว ทำให้เขตแห่งความตายขยายใหญ่ขึ้นมาทีละนิด
“กร๊อบๆๆ!”
หลังจากเขตแห่งความตายปล่อยควันสีเทาออกมา ภูเขากระดูกก็ พลันแตกระเบิดและพังถล่มลงมา
ดวงตาของจ้าวซานหลิงฉายประกายประหลาด ทว่าหัวคิ้วกลับขมวด แน่น “ภูเขากระดูกพวกนั้นแฝงเร้นไว้ด้วยพลังแห่งความตายที่หลงเหลือ
อยู่ของคนที่ตายไป ศพส่วนใหญ่ที่กองกันเป็นภูเขากระดูกล้วนมาจากผู้ ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์!”
หัวมู่สีหน้าหนักอึ้ง “ภูเขากระดูกพวกนั้นล้วนทำมาจากโครงกระดูก ของศพมนุษย์งั้นรึ?”
จ้าวซานหลิงพยักหน้า “เป็นเช่นนี้”
“ศพของฮุ่ยหลันบินจากรอยแยกห้วงมิติเส้นนี้กลับไปยังเทือกเขาฮว้า นคง นี่หมายความว่าที่นี่น่าจะเป็นของสำนักภูเขาพันกระบี่” หัวมู่สูดลม หายใจเข้าลึกหนึ่งที ก่อนจะตวาดว่า “ในเมื่อเป็นถิ่นของเผ่าโครงกระดูก เหตุใดถึงมีคนของสำนักภูเขาพันกระบี่เข้าออก? อีกอย่าง ทั้งๆ ที่พวกเขา รู้ว่าภูเขากระดูกพวกนั้นมาจากกระดูกของเผ่ามนุษย์เป็นส่วนใหญ่ แต่ เหตุใดถึงไม่สังหารเผ่าโครงกระดูก แต่กลับสังหารฮุ่ยหลันแทน?”
“ข้อนี้ข้าก็ไม่รู้แล้ว” จ้าวซานหลิงเองก็แปลกใจอย่างมาก
“ถิ่นของเผ่าโครงกระดูก มีภูเขากระดูก…” เนี่ยเทียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เรียกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดออกมาจากแหวนเก็บของ
เมื่อโครงกระดูกที่ใหญ่มหึมาของโครงกระดูกปีศาจเลือดโผล่ออกมา ในฟูาดินแห่งนี้ก็รวบรวมเอาปราณแห่งความตายอ่อนจางที่มีอยู่ทั่วทุก แห่งมารวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
ปราณแห่งความตายเป็นกลุ่มๆ ไหลเข้าไปในกระดูกโปร่งใสแวววาว ของโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้วกลายมาเป็นพลังงานประหลาดที่คล้าย จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือด
“ตึงๆๆ!”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนสั่งความ โครงกระดูกปีศาจเลือดตัวนั้นก็ก้าวเดินไป ข้างหน้าตามสัญชาตญาณ
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ ก่อนจะติดตามมันไปอย่างเงียบเชียบ
พวกหัวมู่เองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย จึงเดินตามโครงกระดูกปีศาจเลือด ไป หมายจะดูว่ามันจะเดินไปที่ไหน
มีเพียงจ้าวซานหลิงที่ไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่ใช้สายตาที่ดำมืดมองไป ยังจุดที่รอยแยกห้วงมิติหายไปแล้วทิ้งตราประทับของตัวเองเอาไว้อย่าง เงียบเชียบ
ในใจเขารู้ดีว่ารอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นไม่ได้จางหายไปตลอดกาล
ผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง รอยแยกห้วงมิติที่พิเศษเส้นนั้นจะยังต้องปรากฏ ขึ้นมาอีกครั้ง
“รอยแยกห้วงมิติที่ไม่ได้ปรากฏตลอดเวลา”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เดินตามไปยังทิศทางที่พวกเนี่ยเทียนจากไป
โครงกระดูกปีศาจเลือดเดินผ่านภูเขากระดูกหลายลูก ก่อนจะเดิน สวบเข้าไปกลางทะเลกระดูกผืนหนึ่ง ทะเลกระดูกผืนนั้นก็เกิดจากกอง กระดูกสีเทาซีดจำนวนมากที่กระจัดกระจายไปทั่วด้านเช่นกัน และตรง กลางของทะเลกระดูกก็มีแท่นบูชากระดูกสีขาวอยู่แห่งหนึ่ง
โครงกระดูกปีศาจเลือดพลันบินออกไป แล้วลดตัวลงบนแท่นบูชา กระดูกสีขาวนั้นแทบจะทันที
แท่นบูชากระดูกสีขาวมีลักษณะเป็นรูปหกเหลี่ยม เกิดจากการรวมตัว กันของกระดูกใสแวววาว พอเรือนกายที่ใหญ่โตของมันเข้าไปในนั้น แท่น บูชากระดูกสีขาวก็พลันเกิดการโคจรแล้วเป็นฝุายชักนำพลังงานความ ตายเข้ามาด้วยตัวเอง
กลางซากกระดูกนับพันนับหมื่นในทะเลกระดูกพลันมีกระแสแห่ง ความตายสีเทาซีดบินออกมาทันที
กระแสปราณแห่งความตายเป็นเส้นๆ ไหลมารวมกันที่แท่นบูชา กระดูกสีขาวดั่งธารน้ำ ก่อนจะไหลผ่านแท่นบูชากระดูกสีขาวไปยังโครง กระดูกปีศาจเลือด
พวกหัวมู่ยืนอยู่ริมขอบของทะเลกระดูก เพิ่งจะเดินเข้าไปข้างในได้ ไม่กี่ก้าวก็ต้องหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ รีบชะงักฝีเท้าทันที
ทะเลกระดูกที่เกิดจากซากกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนไม่เพียงแต่มี ปราณแห่งความตายสีเทาซีดแผ่ออกมา แต่ยังเหมือนจะมีพิษกระจัด กระจายด้วย
ขนาดคนแข็งแกร่งอย่างพวกหัวมู่ฉีป๋ายลู่ที่พอเหยียบลงไปในซาก กระดูกพวกนั้นก็ยังถูกปราณแห่งความตายและพิษร้ายแทรกซึมเข้ามา ละลายม่านแสงพลังวิญญาณที่พวกเขาสร้างขึ้น ทำให้พวกเขารู้สึกย่ำแย่ อย่างมาก
เนี่ยเทียนที่มีสายเลือดแห่งชีวิตอยู่ในตัว พอเหยียบเข้าไปยังทะเล กระดูกก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายตัวเข้าไปใหญ่
ปราณแห่งความตายที่ล้อมวนอยู่รอบทะเลกระดูกแฝงไว้ด้วยพิษที่กัด กร่อนกระดูก ทำให้สายเลือดของเขาเกิดการต่อต้าน พอมายืนอยู่ในทะเล กระดูก เลือดลมจากทั้งร่างของเขาจึงไหลหายไปอย่างต่อเนื่อง
เขาเองก็ถูกบีบให้ต้องชะงักฝีเท้าเช่นกัน
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง อาศัยความเชื่อมโยงกับโครงกระดูกปีศาจเลือดมา รับสัมผัส เขาจึงพอจะสัมผัสได้ว่าเมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดยืนอยู่บน แท่นบูชากระดูกสีขาวก็เหมือนจะอาศัยพลังแห่งความตายมาชุบหลอม กระดูกของตัวเองใหม่อีกครั้ง
โครงกระดูกปีศาจเลือดเกิดจากการชุบหลอมร่างผู้แข็งแกร่งเผ่าโครง กระดูกที่ตายไป ก่อนหน้าที่เขาจะตาย โครงกระดูกถูกทำลายไปไม่น้อย กระดูกหลายจุดจึงปริแตก
หลังจากที่สำนักโลหิตได้ร่างของมันไป ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ไม่ สามารถทำให้กระดูกที่ปริร้าวของมันกลับคืนมาดีได้ดังเดิม
ภายหลังมันถูกเนี่ยเทียนปลุกให้ตื่นและต่อสู้เคียงไหล่กับเนี่ยเทียนมา นานหลายปีจึงได้ดูดซับเลือดสดของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ด สั่งสม พลังเลือดลมที่มากมหาศาล แต่กระนั้นก็ได้แค่ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น ทว่า กระดูกที่เสียหายกลับไม่ได้รับการซ่อมแซม
แต่เวลานี้เมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดยืนอยู่บนแท่นบูชากระดูกสีขาว ก็ได้ชักนำเอาพลังแห่งความตายมารวมไว้ที่ตัวเอง และเหมือนได้รับยาที่ ถูกกับโรค จึงทำให้กระดูกที่แตกร้าวมีการฟื้นคืนมาดีดังเดิม
“สถานที่แห่งนี้คือพื้นที่ฝังกระดูกของเผ่าโครงกระดูก” ฉีป๋ายลู่เอ่ย ขึ้นเสียงหนัก
“พื้นที่ฝังกระดูก?” เนี่ยเทียนงงงัน
ฉีป๋ายลู่พยักหน้ารับเบาๆ “ช่วงแรกเริ่มสุด อาณาจักรต้าฮวางก็ถูก มองเป็นพื้นที่ฝังกระดูกของเผ่าโครงกระดูกเช่นกัน ในสายเลือดของเผ่า โครงกระดูกแฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมแห่งความตาย การเลื่อนระดับทาง สายเลือดของพวกเขาต้องอาศัยพลังแห่งความตายซึ่งแตกต่างไปจาก พลังงานทั่วไปของบนโลกใบนี้”
“พลังแห่งความตายก็คือพลังงานที่ไหลออกมาหลังจากสิ่งมีชีวิตตาย ไปแล้ว”
“ขอแค่เผ่าโครงกระดูกมาฝึกตนในพื้นที่ฝังกระดูก ต่อให้พวกเขา ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากแค่ไหนก็ยังสามารถฟื้นคืนอาการจากในพื้นที่ฝัง กระดูกนี่ได้เสมอ”
“อาณาจักรหลายแห่งบนโลกล้วนแทบไม่มีที่ใดที่ทำให้เผ่าโครง กระดูกเลื่อนขั้นทางสายเลือดได้อย่างรวดเร็ว”
“แล้วก็ไม่มีวัตถุดิบวิเศษ ยาวิเศษใดที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังแห่งความ ตาย ดังนั้นชนเผ่าที่พิเศษชนเผ่านี้จึงได้แค่อาศัยพื้นที่ฝังกระดูกมาใช้ฝึก ตนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองเท่านั้น”
“พื้นที่ฝังกระดูกไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่จำเป็นต้องสะสม ซากศพอย่างต่อเนื่อง ให้ซากศพแผ่ปราณแห่งความตายออกมา นานวัน เข้าถึงจะกลายมาเป็นพื้นที่ฝังกระดูกที่เหมาะสมกับเผ่าโครงกระดูก”
“สถานที่เผ่าโครงกระดูกฝึกตนไม่เพียงแต่เป็นที่รังเกียจของเผ่ามนุษย์ ยังเป็นที่ที่ชนเผ่าอย่างภูตผีปีศาจ หรือเผ่าทมิฬเดียดฉันท์ด้วย”
“เผ่าโครงกระดูกคือชนเผ่าประหลาดของบรรดาชนต่างเผ่า การ เติบโตและความแข็งแกร่งของพวกมันทำให้ทุกชนเผ่าบนโลกใบนี้เจ็บ แค้น”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฉีป๋ายลู่ก็นิ่งไปครู่ถึงได้พูดต่อว่า “พื้นที่ฝังกระดูก แห่งนี้ฝังศพของเผ่ามนุษย์เอาไว้มากมาย มนุษย์พวกนั้นอาจถูกเผ่าโครง กระดูกสังหาร หรือไม่…”
“หรือไม่อะไร?” หัวมู่ถาม
“หรือไม่ก็เป็นสำนักภูเขาพันกระบี่ที่เป็นฝุายส่งมาให้” ดวงตาของ ฉีป๋ายลู่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“ส่งมาให้?” หัวมู่หน้าเปลี่ยนสี
“เผ่ามนุษย์อย่างพวกเราคือสิ่งมีชีวิตที่มีการแพร่พันธ์เหนือกว่าชน ต่างเผ่า” ฉีป๋ายลู่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง “เมื่อหลายปีก่อน เผ่ามนุษย์ก็คือ ต้นกำเนิดซากศพที่สำคัญซึ่งเผ่าโครงกระดูกเอามาใช้สร้างพื้นที่ฝังกระดูก เพราะว่าจำนวนของชนต่างเผ่ามีน้อยเกินไป และแต่ละเผ่าก็ล้วนได้รับ ความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นหากเผ่าโครงกระดูกกล้าเอาร่างคนในเผ่าพวก เขามาทำเป็นพื้นที่ฝังกระดูกก็จะถูกชนต่างเผ่าเหล่านั้นโจมตีอย่างบ้า คลั่ง”
“มีเพียงเผ่ามนุษย์ที่มีจำนวนมาก บวกกับที่มนุษย์ไม่สามัคคีกันเอง เมื่อคนตายไปส่วนหนึ่งก็ไม่มีทางก่อให้เกิดปัญหาใหญ่อะไร”
“ในเมื่อคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ปราฏตัวที่นี่ก็หมายความว่า สถานที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับพวกเขา อีกทั้งพื้นที่ฝังกระดูกแห่งนี้ยังมีศพ ของเผ่ามนุษย์เป็นหลัก ทั้งๆ ที่พวกเขารู้เรื่องนี้แต่ไม่ได้ยกทัพมาโจมตีก็มี ความเป็นไปได้เดียว…นั่นก็คือศพของเผ่ามนุษย์ที่อยู่ที่นี่มาจากฝีมือของ พวกเขา!”
“พวกเขาต้องมีการแลกเปลี่ยนลับๆ อะไรบางอย่างกับเผ่าโครง กระดูกแน่นอน!”
ฉีป๋ายลู่คือเจ้าสำนักของสำนักอาวุธ และแรกเริ่มอาณาจักรต้าฮวาง อันเป็นถิ่นฐานของสำนักอาวุธก็คือถิ่นของเผ่าโครงกระดูก
ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนัก ความรู้ที่เขามีต่อเผ่าโครงกระดูกจึงค่อนข้าง ลึกซึ้ง และเข้าใจสถานการณ์ของชนเผ่านี้เป็นอย่างดี
“เอาศพของคนเผ่าพันธุ์เดียวกันส่งมาที่นี่เพื่อให้เผ่าโครงกระดูกสร้าง พื้นที่ฝังกระดูก เจ้าพวกคนของสำนักภูเขาพันกระบี่มันไม่ต่างอะไรจาก สัตว์เดรัจฉานแม้แต่นิด!” สิ่งหวนเยว่กล่าวน้ำเสียงเคียดแค้น
“ฮุ่ยหลันและฉีฉีอาจค้นพบความลับนี้ของสำนักภูเขาพันกระบี่ ถึงได้ ถูกสำนักภูเขาพันกระบี่ลอบสังหาร” หัวมู่กล่าวเดือดดาล
เนี่ยเทียนสีหน้ามืดดำอย่างถึงที่สุด “สำนักภูเขาพันกระบี่!”