ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 790 สำนักทองไพศาล
หลังจากกระดูกแต่ละท่อนของคนเผ่าโครงกระดูกร่วงลงมาบนพื้น พวกมันก็ยังพยายามจะกลับมาประกอบกันใหม่ตามสัญชาตญาณ
จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น เจดีย์ซวีหลิงหลังนั้นพลันแยกตัวออกจาก กันกลายเป็นแสงสีรุ้งหลายเส้นที่บินตรงเข้าไปยังสมองของคนเผ่าโครง กระดูก
กระดูกของคนเผ่าโครงกระดูกที่ยังกระโดดโลดเต้นอยู่บนพื้นดินพลัน หยุดชะงักทันที
“ฟิ้ว!”
แสงรุ้งจากเจดีย์ซวีหลิงที่แยกตัวออกมาหลายสิบเส้นบินกลับออกมา จากในสมองของคนเผ่าโครงกระดูก แล้วรวมตัวกันขึ้นมาเป็นเจดีย์ซวีหลิง ที่สมบูรณ์แบบกลางฝุามือของจ้าวซานหลิงอีกครั้ง
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าเมื่อหัวกะโหลกของคนเผ่าโครงกระดูกแตก ออก จิตวิญญาณของพวกมันก็มอดดับตามไปด้วย
เขาลังเลอยู่ครู่ก็เรียกไข่มุกวิญญาณมืดออกมา
จิตวิญญาณของเผ่าโครงกระดูกที่ถูกดับทำลายถูกไข่มุกวิญญาณมืด ดูดเอามา จึงกลายมาเป็นควันสีเทาซีดแล้วหายเข้าไปในไข่มุกวิญญาณมืด
สำหรับไข่มุกวิญญาณมืดเม็ดนี้ หัวมู่ จ้าวซานหลิงรู้จักมันดี เมื่อเห็น ว่ามันดูดเอาซากวิญญาณของเผ่าโครงกระดูกเข้าไป พวกเขาจึงไม่มีท่าที แปลกใจใดๆ
ทว่าพวกฉีป๋ายลู่และหลี่มู่หยางกลับแอบตกตะลึงไปกับการที่เนี่ย เทียนได้ครอบครองของวิเศษมากมาย
“แค่เผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับหก กระจอกยิ่งนัก”
จ้าวซานหลิงหรี่ตา สีหน้าเย็นเยียบ “ก่อนหน้าที่เจ้าพวกนี้จะเข้ามา ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส พอมาเจอกับพวกเราก็นับว่าดวงซวยจริงๆ”
“เมื่อครู่นี้พวกเขาเพิ่งต่อสู้กับใครมา?” หัวมู่เอ่ยเสียงหนัก
“ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่ก็ไม่มีทางเป็นคนของสำนักภูเขาพันกระบี่ แน่นอน” จ้าวซานหลิงหันไปมองซุ้มประตูโค้งที่ประกอบขึ้นมาจาก กระดูกขาว ขมวดคิ้วพูด “พวกเขาน่าจะเป็นฝุายที่พ่ายแพ้ หลังจากที่ พวกเขาเข้ามาที่นี่ ข้าสัมผัสได้ว่าพวกเขารีบร้อนที่จะปิดผนึกซุ้มประตู กระดูกขาวแห่งนี้ เหมือนกังวลว่าศัตรูจะตามเบาะแสจนมาเจอที่นี่”
“ตามหลักแล้วศัตรูของพวกเขาน่าจะเป็นพันธมิตรของพวกเรา” ฉีป๋ายลู่นิ่วหน้า
จ้าวซานหลิงพยักหน้ารับ “มีความเป็นไปได้นี้จริง”
คนทั้งกลุ่มเฝูารออยู่ตรงซุ้มประตูโค้งกระดูกขาวอีกพักใหญ่ นึกว่าจะ มีคนเผ่าโครงกระดูกมาเพิ่มหรือมีศัตรูของพวกเขามาตามหา
แต่น่าเสียดายที่เฝูารออยู่นานยังไม่มีคนมาเพิ่ม
“พวกเราออกไปกันดีไหม?” หัวมู่เสนอความเห็น
จ้าวซานหลิงเองก็กล่าวว่า “ข้าทิ้งตราประทับไว้ตรงซุ้มประตูโค้ง กระดูกขาวแห่งนี้แล้ว ต่อให้ค่ายกลนำส่งซุ้มประตูโค้งกระดูกขาวอีกแห่ง
ที่เผ่าโครงกระดูกสร้างขึ้นซึ่งเชื่อมต่อกับสถานที่นี้จะถูกทำลาย ข้าก็ สามารถอาศัยเจดีย์ซวีหลิงบินเข้าไปข้างในนั้น แต่หากซุ้มประตูโค้ง กระดูกขาวแห่งนี้ก็พังไปด้วย แบบนั้นก็จะเข้าไปได้ยากยิ่งกว่าเดิม”
พวกฉีป๋ายลู่พากันหันมามองเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่แล้วพยักหน้ารับ “จะยังไงก็ต้องออกไปดูให้รู้ กัน”
เขาจึงปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกมาเรียกโครงกระดูกปีศาจ เลือดทันที
“ตึงๆๆ!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดเรือนกายใหญ่มหึมามีความสูงเกินสามสิบ เมตรเดินเหยียบกระดูกที่กองอยู่บนพื้นจนแหลกละเอียด รอบกายของ มันล้อมวนไปด้วยกลิ่นอายความตายเข้มข้น แปบเดียวก็เดินมาถึงพร้อม เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ตอนยังมีชีวิตอยู่ โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้มีสายเลือดระดับแปด เทียบเคียงได้กับแดนว่างเปล่า
ก่อนหน้านี้มันได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดลมยังไม่ฟื้นคืนมาสู่จุดสูงสุด พลังการต่อสู้ที่สามารถร่ายออกมาได้ อย่างมากสุดก็แค่เขตวิญญาณช่วง ต้นเท่านั้น
ทว่าเพียงแค่อาศัยแท่นบูชากระดูกขาวมาชุบหลอมเรือนกายเพียงครู่ เดียวก็เหมือนว่ามันได้เติมพลังงานจนเปี่ยมล้น
มันเดินมาถึงพร้อมพลังอำนาจน่าครั่นคร้ามทำให้จ้าวซานหลิงรู้สึก ตะลึงเล็กน้อย “ศักยภาพของหุ่นเชิดเลือดตัวนี้ของเจ้าได้เพิ่มระดับขึ้นสูง แล้ว ตอนนี้มันมีพลังมากพอจะสู้กับเขตวิญญาณช่วงท้ายได้แล้ว จะให้ เวลามันรวบรวมพลังจากแท่นบูชากระดูกขาวอีกหน่อยหรือไม่?”
เนี่ยเทียนเองก็ลังเลไปครู่
เขามองออกว่าเมื่อพลังงานความตายที่ศพมากมายจากในพื้นที่ฝัง กระดูกแห่งนี้แผ่ออกมาผ่านการกระตุ้นและชุบหลอมจากแท่นบูชา กระดูกขาว ก็สามารถกรอกเทพลังให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือดได้ ทั้งหมด
หากมีเวลาให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือดมากพอ มันยังสามารถเพิ่ม พลังได้อีก
เพียงแต่ว่าเปูาหมายหลักที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเพิ่มพลังให้กับโครง กระดูกปีศาจเลือด
เขาต้องการรู้สาเหตุการตายที่แท้จริงของเจินฮุ่ยหลัน หวังแก้แค้น ให้กับนาง แล้วก็ต้องการรู้ว่าตอนนี้เผยฉีฉีเป็นหรือตาย มิอาจถ่วงเวลาให้ ล่าช้าได้
“ช่างเถอะ ในเมื่อท่านสามารถใช้เจดีย์ซวีหลิงข้ามมาในที่แห่งนี้ได้ ไว้ รอให้ถึงตอนจะกลับดินแดนดาวตกก่อนค่อยมาให้มันสั่งสมพลังก็แล้ว กัน” เนี่ยเทียนกล่าว
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง” จ้าวซานหลิงพยักหน้าเห็นด้วย
“ฟิ้ว! ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างของคนมากมายบินเข้าไปยังซุ้มประตูโค้งกระดูกขาวที่มีเปลว เพลิงสีขาวซีดอย่างระมัดระวัง
ตอนที่เนี่ยเทียนขยับเข้าไปข้างใน เขาก็สัมผัสได้ถึงปราณแห่งความ ตายที่เย็นชาและอึมครึมจากในเปลวเพลิงสีขาวซีด ปราณนั้นทำให้การ ไหลเวียนของเลือดเขาเปลี่ยนมาเป็นเชื่องช้า
ยังดีที่ความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างถึงที่สุดนี้ดำรงอยู่แค่ครู่เดียวเท่านั้น
นาทีถัดมาเขาและพวกจ้าวซานหลิงก็ลอดผ่านซุ้มประตูโค้งกระดูก ขาวไปได้
“คล้ายคลึงกับอาณาจักรต้าฮวางอยู่มาก”
ฉีป๋ายลู่มองไปยังบริเวณรอบด้านที่ล้อมวนไว้ด้วยภูเขาไฟหลายลูกที่ มอดดับแล้ว ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึงระคนแปลกใจ
หลังจากที่เนี่ยเทียนเดินออกมาก็พบว่ากลุ่มพวกเขามาโผล่พรวดอยู่ที่ ท้ายเรือรบกระดูกขาวที่ผุพังแห่งหนึ่ง
เรือรบกระดูกขาวลำนี้คล้ายตกลงมาจากความว่างเปล่า กระดูกขาว ใสแวววาวส่วนใหญ่ที่ประกอบกันเป็นเรือรบลำนี้ล้วนแตกหักหมดแล้ว
มีเพียงท้ายเรือเท่านั้นที่มีกระดูกโค้งงอจำนวนมากซึ่งประกอบกัน ขึ้นมาเป็นซุ้มประตูโค้งกระดูกขาวขนาดเล็กแห่งหนึ่ง
ซุ้มประตูโค้งกระดูกขาวแห่งนี้ก็มีเปลวเพลิงขาวซีดลุกไหม้อยู่เช่นกัน และด้านในเปลวเพลิงก็มีคลื่นห้วงมิติเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด
บริเวณใกล้เคียงกับเรือรบกระดูกขาวมีศพของเผ่าโครงกระดูกกระจัด กระจายอยู่หลายสิบศพ ไม่รู้ว่าตายไปตอนที่เรือรบร่วงกระแทกลงมาโดน หรือถูกคนอื่นสังหาร
จุดที่เรือรบพังทลายมีภูเขาไฟที่มอดดับอยู่หลายลูกซึ่งบนตัวภูเขามี ร่องลึกหลายเส้นที่เคยมีลาวาร้อนแรงไหลผ่าน
กระแสจิตวิญญาณที่ปกคลุมฟูาดินของจ้าวซานหลิงแผ่กระจายไป แปดทิศโดยมีเรือรบกระดูกขาวที่พังทลายเป็นจุดศูนย์กลาง หมายตามหา ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต
ทว่ายังไม่ทันรอให้จิตสำนึกของเขาแผ่ไปได้อย่างเต็มที่ เขาก็พลันมอง ไปบนท้องฟูา
ท้องฟูาสีเทาขมุกขมัวมีเรือรบทางช้างเผือกสีทองอร่ามลำหนึ่งแหวก ชั้นเมฆมาพร้อมเสียงดังสะเทือนแก้วหูแล้วปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว
เรือโบราณสีทองลำนั้นประกอบจากหินทองอร่ามจำนวนมาก เหมือนกับทองจริงที่ส่องประกายเจิดจ้า ให้ความรู้สึกถึงความเฉียบคมไม่ ดับสลายแก่คนมอง
เมื่อเรือโบราณทองคำบินมาถึง กระแสจิตวิญญาณขุมหนึ่งที่ราวกับ ธารน้ำสีทองก็ไหลลงมาจากท้องฟูา
เนี่ยเทียนอึ้งงันไปครู่ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงหลง “สำนักทองไพศาล!”
เห็นได้ชัดว่าเรือโบราณทองคำที่ปรากฏตัวสูงอยู่บนท้องฟูามาจาก ฝีมือการสร้างของคนคนเดียวกันกับเรือรบที่ติดอยู่ในหินอุกกาบาตของ พื้นที่ที่ถูกปิดผนึก
เขารู้มาแต่แรกแล้วว่าสำนักทองไพศาลไม่ได้มาจากดินแดนปราการ ดวงดาว แต่มาจากดินแดนดวงดาวที่มีระดับสูงกว่า
สำนักทองไพศาลก็เหมือนสำนักภูเขาพันกระบี่ที่ต่างก็มีผู้แข็งแกร่ง แดนเอตทัคคะนั่งบัญชาการณ์
การที่จู่ๆ ก็มองเห็นเรือโบราณทองคำของสำนักทองไพศาลแหวกชั้น เมฆโพล่มา เขาจึงรู้สึกงงงันเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ด้านบนของเรือโบราณทองคำลำนั้นมีร่องรอยของการถูกโจมตี!” จ้าวซานหลิงหรี่ตา สายตาของเขามองข้ามผ่านระยะทางยาวไกลไปยัง ด้านบนของเรือโบราณทองคำ “หากข้าเดาไม่ผิด ที่เรือรบกระดูกขาวลำนี้ ร่วงลงมาก็เพราะชนเข้ากับเรือโบราณทองคำลำนั้น แล้วตกลงมาจาก นอกอาณาจักร”
“มีความเป็นไปได้ถึงแปดเก้าส่วนว่าฝุายที่เผ่าโครงกระดูกต่อสู้ด้วยก็ คือคนพวกนั้น!”
“สำนักทองไพศาลคือสำนักอะไรอีก?” หัวมู่ถามอย่างสงสัย
“เป็นสำนักที่แข็งแกร่งอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีแดนเอตทัคคะนั่งบัญชาการณ์ เช่นเดียวกับสำนักภูเขาพันกระบี่” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วสีหน้าเคร่งเคียด “ดู ท่าสำนักนี้ก็น่าจะมาจากดินแดนพงฟูาเช่นเดียวกับสำนักภูเขาพันกระบี่!”
“หรือว่าศพมากมายของเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่ฝังกระดูกก็มีความ เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย?” สิ่งหวนเยว่คาดเดา
“เป็นไปไม่ได้” จ้าวซานหลิงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “หากเกี่ยวข้องกับ พวกเขาจริงๆ แล้วพวกเขาช่วยเผ่าโครงกระดูก สร้างพื้นที่ฝังกระดูกแห่ง นั้น เหตุใดจะต้องสู้กับเผ่าโครงกระดูกจนถึงขนาดนี้ด้วย?”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก ไปพูดคุยกับ พวกเขาดูดีกว่า” หัวมู่กล่าว
“ยังดีที่ดูเหมือนอีกฝุายจะไม่มีแดนว่างเปล่าอยู่ด้วย” จ้าวซานหลิงรับ สัมผัสอยู่ครู่ สีหน้าก็เริ่มผ่อนคลาย
“ครืนๆๆ!”
เรือโบราณทองคำที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาไปร้อยเมตรจอด นิ่งลงในที่สุด แผ่นฟูาผืนใหญ่ถูกเรือรบลำนั้นปกคลุมไปเสียหมด และ พวกเขาก็ยืนอยู่ใต้เงามืดของเรือรบ
ก่อนที่เงาร่างจำนวนมากจะโผล่ออกมาจากในเรือโบราณทองคำแล้ว กลายมาเป็นรุ้งเส้นยาวที่ทยอยกันลดตัวลงมา
ผู้นำคนหนึ่งสวมมงกุฎขนนกทองคำ สวมชุดคลุมยาวสีทอง ทั่วทั้งร่าง มีแต่สีทองระยิบระยับ ราวกับเป็นทวยเทพที่ถูกหล่อขึ้นมาจากทองคำ อำนาจบารมีมากล้น
เมื่อเขาลงมาถึงก็สังเกตเห็นเผ่าโครงกระดูกที่ถูกนำมาชุบหลอมเป็น โครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนทันที
ดวงตาของคนผู้นั้นพลันเย็นเยียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ “เป็นอย่างที่สำนักภูเขาพันกระบี่บอกไว้จริงๆ ด้วย มีเผ่ามนุษย์สมคบคิด กับเผ่าโครงกระดูก คอยส่งศพของเผ่ามนุษย์จำนวนมากไปสร้างเป็นพื้นที่ ฝังกระดูกให้กับพวกมัน!”
“ไม่น่าจะผิดแน่ น่าจะเป็นพวกเขา ดูเหมือนว่าจะมาจากดินแดนดาว ตกอะไรนี่แหละ” อีกคนหนึ่งรับคำ
“เหลือไว้คนหนึ่งเพื่อสอบปากคำ คนอื่นๆ สังหารทิ้งให้หมด” ผู้ที่ สวมมงกุฎสีทองยกมือขึ้นสูงแล้วโบกให้คำสั่งอย่างดุดัน
ใบหน้าเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความงงงัน
“อู้ๆๆ!”
บนท้องฟูา มีศพของเผ่าโครงกระดูกถูกทิ้งให้ร่วงกระจัดกระจายลงมา อย่างต่อเนื่อง
ศพของเผ่าโครงกระดูกเหล่านั้นล้วนพังทลาย น่าจะเป็นเพราะถูก สังหารตอนที่เปิดศึกนองเลือดกับสำนักทองไพศาลซึ่งอยู่นอกอาณาจักร ก่อนหน้านี้