ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 789 สถานีจ่ายพลังงานความตาย
“ทั้งๆ ที่พวกเขาฆ่าท่านเจิน แต่เหตุใดถึงยังโยนนางเข้าไปยังรอยแยก ห้วงมิติ?”
หลี่มู่หยางครุ่นคิดด้วยความไม่เข้าใจ “หากศพเผ่ามนุษย์มากมายของ สถานที่แห่งนี้มาจากฝีมือของสำนักภูเขาพันกระบี่จริง พวกเขาก็น่าจะ พยายามปิดให้เป็นความลับสิถึงจะถูก?”
สิ่งหวนเยว่ที่สงบสติอารมณ์ลงได้ก็พูดคล้อยตาม “การกระทำของ สำนักภูเขาพันกระบี่สร้างความแค้นเคืองต่อฟูาดินและผู้คน หากถูก เปิดเผยเมื่อไหร่ ชื่อเสียงของสำนักภูเขาพันกระบี่ก็ต้องย่อยยับ ข้าไม่เชื่อ หรอกว่าจะมีสำนักเผ่ามนุษย์แห่งไหนที่พอรู้ว่าสำนักภูเขาพันกระบี่สมคบ คิดกับเผ่าโครงกระดูกโดยการเอาศพของคนเผ่าเดียวกันมาทิ้งไว้ในพื้นที่ ฝังกระดูกแล้วจะยังนิ่งดูดายอยู่ได้”
เนี่ยเทียนเองก็กล่าวว่า “ถูกต้อง พวกเขาต้องพยายามปกปิดไว้ให้ได้ อย่างสุดความสามารถถึงจะถูก”
“ก็ไม่แน่เสมอไปว่าศิษย์น้องหญิงจะถูกคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ โยนเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้น” จ้าวซานหลิงกล่าวเสียงทุ้มหนัก
เนี่ยเทียนหันไปมองเขาโดยอัตโนมัติ
“ศิษย์น้องหญิงเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ วิชาที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอด ให้นางมีวิชาหลบหนีในชั่วเวลาระยะสั้นๆ อยู่อย่างหนึ่ง” ดวงตาของจ้าว
ซานหลิงเย็นเยียบ “เพียงแต่ว่าวิชานั้นจะสร้างบาดแผลร้ายแรงให้กับคน ที่ร่ายใช้ ต่อให้เป็นข้าเองก็ไม่มีทางเอามาใช้ง่ายๆ”
“บางทีอาจเป็นเพราะศิษย์น้องหญิงบาดเจ็บสาหัสแล้วฝืนร่ายใช้วิชา นั้นหมายหนีไปยังรอยแยกห้วงมิติในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย”
จ้าวซานหลิงจัดระเบียบความคิด ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ “รอยแยก ห้วงมิติเส้นนั้นก็ค่อนข้างจะพิเศษเหมือนกัน เดี๋ยวๆ ก็หายไป เดี๋ยวๆ ก็ ปรากฏ หลังจากที่ศิษย์น้องหญิงไปถึงรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นก็ได้ใช้กำลัง ที่เหลืออยู่เปิดรอยแยกห้วงมิติออก จากนั้นถึงบินเข้าไปข้างใน”
“พอเข้ามาข้างใน ไฟแห่งชีวิตของศิษย์น้องหญิงจึงมอดดับ เป็นเหตุ ให้ตายไป”
“นี่ก็คือความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง”
พอเขาเอ่ยจบ หัวมู่ก็พลันตระหนักได้ “เจ้าหมายความว่าฮุ่ยหลันฝุา ออกมาจากวงล้อมของสำนักภูเขาพันกระบี่ได้สำเร็จ นางได้มาถึงรอย แยกห้วงมิติเส้นนั้นก่อนตาย? ทว่าต่อให้รู้ว่าต้องตายนางก็ยังต้องกลับมา เตือนพวกเรา? หรือไม่ก็ให้พวกเราตามหาที่นี่โดยดูจากศพของนาง?”
“พูดได้แค่ว่ามีความเป็นไปได้นี้” จ้าวซานหลิงตอบรับหนึ่งประโยค แล้วพูดต่อว่า “แต่รายละเอียดเป็นเช่นไร ยังต้องหาคนของสำนักภูเขา พันกระบี่มาสอบปากคำเสียก่อน”
กล่าวจบเขาก็บินทะยานขึ้นไปกลางอากาศสูง
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน กระแสจิตวิญญาณอันไพศาลที่เป็นของ เขาเหมือนตาข่ายยักษ์ที่แผ่คลุมลงมาจากฟูาแล้วแผ่ขยายไปแปดทิศ
พวกหัวมู่ก็บินกันออกไปทันที หมายตามหาคนของสำนักภูเขาพัน กระบี่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ในเมื่อพวกเขาลงมือแล้ว เนี่ยเทียนจึงไม่เปลืองแรงอีกต่อไป
เขาเชื่อว่ามีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณห้าคนลงแรงแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซอกหลืบไหนในพื้นที่ลับแห่งนี้ก็ไม่น่าจะหลุดพ้นการสำรวจของพวกเขา ไปได้
เขาจึงเพียงยืนมองโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นเงียบๆ
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ยืนตระหง่านอยู่กลางแท่นบูชากระดูกสีขาว กำลังอาศัยความมหัศจรรย์ของแท่นบูชามาดึงพลังงานความตายอย่างบ้า คลั่ง
จุดปริแตกจำนวนมากที่เดิมทีมีอยู่ตรงกระดูกสันหลังของโครงกระดูก ปีศาจเลือด ยามนี้กระดูกสันหลังที่แตกร้าวเหมือนถูกหล่อหลอมขึ้นมา ใหม่จึงค่อยๆ ประสานตัวเข้าด้วยกัน
“เผ่าโครงกระดูก ร่างกระดูกไม่สลาย!”
เนี่ยเทียนร้องคำรามเบาๆ หนึ่งครั้ง ตระหนักได้ว่าเผ่าโครงกระดูกเดิม ทีก็มีร่างกระดูกไม่สลายอยู่แล้ว
พอโครงกระดูกปีศาจเลือดดูดซับพลังงานแห่งความตาย มันก็ใช้ พลังงานแห่งความตายมาซ่อมแซมอาการบาดเจ็บทั่วร่างจนฟื้น คืนกลับมาดีดังเดิมอีกครั้ง
เมื่อพลังงานแห่งความตายสีเทาซีดค่อยๆ หายไป ความรู้สึกที่ทำให้ คนไม่สบายตัวจากในทะเลกระดูกก็ลดน้อยลงไปเยอะมาก
เขาจึงเดินออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“กร๊อบ!”
โครงกระดูกที่อยู่ใต้ฝุาเท้าพลันแตกกระจายออกเป็นเศษผง
เขาจึงเดินไปข้างหน้าต่อ พอเขาเดินไป กระดูกแต่ละท่อนก็แตกออก พร้อมเสียงดังลั่นกร๊อบๆ พลังงานแห่งความตายไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวเดียว
“มาทางนี้!”
เสียงตะโกนของจ้าวซานหลิงพลันดังมาจากทิศไกล
เนี่ยเทียนมองโครงกระดูกปีศาจเลือดปราดหนึ่ง รู้ว่ามันกำลังยืมใช้ แท่นบูชามาฟื้นฟูพละกำลังจึงไม่สนใจอีก
เขาจึงเรียกเรือดาราออกมาแล้วบินทะยานไปยังทิศทางที่เสียงของ จ้าวซานหลิงดังขึ้น
ตัวเขายืนอยู่บนเรือดารา แต่ก้มหน้าลงมองพื้นดิน แล้วก็เห็นภูเขา กระดูกหลายลูกและทะเลกระดูกอีกสิบกว่าผืน
ทะเลกระดูกทุกแห่งต่างก็มีโครงกระดูกนับพันนับหมื่นกระจัด กระจาย และตรงกลางก็มีแท่นบูชากระดูกขาวที่ทำหน้าที่ชักนำพลังงาน แห่งความตายให้เข้ามาหา
รอจนเขาไปถึงจุดที่จ้าวซานหลิงอยู่ เขาก็พบว่าพวกหัวมู่ได้มาถึงก่อน แล้ว
จ้าวซานหลิงยืนอยู่หน้าซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่ยักษ์แห่งหนึ่ง
ซุ้มประตูโค้งนั้นสร้างขึ้นจากการนำกระดูกของสัตว์ยักษ์ประเภทหนึ่ง มาต่อกัน หน้าประตูมีเปลวแสงสีขาวกำลังลุกไหม้ กลางเปลวแสงมีคลื่น ห้วงมิติที่กระเพื่อมไหวอย่างเห็นได้ชัด
เปลวแสงสีขาวซีดนั้นเหมือนทอดยาวไปยังตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ราวกับว่าหากมุดเข้าไปก็จะไปจากพื้นที่ฝังกระดูกแห่งนี้ได้
“นี่คือค่ายกลนำส่งแห่งหนึ่งที่เผ่าโครงกระดูกสร้างขึ้น” จ้าวซานหลิง ชี้ไปยังประตูโค้งแห่งนั้น “เปลวไฟสีขาวซีดนั่นมาจากกระดูกของสัตว์ต่าง เผ่าชนิดหนึ่ง สัตว์ต่างเผ่าชนิดนี้เมื่อเกิดมาก็เชี่ยวชาญด้านการลอด ทะลวงความว่างเปล่า กระดูกของพวกมันเทียบเคียงได้กับหินวิเศษ ระดับสูง สามารถให้กำเนิดพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง”
หัวมู่กล่าว “สถานที่แห่งนี้มีพื้นที่ไม่มาก เทียบไม่ได้กับพื้นที่หนึ่งในห้า ของอาณาจักรเลี่ยคงด้วยซ้ำ ข้าลองสำรวจดูแล้วแต่ไม่พบคนของเผ่าโครง กระดูก แล้วก็ไม่มีเผ่ามนุษย์อยู่ด้วย”
“มีภูเขากระดูกอยู่สิบกว่าแห่งและยังมีทะเลกระดูกอีกสิบกว่าผืนที่มี แท่นบูชากระดูกขาวในจำนวนเท่ากัน” ฉีป๋ายลู่หรี่ตาลง “ทะเลกระดูก
ผืนหนึ่งสามารถบรรจุโครงกระดูกได้ในปริมาณจำกัด และแท่นบูชา กระดูกขาวหนึ่งแห่งก็ดึงพลังงานแห่งความตายมาจากในทะเลกระดูก แห่งเดียวได้เท่านั้น ภูเขากระดูกพวกนั้นน่าจะเป็นกองกระดูกที่ถูกสั่งสม มา รอจนศพในทะเลกระดูกถูกดึงพลังแห่งความตายออกไปหมดแล้ว ศพ ที่อยู่ข้างในจึงถูกโยนออกไปกองเป็นภูเขากระดูก”
“ในสายตาของข้า พื้นที่ฝังกระดูกแห่งนี้อาจไม่ใช่สถานที่ที่เผ่าโครง กระดูกเอามาใช้ฝึกตนอย่างแท้จริง”
“มีความเป็นไปได้มากว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นแค่สถานีจ่ายพลังงาน แห่งหนึ่งเท่านั้น”
เนี่ยเทียนตะลึง “สถานีจ่ายพลังงาน?”
“ใช่ ก็คือสถานีจ่ายพลังงาน” สีหน้าฉีป๋ายลู่เคร่งเครียด “เวลาที่คน ของเผ่าโครงกระดูกต่อสู้กับชนต่างเผ่าหรือเผ่ามนุษย์จากอาณาจักรอื่น เนื่องจากแนวการรบยาวเกินไป ค่ายกลนำส่งไม่สามารถส่งพวกเขาตรงไป ยังจุดที่พวกเขาใช้ชีวิตได้”
“การสร้างสถานีจ่ายพลังงานเช่นนี้ก็เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมา เพิ่มพลังงานได้ทันท่วงทีในยามที่ต้องออกรบนอกอาณาจักร”
เนี่ยเทียนสีหน้าไม่น่ามอง “สถานีจ่ายพลังงานแห่งหนึ่งต้องฝังศพไว้ นับแสนศพ อีกทั้งศพส่วนมากยังเป็นคนของเผ่ามนุษย์เราด้วย!”
“ศพหลายแสน ส่วนใหญ่แล้ว…ไม่ใช่ผู้ฝึกลมปราณ แต่เป็นคน ธรรมดาเท่านั้น” หัวมู่ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
“คนธรรมดา?” เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก
“แม้ว่าพลังแห่งความตายที่เกิดจากคนธรรมดาเผ่ามนุษย์ที่ตายไป แล้วจะมีน้อยนิด แต่ก็ยังพอมีอยู่บ้าง ดังนั้นต่อให้เป็นคนธรรมดา แต่เมื่อ จำนวนมากเข้า ตายไปนับพันนับหมื่นคนก็ยังให้พลังงานความตายได้มา กอยู่ดี” หัวมู่สีหน้าเคร่งเครียด “หากเผ่าโครงกระดูกรุกรานเข้ามาใน อาณาจักรของเผ่ามนุษย์เราแล้วเปิดฉากสังหาร พวกสำนักของผู้ฝึก ลมปราณที่แข็งแกร่งย่อมไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ แน่นอน”
“แต่สำนักในเผ่ามนุษย์กลับมีการเข่นฆ่ากันเอง เป็นเหตุให้ชีวิตมอด ม้วย เมื่อศพถูกเคลื่อนย้ายมาจึงไม่ได้ชักนำความสนใจได้เท่าไหร่นัก”
เนี่ยเทียนกล่าว “พูดอย่างนี้ก็แสดงว่าศพเหล่านี้ยังคงมีความ เกี่ยวข้องกับสำนักภูเขาพันกระบี่อยู่ดี?”
หัวมู่พยักหน้ารับ
“ฟูุวๆ!”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน เปลวเพลิงสีขาวซีดบนประตูโค้งกระดูก ขาวก็พลันส่ายไหวอย่างรุนแรง
จ้าวซานหลิงร้องอุทานตกใจ “ระวัง!”
เนี่ยเทียนตั้งท่าเหมือนเจอกับศัตรูตัวฉกาจ
พวกหัวมู่ก็ระดมพลังของตัวเองพร้อมกับเรียกอาวุธแต่ละชิ้นออกมา รออย่างเงียบเชียบ
พวกเขาล้วนตั้งท่าเตรียมพร้อมรับศึก
“อู้!”
หลายวินาทีให้หลังก็มีเผ่าโครงกระดูกที่ร่างสูงสิบเมตรตนหนึ่งซึ่งถือ มีดกระดูกเล่มใหญ่ยักษ์ลอดผ่านออกมาจากเปลวแสงเหนือซุ้มประตูโค้ง
บนกระดูกสีเทาซีดของเผ่าโครงกระดูกที่เดินเข้ามามีร่องรอยถูกมีด ฟันหลายรอย ทั้งยังมีคราบเลือดติดเกรอะกรัง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเลือดนั้น ไม่ใช่ของเขา
ดูเหมือนเขาเพิ่งจะผ่านศึกนองเลือดมาก่อน
ดวงตาสีเทาเหลือบเขียวของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง บนร่าง อบอวลไปด้วยปราณแห่งความตาย
พอลอดผ่านซุ้มประตูกระดูกมาได้ เขาก็มองเห็นผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์แปลกหน้าที่รวมตัวกันอยู่ทันที จึงร้องอุทานเสียงแหลมดังและ หมายจะรีบย้อนกลับไป
“คิดจะหนีงั้นรึ?”
จ้าวซานหลิงหัวเราะหึหึ เจดีย์ซวีหลิงขนาดเล็กพลันลอยออกมาจาก กลางหว่างคิ้วของเขา
เจดีย์ซวีหลิงขยายใหญ่ในพริบตา มีดแสงห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนที่ สลักไว้บนเจดีย์พุ่งออกมาราวฝูงปลา
“กร๊อบๆๆ!”
เผ่าโครงกระดูกร่างสูงสิบเมตรถูกล้อมวนไปด้วยมีดแสงห้วงมิติ จำนวนมาก กระดูกแต่ละท่อนถูกฟาดฟันจนหลุดออกจากกันแล้วลงไป กองอยู่กับพื้น
กระดูกที่แตกหักของเขาซึ่งพอร่วงลงพื้นก็ยังคงเต้นกระโดด หมายจะ กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้ง
“อู้!”
ด้านหลังเขายังมีเผ่าโครงกระดูกทยอยกันลอดผ่านซุ้มประตูกระดูก ขาวตามมาอีก
หัวมู่ฉีป๋ายลู่ สิ่งหวนเยว่ หลี่มู่หยางต่างก็พากันร่ายเวท ใช้อาวุธล้ำ ค่าที่อยู่ในมือไปสังหารเผ่าโครงกระดูกเหล่านั้น
เผ่าโครงกระดูกหลายสิบคนที่เพิ่งผ่านสงครามนองเลือดมา หมายจะ กลับมายังพื้นที่ฝังกระดูกเพื่ออาศัยแท่นบูชากระดูกขาวมาฟื้นคืนพลังการ ต่อสู้ ทว่าเพียงแค่ก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ก็ถูกพวกหัวมู่สังหารไปเกินครึ่ง