ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 79 เจ้ายังไม่ตาย?
พอเหมนว่าอวี๋ถงที่แขมงแกร่งที่สุด้สลบไปแล้ว ลูกศิษย์ของ สำานักภูติผีและสำานักโลหิตจึงหมด้สิ้นซึ่งปณิธานใด้การต่อสู้
พวกเขาตะโกนเสียงด้ังบอกโม่ซี ให้โม่ซีรีบกลับมาโด้ยเรมว ที่สุด้
โม่ซีที่ถูกพวกอันอิ่งโอบล้อม รอบกายมีเงาผีมากมายลอย วนเวียน เงาผีเหล่านั้นดุ้ร้ายสยองขวัญ พุ่งเข้าโจมตีพวกอันอิ่งอย่าง ต่อเนื่อง
เด้ิมทีโม่ซีคิด้จะฝ่าแนวปองกันของพวกอันอิ่งเพื่อไป สังหารเนี่ยเทียน แต่ไม่นานกมค้นพบว่าด้้วยพละกำาลังของเขาเพียงคน เด้ียวมิอาจทำาให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริงได้้เลยแม้แต่นิด้
รอจนเขาได้้ยินเสียงร้องเรียกด้้วยความร้อนรนจากด้้าน หลังจึงตระหนักได้้ทันทีว่าอวี๋ถงถูกพลังโจมตีกลับ ยากที่จะช่วยพวก เขาได้้อีก
อันที่จริงเขากมเข้าใจตั้งแต่แรกแล้วว่าอวี๋ถงที่กินยาโลหิต ทรงพลังเข้าไปห้าเมมด้ ไม่พูด้ถึงข้อที่ว่าจะสามารถฆ่าเนี่ยเทียนได้้ หรือไม่ ยังไงตัวนางเองกมต้องทรุด้ลงอย่างไม่มีวันฟื้นขึ้นมา หลังจาก นั้นกมีแต่จะกลายมาเป็นภาระ
“คราวหน้า ข้าต้องฆ่าพวกเจ้าทุกคนให้ได้้!”
โม่ซีคำารามเสียงต่ำาหนึ่งครั้ง ผีร้ายโหด้เหี้ยมมากมายพลัน ขยายขนาด้ใหญ่ แยกตัวกันออกไปกัด้กระชากพวกเจิ้งปิน
ส่วนร่างของเขาเองกมแปลงออกมาเป็นปีศาจร้ายตนหนึ่งที่ ล่องลอยราวกับไร้น้ำาหนัก แล้วพลันแล่นฉิวออกไปทางด้้านหลังของ เขา
เมื่อเขากลับมากมองเหมนว่าลูกศิษย์สำานักโลหิตได้้แบกอ วี๋ถงไว้บนหลังเรียบร้อยแล้ว
“ไป!”
ไร้ซึ่งความลังเลใด้ เขาออกคำาสั่งทันที นำาลูกศิษย์สำานักภูติ ผีและสำานักโลหิตที่เหลือห้อตะบึงไปทางเขตเกาะน้ำาแขมง
หลังจากที่เขาหนีไปได้้ไม่นาน ผีร้ายที่คำารามกร้าวเข้ามา ฉีกทึ้งทุกคนกมค่อยๆ พร่าเลือน ชั่วขณะเด้ียวกมหายวับไปไม่เหลือร่อง รอย
“ตามไปฆ่าพวกเขา!” เจิ้งปินกัด้ฟัน
อันอิ่งเองกมตะโกนก้อง: “ต้องเกิด้เรื่องกับนางมารผู้นั้นของ สำานักโลหิตแน่ มิฉะนั้นโม่ซีไม่มีทางถอยร่นเด้มด้ขาด้! ฉวยโอกาสที่อ วี๋ถงไม่สามารถร่วมรบได้้ พยายามสังหารพวกเขาให้สิ้น แก้แค้นให้ กับสหายร่วมสำานัก!”
“ตาม!”
ทุกคนเหมนพ้องต้องกันอย่างรวด้เรมว ไล่กวด้ไปยังทิศทางที่ พวกโม่ซีหายไป หมายสังหารลูกศิษย์ของสำานักภูติผีและสำานักโลหิต ให้หมด้สิ้นไปจากโลกมายามรกต
เบื้องหลังของพวกเขามีเพียงเจียงเหมียวเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ ข้างกายของเนี่ยเทียน มองเขาอย่างลึกล้ำาด้้วยสายตาสับสน
เนี่ยเทียนที่นั่งเงียบๆ อยู่ที่เด้ิมด้วงตาทั้งคู่ปิด้สนิท บนร่าง มีคลื่นเลือด้ลมพุ่งกรากทะลักทลาย
แสงสีเลือด้รุบรู่ถูกปลด้ปล่อยออกมาจากผิวหนังของเนี่ย เทียนอย่างต่อเนื่อง แสงสีเลือด้เหล่านั้นดุ้จด้ั่งหมอกควันหนาทึบที่ ปกคลุมเรือนกายของเขา ทำาให้เนี่ยเทียนในเวลานี้มองดู้ลึกลับสุด้จะ หยั่ง
เนี่ยเทียนที่ถูกล้อมรอบด้้วยหมอกหนาคล้ายถูกเติมเตมลม เข้าไปในร่างอย่างต่อเนื่อง ทั้งคล้ายลูกโป่งที่เหี่ยวฟีบ บางครั้งร่างกม พองขยาย บางครั้งกมผอมซูบ
นางไม่แน่ใจว่าเกิด้อะไรขึ้นบนร่างของเนี่ยเทียนกันแน่ แต่ กลับรู้ว่าแม้แต่ตาข่ายปฐพีของนางมารอวี๋ถงผู้นั้นกมยังมิสามารถฆ่า เนี่ยเทียนได้้ เนี่ยเทียนที่พวกอันอิ่ง เจียงหลิงจูคิด้ว่าต้องตา ยอย่างแน่นอน ตอนนี้ลมหายใจสม่ำาเสมอ หัวใจเต้นหนักแน่นมีพลัง
พลังชีวิตและปราณเลือด้เข้มข้นที่ถูกปลด้ปล่อยออกมา จากร่างของเนี่ยเทียน แขมงแกร่งยิ่งกว่าตอนที่เขายังไม่ถูกตาข่าย ปฐพีกักขังเสียอีก!
“ช่างเป็นคนที่แปลกประหลาด้ยิ่งนัก…” เจียงเหมียว พึมพำาเสียงเบา
เนี่ยเทียนร้อนระอุไปทั้งร่าง รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็น เตาหลอม หลอด้เลือด้และเส้นเอมนทุกเส้นต่างกมพองขยายและหด้ ตัวอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่ตัวเขาเองกมยังไม่รู้ว่าเกิด้อะไรขึ้นกันแน่ เขารู้แค่ว่า ตอนที่เลือด้สด้ทั่วร่างของเขาถูกเส้นเลือด้แด้งมากมายเหล่านั้นด้ึง ออกไปจนแห้งเหือด้ หัวใจของเขากมพลันเต้นรัวแรงขึ้นมา
วินาทีนั้นเขารู้สึกไม่ยินยอมถึงขีด้สุด้ ต้องการพลิกเปลี่ยน สถานการณ์ ฝืนขัด้ขวางการลอยออกของกระแสเลือด้
แล้วเขากมทำาได้้จริงๆ!
ขณะที่หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำาด้้วยวิธีการที่ยากจะ อธิบายอย่างหนึ่ง เขากมสัมผัสได้้ว่าท่ามกลางหัวใจของเขาด้วงนั้น พลันมีพละกำาลังลึกลับอย่างหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมา!
เมื่อพละกำาลังนั้นเกิด้ขึ้น พริบตาเด้ียวกมส่งผลกระทบกับ เลือด้สด้ทั่วร่างเขาทันที แม้แต่เลือด้ที่ถูกด้ึงออกไปจากหลอด้เลือด้กม ยังตอบสนองกับหัวใจของเขาขึ้นมากะทันหัน
และเวลานั้นเอง เลือด้ทั้งหมด้ที่ถูกสูบออกไป ล้วนถูก หัวใจของเขาด้ึงรั้งกลับเข้ามาในหลอด้เลือด้ตามเด้ิม
ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่เส้นเลือด้แด้งสด้เหล่านั้นกมยังถูกฉุด้ กระชากให้เข้ามาหลอมรวมในร่างกายของเขาด้้วย
เขาไม่รู้ว่าเส้นเลือด้แด้งสด้พวกนั้นล้วนเป็นเลือด้ของสัตว์ วิเศษระด้ับสองที่อวี๋ถงใช้เวทหลอมเลือด้อันเป็นวิชาเฉพาะของ สำานักโลหิตมาหลอมข้ามวันข้ามคืนจนกลายมาเป็นอาวุธร้ายกาจที่ ซุกซ่อนปราณเลือด้เข้มข้น
เขารู้แค่ว่า เส้นเลือด้แด้งสด้มากมายต่างกมแฝงเร้นไว้ด้้วย ปราณเลือด้พรั่งพร้อมสมบูรณ์
อีกทั้งสารที่จำาเป็นสำาหรับเลือด้เนื้อเหล่านั้น ตอนนี้พอถูก รับเข้ามาในหลอด้เลือด้กมได้้ปะปนเข้าเป็นหนึ่งเด้ียวกันกับเลือด้สด้ ของเขา!
การสูด้ลมหายใจเข้าลึกของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า การพอง ขยายทุกครั้งของหลอด้เลือด้และเส้นเอมน การเติมลมให้กับเรือนกาย
คล้ายทำาให้เลือด้สด้ของเขาสูด้เอาสารจำาเป็นต่อเลือด้เนื้อที่ซุกซ่อน อยู่ในเส้นเลือด้แด้งสด้เหล่านั้นมาอย่างละโมบ
ปราณเลือด้จำานวนมากที่แฝงเร้นอยู่ในเลือด้ของสัตว์วิเศษ ระด้ับสอง หลังจากถูกร่างกายที่เป็นด้ั่งเตาหลอมขนาด้ใหญ่ของเขา กลั่นหลอมครั้งแล้วครั้งเล่า จึงกลายมาเป็นสารอาหารของเลือด้สด้ อย่างสมบูรณ์แบบ และได้้เริ่มบำารุงเลือด้ของเขา
ท่ามกลางขั้นตอนนี้เขาใช้กระแสจิตไปสัมผัสจึงพบว่า ท่ามกลางเลือด้สด้ของเขาคล้ายจะมีสัญลักษณ์ลึกลับบางอย่าง ปรากฏวาบขึ้น
เขาแอบสัมผัสได้้ว่าเลือด้สด้ในร่างของเขาแตกต่างไปจาก คนปกติ!
เพียงแต่ว่าความลับที่อยู่ในเลือด้ของเขานั้น ดู้เหมือนจะ ถูกซุกซ่อนไว้อย่างลึกล้ำา หากไม่ถึงช่วงเวลาที่สำาคัญ หากเขาไม่ตก อยู่ในสภาวะจนตรอกอย่างถึงที่สุด้ จะไม่มีทางปรากฏขึ้นมาเด้มด้ขาด้
และเนื่องจากขอบเขตของเขาไม่เพียงพอ เรือนกายนี้ยัง อยู่ไกลกับคำาว่าแขมงแกร่งทรงพลังมากนัก ทำาให้เขามิอาจค้นเจอ ความลึกลับในเลือด้ของตัวเอง
การที่เลือด้สด้ในร่างเขาดู้ด้เอาเส้นเลือด้มากมายเข้ามา กลั่นหลอมปราณเลือด้ที่อยู่ในเส้นเลือด้พวกนั้น คล้ายว่าเป็นเพียงวิธี
การที่มีประสิทธิภาพในการเปิด้เผยความลับของกระแสเลือด้อย่าง หนึ่งเท่านั้น
แม้ว่าในใจจะมีข้อกังขามากมาย แต่เขากลับไม่เข้าไป ก้าวก่ายความผิด้ปกติในร่าง แต่ปล่อยวางจิตใจ ปล่อยให้เรือนกายนี้ ด้ำาเนินการไปตามวิธีที่พิเศษ
ตัวเขาเองกลับกลายมาเป็นเหมือนผู้ชมคนหนึ่งที่อาศัย เพียงแค่กระแสจิตคอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เขาค่อยๆ ค้นพบว่าปราณเลือด้ ที่มาจากเส้นเลือด้แด้งสด้เหล่านั้นได้้หายไปอยู่ในเลือด้ของเขาหมด้ แล้ว
เสียงหัวใจที่เต้นด้ังผิด้ปกติของเขากมกลับคืนสู่สภาพปกติ บนร่างของเขาไม่ปลด้ล่อยแสงสีเลือด้ขมุกขมัวออกมาอีก
เขาแอบสัมผัสได้้ด้้วยว่า เลือด้ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขา เริ่มค่อยๆ สงบลง ทำาให้เขาไม่รู้สึกถึงความผิด้ปกติและความ มหัศจรรย์ใด้ๆ อีก
มหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนของเขาไม่ได้้เปลี่ยนแปลง ไปเพราะการดู้ด้รับเส้นเลือด้แด้งสด้เหล่านั้นแม้แต่นิด้
ดู้เหมือนว่าร่างกายของเขากมไม่ได้้แขมงแกร่งขึ้นเพราะเหตุนี้ แต่เขากลับรู้สึกว่า เลือด้ในกายของเขา…มีการเปลี่ยนแปลงไปเลมก น้อย
เพียงแต่ว่าหลังจากที่หัวใจของเขากลับมาเต้นด้ังเด้ิม เขา กลับสัมผัสไม่ได้้ถึงจุด้พิเศษใด้ๆ ในเลือด้ของตัวเอง
หลังจากสังเกตอย่างละเอียด้หนึ่งรอบ แน่ใจแล้วว่าทุก อย่างเข้ารูปเข้ารอยตามเด้ิม เขาจึงเปิด้เปลือกตาขึ้นอีกครั้ง
“ฟื้นแล้วหรือ?” เจียงเหมียวมองเขา ใบหน้าเตมไปด้้วย ความสงสัยและใคร่รู้ คล้ายกำาลังรอคอยให้เขามอบคำาอธิบายที่สม เหตุสมผล
“ขอบคุณเจ้ามากที่คอยอยู่เป็นผู้พิทักษ์ให้แก่ข้า” เนี่ย เทียนยิ้มน้อยๆ
“กมสมควรแล้วนี่นา” เจียงเหมียวรู้สึกเขินอายเลมกน้อย “เจ้าช่วยข้าถึงสองครั้ง แต่ข้ากลับไม่มีความสามารถที่จะช่วยเจ้าได้้ สิ่งเด้ียวที่ข้าพอทำาได้้กมคือนั่งมองเจ้าอยู่ข้างกาย เด้ิมนึกว่า…”
นางอยากบอกว่าเด้ิมนึกว่าเจ้าต้องตายแน่อยู่แล้ว จึงอยาก มองเจ้าก่อนที่เจ้าจะตายให้นานอีกหน่อย แต่พอเหมนว่าตอนนี้เนี่ย เทียนไม่เป็นอะไรสักอย่าง ด้้วยความเบิกบานใจจนเกือบเผลอพูด้ ออกไป นางจึงรีบหุบปากฉับ
เนี่ยเทียนมองประเมินเจียงเหมียวอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
เจียงเหมียวที่มีใบหน้าตุากตา สวมชุด้คลุมยาวสีเขียวเข้ม ด้วงตากลมโต เวลาพูด้จามักจะดู้ขลาด้เขินเสมอ คล้ายกระต่ายที่ อาจตื่นตกใจจนวิ่งหนีไปได้้ทุกเมื่อ
รูปโฉมของเจียงเหมียวแค่อยู่ในระด้ับกลางค่อนไปทางสูง เท่านั้น ไม่ได้้โด้ด้เด้่นอย่างอันอิ่งและเจียงหลิงจู ทว่านางจิตใจด้ีงาม อย่างมาก ไม่เหมือนอันอิ่งและเจียงหลิงจูที่เตมไปด้้วยความเจ้าเล่ห์ แสนกล
แม้ว่าอายุแท้จริงของเจียงเหมียวอาจจะแก่กว่าเขาหนึ่งปี ทว่าในสายตาของเขา เจียงเหมียวกมคือน้องเลมกของบ้านที่บริสุทธิ์ไร้ เด้ียงสาคนหนึ่ง
“สุด้ท้ายกมยังเป็นเพราะสภาพแวด้ล้อมในชีวิตไม่เหมือน กัน…” เนี่ยเทียนพูด้กับตัวเอง
นับตั้งแต่ที่เขาเริ่มรู้ความ กมรู้ว่าเนี่ยตงไห่สูญเสียอำานาจไป แล้ว รู้ว่าท่านปอาใหญ่ที่รักและเอมนดู้เขาเคยเผชิญกับเรื่องอะไรมา บ้าง บวกกับความขัด้แย้งกับคนในตระกูลเนี่ยอย่างเนี่ยหง เนี่ยหย่วน เขาจึงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงด้ีของคนในตระกูลมาโด้ย ตลอด้
เมื่อเทียบกับคนวัยเด้ียวกัน เขาจึงโตกว่าวัยเยอะมาก ก่อน หน้านี้เขากมเข้าใจมานานแล้วว่าเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนต่างกมฝาก ความหวังสูงส่งไว้ที่ตัวเขา
เขาจึงพยายามอยู่เสมอมา หวังว่าวันใด้วันหนึ่งในอนาคต จะสามารถทำาให้อาการบาด้เจมบของท่านตาหายด้ี สามารถช่วยทวง คืนความยุติธรรมให้แก่ท่านปอาใหญ่ของเขา
แต่เหมนได้้ชัด้ว่าเจียงเหมียวคือบุปผาในเรือนกระจก ถูก ประคบประหงมอยู่บนมือมาตั้งแต่เลมก ไม่เคยได้้เผชิญกับความเยมน ชาหรือความมีน้ำาใจของคน
การประลองในโลกมายามรกต สำาหรับเจียงเหมียวแล้วกม คือการโจมตีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด้ครั้งหนึ่งในชีวิต
ความอบอุ่นของสภาพแวด้ล้อมทำาให้เจียงเหมียวกลายมา เป็นลูกแกะน้อยตัวหนึ่ง บางทีหลังจากที่การประลองในโลกมายา มรกตสิ้นสุด้ลง เจียงเหมียวอาจจะค่อยๆ เปลี่ยนไป เริ่มรู้ถึงความ อันตรายและชั่วร้ายบนโลกใบนี้
“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ในช่วงเวลาคับขันนางมารผู้นั้นคล้ายจะ มีพละกำาลังไม่เพียงพอ จึงถูกพลังโจมตีกลับ” เนี่ยเทียนตรึกตรองอยู่ ครู่หนึ่งกมกล่าวขึ้นด้้วยความสงบ: “หลังจากที่นางถูกพลังตีกลับ เลือด้สด้ของข้าที่ถูกด้ึงออกไปจึงกลับเข้ามาในร่างอีกครั้ง ข้าใช้วิธี
การของข้าค่อยๆ ชักจูงเลือด้พวกนั้นกลับเข้ามาในร่างกาย ตอนนี้จึง เป็นปกติแล้ว”
“อ้อ ไม่เป็นไรกมด้ีแล้ว” เจียงเหมียวพยักหน้า
นางย่อมรู้ว่าคำาอธิบายที่เนี่ยเทียนมอบให้ ไม่มีทางเป็น เรื่องจริงอย่างแน่นอน
นางรู้แน่ชัด้ด้ีว่าเนี่ยเทียนกำาลังปิด้บังอะไรบางอย่าง ทว่า นางเลือกที่จะไม่ถามอย่างคนฉลาด้—แม้ว่านางจะใคร่รู้อย่างถึงที่สุด้ กมตาม
คนทั้งสองถามตอบกันไปมา แล้วกมเริ่มคุยสัพเพเหระกันอยู่ ตรงนี้ รอพวกอันอิ่งและเจียงหลิงจูกลับมา
ผ่านไปพักใหญ่ พวกพันเทาและอันอิ่งค่อยๆ เผยกายจาก จุด้ที่ห่างออกไปไกล
“เนี่ยเทียน! เจ้ายังไม่ตาย?”
ห่างกันหลายร้อยเมตร พันเทาที่พอเหมนเขากมส่งเสียงร้อง แปลกประหลาด้ด้้วยความเหลือเชื่อทันที